"Would you live with ease, do what you ought, and not what you please?" Benjamin Franklin
Spring & Summer days in Germany # 2 [Berlin]

กลับมาจากทริปนี้ได้เกือบ ๓ เดือนแล้ว แต่ก็ยังอัพบล็อคไม่เสร็จสักที ช่วงนี้มี hobby ใหม่ ๆ ทั้ง scrapbook และ โยคะ โดยเฉพาะโยคะนี่กำลังเห่อมาก ๆ เล่นมาได้เกือบ ๖ เดือนแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมี passion ให้กับมันได้ขนาดนี้ เล่นเกือบทุกวัน ช่วงนี้เล่นวันละ ๒ คลาสด้วยซ้ำ เลยไม่ค่อยมีเวลามาอัพบล็อคเท่าไหร่

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทริปมาเบอร์ลินคราวนี้มีเวลา ๓ วันเต็ม ๆ วันแรกพาไป Potsdam กันมาแล้ว ส่วนวันที่ ๒ และ ๓ นั้น เราเที่ยวกันอยู่ในเบอร์ลินคะ อากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฝนตกและค่อนข้างเย็น เตรียมเสื้อผ้าแบบซัมเมอร์มาเลยไม่ค่อยพร้อมรับความหนาวเท่าไหร่

มาเริ่มต้นที่ Checkpoint Charlie ซึ่งเป็นด่านระหว่างเยอรมันตกวันตกและเยอรมันตะวันออกช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ฝั่งตะวันตกนั้นดูแลโดยทหารอเมริกัน ส่วนฝั่งตะวันออกดูแลโดยทหารรัสเซีย ก่อนที่จะมีการสร้างกำแพงเบอร์ลินนั้น แม้จะมีการแบกแยกเป็นตะวันตกและตะวันออก แต่คนก็ยังสามารถข้ามไปข้ามมาได้ โดยผ่านด่านที่มีอยู่หลายด่าน ชื่อ Checkpoint Charlie นั้นก็ตั้งชื่อมาจาก code ตัวอักษร เช่น Alpha, Beta, Charlie เป็นต้น

ใกล้ๆ กับจุดนี้มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเยอรมันตะวันตกและตะวันออก ที่น่าสนใจก็คือการจัดแสดงเกี่ยวกับวิธีการต่างๆ ที่ชาวเยอรมันตะวันออกหาทางหนีมาตะวันตก มีหลายวิธีที่น่าสนใจทีเดียว









ต่อมาเป็น Brandenburg Gate ซึ่งเป็นประตูเมืองเพียงประตูเดียวที่เหลืออยู่ จากในรูปจะเห็นตัวประตู ด้านหลังนั้นเมื่อก่อนเป็นแนวกำแพงเบอร์ลิน ฝั่งที่เรายืนถ่ายรูปนั้นมีสถานทูตหลายแห่งตั้งอยู่ รวมถึงโรงแรมชั้นนำด้วย



ต่อกันด้วย Berliner Dom เคยเป็นโบสถ์สำหรับราชวงศ์ปรัสเซีย ภายในตกแต่งสวยงามมาก สามารถเดินขึ้นไปข้างบนรอบตัวโดมเพื่อชมวิวได้ ทางขึ้นค่อนข้างชัน ผู้สูงอายุอาจขึ้นไม่ไหว ต้องระวังกันด้วยคะ แถว ๆ เบอร์ลินโดมนี้ มีพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่งให้ชมด้วยคะ เรียกว่าย่านนี้นั้นอยู่ได้ทั้งวันเลย









Gendarmenmarkt ที่สแควร์แห่งนี้มีโบสถ์แฝด ๒ หลังที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน อันนึงเรียกว่า French Cathedral ส่วนอีกอันจะเป็นGerman Cathedral ตรงกลางเป็น Concert Hall และโรงละคร เราไปที่นี่เป็นสถานที่สุดท้ายของวันที่ ๒ ในเบอร์ลิน ฝนหยุดตก แดดเริ่มมา เมื่อยกันมาก ๆ หลังจากที่เดินกันมา ๒ วัน ที่สแควร์ตรงนี้มีนักดนตรีมาเล่นดนตรีกันหลายคน ซึ่งเค้าก็ไม่แข่งกันเล่นนะคะ ดูท่าทางจะผลัดกันเล่นคะ จะได้ไม่หนวกหูและคนฟังก็นั่งฟังกันได้อย่างสบาย ๆ เรานั่งฟังเพลง อยู่ตรงนี้นานเลย (เพราะเดินไม่ไหวแล้ววว)





วันสุดท้ายในเบอร์ลินนั้นฝนตกเกือบทั้งวัน เราเลยเน้นการชมพิพิธภัณฑ์เป็นหลัก เริ่มจากการไปที่อาคารรัฐสภา สิ่งที่เราอยากไปดูก็คือโดมแก้วที่อยู่ภายใน แต่แถวยากมากก ๆ และฝนก็ตก เลยขอบาย....จากตึกอาคารรัฐสภา เดินมาไม่ไกลจะเป็นย่านราชการ ซึ่งมีตึกดีไซน์สวย ๆ เยอะแยะเลย







หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เราไปเยี่ยมชมในวันนี้คือ Pergamonmuseum เนื่องจากตรงกับวันอาทิตย์คนเลยแน่นทีเดียว ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีของโบราณตั้งแต่สมัยบาบิโลนเลยทีเดียว และยังมีของโบราณจากทางตะวันออกกลางอีกหลายชิ้น เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเบอร์ลิน



พิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่เรามาชมกันก็คือ DDR Museum Berlin ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับเบอร์ลินโดม เป็นพิพิธภัณฑ์ของเอกชนขนาดเล็ก แสดงวิถีชีวิตของชาวเยอรมันตะวันออก ทั้งแฟชั่น รถยนต์ การตกแต่งบ้าน เป็นต้น ก็น่าสนใจดีคะ

ราว ๆ สี่ทุ่มเราก็นั่งรถไฟ night train ไปลงที่ Freiburg เป็นเมืองทีอยู่ทางตอนใต้ของเยอรมัน รถไฟขบวนนี้มีต้นทางอยู่ที่เบอร์ลิน และปลายทางที่ซูริคคะ โดยจะไปถึง Freiburg (ไฟร์บวร์ก) ประมาณ ๗ โมงเช้า เราจองตู้นอน ซึ่งมีเตียงสองชั้น มีซิงค์ล้างหน้าอยู่ในตู้นอน ตู้นอนเล็กมากคะ ไม่สามารถยืนได้สองคนพร้อมกัน เรียกว่าคนนึงต้องอยู่บนเตียง อีกคนจึงจะสามารถยืนได้ พนักงานรถไฟจะรู้ว่าผู้โดยสารตู้นอนไหนลงที่ไหน เค้าจะมาเคาะประตูเรียกให้เราตื่นก่อน และเสิร์ฟอาหารเช้าคะ คืนนั้นเรานอนหลับสบายมาก ๆ เลย



ตอนหน้าจะพาไปเที่ยว Freiburg กันคะ


Create Date : 13 กันยายน 2553
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2553 10:52:03 น. 5 comments
Counter : 811 Pageviews.

 
เบอร์ลินโดม ดูอลังการมากเลยค่ะ น่าไปเที่ยวจริงๆ


โดย: diamondsky วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:21:52:00 น.  

 
รถไฟสะอาดสะดวกสบายน่านั่งมากค่ะ อยากมีโอกาสเดินทางโดยรถไฟแบบนี้บ้างจัง


โดย: apple.007 วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:20:48:52 น.  

 
ออกจากอินเดีย เกาะปีกเครื่องบินไปยุโรปมั่ง อิอิอิ

เข้าใจเลยค่ะที่บอกไม่กล้าไป
ตัวเสี้ยวเองก็กลัวค่ะ
คิดจะไปมาหลายปีแล้ว
ไม่กล้าไปสักที เพิ่งมาคราวนี้ล่ะค่ะ
ลองฟังเสียงข้างในของตัวเองดูนะคะ
เมื่อเราพร้อมแล้ว ตัวเราจะบอกตัวเราเองค่ะ
เสี้ยวเองก็รอเวลาตัวเองพร้อมนั่นแหละ
แปลกดี ชีวิตนี้บอกตัวเองว่า
ขอไปอินเดียสักครั้ง
แต่พอได้ไปเข้าแล้วจริงๆ
รู้เลยว่า ครั้งเดียวไม่พอ

เอาใจช่วยเช่นกันค่ะ

ป.ล.กลับมาได้สามอาทิตย์แล้วละค่ะ
แต่อยากเขียนเรื่องย้อนหลัง บอกตัวเองได้เลยว่า คิดถูกจริงๆ ที่ไป


โดย: gluhp วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:18:51:17 น.  

 
อินเดีย มีเรื่องราวมากมาย หลายเรื่องกระทบอารมณ์ความรู้สึกอย่างแรงกล้า
ถ้าได้ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ บางแห่งวุ่นวายจน ประสาทตา หู จมูกของเรา รับข้อมูลมากมายจนประมวลผลไม่ทัน

กำลังจะมาบอกว่าให้ลองเข้าบล็อกของคุณGlu้p ดู แต่เห็นคอมเมนต์ด้านบนแล้ว คิดว่าคงไปเยี่ยมเยียนทักทายกันแล้วนะครับ


โดย: bite25 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:15:54 น.  

 
ข้างบนพิมพ์ผิดครับ บล็อกของคุณ gluhp


โดย: bite25 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:18:58 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

divini
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
13 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add divini's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.