Zindagi Rocks
Group Blog
 
 
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
โรตี-แกงไก่อินเดีย แบบบ้าน ๆ

สวัสดีและยินดีต้อนรับนะจ๊ะ

หลังจากที่แวะเวียนมาแอบดูครัวคนโน้นคนนี้ พอสมควรแล้ว วันนี้ได้ฤกษ์สลัดความขี้เกียจ (ที่เกาะอยู่ทั่วตัว) ออกไปได้ เข้าครัวไปทำโรตี แกงไก่อินเดีย มาแบ่งพี่น้องช่วยกันชิม ไม่ยากจนเกินไป ขอให้มีเครื่องเทศครบ แต่ถ้าใครดูสูตรแล้วอยากทำมาก ติดที่ว่าอยู่ต่างจังหวัด หาเครื่องเทศไม่ได้ ก็ลองหลังไมค์มาคุยกันได้ จะส่งไปให้ รับรองได้ทำสมใจ

เอาหละมาเริ่มกันเลยนะ

ส่วนผสมเครื่องแกง

-หอมแขก ประมาณ 1 ½ หัว ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้หอมหัวใหญ่แทนก็ได้ หัวใหญ่จริง ๆ หัวเดียวก็พอแล้ว
-กระเทียมกลีบใหญ่ 7-8 กลีบ
-ขิงขนาดเท่าหัวแม่มือ ใส่มากเกินไปมันจะเผ็ดร้อน
-พริกขี้หนูเขียว 1-2 เม็ด (อันนี้เวลาไปจ่ายตลาด ซื้อผักที่อินเดีย เค้าแจก พริก กับ ผักชี ฟรีด้วยนะ แปลกเนอะ! เมืองไทยผักชีกิโลละตั้งร้อยกว่าบาท)




จัดการหั่นให้เป็นชิ้นเล็กลงตามรูป เพื่อทุ่นแรงเครื่องปั่น แต่ถ้าไม่มีเครื่องปั่น ต้องหั่นละเอียดมากเหมือนกัน จะทนน้ำตาไหลกันไหวไหมนี่

มะเขือเทศ 2 ลูกเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวมาจัดการทีหลัง



ปั่นจนเครื่องละเอียดผสมเป็นเนื้อเดียวกัน จะออกมาเป็นแบบนี้


ไก่จะใช้น่องเล็ก หรือน่องใหญ่ก็ได้ สูตรนี้ ทำน่องใหญ่ได้ประมาณ 6-8 ชิ้น น่องเล็ก (ปีกบน) ประมาณ 13-15 ชิ้น แต่วันนี้เราใส่ปีกบนแค่ 9 ชิ้น


ตั้งกะทะ ใส่น้ำมันประมาณ 3 ½ ช้อนโต๊ะ พอน้ำมันอุ่นเริ่มร้อน ใส่เมล็ดยี่หร่าลงไปประมาณ ½ ช้อนชากว่า ๆ รอจนเมล็ดยี่หร่าแตก มีเสียงดัง และเริ่มเป็นสีดำ
ใส่เครื่องแกงที่ปั่นไว้ลงผัด ใช้ไฟปานกลาง ไม่ต้องแรงมาก คนไปมาซัก 2-3 ครั้ง ทิ้งไว้



หันมาล้าง ตัดจุก และหั่นมะเขือเทศใส่ลงในเครื่องปั่น แล้วปั่นให้ละเอียด พักไว้

หมั่นคนเป็นระยะ ดูว่าสีของเครื่องแกงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จึงค่อยใส่เกลือประมาณ ½ ช้อนชา ผัดต่อ เพื่อให้น้ำมันกับเครื่องแกงแยกตัวออกจากกัน ตอนนี้สีก็จะเริ่มเป็นสีน้ำตาลสวยพอดี



ใส่ผงขมิ้นประมาณ ½ ช้อนชา ผัดให้เข้ากัน


ตามด้วยพริกผงอีก 1 ช้อนชา คนจนเข้ากันดี


เทมะเขือเทศปั่นลงผสม คนให้เข้ากันทั่ว


เติมลูกผักชีป่น 2 ช้อนชา, ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา และกะรัม มะสะล่า 1 ช้อนชา ใส่ท้ายสุด เพื่อรักษาความหอม และไม่ให้สีของเครื่องแกงเข้มเกินไป ถ้าจะให้ดีควรเติมเครื่องเทศทีละอย่าง แล้วคนจนเข้ากันดี ก่อนจะใส่อย่างต่อไป


จากนั้นเติมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา ถ้าใจไม่กล้าให้ใส่น้อย ๆ ก่อน แล้วค่อยเติมทีหลังก็ได้ ไม่ซีเรียส


เติมเกลือเสร็จผัดต่อซัก 2 นาที เราก็จะได้มะสะล่าที่สีสวย กลิ่นหอม การใช้ไฟอ่อนจะทำให้เห็นว่าน้ำมันจะเริ่มแยกตัวออกจากเครื่องแกงอีกครั้ง การทำมะสะล่าแขกนั้นต้องใจเย็นมาก ทิ้งกะทะได้ แต่ห้ามไปไกล แค่หันไปเตรียมผัก หรือหั่นเนื้อได้ ไม่งั้นจะไหม้เอา มะสะล่า ยิ่งผัดนาน ยิ่งหอม


ให้เติมน้ำลงไปในเครื่องแกงซัก ½ ถ้วย พอขลุกขลิก


พอได้มะสะล่าสีสวยแล้ว ให้ใส่ไก่ลงผัด


พอหนังเริ่มสุก ก็นำมันฝรั่งที่ล้าง ปอกเปลือก และหั่นชิ้นขนาด 1 นิ้ว ไว้แล้ว เทใส่ลงไปผัดกับไก่


ผัดพอเครื่องแกงเข้ากับไก่และมันฝรั่ง ก็เติมน้ำลงไปซัก 2 ถ้วยตวง คนอีกครั้ง แล้วปิดฝา หรี่ไฟอ่อน ตั้งทิ้งไว้บนเตาได้เลย


หันมาทำโรตีกันบ้างดีกว่า แป้งที่ใช้ทำโรตีนี้เรียกว่า อัตตา (ออกเสียง อะตา) เป็นแป้งสาลีไม่ขัดขาว กลิ่นหอมมาก นวดทีไร อยากหยิบแป้งดิบ ๆ ที่กำลังนวด ขึ้นมากินทุกที แต่ก็ยังไม่เคยลองแฮะ
ตวงแป้งใส่อ่างนวดแป้ง 1 ½ ถ้วยตวง แล้วทำหลุมตรงกลาง เหยาะเนยละลายลงไปซัก ½ ช้อนชา



คลุกตะล่อมแป้ง แล้วเติมน้ำ ประมาณ 75 มิลลิลิตร (ไม่ถึงครี่งถ้วย) นวดแป้งโดยใช้สันมือกดให้ทั่ว กลับไปมา นวดจนแป้งเนียนดี ถ้ารู้สึกว่าแป้งแข็งเกินไปให้ใช้มือจุ่มน้ำแล้วมานวดต่อ จนกว่าจะได้แป้งที่นุ่ม แต่ถ้านวดแล้วรู้สึกแป้งแฉะเกินไป แต่ไม่มาก ให้นำแป้งไปพักในตู้เย็น ประมาณ 10 นาที แต่ถ้าแป้งเนียนมือได้ที่ (เหมือนดินน้ำมัน) ก็สามารถพักแป้งไว้ข้างนอกได้ พักประมาณ 10 นาที เพื่อให้แป้งคลายตัว


แป้งที่นวดเสร็จแล้วจะนิ่มเนียนมือ แบบนี้ พักไว้ก่อน


หันมาเอากะทะตั้งไฟ กะทะนี้พิเศษสำหรับทำโรตี เรียกว่า Tava ตั้งไฟอ่อน ๆ ไว้ก่อนได้ เพื่อให้ความร้อนจับทั่วกะทะ เมื่อคลึงแป้งเสร็จจึงค่อยเร่งไฟให้เป็นไฟกลาง


หลังจากพักแป้งแล้ว ให้นำแป้งมาคลึง เป็นแท่ง เด็ดแบ่งแป้งเป็น 5 ก้อนเท่า ๆ กัน


ใช้ฝ่ามือทั้งสองประกบแป้ง คลึงแป้งให้เป็นวงกลม ปิดรอยแตกให้มิด แล้วกดให้แบน (ขออภัยไม่สามารถโชว์ท่าคลึงแป้งได้ เพราะถ่ายเอง ทำเอง ไม่มีมือแล้วจ้า)


นำแป้งลงชุบนวล (แป้งอัตตาแห้ง) ทั้งสองข้าง แล้วปัดออกให้เหลือแป้งเพียงบาง ๆ


คลึงแผ่แป้ง ด้วยไม้นวดแป้ง แป้งขนาดนี้ แผ่สุด ๆ ได้แค่ประมาณฝ่ามือเท่านั้น มากกว่านี้ บางเกิน แป้งจะขาด
ส่วนเรื่องความสวยงาม กลมหรือไม่กลม ไม่สำคัญ ขอให้คลึงแป้งให้หนาเสมอกันทั้งแผ่น
เสร็จเรียบร้อยก่อนนำแผ่นโรตีวางบนกะทะ ตอนนี้ต้องเร่งไฟขึ้นเป็นไฟปานกลาง ให้ใช้มือสองข้างประกบแผ่นโรตี วางตำแหน่งมือไขว้กันเล็กน้อย (แบบผู้ดีปรบมือ) ตบแป้งหมุนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้ความเสมอกันอีกครั้ง จากนั้นวางแป้งบนกะทะได้เลย



สาเหตุที่ต้องใช้ไฟกลางค่อนข้างแรงเพราะจะทำให้โรตีสุกเร็ว ผิวสวย ถ้าโรตีอยู่บนกะทะนานเกินไป โดยที่ยังไม่มีจุดสีน้ำตาลเกิดขึ้น แผ่นแป้งจะด้าน ไม่สวย ไม่พอง ที่สำคัญ แข็ง กินไม่อร่อย

วางไปซัก 10 วินาที ก็ให้ใช้นิ้วคีบแป้งขึ้นดูว่าด้านล่างพอมีจุดสีน้ำตาล หรืออาจจะดำเล็ก ๆ ขึ้นบ้างหรือ ยัง หากมีแล้ว ให้กลับแป้งได้เลย ไม่ต้องรอสุกทั้งแผ่น (ขั้นตอนนี้คนที่ชำนาญจะพลิกโรตีไปด้วย หันไปคลึงแผ่นต่อไปด้วย โห....ใช้ประสาทสัมผัสเยอะมั่กมั่ก)



พอกลับเอาด้านแรกขึ้นมา ทีนี้ จะต้องรอซัก 15 วินาที อาจจะเขี่ยแผ่นแป้ง ขยับขึ้นดูก็ได้ว่า สุกมากน้อยแค่ไหนแล้ว แต่ด้านที่สองนี้ ต้องให้สุกทั้งแผ่น ไฟแรงจะยิ่งทำได้ง่าย แต่ก็ต้องทำเร็วด้วยเหมือนกันนะจ๊ะ


แอ่น แอ๊น....ช่วงสำคัญมาถึงแล้ว เมื่อด้านที่สองสุกทั่วทั้งแผ่น ทั้งตรงกลาง และรอบ ๆ แผ่น มีจุดสีดำบ้าง น้ำตาลบ้างขึ้นทั่วแผ่นแล้ว ให้กลับเอาด้านแรกลงนาบกะทะอีกครั้ง แล้วรอนิดหน่อย ให้แป้งพอง พอเริ่มเห็นมันพองนิดหน่อย ให้เอาผ้าขนหนูผืนเล็กพันนิ้วโป้ง ชี้ และกลาง ไว้ กดไล่อากาศให้พองทั่วแผ่น แบบนี้ พองแล้ววววววว


พองทั้งแผ่นทั่วกัน


อันนี้แผ่นที่ 2 ไฟแรงกว่า สวยกว่า พองได้ใจกว่า



พลิกโรตีอีกครั้งหนึ่ง สำเร็จแล้วเป็นเช่นนี้แล


ทีนี้ให้เอาเนยละลายมาทาให้ทั่ว (ไม่ใส่ก็ได้ แต่ไม่หอม และไม่อ้วน อิอิ) นำโรตีใส่จานเสิร์ฟได้ หรือยังไม่ชำนาญ ให้ห่อใส่ฟอยล์ หรือกล่องไว้ก่อน รอเสิร์ฟพร้อมกันหลาย ๆ แผ่น แต่แม่บ้านอินเดียเค้าทำและเสิร์ฟ แผ่นต่อแผ่น ร้อน ๆ จากเตากันเลยทีเดียว



หันมาดูแกง เอ้าเสร็จพอดี ไก่สุกนุ่มแล้ว สังเกตได้จากหนังที่หด เหมือนจะหลุดออกจากกระดูกได้โดยง่าย


หั่นผักชีโรยลงไป


ปิดแก๊ส จัดใส่จานเสิร์ฟคู่กัน โรยหน้าด้วยผักชีอีกครั้ง


ลองทำดู แล้วจะรู้ว่าไม่ยากอย่างที่คิด



Create Date : 17 มกราคม 2551
Last Update : 24 มกราคม 2551 4:29:10 น. 7 comments
Counter : 9740 Pageviews.

 
น่ากินมากๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: ตาอ้วนชวนคุย วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:9:26:24 น.  

 
ขอบคุณที่เข้ามาดูค่ะ แล้วจะนำอาหารและขนมอินเดีย กับเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับคน และประเทศนี้ ที่เราได้สัมผัส มาแบ่งปันให้ฟังกันต่อไปนะคะ


โดย: พ็อบเบิ้ล วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:12:56:38 น.  

 
ตั้งตารอเลยครับ

ชอบมากๆ ผมหลงเสน่ห์ของอินเดีย

ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ภาษา อาหาร ดนตรี

ศิลปะ

โอย............รักอินเดีย


โดย: ตาอ้วนชวนคุย วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:21:49:01 น.  

 
ชอบทุกอย่างเกี่ยวกับอินเดียเหมือนกันค่ะ มาเล่าเรื่องให้ฟังบ่อยๆนะคะ สัญญาว่าจะแวะมาเยี่ยมเป็นประจำ...ขอบคุณค่ะ


โดย: sukh วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:21:54 น.  

 
โอ๊ย อันนี้อยากรับประทานเป็นที่สุดฮ่ะ กรี๊ดๆๆ เมนูหน้าขอเป็นแกงนี้กะโรตีได้ไหมอ่ะคุณเพื่อน


โดย: swissmama วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:7:25:13 น.  

 
ได้ฮ่ะ คุณเพื่อน จัดให้.....แต่ต้องมากินที่บ้านนะ


โดย: พ็อบเบิ้ล วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:13:04:31 น.  

 
ละเอียดมาก ๆ ขอบคุณนะคะ จะไปเข้าครัวลองทำนะบัดนี้


โดย: มะลิปางเม็ง วันที่: 30 มิถุนายน 2553 เวลา:10:50:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

พ็อบเบิ้ล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




มีหลายอย่างที่อยากแบ่งปัน
เพราะเคยได้รับจากใครมากมาย
ประสบการณ์ท่องเที่ยว ความคิด
สูตรอาหาร ปันกันไป ใครใคร่ชม
เก็บไว้ ไม่ว่ากัน


Got My Cursor @ 123Cursors.com



Friends' blogs
[Add พ็อบเบิ้ล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.