อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกสิ่งไม่เที่ยง ทุกสิ่งเป็นทุกข์ และทุกสิ่งไม่เป็นตัวตน
ทุกวันนี้..รักษากายให้แข็งแรง..เพื่อให้ใจได้มีโอกาสทำความดีให้มากและนานที่สุด
ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของคนสองเงา ®
รักมาก..ก็ให้อภัยมาก..
เรามีความตายอยู่เบื้องหน้า..หายใจเข้าก็ต้องตาย..หายใจออกก็ต้องตาย
จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและตั้งอยู่บนความไม่ประมาท..ทุกลมหายใจ

emoemoหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุท่านพูดเสมอว่า "งานต้องทำ ทำจนไม่มีลมหายใจ ลำบากแค่ไหนก็ต้องอดทน และทำต่อไป"จำขึ้นใจครับemoemo
อดีตแก้ไขปัจจุบันได้ เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ เด้ครับ สู้ๆ ความสุข..ไม่ได้จบเพียงแค่เราสมปรารถนากับสิ่งที่คาดหวัง.. ความสุข..จบที่คำว่า..พอเพียง..
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
2 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

ธรรมะ 9 ข้อ สำหรับการลงทุน


(บทความคัดลอก)
"อัจฉรา โยมสินธุ์" อาจารย์ภาควิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้นำเสนอ 9 หลักธรรม สำหรับการลงทุน เพื่อการลงทุนอย่างไม่เป็นทุกข์ และเพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
1) ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท

หลักธรรมข้อแรกที่พึงระลึกไว้เสมอทุกครั้งก่อนการตัดสินใจลงทุน ก็คือ อัปปมาทะ หรือความไม่ประมาท เพราะว่า ปมาโท มจฺจุโน ปทํ หรือความประมาทเป็นทางแห่งความตาย การวิเคราะห์การลงทุนอย่างมีสติ คือ ความไม่ประมาท เรามักได้ยินคำเตือนอยู่บ่อยๆ ว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน"

ในยุคข้อมูลข่าวสารที่มารวดเร็ว และมีมากมาย เช่นในปัจจุบัน การศึกษาข้อมูลให้รอบคอบจึงเป็นเรื่องจำเป็น การพิจารณาข้อมูลข่าวสารอย่างไม่ประมาทจะช่วยให้เรารู้จักแยกแยะ สามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ดี หาทางเลือกในการลงทุนที่เหมาะสมได้

นอกจากนี้ ในแง่ของความไม่ประมาท อาจพิจารณาเป็นเรื่องการจัดสรรสินทรัพย์ หรือ Asset Allocation เพื่อลดความเสี่ยงได้ด้วย การไม่ประมาทในการจัดสรรสินทรัพย์ คือ เงินสำหรับการลงทุน ควรเป็นเงินส่วนที่ไม่จำเป็นต้องกันไว้เพื่อใช้จ่าย หรือไม่กู้หนี้ ยืมสินมาลงทุน

เราควรพิจารณาว่า เราสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด แล้วจัดสรรสินทรัพย์ให้เหมาะสม ใครรับความเสี่ยงได้มากหน่อย ก็อาจจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นหน่อย เพื่อผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น

สัดส่วนการจัดสรรสินทรัพย์ที่ดี ถือเป็นความไม่ประมาทในการลงทุน ในทางตรงข้าม การไม่ลงทุนอะไรเลย ไม่สนใจจะสร้างดอกผลจากการลงทุน ก็ถือเป็นความประมาทเหมือนกัน เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ราคาสินค้าจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากน้อยเพียงใด แผนการเกษียณอายุของเราอาจจะถูกบั่นทอนได้เพราะความประมาทไม่สนใจการสร้างผลตอบแทนอย่างที่เราควรจะทำได้

2) รู้และเข้าใจด้วยตนเองแล้วจึงเชื่อ

หลักธรรมข้อที่สองที่ควรพิจารณา คือ หลักกาลามสูตรกังขานิยฐาน 10 หรือหลักความเชื่อที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงต่อชาวกาลามะไว้ว่า 1. อย่าเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา 2. อย่าเชื่อ ด้วยการถือสืบๆ กันมา 3. อย่าเชื่อ ด้วยการเล่าลือ 4. อย่าเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา 5. อย่าเชื่อ ด้วยการนึกเดาเอาเอง 6. อย่าเชื่อ ด้วยการคาดคะเน. 7. อย่าเชื่อ ด้วยการตรึกตรองตามอาการ 8. อย่าเชื่อ ด้วยเห็นว่าถูกตามลัทธิตน 9. อย่าเชื่อ ด้วยเห็นว่าผู้พูดน่าเชื่อได้ และ 10. อย่าเชื่อ ด้วยนับถือว่าท่านเป็นครูของเรา

อัจฉราบอกว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนให้เชื่อ ก็ต่อเมื่อเรารู้และเข้าใจด้วยตนเองแล้วจึงเชื่อ

ใครที่ลงทุนตามข่าว ตามกระแส เลือกหุ้น เลือกกองทุน ตามที่เพื่อนแนะนำ ตามที่นักวิเคราะห์ชี้ชวน ตามที่ผู้รู้ลงทุน หรือตามหมอดูบอก อาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการลงทุน คงต้องทำการบ้านมากขึ้น พิจารณาทางเลือกในการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองด้วยตนเอง ศึกษาที่มาที่ไปของแต่ละทางเลือกให้ถ่องแท้มากขึ้น

สาเหตุที่เราไม่ควรลงทุนตามๆ กันไป ก็เพราะว่านักลงทุนแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน เราต่างมีเป้าหมายในการลงทุนที่แตกต่างกัน มีวิถีชีวิต มีข้อจำกัด มีความชอบ ความไม่ชอบ ความพึงพอใจที่แตกต่างกัน มีความสามารถในการรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน ทางเลือกในการลงทุนจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัว ทางเลือกในการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด จึงควรเป็นทางเลือกที่เรารู้ และเข้าใจอย่างดีที่สุด

3) รู้จัก-เข้าใจในการเลือกลงทุน-มีเงินทุนพร้อม

หลักธรรมข้อที่สาม ที่ควรน้อมนำมาพิจารณา ก็คือ ปาปณิกธรรม 3 ประการ ที่เป็นหลัก เป็นองค์คุณสำหรับพ่อค้าวาณิช ซึ่งนักลงทุนจะนำมาปรับใช้ได้อย่างตรงไปตรงมา ปาปณิกธรรม 3 ประกอบไปด้วย 1. จักขุมา คือ ตาดี นักลงทุนต้องมีตาดี รู้จักเลือกหุ้น เลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุน คือ ต้องดูของเป็นจึงจะสามารถสร้างกำไรได้ 2. วิธูโร คือ มีความจัดเจนในการลงทุน ต้องรู้ เข้าใจในการเคลื่อนไหวของตลาด รู้ความต้องการของตลาด และ 3. นิสสยสัมปันโน คือ ต้องพร้อมด้วยแหล่งเงินทุน

ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า หรือนักลงทุน การมีเงินทุนพร้อม ย่อมได้เปรียบในหลายด้าน ปาปณิกธรรม 3 ถือเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักลงทุนที่ทุกท่านสร้างให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง ลองพิจารณาดูว่า เรายังขาดข้อใดอยู่บ้าง ซึ่งหลักสองข้อแรก ทั้ง จักขุมา และวิธูโร สร้างได้จากการติดตามข่าวสาร การหาข้อมูล สะสมความรู้ หมั่นสังเกตความเป็นไป ใช้ความรอบคอบในการพิจารณาการลงทุน และจากประสบการณ์ที่สั่งสม ส่วนข้อสาม นิสสยสัมปันโน สร้างได้จากการขยันหมั่นเพียรทำงาน เก็บหอมรอมริบ สะสมทรัพย์จนมีเงินทุนพร้อมไปลงทุน. โภคา สนฺนิจยํ ยนฺติ วมฺมิโกวูปจียติ ทรัพย์สินย่อมพอกพูนขึ้นได้เหมือนดังก่อจอมปลวก

4) ลดความยึดมั่นถือมั่น

ส่วนหลักธรรมข้อที่สี่ ที่ต้องเข้าใจ และจัดการตัดลดลงให้ได้ ให้หมดในการลงทุน ก็คือ อุปาทาน 4 หรือความยึดมั่น ถือมั่น การผูกพันเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง ด้วยอำนาจกิเลส ด้วยมนตราแห่งตัณหา ตั้งแต่ 1. กามุปาทาน 2.ทิฎฐุปาทาน 3. สีสัพพตุปาทาน และ 4. อัตตวาปาทาน หรือไล่ไปตั้งแต่การยึดมั่นในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส การยึดมั่นในทิฎฐิ หรือทฤษฎี การยึดมั่นในข้อปฏิบัติ วิธีที่ทำตามๆ กันมา กระทั่งการยึดมั่นในตัวตน การถือความสำคัญของตัวตน ที่ไม่ได้เป็นไปด้วยความรู้ความเข้าใจตามหลักความสัมพันธ์ของเหตุและผล

ตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่น นักลงทุนส่วนใหญ่จะยึดติดกับภาพในอดีตของการลงทุน หลายคนเคยร่ำรวย หรือเคยเห็นคนร่ำรวยจากการลงทุน จึงมีภาพที่สวยงาม มีรสชาติที่หอมหวานของการลงทุนเป็นที่ยึด ส่วนหลายคนอาจจะเคยเป็นแมลงเม่าที่ต้องหมดเนื้อหมดตัวในตลาดหุ้น ก็จะยึดติดกับความเข็ดขยาดของตลาดหุ้น

นอกจากนี้ ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกลงทุนในกองทุนรวม ในตราสารหนี้ หรือในหุ้นที่เคยทำกำไร เคยให้ผลตอบแทนที่ดีในอดีต โดยอาจจะลืมมองอนาคตของกองทุนรวม หรือตราสารเหล่านั้น หลายๆ กองทุนอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการกองทุนไปแล้ว หรือสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนเดิมที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อนโยบายการลงทุนที่ดีในอดีต และมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่มั่นใจในตนเอง มีตัวตนเป็นใหญ่ เป็นที่ติดยึด เชื่อมั่นในทุกการตัดสินใจของตนเองโดยไม่ฟังเหตุผล ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว การยึดมั่น ถือมั่นเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนทั้งสิ้น เพราะอดีตที่ดี ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ว่าอนาคตจะดีเสมอไป

ทางที่ดีนักลงทุนควรจะต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของเหตุและผลที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน การกระทำ การตัดสินใจ ทฤษฎี หรือวิธีปฏิบัติในอดีตควรจะถูกปรับปรุง ถูกนำมา Update ให้ทันยุคทันสมัยก่อนจะใช้เป็นเครื่องมือหรือส่วนประกอบเพื่อสร้างอนาคตในการลงทุน

5) ดับราคะ-โทสะ-โมหะ

นอกจากอุปาทาน 4 แล้วยังมี อัคคิ 3 เป็นหลักที่ต้องเข้าใจ และต้องละให้ได้ หลักธรรมข้อที่ห้าจึงเป็นข้อพึงระวังใน อัคคิ 3 หรือ ไฟ 3 อย่าง ที่จะเผาผลาญจิตใจ ให้ร้อนรน หรือกิเลสที่ก่อขึ้นในใจจาก 1. ราคัคคิ ไฟคือ ราคะ 2. โทสัคคิ ไฟคือ โทสะ และ 3. โมหัคคิ ไฟคือ โมหะ ไฟทั้งสามนี้ คือ ความติดใจอยากได้ ความขัดเคืองไม่พอใจ ความหลงไม่เข้าใจสภาวะตามความจริง

เราเห็นคนมากมายพยายามจะปั่นหุ้น เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น เราเห็นคนมากมายพยายามจะจับเสือมือเปล่า เพราะต้องการมีเงินมีทอง มีทรัพย์สมบัติมากขึ้น เราเห็นหลายคนโมโห โกธร ทะเลาะกันเพราะหุ้นตก เราเห็นหลายคนเจ็บป่วย ไม่สบายใจ วิตกกังวล กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะไม่ได้กำไรตามที่อยากได้ เราเห็นกระทั่งคนฆ่าตัวตาย เพราะขาดทุน

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่มีอยู่จริงของความโลภ ความโกธร ความหลง ไฟร้ายที่เผาผลาญจิตใจของนักลงทุนที่ไม่สามารถควบคุมจัดการตนเองได้ ไฟทั้งสามนี้ไม่มีใครช่วยเราดับมันลงได้ นอกจากตัวเราเองที่ต้องค่อยๆ ลดอุณหภูมิความร้อนของไฟให้เย็นลง ละวางเชื้อของไฟเหล่านี้ลงบ้างทีละเล็กทีละน้อย การแบ่งปัน การให้ทาน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในรูปแบบต่างๆ จะช่วยเพิ่มองศาความเย็น และสร้างความสงบในจิตใจเราได้

ในมุมของการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความผันผวนมากๆ นักลงทุนควรจะกำหนดเพดานความอยาก และระดับการขาดทุนที่รับได้ให้ชัดเจน แล้วปฏิบัติตามเกณฑ์ที่วางไว้ อย่างเช่น หากราคาหุ้นในพอร์ตเพิ่มขึ้น 10% ก็จะขายเพื่อทำกำไร หากราคาหุ้นลดลง 5% ก็จะตัดใจขายทิ้งยอมขาดทุน

ใครที่ถูกอัคคิ 3 ครอบงำมักจะทำไม่ได้ตามที่ตั้งใจคือ ในช่วงที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นก็อยากจะได้มากขึ้นไปอีกจึงมักรอต่อไป ในทำนองเดียวกัน หากหุ้นตัวไหนลดลง ก็ไม่ Cut loss ตามที่วางแผนไว้ กลับคิดเข้าข้างตนเองด้วยความเสียดายว่า เดี๋ยวราคาหุ้นมันต้องกลับเพิ่มขึ้น ที่สุดแล้วความลังเล อยากได้ ไม่อยากเสียก็มักก่อให้เกิดความเสียใจภายหลังเสมอ

6) ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ หัวใจสู่ความสำเร็จ

หลักธรรมข้อที่หกที่ต้องปฏิบัติให้ได้เพื่อให้การลงทุนประสบความสำเร็จก็คือ อิทธิบาท 4 ที่เป็นธรรมที่จะนำเราไปสู่จุดมุ่งหมายซึ่งประกอบไปด้วย 1. ฉันทะ คือ ความพอใจ ความมีใจรักในสิ่งที่ทำและต้องการทำให้ได้ผลดี 2. วิริยะ คือ ความพากเพียร การลงมือทำงานนั้นด้วยความพยายาม ความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค 3. จิตตะ คือ การเอาใจฝักใฝ่ ทำด้วยความคิด ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำ และ 4. วิมังสา คือ การไตร่ตรอง การหมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญ ปรับปรุงสิ่งที่ทำ

หากจะยกตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการลงทุนโดยมีอิทธิบาท 4 เป็นเครื่องหนุนนำความสำเร็จ ยกตัวอย่าง Warren Buffett นักลงทุนเลื่องชื่อระดับโลกก็คงจะไม่ผิด

เพราะเส้นทางความสำเร็จของ Buffett ไม่ได้เกิดขึ้นแบบชั่วข้ามคืน ประเภทสุ่มๆ ซื้อหุ้นไว้วันนี้ พรุ่งนี้หุ้นขึ้นก็ร่ำรวยมหาศาล ตรงกันข้าม Buffett เป็นผู้มีความเพียร มีความวิริยะ อดทน ในการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของหุ้นอย่างละเอียดลออ เขาให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม ความโปร่งใสของการบริหารงานในบริษัทที่เขาจะลงทุน เขาลงทุนเฉพาะในธุรกิจที่เขารู้จักเป็นอย่างดี ธุรกิจที่เขาเข้าใจความเป็นมาเป็นไปได้อย่างไม่มีข้อสงสัย เขาทำงานหนัก คิดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ Buffett เป็นผู้มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา อย่างชัดเจน

การลงทุนของเขาคือ การทำงาน เขาทำงานเพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุด เขาไม่ได้ลงทุนเพื่อทำกำไรมหาศาลเพราะต้องการร่ำรวย เขาเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก แต่ยังใช้ชีวิตสมถะ ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่หลงไปกับอำนาจเงินที่มีมากมาย เขายังบริจาคช่วยเหลือการกุศลด้วยเงินมูลค่ามหาศาลซึ่งมากกว่าส่วนเหลือเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลานมากมายหลายเท่า เพราะเขาเชื่อว่าลูกหลานของเขาก็มีความรู้ ความสามารถที่จะทำงานหาเงินได้ไม่แพ้ตัวเขา

7) หลักธรรมข้อที่เจ็ดของอ้างอิงพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า ยํ ลทฺธธํ เตน ตุฏฐพฺพํ ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น

หากเราได้ปฏิบัติ ได้ดำเนินชีวิต หรือลงทุนโดยมีธรรมะในหัวใจ นั่นหมายถึงเราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างถูกต้อง สมบูรณ์แล้ว เราจะเข้าใจในธรรมชาติของการลงทุนว่าการลงทุนมีความเสี่ยง โดยความเสี่ยงสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ความเสี่ยงที่เราสามารถขจัดให้หมดไปได้ (Diversifiable Risk) ด้วยการกระจายการลงทุน (Diversification) อย่างเหมาะสม และความเสี่ยงที่เราไม่สามารถขจัดให้หมดไป ให้หายไปได้ (Non Diversifiable Risk) เพราะเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของเรา

8) มีสติเป็นที่ตั้ง

หลักธรรมข้อที่แปดเป็นหลักสำคัญที่ต้องมีเสมอสำหรับนักลงทุนก็คือ การมีสติ เพราะสติ สพฺพตฺถ ปตฺถิยา สติจำเป็นในที่ทั้งปวง การมีสติในทุกขั้น ทุกตอนของการลงทุนจะช่วยให้เราลงทุนได้อย่างมีความสุข มีความเข้าใจการลงทุน ไม่ต้องทุกข์ ทรมานใจเมื่อหุ้นตก ไม่หลงระเริงไปกับหุ้นที่กำลังขึ้น สติเป็นเครื่องกำกับความประพฤติ การกระทำ เราจะระมัดระวัง ไม่หลุด ไม่หลงไปกับคำเชื้อเชิญ อวดอ้างที่เกินจริง ไม่ถูกหลอก ถูกลากไปตามกระแสหุ้นปั่น แต่เราก็จะไม่พลาดโอกาสดีๆ ที่มีอยู่ตรงหน้า หากเรามีสติในการพิจารณาการเลือกลงทุน เราจะเข้าใจแนวคิดการลงทุนที่ว่า High Risk High Return สติจะเตือนให้เราจะเข้าใจตัวเองว่า เราจะสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

9) มีปัญญาช่วยลดความเสี่ยง

ส่วนหลักธรรมข้อที่เก้านี้คงต้องบอกว่าสำคัญที่สุดในการลงทุน คือ นักลงทุนต้องมีปัญญา เพราะปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์

ปญฺญาว ธเนน เสยฺโย เพราะปญฺญา นรานํ รตนํ ปัญญาเป็นแก้ววิเศษของนรชนเพราะการลงทุนบนพื้นฐานการมีความรู้ มีปัญญา จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างดีที่สุด ปัญญาช่วยให้เราเข้าใจตนเองได้ดีที่สุด เมื่อเราเข้าใจตนเองดีแล้ว การกำหนดเป้าหมายการลงทุนที่เหมาะสม การวางแผนการลงทุน รูปแบบ วิธีการลงทุนที่ดี ที่มีความเสี่ยงในระดับที่เรารับได้จะเกิดขึ้น รวมทั้งการลงมือปฏิบัติอย่างมีปัญญาจะช่วยให้เราเห็นหนทาง เห็นปัญหาอุปสรรคอย่างชัดเจน

เหมือนเวลาที่เรามองน้ำสะอาดในแก้วใส เราจะเห็นตะกอนที่ลอยเคว้งคว้างในน้ำได้ชัดเจน การสร้างปัญญาในการลงทุน ทำได้โดยการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบ การหาความรู้ในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ในกระบวนการศึกษา การฝึกฝนเพื่อให้เกิดปัญญาจะต้องใช้ความอดทน ความเพียรพยายาม

ซึ่ง ขนฺติ หิตสุขาวหา ความอดทนนำสุขมาให้ พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราพึ่งพาตนเอง ให้เราหมั่นศึกษาหาความรู้เสมอ ทรงสอนเสมอว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐได้ด้วยการฝึก ซึ่งการฝึก หรือการฝึกฝน ก็คือ กระบวนการในการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

ดังนั้น การลงทุนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่การลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่มีตัวเรา และสภาพแวดล้อมทั้งหมดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผู้ที่รู้และเข้าใจความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัยเหล่านี้อย่างครบวงจรจึงจะมีพอร์ต การลงทุนที่ไร้ทุกข์ และทำกำไรได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม พึงระลึกไว้เสมอว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน การปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาไม่มีความเสี่ยง ผู้ปฏิบัติเพียงมีศรัทธาในศาสนาของตนเป็นที่ตั้ง

โดย กาญจนา หงษ์ทอง

ขอขอบคุณ http://www.bangkokbiznews.com/fundamental/




เพลงยอดดอยอยู่ไหน
ร้องโดย คุณแม่โสมรัศมี
คำร้อง-ทำนอง-เรียบเรียง หมื่นรู้

จากhttp://www.doohoon.com/songs/song1.htm


ยอดดอยอยู่ไหนนะ เมื่อไรจะถึงนะ
ก็ไม่กล้าซื้อ กลัวจริงๆ จะเจอยอดดอย

ยอดดอยอยู่ไหนนะ ขึ้นมามากแล้วนะ
ตัดใจต้องซื้อตามจริงๆ ด้วยความมั่นใจ

ขึ้นไม่หยุดยั้ง จนเราต้องซื้อ แต่พอเราซื้อ มันก็ลงไป
ไหลลงอย่างนั้น ใครจะตัดไหว ปล่อยใจให้อยู่ยอดดอย

***อยู่ยอดดอย เหงาจัง เมื่อไรจะขึ้นมารับสักที
อยู่ยอดดอยหลายปี ไม่เคยจะมีใครมาหา

ยอดดอยก็สูงละ รูดลงอีกแล้วนะ
ตัดใจจะขายไปจริงๆ ไม่ทนแล้วเรา

ขยับจะขาย อีกใจคอยยั้ง ตัดใจอีกครั้ง ทั้งทั้งอาลัย
ไหลลงอย่างนั้น ใครจะตัดไหว ปล่อยใจให้อยู่ยอดดอย

***อยู่ยอดดอย เหงาจัง เมื่อไรจะขึ้นมารับสักที

อยู่ยอดดอยหลายปี ไม่เคยจะมีใครมาหา

อยู่ยอดดอยนานวัน มันคงจะไม่เสียหายอะไร
แต่ต้องทนแทบตาย เมื่อไรจะได้ลงมาหาพื้นดินที่กว้างใหญ่

ยอดดอยอยู่ไหนนะ ต้องจำให้ซึ้งละ
ว่าจะไม่ซื้อเลยจริงๆ ที่ตรงยอดดอย...




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2551
21 comments
Last Update : 2 มิถุนายน 2551 18:32:23 น.
Counter : 635 Pageviews.

 

"บ้าได้ถ้วย" นำเสนอ สัปปุริสธรรม ๗

สัปปุริสธรรมมี ๗ ประการ ดังนี้

๑) อัตถัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์และความเป็นไปของชีวิต

๒) ธัมมัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สาระและผลอันเกิดจากสาเหตุดังกล่าว

๓) อัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์ตนเองทั้งในด้านความรู้ คุณธรรม และความสามารถ

๔) มัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักหลักของความพอดี การดำเนินชีวิตพอเหมาะพอควร

๕) กาลัญญุตา คือ ความเป็นรู้จักปฏิบัติตนให้ถูกกาลเทศะ

๖) ปริสัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้ปฏิบัติ การปรับตนและแก้ไขตนให้เหมาะกับสภาพของกลุ่มและชุมชน

๗) ปุคคลัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบุคคลที่มีความแตกต่างกัน

ใช้ได้ทุกวงการเลย จ๊ะ

 

โดย: บ้าได้ถ้วย 2 มิถุนายน 2551 19:22:20 น.  

 



แวะหาเพื่อนกี้ยามสนธยาอีกระ


ถ้าเราทำได้เราต้องประสบความสำเร็จแน่เลยนะนิ
เหออออออออออออ
จะทำได้ทุกข้อไหมค่ะนิ


ช่วงนี้สวดมนต์ขาดๆหายๆเลยละค่ะเพื่อนกี้
สมาธิมานหายไปไหนนิ
มีความสุขฝันดีนะค่ะ


 

โดย: catt.&.cattleya.. 2 มิถุนายน 2551 20:12:22 น.  

 

emoemoโชคดีที่ยังอยู่แค่เท้า(ตีน)ดอย

แต่อยู่บนดอยก็ไม่เหงาหรอกค่ะเพื่อนตรึม ขอบอกemo

 

โดย: หมีสีชมพู 2 มิถุนายน 2551 21:16:02 น.  

 

อยากทำให้ได้ทั้งเก้าข้อ
แต่สงสัยอีกนานกว่าจะผ่านได้ทุกข้อ

...สบายดีไหมค่ะพี่
วันนี้ลุ้นบอลไทย ลุ้นเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น

 

โดย: มัยดีนาห์ 2 มิถุนายน 2551 21:55:08 น.  

 

ปริ้นท์เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะสำหรับธรรมะ
กับการลงทุน ปริ้นท์นี่จะเอาให้พ่ออ่านค่ะ
เพราะเค้าชอบลงทุนเหลือเกิน บางทีเค้าเอง
ก็ปวดหัวต้องมาติดตามกับเรื่องการลงทุนของเค้า
อยากซะเหลือเกินว่า .. มีกะตังค์ พ่อจะได้
ไม่ต้องปวดหัวกับการเก็งกำไร

 

โดย: JewNid 2 มิถุนายน 2551 22:10:44 น.  

 

เอามาอวดจ้ะ

 

โดย: ว่าน 2 มิถุนายน 2551 22:45:41 น.  

 

ยังไม่มีตังค์ลงทุน แต่มาอ่านไว้ก่อน เผื่อถูกหวยหละตัวเอง

 

โดย: Summer Flower 2 มิถุนายน 2551 22:46:23 น.  

 

ขอแถมเพลง....หุ้นดีในดวงใจ อีกสักเพลงสิคะ

คุณโสมร้องได้เพราะทั้ง 2 เพลงemo

 

โดย: หมีสีชมพู 3 มิถุนายน 2551 7:56:31 น.  

 


http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I6665372/I6665372-30.jpg>


มาติดสินบนเผื่อจะได้ฟังอีกเพลงemo

 

โดย: หมีสีชมพู 3 มิถุนายน 2551 9:46:50 น.  

 

หน้าแตกรูปไม่ขึ้น ขอแก้ตัวอีกครั้งค่ะ

 

โดย: หมีสีชมพู 3 มิถุนายน 2551 9:49:57 น.  

 

http://www.popcornfor2.com/dramas/coffeeprince_conspicuous.html

http://www.mdtours.com/abroad.php?action=print&id=321

เอาลิ้งค์เจ้าชายกาแฟมาฝากค่ะ อิอิ
พอเห็นแล้ว คิดถึงพี่กุ้งคนเดียวเลย

 

โดย: มือใหม่เล่นหุ้น 3 มิถุนายน 2551 11:04:32 น.  

 

 

โดย: kai (aitai ) 3 มิถุนายน 2551 15:11:00 น.  

 


แวะมาเยี่ยมบ้านค่ะ
บ้านน่ารัก
เพลงน่ารัก

ชอบค่ะ

 

โดย: มุกวาริน 4 มิถุนายน 2551 2:46:25 น.  

 

หวัดดีจ้าคุณกี้

พี่ไม่ได้ทำโค้ดเพลงเกาหลี ญี่ปุ่นแล้วอ่า

เพราะมีน้องคนหนึ่ง เค้าบอกว่า
เพลงพวกนี้ ส่วนใหญ่เป็นของสองค่ายในไทย กลัวไอ อิอิ

 

โดย: Nilz 4 มิถุนายน 2551 9:27:19 น.  

 

โอ๋ๆๆๆๆ หุ้นตกป่าวเพื่อน

สู้ๆๆ นะ ว่าง ๆ เจอกัน
คิดถึง..

 

โดย: wayoflife 4 มิถุนายน 2551 12:56:46 น.  

 

อื่มฮึ
มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างร่วมด้วย
ชอบเพลงนี่จัง

 

โดย: ท้องฟ้าเสียงเพลงทะเล 4 มิถุนายน 2551 16:31:56 น.  

 

emoemo

 

โดย: หมีสีชมพู 5 มิถุนายน 2551 1:37:03 น.  

 

สวัสดีค่ะหนุ่มกี้ ช่วงนี้ป้าแป๋วยุ่งๆ นิดนึงค่ะ
ขอบคุณที่แวะเวียนไปเยี่ยมบ่อยๆนะคะ
ได้พลังใจจากเพื่อนๆ ในบล็อคทำให้รู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยวเลยค่ะ

วันนี้ยิ้มหรือยังคะ

 

โดย: แป๋วภูเก็ต 5 มิถุนายน 2551 11:06:30 น.  

 

เพลงอะไรน่ารักขนาดเนี้ยยยย
น่าเอ็นดูค่า ^o^

ปอลอ ไปเชียร์เค้าด้วยนะตัวเอง

 

โดย: มันจะดีเหรอคะ 5 มิถุนายน 2551 14:50:32 น.  

 

แวะมาอ่านกินใจเหลือเกินกับสิ่งที่ได้อ่านในปล็อคคะมีอดีตที่ลืมไม่ลงแล้วอดีตนั้นก็ดันมามีตัวตนที่ต้องอยู่ใกล้ๆกันด้วย

 

โดย: jed IP: 124.157.181.250 5 มิถุนายน 2551 16:41:23 น.  

 

เจ็บปวด ยังน้อยกว่าความสุขที่ยังมีโอกาส
ได้ดูแลคนที่เรารักครับ

 

โดย: KyBlueSky 30 กันยายน 2551 9:10:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


KyBlueSky
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





"อัตตนา โจทยัตตานัง จงเตือนตนด้วยตนเอง"

จงเตือนตนของตนให้พ้นผิด
ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
ตนเตือนตนเตือนไม่ได้ใครจะเตือน
ตนแชเชือนรีบเตือนตนให้พ้นภัย


คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน
เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้น
กลับมาเป็นปัจจุบัน..ก็เป็นไปไม่ได้...
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว
โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น
เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้
เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย


องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสว่า
"นัตถิ โลเก อนินทิโต" คนที่ไม่ถูกนินทาเลยไม่มีในโลก



" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

อุปสรรคย่อมแพ้ความพยายาม




ลูกรัก
คนฉลาด
เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น
ผู้เขลา
เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง
เดรัจฉาน
เรียนรู้จากธรรมชาติ

ขออย่าให้ลูกของพ่อคนใด
หลงเดินทางผิด
ทั้งเผลอไผล
หรือโดยเจตนาใคร่ลองอยากรู้
เพราะชีวิต
ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
นะลูกนะ

พ่อบู

จำคำที่พ่อบูบอกได้เสมอๆว่า

"ให้ทำดีเพื่อความดี
อย่าทำดีเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเราดี
หรือแค่เพื่อความสุขของจิตใจ
ให้ทำดี เพื่อความดีเท่านัน
ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร
ให้จำไว้แค่ว่า เราได้ทำสิ่งที่ดีไปแล้ว"




emoเรื่องราวของหมื่นตา
เรื่องและภาพโดย --- กะว่าก๋า



จงอย่ากลัวว่าคนอื่นจะมองไม่เห็นความดีของเรา
แต่จงกลัวว่าเราจะไม่มีความดีนั้นอยู่จริงตามที่คนอื่นเห็น
จากบ้านคุณ เสี่ยวเหลียงจือ ครับ



วิริเย ทุกขมัจเจติ
คนจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร

นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มีแล้วในโลกนี้

กมฺมุนา วตฺตตีโลโก...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
อยู่ในธรรมบ้างเถิดสัตว์โลกทั้งหลาย ชีวิตจะมีสุข


รักตัวเอง ก็ต้องไม่ทำให้ตนเองเป็นทุกข์.

-อยากอยู่เป็นสุข ต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น
-อยากเป็นคนงาม ต้องมีความอดทน สงบเสงี่ยม รักษาศีล
-อยากเป็นคนมั่งมี ต้อง ขยันหา รู้จักเก็บ รู้จักใช้สิ่งที่ควร ไม่คบคนพาล
- อยากอยู่เป็นสุขทุกตารางนิ้วของแผ่นดิน
ให้เดิน ยืน นั่ง นอน ด้วยความมีสติสัมปชัญญะ
รู้ตัว รู้กาย รู้ใจ ตลอดเวลา



อย่าจม...อยู่กับอดีต.....โดยพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)
emo

ความทุกข์ความเดือดร้อนแก่ตนทั้งนั้น
คือ คิดด้วยความโง่เขลา ไม่ได้คิดด้วยปัญญา ในเรื่องอะไรต่างๆ
เรื่องบางเรื่องมันผ่านพ้นไปตั้งนาน แล้ว
แต่เราก็เอามาคิด พอคิดแล้วก็เกิดความไม่สบาย
ใจเป็นทุกข์ขึ้นมาก็เพราะเรื่องอย่างนั้น

บางคนถึงกับว่าน้ำตาไหล ถามว่าทำไมจึงน้ำตาไหล
แหมคิดถึงเรื่องเก่าแล้วฉันเศร้าใจเหลือเกิน...
ก็มันเรื่อง อะไรที่ไปคิดให้เศร้าใจ
อยู่ดีๆ ไม่ว่า ไปหาเรื่องให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อน



อตีตํ นานวาคเมยฺย นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺมํ ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสติ
อย่าคิดถึงสิ่งที่ล่วงมาแล้ว อย่าคิดถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง


จากบ้านเพื่อนเวย์ครับ < ==คลิ๊กอ่านโลด
emo


ประกาศ!!


เรียน..มิตรสหายที่รักทุกท่าน



โปรดรักและดูแลตัวเองเป็นอย่างดีและสม่ำเสมอ

ด้วยรัก..หวังดี...ทุกสิ่งดีๆจากใจมอบให้คร้าบ
Oasiis With you จู๊บๆๆ

๗ กันยายน ๒๕๕๐


น้องพลับขอ 2 ^^

ขอทั้งความรักและมิตรภาพครับ ^^

ปล.ขอบคุณมิตรสหายทุกท่าน
ที่ร่วมด้วยช่วยกันสวนสนาม
ทั้งฝากและไม่ฝากรอยรักครับ




  • อย่าพูดว่า...ฉันไม่รักเธออีกแล้ว
    ถ้าหากคุณยังทำใจไม่ได้
  • อย่าถอดใจ...ถ้าคุณยังรู้สึกทนได้
  • อย่าบอกลา...ถ้าคุณยังมองเห็นหนทาง
    ที่สามารถเดินต่อไปด้วยกัน
  • อย่าบอกว่าคิดถึง...ถ้าคุณไม่ได้คิดถึง
  • อย่าบอกว่ารัก...ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกรัก
  • อย่าบอกว่าห่วงใย...ถ้าเพียงเพราะต้องบอกไป
    เพราะความเคยชิน
    และสุดท้าย......
  • อย่าเสียใจ....ถ้าคุณได้ตัดสินใจดีแล้ว

    05/09/2008..
    สัมผัสสุดท้าย..ถือเป็นการสิ้นสุดคำว่าเรา



    ความทรงจำ.............ย้ำความผูกพัน

    ความดึงดัน.........ยันใจห่างเหิน

    ความฐิฑิ............ทำเราหมางเมิน

    ความผิวเผิน........ทำเราไม่เข้าใจ



    ช่างมันเถิด..........อะไรจะเกิดต้องยอมรับ

    มีเกิดดับ.............เป็นเรื่องให้หวั่นไหว

    อโหสิกรรม.........ทำใจให้อภัย

    เรียนรู้ไว้.............พาใจไร้กังวล



    ห่วงใย..............ทำใจให้เกิดทุกข์

    ความสุข............ทำใจให้สับสน

    กิเลสตัณหา.........พาใจให้วกวน

    ทุกข์ทน.............กงกรรมกงเกวียน

    Oasiis with you ๒ ม.ค.๒๕๕๑


    ที่ใดมีรัก..............ที่นั่นมีทุกข์
    นี่คือสัจธรรมที่พระพุทธเจ้า
    ท่านมองไกลและกินขาด

    ผมพยายาม หาข้อโต้แย้ง
    ด้วยคำว่ารักเป็น
    แต่ต้องยอมจำนน
    เพราะก็ยังหนีไม่พ้นทุกข์อยู่ดี

    ยอมรับให้ได้กับความจริง
    ยอมรับให้ได้กับทุกสิ่ง
    ยอมรับให้ได้แม้ต้องถูกทิ้ง
    ยอมรับความจริง............ทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง

    ที่ผ่านมาเป็นอดีต ผมแก้ไขอะไรไม่ได้
    แต่ผมนำอดีต มาแก้ไขปัจจุบันให้ดีขึ้นได้
    และเมื่อปัจจุบันดีแล้ว
    อนาคตผมคงไม่ต้องคิดหรือคาดหวังอะไรอีกต่อไป

    Oasiis With You ๓ ม.ค. ๒๕๕๑








  • Link emo เพนกี้กิ๊กลิง
    URL :http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=oasiiswithyou&month=21-05-2007&group=7&gblog=19
    ดูวิธีทำที่ Oasiis With You ที่ 17
  • Link ศูนย์รับแจ้งเชื้อผด
    URL : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=oasiiswithyou&group=16
  • Link มาบ้านผม
    URL : http://oasiiswithyou.bloggang.com/

    วิธีทำ Link มาบ้านผม
    เข้าไปหลังบ้านที่หัวข้อ จัดการ Link แล้ว ใส่
    oasiiswithyou.bloggang.com/
    ลงในช่อง Url ต่อท้าย http:// ครับ













  • ไม่รู้ก็ไม่เสียใจ..


    มาก็เพราะคิดถึง
    ไม่มา ก็ยังคิดถึง
    ไม่ว่าอยู่ไหนก็ถึง
    เพียงแค่คิด..ก็ถึงทุกที
    Load Counter
  • น้องกิ๊กลิง
    น้องเพนกี้
    น้องลิงกี้
    X
    X
    X
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.