**The Ordinary Life of OKB**
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
ดอกไม้เบ่งบานในใจ

เดือนนี้มีวันน่าจดจำอยู่สองวัน คือวันที่เรากับบาร์ตพบกันครั้งแรก และอีกสองปีถัดมาเป็นงานหมั้นของเราสองคนค่ะ

วันที่ 9 พย. เมื่อแปดปีก่อนเป็นครั้งแรกที่เรากับบาร์ตได้เจอกัน เราพบกันในงานแต่งงานของเพื่อนของเพื่อนอีกที เราทั้งคู่ไม่ได้รู้จักคู่แต่งงานเป็นการส่วนตัวซะหน่อย

วันนั้นเราไปเป็นคู่ควงให้พี่ที่รู้จักกัน จริงๆเกือบจะไม่ได้ไปแล้ววันนั้น จำได้ว่าเรียนป.โทอยู่ปีแรก ต้องทำรายงานกับกลุ่มเพื่อนติดพันถึงเย็น แต่นัดกับพี่เค้าไว้แล้วไม่อยากผิดนัดเลยต้องรีบกลับบ้านล่กๆๆๆมาอาบน้ำแต่งตัว แต่งเสร็จพอดีกับคนมารับไปงานเลย

ส่วนบาร์ตตอนนั้นไปเที่ยวเมืองไทยพอดี เพื่อนคนไทยของเค้าไปงานแต่งงานนี้ด้วย เลยลากบาร์ตให้ตามไปในงาน

พี่คนนึงในงานแนะนำให้เรารู้จักกัน ด้วยว่าพี่คนนั้นหาเหยื่อให้มาชวนตาฝรั่งนี่คุยจะได้ไม่เหงาปาก เลยคว้าเอายัยคนนี้ หน้าตาเหมือนฉลาดน่าจะคุยกับฝรั่งรู้เรื่อง เหอๆๆ คุยกันเรื่องสัพเพเหระมาก ไปเที่ยวไหนมามั่งในไทย ชอบอาหารไทยไหม ฯลฯ ได้ความว่ามาเที่ยวรอบสองแล้ว ชอบเมืองไทยมาก นี่อีกสองวันจะกลับบ้านแล้ว ไม่รู้จะได้มาอีกเมื่อไหร่

พองานเลิก (จังหวะนี้เดี๊ยนยังจำชื่อตานี่ไม่ได้เลย เหอๆๆ)นึกยังไงไม่รู้ หยิบกระดาษปากกามาเขียนอีเมลแอดเดรสส่งให้เค้าบอกว่า ถ้าไงมาเที่ยวเมืองไทยคราวหน้าเขียนมาบอกละกันนะ เผื่อจะพาเที่ยว ตอนนั้นไม่ได้คิดหรอกว่าเค้าจะเขียนมาทำเป็ฯคนใจดีไปงั้น ที่ไหนได้ วันรุ่งขึ้นมีอีเมลมาทันทีเลย

เราติดต่อกันทางอีเมล(แบบเพื่อน)คุยเรื่องโน้นนี้ ห้าเดือนถัดมา บาร์ตพาพ่อแม่เค้ามาเที่ยวสงกรานต์ที่เมืองไทย สัญญาเค้าไว้แล้วนี่นะว่าจะพาเที่ยว ก็อ่ะ พาพ่อแม่และบาร์ตไปเที่ยววัดวาอาราม พาเค้าไปช้อปปิ้ง ฯลฯ มีโอกาสไปเที่ยวสุโขทัยและพิษณุโลกด้วย พ่อแม่เราได้เจอกัน ได้ชอบพอถูกใจกันก็ทริปนี้ล่ะค่ะ

สองปีจากนั้นบาร์ตไปเมืองไทยราวๆ ห้ารอบ เรามาอเมริกากับแม่ได้เจอกันอีก 1 รอบ (แม่ทำเป็นว่ามาเที่ยวเฉยๆ แต่จริงๆแล้วแอบมาดูลาดเลาว่าโคตรเง้าเหล่ากอตานี่เป็นยังไง หุหุ)

กลางปี 2000 บาร์ตออกจากกองทัพอากาศกำลังจะเริ่มทำงานที่คอร์นนิ่ง ขอเวลาเค้าสามเดือนก่อนเริ่มทำงานใหม่ สามเดือนนี้บาร์ตไปอยู่เมืองไทยเพื่อใช้เวลากับเรา ไปทำความรู้จักกับครอบครัวเรา เรียนรู้ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมของไทย เรียนภาษาไทย แถมเรียนนวดไทยที่วัดโพธิ์อีกด้วย

วันที่ 11 เดือนพย.ปี 2000 เราหมั้นกัน มีงานหมั้นแขกประมาณ40-50 คน เพื่อนสนิทและญาติสนิทเท่าันั้น แหวนหมั้นเป็นเพชรทรงกลม solitaire เกือบๆกะรัตบนเรือน platinum บาร์ตไปเลือกเองที่ร้าน เจ้าตัวภูมิใจมาก ว่าใช้เวลาเลือกครึ่งวันเลยนะนั่น 555

เมื่อวานนี้บาร์ตต้องไปทำงานต่างเมือง ส่วนเรารู้สึกแย่เพราะเรื่องที่คาดหวังไว้บางเรื่องไม่เป็นดังหวัง อารมณ์หงุดหงิดทั้งวัน จนตอนบ่าย มีคนเอาดอกไม้ไปส่งที่ทำงาน ตอนแรกยังทักคนมาส่งดอกไม้ว่า อู๊ยย ดอกไม้สวยๆนี่ของใครคะเนี่ย เค้าบอกว่า ฉันคิดว่าของคุณนะ กรี๊ดดด เราเอ๋่อไปเลย แบบจริงอ่ะ อย่าหลอกกันเล่นนา 5555



ตั้งดอกไม้ไว้บนโต๊ะทำงานสองวัน มีแต่คนวนเวียนผลัดกันมาชมดอกไม้ และบอกเราว่าเป็น such a lucky woman

วันนี้เอาดอกไม้กลับมาบ้าน ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ มีเด็กคนนี้มาชะเง้อมอง

ดอกไม้สวยๆ ดูแล้วชื่นตา มันก็่คงบานไม่ได้นานก็เหี่ยวหมด แต่ดอกไม้ทำเราชื่นใจและความรักที่ได้รับมาจะเบ่งบานในใจไม่มีวันจาง ฮิ้วววววว เลี่ยนไหมๆ





Create Date : 16 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2549 11:26:45 น. 3 comments
Counter : 427 Pageviews.

 

อ่ะเหมือนมีพาดพิง ....... เลยจะช่วยเล่าเพิ่มว่า 1ปีก่อนหมั้น อิฉันก็หาเรื่องไปเที่ยวตามคำที่เชิญไว้ เมื่อยามครอบครัวเค้ามาเยือนเราที่พิษณุโลก
ความจริงก็ปิ๊งกะฝรั่งคนนี้เหมือนกัน อ้ายเรื่องปิ๊งนี่มันก็แปลก เพราะเวลาลูกสาวพาเพื่อนชาย เข้ามาให้ (ดูตัว) รู้จัก เวลาชายหนุ่มกลับไปแล้ว ถ้าแม่ไม่ปิ๊งก็บอกลูกว่า เป็นเพื่อนกันแหละดีแล้วลูก ถ้าอายุมากกว่าหน่อยลูกเรียกพี่ ก็บอกว่าเป็นพี่เป็นน้องกันน่ะดีแล้ว....
แต่คนนี้แม่ก็คอยดูทีท่า......สังเกตสังกา พอได้โอกาส ก็รับคำเชิญชวนไปเที่ยวทันที
เสร็จเราละ ถ้าได้ตาเหยี่ยว จมูกมดได้ไปเห็น ก็จะหาคำตอบได้........ทุกอย่างถูกใจไปหมด ครอบครัวต้อนรับดีมาก พาไปเยี่ยมเยียน โคตรตระกูลอยู่ที่ไหนพาไปหมด เพื่อนฝูงอยู่ที่ไหน เชิญมาดินเนอร์ รู้จักกันหมด...ได้คำตอบไว้ในใจ
5555 ตอนกลับ นังลูกเริ่มทำตาแดงๆก่อนจากกันกะเค้า......เออเสร็จกัน ตกหลุมรักเค้าละซีท่า...
พอกลับมารายงานพ่อ (ซึ่งเงี่ยหูฟังอยู่ ) พ่อก็บอก อนุญาตให้รักกันได้ แน่ะ!!
ก็คุณพ่อผู้ใจกว้างนี่แหละ วันที่พ่อแม่เค้ามาสู่ขอที่บ้าน พูดกะพ่อแม่เค้า หน้าตาแดงก่ำ น้ำตาคลอว่าลูกนี่นะคือหัวใจของฉัน ฮ่าๆๆๆ พากันร้องไห้น้ำตาซึม อึ้งกันทั้งห้อง พ่อแม่เค้าก็พากันสัญญิงสัญญาว่าจะรักลูก เราเท่ากะลูกเค้า
ฟังลูกเล่าก็ดีใจกะลูกด้วย......อวยพรให้ครอบครัวลูกสุขใจและกายตลอดไป มีแม่กะพ่อเป็นกำลังใจนะจ๊ะ


โดย: วันจัน (วันจัน ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:36:58 น.  

 
เล่าสั้น ๆ ย่อ ๆ

แต่เราว่าในรายละเอียด

คงโรแมนติคน่าดู

อิจฉาจังน๊อ


โดย: น่ารักดีค่ะ (เจ้าแห่งโชคชะตา ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:15:44 น.  

 
มันน่าอิจฉาตรงดอกไม้นี่แหละจ๊ะออฟ

แล้วเมื่อไหร่ จะให้คุณแม่วันจัน ได้หลานซะทีล่ะจ๊ะ พี่ก็รอด้วยคนเอ๊า....




โดย: Second impact วันที่: 23 พฤศจิกายน 2549 เวลา:4:30:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

offita
Location :
North Carolina United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรื่องราวชีวิตธรรมดาของหญิง(เกือบ)กลางคน เคยผอม แต่งงานกับอเมริกันชน ย้ายมาอยู่เมืองเล็กๆทางตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีลูกสาวคนสวยหนึ่งคน มีหมาน้อยสีน้ำตาลหนึ่งตัว
Friends' blogs
[Add offita's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.