จงยิ้มเถิดน้องสาวเจ้าผมนิ่ม เพราะรอยยิ้มเจ้าเติมแต้มโลกแจ่มใส
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
เกือบจะไร้ความรู้สึก.........

คำเตือน........บล็อกนี้จะยาวมากๆ....... ภ้าทนไม่ไหว อ่านข้ามไปย่อหน้าสุดท้ายได้เลยค่ะ

สงสัยช่วงนี้จะก่อกรรมทำเข็ญมากไปหน่อย หรือไม่ก็ผลกรรมชั่วร้ายที่ทำไว้อย่างต่อเนื่องในอดีตและปัจจุบัน จะมาตกตะกอนรวมกัน ณ ช่วงเวลา low time low mood ของฉันเอง ถามตัวเองบ่อยครั้ง ว่า "นี่คือ จุดต่ำสุดหรือเปล่าหว่า" ไปรำพึงกับเจ๊ติ๊ เจ๊บอกว่า อย่าเอ็ดไป คนบราซิลเขาพูดกันว่า ต่อให้อยู่ชั้น ต่ำเตี้ยที่สุดในบ้าน ก็ยังมีประตูให้เปิดลงไปยังห้องใต้ดิน ขอบคุณเพื่อนมากๆ เรยจ๊ะ ปลอบใจได้ดีเจงๆ


ดวงตก เริ่มตั้งกะอาทิตย์ที่แล้ว บล็อกที่แล้ว ระอาไปกับอารมณอันอ่อนไหว ของเพื่อน (บล็อกก่อน) หลังจากนั้น หนึ่งวัน ฉันก็ได้โทรศัพท์ จากกงสุลอังกฤษ ที่เมือง ดุสเซลดอร์ฟ ว่า ข้อมูล biometric คือ การสแกนหน้า และลายนิ้วมือ ของฉันมีปัญหา ให้ไปทำใหม่ที่ ดุสเซลดอร์ฟ บอกแล้วเจ้าหล่อนก็วางหูโทรศัพท์ง่ายๆ อึ้งมาก เซ็งจิต พอตั้งสติได้ก็ ปล่อยสัตว์เลื้อคลานออกมาเพียบ ฝรั่งด๋อยตกใจ ทำไมกุสุมา อยู่ดีๆ พูด cheers cherrs cheersจะดื่มแชมเปญกะใครรึ หารู้ไม่ มันคือ เชี่ย เชี่ย เชี่ย นั่นเอง รู้สึกเสมอว่าตัวเองเป็นคนปากร้าย แต่หยาบคายโคตะระ อย่างนี้ ไม่มีมาก่อน อัดอั้นมาก เพราะพูดออกมาหยาบ ขนาดนี้ยังไม่สาแก่ใจเลย


ฉันเดินทางไปทำ วีซ่า ที่ ดุสเซลดอร์ฟ เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา การเดินทางโดยรถไฟ ไปกลับเป็นเวลา 12 ชั่ว โมง ทำทุกอย่างโดยเงื่อนไข ของกงสุลอังกฤษไม่มีขาดตกบกพร่อง แล้วมันก็ทำงานชุ่ยๆ โทรมาบอกง่ายๆ ว่า เกิดปัญหาทางเทคนิค ให้ไปทำใหม่ งานฉันจมหัว จมหู เวลาก็ไม่ค่อยจะมี แถมค่ารถไฟที่ไม่ได้จองล่วงหน้าในประเทศนี้ มันแพงพอๆ กับเรือบิน จะบินก็ไม่ได้อีก เพราะกงสุลอังกฤษให้ทิ้ง พาสปอร็ตไว้กะมัน ทำไมมัน เลวอย่างนี้ เวรเอ๋ย


กัดฟันทน อีเมลไปหา หน่วยงาน ว่า การทำงานของพวกคุณแบบนี้ ไม่เหมาะสม และทำให้ฉันต้องเดือดร้อน อย่างน้อยต้องจ่ายค่าเดินทางให้ฉัน มันตอบกลับมา มันไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบ จุดนี้ ให้โทรไปศูนย์บริการ โทรไป มันบอกฉันต้องจ่าย 14 US dollars สำหรับ การสนทนากะพวกมัน ในปัญหาที่ฉันไม่ได้ก่อ ไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้มีอีกไหม เซ็งโคตร ทำยังกะตัวเป็นเทวดา พารานอยด์ ตรวจเช็คสารพัด แล้วก็ทำงานกับข้อมูลที่มันเกี่ยวกับความมั่นคงของตัวเองได้ชุ่ย ขนาดนี้เนี่ยนะ เยิน

สรุป จะไปสัมนา ก็ต้องมีวีซ่า เลยต้องไปจัดการ อย่างไร้ทางเลือก

วันพุธ ไปว่ายน้ำกับน้องๆ ที่บอกว่าไปสายน่ะ ด้วยเหตุผลที่อุบาทว์มาก เพราะนั่งรถผิด มันไปจอดที่หมู่บ้าน หัวไร่ปลายนา อยู่เป็นนาน แล้ววกกลับมาอีกทางไม่ผ่านสระว่ายน้ำ ต้องกลับมาขึ้นที่ป้ายเดิม อักเสบซะไม่มี

วันพฤหัสบดี คิดว่า ก่อนเดินทาง เราน่าจะไปเช็คเงินใน แบงค์ซะหน่อย มีอยู่เท่าไหร่ เพราะจะซื้อตั๋ว ต้องทิ้งเงินไว้ให้เพียงพอเวลามันตัดยอดเงิน เพิ่งจะเสียบบัตรเข้าไปขอ พิมพ์ สลิปยอดเงินเท่านั้น ปรากฎว่า กระดาษหมด ปรินท์ไม่ได้ พอขอยกเลิกรายการ เครื่องมันก็สูบบัตรของฉันไปทันที ......... งงมากๆๆๆๆๆๆๆ ...... วิ่งโร่ ไปวีนแตกที่แบงค์ในบัดดล เจ้าหน้าที่ถามว่า คุณใส่รหัสผิดหรือเปล่าคะ ในระบบมันอธิบายว่า ต้องเก็บบัตรคุณคืน เพื่อความปลอดภัย ฮ้า..... จะบ้าหรือเปล่าคะ ฉันยังไม่ได้ใส่รหัสอะไรเลย บ้าที่สุด ระบบรักษาความปลอดภัย ด๋อยอะไรเนี่ย....สรุป เอาบัตรคืนไม่ได้ ต้องสั่งบัตรใหม่ พร้อมรหัส กว่าจะได้อีก 4-5 วัน อยากจะบ้า........


จากนั้น .......ฉันก็เริ่มเซ็งมากๆ....... แต่งานยังกองท่วมหัวก็ยังคงต้องทำต่อไป แล้วหวังว่าจะเดินทางไปจัดการเรื่องวีซ่าอังกฤษวันจันทร์ ดังนั้นดำเนินชีวิตแบบปกติไปก่อน


วันศุกร์ ไปเรียนไวโอลิน ก็เกือบจะกินหัว เก-ออร์ก เพราคุณเธอดุเกิน เล่นจนมือหงิกแล้วยังเคี่ยวให้เล่นต่อไม่เลิกรา แต่ก็โอเค เพราะหลังจากนั้นก็ไปดื่มกันหลายๆ คน สนุกดี (ถึงจะเซ็งโคตรๆ แต่ก็ยังมีแก่ใจกินเหล้าเสมอ)


วันเสาร์ แฮงค์โอเวอร์ อย่างแรง นอนตายอยู่บนหลังคาที่ทำงาน (มี เทอเรส ที่นั่งเล่น บนชั้นหลังคาค่ะ มีสวนเล็กๆ และเก้าอี้นั้งรับแดด) ฟาบิโอ เดินมาเห็น เข้าเลยมาแซะๆ ฉันขึ้นมาจากเก้าอี้ แล้วมานั่งคุยกัน เพื่อนอิตาลีผู้แสนดี ก็ offer กาแฟดำ เอสเปรสโซ่ โดยหวังว่า กุสุมาจะสร่างเมา (จริงๆ ไม่เมาแล้วล่ะ แต่มันล้ามากกว่า หนืดมากๆ ไม่อยากทำงาน)


แยกย้ายกันไปเสวยกรรม (ทำงาน) ฉันนั่งทำ data ไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็ได้รับอี-เมลประหลาด จากเจ๊ติ๊ ฉันตกกะใจมาก รับวิ่งเข้าไปหาแกในออฟฟิศ (ห้องติดกันแจ่ส่งอีเมลค่ะ ท่าน) ไปเจอแกร้องไห้ เหมือนใจจะขาด พอเห็นหน้าฉันก็โผเข้ามากอด แล้วก็ร้องไห้ อย่างหนัก ฉันตกใจมาก เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แกดูดีขึ้นมาก ร่าเริง และเหมือนจะทำใจได้ ......... แต่อาการอกหักและถูกทิ้งมันก็เป็นอย่างนี้แหละ ........ วงจรมันขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย วันดีคืนดี ก็หวนกลับมาทำให้เราเศร้า และติสต์แตกได้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย........ ตราบใดที่เรายังปล่อยวางมันไม่ได้ .......มันก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย เพียงแต่ว่า มันอาจจะเว้นช่วงห่างหน่อย และ อาการไม่รุนแรงเท่าตอนแรกๆ อย่างเดียวที่ทำได้ก็คือ........ ต้องตามอารมณ์และสภาวะจิตใจของตังเองให้ ทัน ........... มันห้ามไม่ได้หรอก เพราะเวลามันจะติสต์........ มันจี๊ดเข้ามาเลย แต่เราต้องรู้ว่า

"เอ๊ะ นี่เรากำลังเศร้านะ"
"นี่เรากำลังคร่ำครวญให้กับเรื่องที่ผ่านมานะ"
"นี่เรากำลังขุดเรื่องเก่าๆ เอามาทรมานใจตัวเองนะ"
"นี่เรากำลังพาลโทษคนอื่นไม่เลิกรานะ"
"นี่เรากำลังบ้าอีกแล้วนะ"

พอหัดมองดูอารมณ์ตนเองแล้ว ......... ที่คร่ำครวญ ทับถมจมตัวเองอยู่มันก็จะค่อยๆ คลายลงไปเอง ...... สักพักก็จะดีขึ้น.....



ฉันคุยกับเจ๊ตินานพอสมควร จนแกเริ่ม สงบสติอารมณ์ได้ ก็เลิกทำงานแล้วกลับบ้าน ฉันเองก็ไปเดินช็อปกะน้องมน น้องขวัญ (ฉันไม่รู้ว่าฉันใช้การช็อปปิ้ง เป็นการบำบัดความเครียด หรือ ว่า จริงๆ แล้วฉันกำลังเสพย์ติดการช็อปปิ้งกันแน่ ) แต่ว่าได้ต่างหูมาคู่หนึ่ง แล้วฉันก็กลับบ้าน เตรียมตัวไปปาร์ตี้วันเกิดมารีอาน่า ไลล่า และคาริน่า สาวๆ ชาวละตินา


กลับบ้านไปเปลี่ยนชุด ใส่ต่างหูคู่ใหม่ แล้วไปรับไมค์ที่บ้าน (เดินไป) ทีแรกฉันถามเธอว่าให้ไปรับไหม .......เธอไม่ตอบ..... บอกว่า ขอแต่บ้านเลขที่งานแล้วกัน ตกเย็นเธอก็เปลี่ยนใจ ........เป็น.....จะไปด้วยกันแล้วให้ฉันไปรับที่บ้านหน่อย ก็ โอเคอ่ะ จัดให้...... ตอนนี้ไม่เซ็งไมค์ ซึ่ง ถือว่า ดีมากๆ ....เพราะถ้าฉันหงุดหงิดเรื่องไมค์ .... ฉันจะไม่มีความสุขอย่างยิ่ง..... งานพาลจะไม่เดินด้วย เพราะกรณีนี้.......ฉันจะแยกเรื่องส่วนตัว ออกจากงานได้ลำบาก.....


ปาร์ตี้นี้ มีคนพูดสเปนเยอะแยะ ฉันไปเกาะกลุ่ม เมาท์แตก กับสองหนุ่มจากสเปนและสาวอินโดนีเซีย (พูดอังกฤษ) เหลือบไปเห็นอีไมค์มันทำท่า เอ็นดูเด็ก หยอกเอิน พยักเพยิดกะแม่เขา สักพักก็แถมาคุยกะกลุ่มที่ฉันคุยอยู่ มาถึงปุ๊บมันก็พ่นภาษาสเปนไฟแลบ โหย ไม่เกรงใจ beginner อย่างฉันเลย
แต่ท่าทางมันมีความสุขมาก เวลาอยู่ในสังคมคนพูดภาษาสเปน ก็แน่ล่ะ มันไม่เคยอยากเป็นอเมริกันเลย และมันก็ไม่เคยปิดบังใคร ว่ามันเกลียดประเทศตัวเอง


สักพักฟรานซิสโก ก็มาคุยด้วย ฉันอยู่ปาร์ตี้ไม่นาน ก็ต้องกลับ เพราะวันอาทิตย์ต้องทำงาน (ตามเคย) แล้วก็เหนื่อยมาจากการ แฮงโอเวอร์ ไมค์ก็จะกลับด้วยเพราะพรุ่งนี้เธอจะไปปีนเขา ตกลงกันแล้วว่า เดี๋ยวกลับพร้อมกัน ก็เดินแยกย้ายไปลา เพื่อนๆ .......... อีตา ฟรานซิสโก ก็เกิดอาการประหลาด .......เริ่มบ่นว่า ทำไมกลับไว อยู่เต้นรำด้วยกันก่อนสิ อีก สามสิบนาที เพลงเดียวก็ได้ ทำไมเอาแต่ทำงานๆๆ (เอ้า นี่หล่อน...... ก็ค่าจ้างตรูก็มาจากการเป็น Ph.D. ไถนาในแลป ...... ถ้าไม่ทำงาน...... แล้วจะให้ทำตรูอะไร วะ ทำงกๆ สัปดาห์ละ เจ็ดวัน ยังจะจบมิจบแหล่ โว้ย) ปากไม่พูดเปล่าๆ ยังมาฉุดกระชากลากถู ขวางทาง กันทางอีก หนอย......วอนแล้วไง เอ็ง.....คุยกะคนธรรมดาไม่ชอบ ......ชอบปลุกเจ้าแม่กาลี...... อะไรกันนักกันหนา พูดกันคำ สองคำ ไม่รู้เรื่องหรือไง เกือบจะตวาดตะแกไปแล้ว แต่โชคดีรักษาสมบัติสุภาพชนเอาไว้ทัน เลยทำหน้าเคร่ง แล้ว No แบบซีเรียสสุดๆ...... เฮ้อ.....


กลับมาบ้าน เสือกทำต่างหูคู่ใหม่ ตกท่ออีก เจริญจริงๆ เลยกู........มีเรื่องบ้าๆ บอๆ ชวนหงุดหงิดเรื่อย สมองฉันคงจะค่อยๆ ตายไปทีละน้อย เฮ้อ น่าเบื่อ

วันจันทร์ ไปทำวีซ่าที่ ดุสเซลดอร์ฟ เดินทาง ๖ ชั่วโมง ตื่นตั้งกะตี ๔ ไปถึงปรากฎว่า กงสุลปิด เพราะเป็นวันหยุดธนาคาร ทำไมกูโง่ อย่างนี้วะ ฉัน มึน ทึบ ตื้อ และไม่รู้จะรู้สึกยังไงดี เหมือนคนไร้ความรู้สึกไปแล้วล่ะ โทรไปบอกพี่รุนี แกบอก อย่าเพิ่งบ้า น้องอย่าเพิ่งบ้า แกไปเปลี่ยนตั๋วรถไฟก่อน เดี๋ยวเราไปกินไก่กัน ในที่สุดฉันก็ต้องค้างกะพี่รุนี ที่บอนน์ แล้วมากงสุลใหม่วันอังคาร โชคดีที่มีรุนี ไม่งั้นฉันคงบ้ารับประทาน ไปมากกว่าที่เป็นอยู่



ฉันแวะช็อปปิ้ง ที่โคโลญน์ กะพี่รุนี ช่างเป็นสิ่งที่บรรเจิดเลิศลอยมากๆ ในช่วงเวลาบัดซบนี้ เพราะฉันเดินเข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ ลองชุดราตรีไปหลายชุด เป็นสิ่งที่ขาดหายไปนาน เพราะหมกมุ่นอยูในแลปตลอดเวลา ไม่ได้เดินสำราญช้อปแบบ no limit แบบนี้มานานแล้ว อีกอย่าง เมืองที่ฉันอยู่ก็ไม่ค่อยมีร้าน ข้าวของที่มีขายก็นะ ..... mis- fashion concept มากๆ


เอาล่ะ เป็นอันว่า ฉัน ไปจัดการเรื่องที่จำเป็นจะต้องจัดการแล้ว และกลับมาเยนา เพื่อจะสะสางปัญหาอื่นๆ ที่มันพ่วงกันไปมา อักหนึ่งกระบุงใหญ่.....ขณะนี้กำลัง..... เตรียมการไปสัมนากลุ่มวันศุกร์ - เสาร์นี้ ทำ poster อีก 2 ใบ สำหรับสัมนา และการประเมินของ Max Planck International School (ก็อีคอร์สที่เรียนอยู่นี่แหละ)


หากคุณไม่สามารถ ทนอ่านไอ้เรื่องที่ผ่านมา เพราะมันยาวมากๆ ก็ลัดมาอ่านตรงนี้เลย ค่ะ

- ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันมีเรื่องยุ่งๆ และปัญหาให้ต้องแก้ไขเยอะ

- ฉันดีใจอยู่หน่อยที่ ฉันยังพอมองหาทางออก และทางแก้ไขได้เป็นเปลาะๆ ก็ต้องถือว่า โชคดี

- อาจจะมีบางเรื่องที่มันแก้ไม่ได้ หรือทำไปแล้วอาจจะไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เป็นไร ปล่อยมันไป เสียหายบ้างดีกว่าเสียหมด เสียหมดกองนี้ ดีกว่าเสียกองอื่นๆ ตามมา ฉันไม่คร่ำครวญเท่าไหร่

- ฉันอาจจะอารมณ์เสียบ่อยๆ แต่ก็ยังดีที่ควบคุมวาจา และการแสดงออกได้บ้าง และพยายามอดทนได้หน่อยนึง

- ฉันเสียเวลาไปวันหนึ่ง ตอนไปทำวีซ่า แต่ฉันก็ได้พักผ่อน เดินเล่น ช้อปปิ้ง (สำคัญมาก แม้จะไม่ได้ซื้ออะไรมากมาย) อ่านนิยายจบหนึ่งเรื่องครึ่ง เมาท์แตกกะพี่รุนี

-ฉันกลับมาเยนาเจอปัญหาอีก แต่ฉันก็ปรึกษาคนอื่นๆ และหาทางออกเฉพาะหน้าตอนนี้ได้แล้ว

- สัปดาห์หน้า ก็จะมีเรื่องเข้ามาแบบด่วนๆ ให้ตัดสินใจแน่นอน แต่ฉันทีแผน B C D เอาไว้แล้ว ถ้ามันแย่จริงๆ ก็ต้องปล่อยมันเป็นไป

จบแล้วบล็อกนี้ สรุปอีกทีว่า "จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ก็ต้องมีสติรอบคอบ"
คราวนี้มันยังไม่รอบคอบ เท่าไหร่ คราวหน้า ต้องรอบคอบกว่านี้



Create Date : 30 สิงหาคม 2550
Last Update : 30 สิงหาคม 2550 13:58:09 น. 6 comments
Counter : 335 Pageviews.

 
อย่าลืมแผ่ส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรบ้างนะครับ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:14:09:59 น.  

 

สรุปจบได้ดี


โดย: p_tham วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:15:24:56 น.  

 

คนจริงจะยิ่งใหญ่ได้ ต้องเจออย่างทั้งหมดที่เล่า ...โห น่ามากๆ น่าเอาเหตุการณ์มาเขียนเป็นสคริปหนัง

ให้คุณปอเป็นนางเอก

ตุ้มหูหายไป แล้วได้ซื้อชดเชยที่โคโลญจน์รึปล่าวครับ? บางอย่างที่หาย ท่านเล่าว่า จะได้ลาภที่ใหญ่กว่าในไม่ช้า

วันนี้ ใจตรงกันครับ ผมก็อัพเรื่องใหม่ ..แนวไม่เครียด


โดย: yyswim วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:22:49:55 น.  

 
น้องอ่านจนจบค่ะพี่ปอ พี่ปอเขียนสนุกออก ถึงจะยาวบ้าง แต่กระต่ายเข้าใจว่าพี่ปอกำลังสติแตก อยากระบาย


นานๆมาอ่านบลอคพี่ปอที เพระาพี่ปอไม่ค่อยจะว่างอัพ หนูออกจะชอบอ่าน


พี่ปอเครียดมากไปแล้วนะคะเนี่ย แต่ก็เข้าใจว่า มันก็เลี่ยงไม่ได้ เรื่องงาน และปัญหาสารพัด


ยังไงก็สู้ๆนะคะ เอาใจช่วยจ้า


โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:16:37:37 น.  

 
สวัสดีค่ะ กะจะแวะมาขอบคุณที่คุณแวะไปเยี่ยม เจอเรื่องวีซ่าพอดี

ตัวเองอยู่เบอร์ลินค่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปทำที่ดุสเซลดอร์ฟแล้ว เพราะมีเอเจนซี่ที่รับทำใน 3 เมืองคือเบอร์ลิน ฮัมบวร์ก และดุสเซลดอร์ฟ ขอบอกว่าเคืองมาก ๆ ตรงที่ในเวบบอกว่าวันเดียวได้ พอไปถึงมันไม่ได้ แล้วก็พูดไม่ดีมาก ๆ แต่บริษัท world's bridge ที่เป็นเอเยนซี่ พูดดีมาก แล้วอีกประมาณไม่ถึง 10 วันวีซ่าก็ส่งมาค่ะ ยังไงก็ยังนับว่าโชคดีมาก ๆ (คิดว่าที่มีปัญหาเพราะว่าระบบมันยังใหม่มั้งคะ มันคงจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง ยังไงอย่าเครียดมากนะคะ เอาใจช่วยค่ะ)


โดย: MoneyPenny วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:17:01:30 น.  

 
ผมว่าบางทีผมก็คิดเรื่องไกลตัวมากเกินไปเหมือนกันนะครับ เรื่องของตัวเองอย่างเรื่องเรียนให้จบนี่ ยังเอาตัวไม่รอดเลย ดันชอบไปคิดเรื่องการเมือง เรื่องสังคม ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี


อากาศทั่วโลกตอนนี้วิกฤติอย่างทั่วถึงเลยจริงๆ

คุณปอก็รักษาสุขภาพเช่นกันครับ

ว่าแล้วก็กลับไปกลุ้มใจกับเรื่องเรียนต่อ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:10:44:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

O_Sole_mio
Location :
TH Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add O_Sole_mio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.