Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 

11มีนาคม2011แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น

ผ่านเหตุการณ์มา10วันพอดี ความกลัว ความตกใจ ทุกๆอย่างก็คลี่คลายลงไปเกือบหมดแล้ว
แต่คืนนี้เรากับลูกชาย กำลังจะเดินทางกลับเมืองไทยกันสองคน

ย้อนกลับไปบันทึกเรื่องราว เมื่อวันที่11

วันนั้นเป็นวันศุกร์ เรานัดกับแม่เพื่อนๆลูกเอาไว้ ว่าพอเด็กๆกลับจากโรงเรียน
จะไปเจอกันที่บ้านโทชิคุง เพราะเป็นวันเกิดเขา จะเอาของขวัญไปให้กัน
จึงคิดว่า พอเจอกัน เด็กๆคงอยากเล่นกันจนค่ำ เลยกะว่าเตรียมอาหารเย็นไว้ซะเลย กลับมาจะได้ไม่ยุ่งยาก

เวลานั้นบ่าย2:40กว่าๆได้
เปิดทีวี ต่อเน็ตเข้า กำลังดูเป็นต่อไปด้วยพร้อมทั้งติดเตาแก๊สต้มหัวไชเท้าไปด้วย
และขณะที่กำลังก้มลงเก็บขยะทันใดนั้นเอง รู้สึกตัวเองโยกเยกไปมา ยืนไม่อยู่
ก็นึกในใจว่า สงสัยจะหน้ามืดอีกแล้ว(เคยเป็นนานๆครั้ง หมอบอกโลหิตจางและความดันต่ำ จะเป็นเวลาพักผ่อนไม่พอ)

ก็พยายามจะยืนตรงๆ แล้วหันไปดูเป็นต่อในทีวี อ้าวทำไมจอมันไหวโยกไปโยกมาขนาดนั้น

แล้วที่บ้านจะมีกระดิ่งห้อยเอาไว้ กระดิ่งมันสั่นกรุ๊งกริ๊งแรงมากๆ
ก็รู้แล้วว่าแผ่นดินไหว รีบปิดเตา(ดียังมีสติ) รีบวิ่ง(หรือแทบกระโดดเลยก็ว่าได้)ลงบันไดไปหาแม่สามีที่ชั้นล่าง

แม่สามีก็กำลังใส่รองเท้าที่หน้าประตูพอดี กำลังจะออกไปเดินเล่น ก็เลยเปิดประตูบ้านเอาไว้
หน้าบ้านเราเป็นสวนสาธารณะ แทบไม่อยากเชื่อสายตาเลย เห็นต้นไม้ที่สวนสาธารณะมันโยกเยกไปมา เหมือนคนกำลังเต้นที่เอวพริ้วมาก

ทำอะไรไม่ถูก นั่งจับมือกันสองคนแม่ปรั๋วลูกสะใภ้ แผ่นดินไหวครั้งนี้ แรงและนานมากๆเลย

รอจนมันสงบ ก็ห่วงลูกขึ้นมาจับใจ เพราะเวลานี้ เป็นเวลาที่เด็กๆกำลังกลับบ้านกันแล้ว กลัวลูกเดินๆอยู่ อะไรหล่นใส่หัวไหม ห่วงจริงๆห่วงลูกใจจะขาด

เลยบอกแม่สามีว่า ขอไปดูลูก ยังไงขอให้แม่ดูแลตัวเองดีๆ
แม่สามีก็บอกว่าไปเถอะ เดินระวังๆนะ


ออกไปนอกบ้าน เจอเพื่อนบ้านออกมากันเต็ม บางคนอุ้มหมา บางคนหิ้วกรงนก บางคนอุ้มแมว พวกเขากวักมือเรียกเรา แต่เราโค้งขอบคุณแล้วบอกว่า จะรีบไปดูลูก

ระหว่างนั้น โทรหาสามีก็ไม่ได้ เมลล์ไปแต่ไม่มีเสียงตอบรับ กังวลมากเพราะสามีทำงานในตึกสูง แต่ก็มุ่งหน้าไปหาลูกต่อไป

จากบ้านเดินไปโรงเรียนลูก20นาทีได้ ตอนนั้นเดินไปตาก็สอดส่ายไป มองหาเด็กๆ แต่แทบไม่เจอใครเลย
เจอคานาเมะจัง เพื่อนห้องเดียวกับลูกเดินมาแล้ว ก็ถามหาลูกแต่คานาเมะจังบอกไม่เห็น

เดินไปได้ครึ่งทาง มันมาอีกแล้ว แผ่นดินไหวแรงมากๆ ตอนนั้นตกใจมาก เดินอยู่คนเดียวมันโยกไปมาจะทำให้ล้มเอา
เลย รีบไปเกาะเสาไฟฟ้า มีชาวบ้านแถวนั้นวิ่งออกมาจากบ้าน มาลากไปนั่งกลางถนนด้วยกัน แถมดุเราอีกว่า ไปเกาะเสาไฟได้ไง มันอันตรายมากนะ
เกิดมันล้มมาทับ ห้ามเลยนะ ห้ามหลบที่เสาไฟหรือกำแพง

เราก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ และขอบคุณสำหรับน้ำใจที่เขาช่วยมาบอกสอนเรา
แล้วพอมันสงบ ก็รีบวิ่งไปโรงเรียนลูกต่อ

ไปถึงโรงเรียน เห็นเด็กๆกลุ่มใหญ่ นั่งกลางสนาม ก็รีบเดินไปด้อมๆมอง มีลูกเราไหมหนา
ทันใดนั้นเองเด็กป.6ที่อยู่ที่กลุ่มที่ลูกเดินไปโรงเรียนด้วย ก็โบกมือให้เราแล้วชี้ให้ดูว่าลูกชายนั่งตรงไหน
น่ารักมากๆเลย แม้แต่เด็กๆก็มีน้ำใจให้เรา

พอดีกับเมลล์ตอบจากสามีก็กลับมาพอดี สามีบอกว่าเขาโอเค ตอนนี้ไม่ได้อยู่บริษัทเพราะไปพบลูกค้า จะติดรถคนที่ทำงานกลับบ้าน ไม่ต้องเป็นห่วง ค่อยโล่งใจไป

หลังจากเจอลูก ครูก็ยังไม่ให้กลับ บอกว่าให้รอสักครู่ก่อน ก็นั่งรอ ตอนที่รอ มันก็มาอีกระลอกใหญ่นึง กระจกหน้าต่างโรงเรียน สะเทือนเห็นๆเลย แต่ไม่แตก

สรุป ได้พาลูกกลับบ้านตอน5โมงเย็น(2ชั่วโมงหลังจากไปหา)
กลับมาถึงบ้าน ก็ชวนแม่สามีเดินไปแฟมมิลี่มาร์ท เพื่อหาซื้อของกิน เพราะไม่กล้าทำแล้ว กลัวแก๊สระเบิด

จากบ้านเราเดินไป2-3นาทีก็ถึงแล้ว แต่ต้องข้ามทางรถไฟนิดนึง ปรากฏว่า ทางรถไฟปิด รถไฟจอดคาที่อยู่ เพราะวิ่งไม่ได้ อันตราย

แต่ก็ยกที่กั้นขึ้น เดินข้ามไปเองได้เลย เพราะมีพนักงานรถไฟเขาก็เดินๆอยู่แถวนั้น ไม่ได้ห้ามให้ข้าม คนอื่นก็ข้ามกันไปมาอยู่

เข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ไม่มีโอนิกิริเหลือเลย(คนญี่ปุ่นไวมาก) แต่ยังพอมีโอเบนโตเหลืออยู่บ้าง ก็ซื้อมาและรีบกินทันที

แม่สามีบอกว่า รีบกินให้อิ่มๆไว้ก่อน ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นอีก

ขณะที่กินไป ก็โยกเยกมาเรื่อยๆ พร้อมทั้งมีรายงานข่าวว่ามีสึนามิเข้าแถบเซ็นไดและมิยางิ ความเร็ว แรงสูงมาก
มีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเราดูไปใจก็หดหู่มากๆ

พอ2ทุ่มกว่าๆ สามีก็กลับมาถึงบ้านพร้อมอาหารต่างๆถุงใหญ่(กลับถึงบ้านหลังจากติดต่อกันได้เกือบ5ชม)นี่สามียังนับว่าโชคดีที่วันนี้ไปหาลูกค้าพร้อมลูกน้อง เลยได้ลูกน้องขับรถมาส่ง ทุกทีนั่งที่ออฟฟิต ไปกลับรถไฟ ไม่งั้นคงต้องเดินกลับบ้านขาลากเหมือนคนอื่นๆแน่ๆ

สามีดุพวกเราว่า ทำไมไม่เตรียมอะไรกันเลย(เออ จริงๆแหละ มัวแต่ตกใจ)
พวกถุงยังชีพอะไรก็ไม่หากันสักอย่าง

เขากลับมาเตรียมทุกอย่างสำหรับทุกคนเลย แม่สามีบอกว่า ไม่นึกว่าลูกชายตัวเองจะเป็นคนละเอียดรอบคอบขนาดนี้ ฮ่าๆๆ

แล้ววันนี้เราต้องนอนรวมกันที่หน้าทีวีห้องรับแขกนี่แหละ ห้องที่สามีดูแล้วว่าปลอดภัยที่สุด แต่พวกเราก็นอนไม่หลับหรอก เพราะอาฟเตอร์ชอคมาเป็นระยะบ่อยมากๆ

เราเองนอนไม่หลับ ตีสามเลยเข้าเฟชบุ้ค ปรากฏว่าแม่บ้านไทยที่ญี่ปุ่นคนอื่นๆส่วนใหญ่ก็ไม่ได้หลับได้นอนเหมือนกัน

ตอนแรกแม่สามีบอกว่า ยอดคนเสียชีวิตน่าจะเป็นหมื่น สามียังบอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอก(เพราะยังไม่ได้ดูข่าวแบบละเอียดๆ)ว่าไม่น่าถึง

ตอนนี้ยอด(รวมเสียชีวิตและสูญหาย)ก็ทะลุหมื่นไปแล้ว พวกเราก็เศร้าใจกันทุกครั้งที่ดูข่าว ที่ทำได้ตอนนี้คือบริจาคเงิน และช่วยกันประหยัดพลังงานเท่าที่ทำได้

นอกจากนี้เคราะห์ยังซ้ำกรรมยังซัด โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็มามีปัญหาอีก ที่บ้านที่ไทยก็ห่วง สามีก็เลยบอกว่า ให้พาลูกกลับไปไทยสักพัก
เขาเองต้องไปทำงาน เขาจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง(ความจริงก็คุยกันหลายๆเรื่อง)ตกลงเราก็เลยตัดสินใจพาลูกกลับไทยกัน

อยากขอความสงบ กลับคืนสู่ญี่ปุ่นโดยเร็วด้วยเทอญ




 

Create Date : 21 มีนาคม 2554
10 comments
Last Update : 21 มีนาคม 2554 14:12:28 น.
Counter : 602 Pageviews.

 

เป็นกำลังใจให้นะคะ

 

โดย: padia 21 มีนาคม 2554 14:38:50 น.  

 

เป็นเรื่องที่เศร้ามากกก ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย สงสารคนญี่ปุ่น แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ เขายังแสดงให้เห็นถึงการมีสติ การมีระเบียบวินัย คนไทยเราน่าจะดูเป็นตัวอย่าง ขอเป็นกำลังให้คุณเข้มแข็ง.....ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทย

 

โดย: คนไทยเหมือนกัน IP: 192.168.20.62, 202.143.150.93 21 มีนาคม 2554 14:44:25 น.  

 

สวัสดีตอนอากาศร้อนๆ

อาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริม
อาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริมอาหารเสริม

 

โดย: MaFiaVza 21 มีนาคม 2554 14:57:57 น.  

 

เมย์ ขนาดนึกภาพเมย์ไปกอดเสาไฟฟ้าแล้วแบบว่า น่าเอ็นดูอ่ะ

วันนั้น พี่ก็กินข้าวไม่ค่อยจะลงจริงๆขนาดไม่ได้สั่นไหวอะไรกะชาวบ้านเค้าขนาดนั้น แต่ก็พยายามกินๆๆๆจนจะจุกเอา เพราะเราไม่รู็อะไรจะเกิดขึ้น มันหดหู่นะ แล้วไม่่รู็จะถึงตาเราเมื่อไหร่

เมย์กลับบ้านแล้วเข้ามาอัพบล้อกบ่อยๆด้วยเน้อ ถ้าอัพทางเฟสพี่จะไม่ได้เข้าไปดูน่ะ
โชคดีเดินทางปลอดภัยกับน้องโย่ด้วยจ้ะ

 

โดย: เราอุ้มนะ 21 มีนาคม 2554 15:48:47 น.  

 

มาส่งกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: phunsud 21 มีนาคม 2554 18:52:22 น.  

 

อยู่โน้นลำบากก็กลับบ้านเราก่อนค่ะ อาหารการกินที่โน้น ดูข่าวว่าหายาก กลับมาตั้งหลักที่เมืองไทยก่อน ให้พ้นรังสี ให้สบายใจก่อน

 

โดย: javee 21 มีนาคม 2554 19:38:55 น.  

 

ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านที่เมืองไทยค่ะ
ขอให้ครอบครัวของคุณทางญี่ปุ่น ทั้งสามีและแม่สามี
จงปลอดภัย และได้กลับไปพบกันในเร็ววันนะคะ

 

โดย: หกพันไมล์ 21 มีนาคม 2554 22:42:40 น.  

 

ยินดีต้อนรับกลับบ้านเมื่องไทยค่ะ

เจ๊หลีจะไปโตเกียวต้องพังพาบไป

ตอนนี้เปลี่ยนไปโอซาก้า ตอนปลายเมษาอีกครั้งค่ะ

 

โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ 22 มีนาคม 2554 8:42:21 น.  

 

ดีจ้าพี่เมย์ ความกลัวพอๆ ๆ กันเลยค่ะพี่ หนิงไปซื้อไอติม พี่เมย์ไปกอดเสาไฟ ฮ่าๆๆๆๆๆ อันตรายนะพี่นั้นอ่ะ

ความรู้สึกตอนนั้นเป้นห่วงลูกเน๊อะพี่เมย์เน๊อะ เรื่องอื่นช่างมัน คิดเหมือนกันเลย

ตอนนี้พี่เมย์กลับไทยเหรอค่ะ นานไหมเอ่ย ช่วงนี้น้องอาคิปิดเทอมด้วยล่ะ ดีจังค่ะ

พี่เมย์กลับไทยเดินทางโดยสวัสดิภาพนะค่ะ

ช่วงนี้แจจุงอยู่ไทยพอดี ถ้าพี่เมย์เจอโดยบังเอิญ ฝากจุ๊บที อ่าๆๆๆๆ ไม่เกี่ยวกันเลย

กินอาหารไทย เที่ยวเมืองไทยเผื่อ้วยค่ะพี่เมย์

 

โดย: หนูริวจัง 22 มีนาคม 2554 21:32:37 น.  

 

 

โดย: aomzon (aomzon ) 16 ตุลาคม 2554 15:15:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นู๋โนริ
Location :
โตเกียว Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







"**ニコニコのんびり主婦で~す。^_^/**"



***************



สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

Friends' blogs
[Add นู๋โนริ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.