...Welcome to my blog Nuwarn...
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2553
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
20 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 

บทที่ 1



“โอ๊ย! วันนี้มันเป็นวันอะไรกันเนี่ย ทำไมมันถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อน ซวยซ่อนเงื่อนอะไรอย่างนี้เนี่ย”
“ซวยจริงๆ เล้ย”

ปัณดา บัณฑิตเพิ่งจบ (เอ่อ จริงๆแล้ว ก็ไม่ได้เพิ่งจบหรอก จบมาได้สักพักแล้วล่ะ) แล้วก็ตกงาน ทุกอย่างเป็นไปตามสเต็ป แต่ก็ไม่ใช่ว่าเจ้าหล่อนจะยังไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรอกนะ

..หุหุ.. พูดแล้วจะหาว่าคุย เธอนะได้ผ่านการทำงานมาแล้วทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ ยักษ์เล็ก มาไม่ต่ำกว่า 3-4 แห่ง แรกเริ่มเธอก็ทำงานกับบริษัทที่ไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็ถือว่ามั่นคงใช้ได้ทีเดียว จากนั้นก็มาทำงานกับบริษัทที่ใหญ่โตระดับประเทศ แล้วก็บริษัทเล็กๆ อีก สองแห่ง ที่บอกมาเนี่ย ใช่ว่าหล่อนจะมีประสบการณ์การทำงานนานนับปีหรอกนะ ไอ้ที่ทำมา สาม สี่ บริษัทเนี่ย เป็นประสบการณ์เพียง 8 เดือน เท่านั้น

ช่าย..8 เดือน.. คุณๆทั้งหลายฟังไม่ผิดหรอก 8 เดือนจริงๆ นางสาวปัณดา ธารารัตน์ ทำงานกับบริษัทที่ว่ามาทั้งหมดด้วยระยะเวลาเพียงแปดเดือน แล้วตอนนี้เธอก็กำลังจะหางานทำใหม่อีกครั้ง หลังจากลาออกจากที่ทำงานที่สุดท้าย แล้วก็ตกงานนับไปนับมาก็ได้เกือบสองเดือนแล้ว แต่รู้สึกว่าวันนี้โชคจะไม่เข้าข้างเจ้าหล่อนสักเท่าไหร่ อันที่จริง โชคก็ไม่เข้าข้างหญิงสาวมาเกือบสองเดือนแล้วล่ะ แต่วันนี้รู้สึกว่าจะหนักหนากว่าทุกวัน เพราะตั้งแต่เช้าที่ก้าวเท้าซ้ายแล้วก็ตามด้วยเท้าขวาออกมาจากบ้าน เจ้าตัวก็เจอแต่เรื่องตลอด ตั้งกะโดน ‘ไอ้ขี้เหร่ ’ หมาที่หน้าปากซอยไล่งับ พูดก็พูดเถอะ ไอ้เจ้านี่มันไม่สำนึกบุญคุณ ขนมที่เคยเอามาให้กินเล้ย วิ่งหนีไอ้เจ้าหมาเนรคุณมาได้เหนื่อยยังไม่ทันจะหายก็ต้องมาวิ่งตามขึ้นรถเมล์อีก แถมพอตอนจะลงก็ดั๊นมาลงผิดป้าย ทำให้เธอมาถึงเวลานัดสัมภาษณ์สายไปสิบห้านาที แต่อะไรคงไม่เลวร้ายเท่ากับการที่ ลืมเอกสารสำคัญที่จะใช้สมัครงานนี่น่ะซี้


....ฉันน่ารักล่ะซี้ จึงโทรเข้ามา คิดถึงฉันใช่มะ จึงโทรหากัน....


“อะไรอีกเนี่ย รู้แล้วน่า ดังอยู่ได้” อารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักทำให้ปัณดาหงุดหงิดกับเรื่องต่างๆ ได้ง่ายๆไม่เว้นแม้แต่เสียงโทรศัพท์ นี่ถ้าเป็นตอนที่อารมณ์ปกติ เจ้าตัวคงยิ้มรับเสียงเรียกเข้าที่ไม่ค่อยจะหลงตัวเองซักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เสียงเพลงน่ารักน่ารักที่ดังอยู่คงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ปัณดามองชื่อของคนที่โทรเข้ามาได้ถูกจังหวะ ก่อนจะกรอกเสียงลงไป อย่างที่ไม่เบานัก และมันก็บอกถึงอารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดี

“มีไร... พี่ปัฐ” เสียงที่รับสาย กวนให้อารมณ์ปกติ ของคนโทรแทบจะหงุดหงิดตาม
“โห นิไอ้ปูน ฉันเป็นพี่แกนะโว้ย... พูดให้มันดีๆหน่อย หงุดหงิดคนอื่น แต่ไม่ใช่มาลงเอากับฉัน ฉันไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของแกนะ”
“ก็ปูนรู้ไงว่าเป็นพี่ปัฐ ถึงได้พูดอย่างเนี่ย…พี่ปัฐมีอะไรล่ะ” คนเป็นน้องถึงจะโดนเทศน์ยังไงก็ไม่วาย ที่อยากจะกวนประสาท หากแต่ประโยคสุดท้ายก็เริ่มที่จะพูดดีขึ้น

“เออ ไอ้น้องบังเกิดเกล้า” ปัฐวีตัดรำคาญก่อนจะพูดธุระกับคนที่เกือบจะทำให้เขาต้องอารมณ์เสีย “ฉันนะไม่กล้าที่จะมีปัญหาอะไรกับแกหรอก ฉันก็แค่จะโทรมาถามด้วยความเป็นห่วง ในฐานะที่ฉันเป็นพี่ของแก ว่าวันนี้สัมภาษณ์งานเป็นไงบ้าง”
“โห บอกมาซะยืดยาว ที่จริงก็แค่อยากรู้ว่าปูนได้งานทำรึยัง ก็จบแล้ว ไม่เห็นพี่ปัฐ จะต้องมานั่งอรัมพบทให้มากความ ปูน..ขี้..เกียจ..ฟัง” เจ้าตัวเน้นย้ำชัดถึงประโยคสุดท้ายให้รู้ว่าตอนนี้ตัวเธอไม่พร้อมที่จะรับฟังอะไรจริงๆ

“เหมือนเดิมอีกล่ะสิ” คนเป็นน้องยืนกรอกตา ทำหน้าเซ็งที่จะต้องฟังผู้เป็นพี่บ่นอีกยาว
“ฉันก็บอกแกแล้วใช่ไหมว่าให้ไปทำงานกับฉันก่อน ก็ไม่เชื่อ แล้วนี่แกไปสมัคร ไปสัมภาษณ์มากี่ที่แล้ว แล้วเป็นไงก็เหมือนเดิม ตะลอนๆ ออกจากบ้านไปเกือบทุกวันเนี่ยแล้วได้อะไรไหม ฉันก็บอกว่าให้อยู่บ้านเฉยๆไปก่อนถ้าแกยังไม่อยาก ยังไม่พร้อมที่จะทำงาน แต่ถ้าแกเกิดเบื่อไม่อยากที่จะอยู่บ้านเฉยๆ ก็ให้ไปทำงานกับฉัน แกก็ไม่เอา แล้วถ้ามันเป็นอย่างนี้แกจะลาออกจากที่เก่าทำไม ฮะ ไอ้ปูน แล้วปีนี้แกเปลี่ยนงะ...” ประโยคยาวเหยียดเป็นรถไฟทำให้ปัณดาหงุดหงิดจนต้องชิงพูดตัดบท ก่อนที่พี่ชายของเธอจะขาดอากาศหายใจตาย ค่าที่พูดอะไรยืดยาวน่าเบื่อน่ารำคาญโดยแทบไม่หยุดหายใจเลย

“มีไร ไว้พูดกันที่บ้านแล้วกันนะพี่ปัฐ ตอนนี้ปูนยังไม่พร้อมจะฟังพี่ปัฐบ่น” หล่อนชิงกดตัดสัญญาณ และปิดเครื่อง ก่อนที่ปัฐวีจะทันได้พูดอะไรออกมาอีก
“เฮ้อ วันนี้ถ้าจะไม่ใช่วันของเราแฮะ” เสียงทอดถอนใจแรงๆ ทำให้รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวคงรู้สึกแย่ และจิดตกอย่างแรง ใจก็กลับคิดไปว่า วันนี้คงยังไม่ใช่วันเธอ แต่ว่าแล้ววันไหนล่ะ ที่มันจะเป็นวันของเธอจริงๆ


................................................................................


ปัฐวี ธารารัตน์ ความจริงแล้วเมื่อก่อนชายหนุ่มก็ไม่ได้เป็นคนขี้บ่นขนาดนี้ แต่ตั้งแต่ที่พ่อกับแม่ของทั้งสองส่งใบลา ขอพักผ่อนยาวตลอดชีวิต หนีไปท่องเที่ยวที่แดนสุขาวดี ปัฐวี ผู้เป็นพี่ก็ต้องเป็นคนคอยดูแลน้องสาว ซึ่งตอนนั้น ปัณดาเองก็เพิ่งจะขึ้น ม.ปลาย ส่วนตัวเขาเองก็เพิ่งจะเข้าเรียนมหาลัยเป็นปีแรก แต่ถึงพ่อกับแม่พอจะมีเงินเก็บไว้ให้พวกเขาใช้ได้ไม่ขัดสน แต่ก็ใช่ว่าจะฟุ่มเฟือยได้ ทั้งค่าเทอม ของตัวเองกับน้องสาว รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ นานวันเข้าเงินที่มีมันก็เริ่มหดหาย ดังนั้น พอปิดเทอม เขาก็ต้องเริ่มทำงานหาเงิน เพื่อเอามาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน รวมทั้งค่าเทอมของทั้งคู่ด้วย ครั้นจะพึ่งญาติพี่น้องของพ่อกับแม่พวกเขาก็ไม่มีใครที่ไหน เห็นจะมีก็แต่ป้าวิ วิวันดาพี่สาวของพ่อ แต่ก็อยู่ไกลกันเหลือเกิน นานๆ ครั้ง ที่ป้าวิจะกลับจากเมืองนอก มาอยู่กับพวกเขา เดือนบ้าง สองเดือนบ้าง แล้วก็ต้องกลับไปดูแลกิจการร้านอาหารทางนั้นต่อ ดังนั้นส่วนใหญ่ เขาจึงต้องเป็นคนดูแลน้องทุกๆ อย่าง ก็เลยติดนิสัยจู้จี้ขี้บ่น

ครั้งหนึ่ง ปัณดา อยากจะช่วยเขาแบ่งเบาภาระบ้าง แอบไปทำงาน Part time แต่ก็ถูกเขาจับได้ เขาต้องบังคับให้หล่อนลาออกหลังจากเจ้าตัวไปทำได้เพียงแค่สองอาทิตย์เท่านั้น ปัฐวีบ่นซะยกใหญ่แต่ก็บอกน้องสาวไปว่า ถ้าอยากจะช่วยจริงๆ ก็ให้หล่อนช่วยดูแลทำงานบ้าน กับตั้งใจเรียนหนังสือ แค่นี้ก็พอแล้ว ตอนนั้นเขายังจำได้ว่า ปัณดาออกอาการฮึดฮัดไม่ยอมทำตามที่บอก ทั้งยังแอบหนีไปทำจนครบเดือนนั้นล่ะ ถึงได้ยอมลาออกตามอย่างที่สั่ง เขาทำงานมาเขารู้ว่ามันเหนื่อย ก็เลยไม่อยากให้น้องต้องเหนื่อยต้องลำบากเหมือนกัน ลำพังตัวเขาเองเป็นผู้ชาย แล้วก็เป็นพี่ชายมันเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำอยู่แล้ว แล้วเขาก็เต็มใจที่จะทำด้วย ตอนนี้ปัณดา ก็เลยติดนิสัยที่จะไม่ค่อยอดทนอะไรสักเท่าไหร่ ด้วยที่มีอะไรพี่ชายก็คอยช่วย คอยทำให้ตลอด อาจจะเป็นด้วยสาเหตุนี้ จึงทำให้หล่อนชอบเปลี่ยนที่ทำงานบ่อยๆ ตัวเขาเองก็กลุ้มใจพยายามที่จะดัดนิสัย แต่ก็แก้ได้เพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น ก็อย่างที่โบราณเขาว่า ‘ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก’ สงสัยคงต้องหาผู้ช่วยมาดัดนิสัยให้เจ้าปูนซะล่ะมั่ง แต่จะว่าไป คนที่เคยช่วยเขาได้ ไอ้เจ้าน้องสาวตัวดีก็ก่อวีรกรรมเอาไว้ซะแสบ จนตัวช่วยของเขาต้องหายหน้าหนีไปซะ สองปี ข่าวคราวที่เคยมีก็เลยเงียบหายไปด้วย ไม่รู้ป่านนี้มันจะเป็นยังไงบ้าง

................................................................


หลังจากเตร็ดเตร่ เดินเที่ยวไปเรื่อยเปื่อย ปัณดาก็คิดว่าสมควรที่จะกลับไปยอมรับชะตากรรมที่บ้านซะที หล่อนเดินทางกลับมาบ้านด้วยจิตใจที่หดหู่ นี่ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปฟังพี่ปัฐบ่นอะไรให้ฟังอีก ไม่ต้องนั่งคิดให้เปลืองเนื้อที่สมองนานนัก รถก็แล่นมาถึงจุดหมายปลายทางซะก่อน บ้านของหล่อนเดินเข้าไปไม่ไกลนัก แต่การที่จะเดินฝ่าดงพวกเจ้าถิ่นทั้งหลาย ที่นอนกันเกลื่อนถนนนี่ก็นับว่าระยะทางไกลโขอยู่ แค่เดินเฉยๆ มันคงจะไม่ทำอะไรมั่ง แต่ไม่ใช่เพราะเดินเฉยๆ ออกมาเหมือนเมื่อตอนเช้าเหรอ ที่ทำให้หล่อนต้องหอบแฮกกับการวิ่ง สี่คูณร้อย นับว่าโชคยังเข้าข้างหล่อนอยู่บ้าง เพราะเจ้าถิ่นทั้งหลายแค่พงกหัวขึ้นมาดู แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก

ปัณดา เดินมาถึงบ้านไม้สองชั้นหลังไม่ใหญ่นัก แต่ก็นับว่าใหญ่ทีเดียว เมื่อเธออยู่กับพี่ชายเพียงแค่สองคน มีรถจอดอยู่ พี่ชายของเธอคงจะกลับมาแล้ว ปัณดาสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจ ก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าบ้านไปโดยไม่แปลกใจเลยสักนิด ที่จะเห็นใครบางคนนั่งรออยู่ที่โต๊ะรับแขก และเพียงเท่านั้นปัฐวีก็เปิดฉากเลย ก่อนจะหันมามองหน้าเธอซะอีก

“กลับมาแล้วเหรอ เถลไถลที่ไหนมาล่ะ กลับเอาซะป่านเนี่ย ฉันกลับมานั่งรอ นอนรอแกอยู่ที่บ้านนานแล้วนะเนี่ย”
“ก็เห็นอยู่ ไม่ได้ไปไถลเถลือกที่ไหนซะหน่อย” ปัณดาตอบคำถาม แถมด้วยวาจากวนประสาทหน่อยๆ นิสัยของหล่อนก็เป็นอย่างเนี่ย ชอบกวนประสาทชาวบ้าน
“อ่ะ ไอ้นี่ กวน ไปไป๊ ล้างหน้าล้างตาแล้วมากินข้าวก่อน ค่อยคุยกัน” ปัฐวีเห็นท่าทางหงอยๆ ของน้องแล้วเขาก็ปั้นหน้าขรึม หรือต่อว่าไม่ลง ให้เจ้าปูนมันนั่งกินข้าว มีเวลาทำใจก่อนแล้วค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย

หลังอาหารมื้อเย็นที่แสนเอร็ดอร่อยสำหรับปัฐวีจบลง เขาก็เริ่มต้นคุยธุระ อย่างที่บอกกับปัณดา

“เป็นไงบ้างล่ะวันเนี่ย ไปมากี่ที่ละ”
“สอง” ดูมันพูดเข้า ท่าทาง น้ำเสียงเนี่ย ซึมผิดวิสัย ปัฐวีคิด ก่อนจะเอ่ยต่อ
“แล้วเขาบอกแล้วรึไง ว่าเขาไม่สนใจแกน่ะ”
“ดูก็รู้แล้วพี่ปัฐ ว่าเขาไม่เอาปูนเข้าทำงานแหง่ ๆ”
“แล้วแก ก็เลยมานั่งซึมอยู่เนี่ย”
“......” ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก... เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่มีทีท่าว่าจะตอบอะไร เขาก็พูดต่อไปด้วยเสียงออกอารมณ์นิดๆ
“แกก็นะไอ้ปูนจะยึดอุดมการณ์ อุดมคติ ทิฐิอะไรบ้าๆของแกทำไมฮะ มันกินแทนข้าวได้รึ... ก็เปล่า ฉันก็บอกอยู่ว่าให้ไปทำงานกับฉันก่อน ก็ไม่เอา อยากจะหางานเอง แล้วไอ้ที่แกหาเองนะเป็นไง เปลี่ยนมันมากี่ที่แล้ว”
“ก็ปูน อยากหางานเองนิ ไม่ใช่คอยแต่ให้พี่ปัฐช่วยตลอด” ถึงจะเห็นว่าพี่ชายเริ่มจะโมโห แต่หล่อนก็อดที่จะเถียงออกไปไม่ได้

“โธ่เอ๋ยไอ้ปูน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรแกนะถ้าแกยังไม่พร้อมที่จะเริ่มทำงาน แต่ในเมื่อแกรั้นอยากจะทำ ฉันก็แค่แนะนำให้ แต่แกก็ถือคติอยากจะดิ้นรนขวนขวายด้วยตัวเอง ฉันก็ไม่ว่า แต่ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะได้เรื่องได้ราวสักที แล้วไอ้ที่เคยไปทำอยู่น่ะ ก็ไม่เห็นว่าแกจะอยู่เกินสามเดือนเลยสักกะที่ และที่แย่ที่สุดไอ้บริษัทสุดท้ายที่แกไปทำเนี่ย แค่เดือนเดียวแกก็ชิงลาออกอีกล่ะ แกจะอยู่ให้มันยืดๆ นานๆ เป็นเกียรติประวัติ มากกว่านี้ซะหน่อยไม่ได้รึไง”

“ก็ปูน ไม่ชอบอ่ะ เล่นมานั่งกดดันปูนนิ นั่งหันหน้าชนกัน จะทำอะไรแต่ละอย่างก็ไม่ได้ จะกินขนม จะคุยกับเพื่อนร่วมงาน ยังจ้องซะ อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ” หล่อนเถียงออกไปข้างๆ คูๆ แม้จะเป็นความจริงอยู่บ้าง และนั่นก็ยิ่งทำให้ปัฐวีเริ่มมีอารมณ์มากขึ้นเลยทีเดียว

“แล้วไอ้ที่เก่าๆ ที่แกทำล่ะ แกมีข้ออ้างอะไร ...แต่จริงๆ แล้วฉันว่านะ มันเป็นเพราะว่าตัวแกเองมากกว่า ที่มันไม่มีความอดทนนะ ถ้าแกมีความอดทนมากกว่านี้ซะหน่อยมันก็จะไม่เป็นแบบนี้หรอก”
“......” ที่พี่ปัฐพูดมันก็ถูก แต่ปัณดายังไม่อยากจะยอมรับความจริงในข้อนี้
“เอาอย่างนี้ ฉันจะให้เวลาแก อีกหนึ่งเดือน สำหรับการตะลอนออนทัวร์ของแก หลังจากนั้น ต้องไปทำงานกับฉัน เอาเป็นว่า ตกลงตามนี้”
“แต่...ปูน”
“ไม่มีแต่ ตกลงตามนี้ หนึ่งเดือน ฉันให้เวลาแกอีก แค่..หนึ่ง..เดือน..หลังจากนั้นแกต้องไปทำงานกับฉัน” ปัฐวี เน้นย้ำเป็นพิเศษ ถึงระยะเวลาที่เขามีให้ และปัณดาเองก็รู้ว่า ครั้งนี้เขาพูดจริงและทำจริงแน่ๆ




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2553
0 comments
Last Update : 26 มิถุนายน 2553 21:47:43 น.
Counter : 296 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ดองกี้...ดองกี้
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




`@` อดทนเวลาที่ฝนพร่ำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง อดทนเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ `@`
Friends' blogs
[Add ดองกี้...ดองกี้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.