ตุลาคม 2551

 
 
 
1
3
4
7
8
10
11
14
15
16
17
18
20
21
22
24
25
26
27
28
30
 
 
19 ตุลาคม 2551
All Blog
ไม่ทำอะไรเลย....

คุณลองสำรวจจิตใจของคุณดูซิว่า
 ชีวิตคุณต้องขึ้นอยู่กับผู้คนและตำรับตำรามากมายเพียงใด 
 
 เห็นหรือไม่ว่าคุณเบื่อง่ายเสียเหลือเกิน
 คุณจะอยู่กับความเบื่อนี่โดยไม่จัดการอะไรกับมันเลยนอกจากเอาสติรับรู้เท่านั้นได้ไหม
 
 การ 'ไม่ทำอะไรเลย'
 นี่ไม่ง่ายหรอกนะ
 อาตมามั่นใจว่าคุณเข้าใจดีจากประสบการณ์ของคุณเอง
 คุณเคยสังเกตหรือเปล่าว่า
 ระหว่างที่เรา
 'ไม่ทำอะไรเลย' นี้
 มีอะไรเกิดขึ้นในจิตของเราบ้าง
 เพราะเจ้าความเบื่อนี่มันช่างเหลือทนจริงๆ
 เราก็เลยพยายามหาอะไรต่อมิอะไรทำ
 เพื่อวิ่งหนีจากความเบื่อ
 คุณลอง
 'ไม่ทำอะไรเลย'
 สักวันสองวันดูซิ
 
 การอยู่เฉยๆ
 นี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ
 แค่คุณ
 'พยายามไม่ทำอะไรเลย'
 ก็เท่ากับคุณกำลัง
 'ทำ'
 อะไรอีกนั่นแหละ
 เพราะการพยายามจะทำสิ่งใดให้สำเร็จก็เป็น
 'การลงมือทำ'
 ชนิดหนึ่ง
 ยิ่งไปกว่านั้น
 ความเป็นตัวตนของเราก็รุนแรงมากจนกระทั่งการอยู่นิ่งๆ
 ไม่ทำอะไรเลย
 ชวนให้รู้สึกว่าตนไร้ค่าและว่างเปล่าเสียเหลือเกิน
 
 การอยู่เฉยๆ
 เป็นสภาวะจิตอย่างหนึ่งที่เป็นอิสระจากอัตตาตัวตน
 
 เป็นการกระทำโดยปราศจากแรงกระตุ้นของอารมณ์
 ปราศจากตัวตนของผู้กระทำ
 
 ที่สำคัญที่สุดก็คือ
 ทำสิ่งดีงามโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ
 
 
 แทนที่จะวิ่งหนีเจ้าความเบื่อ
 ลองหันหน้าเข้าไปเรียนรู้มัน
 แล้วคุณจะได้สัมผัสภาวะของความตื่น
 ความฉับไว
 มีชีวิตชีวา
 และจิตกระจ่างใสที่เกิดขึ้นต่อจากความเบื่อนั้น
 ช่วงนั้นแหละที่จิตจะคล่องแคล่วควรแก่การใช้งาน
 แต่พวกเราส่วนใหญ่กลับยอมแพ้และพยายามทำตัวให้วุ่นวายเข้าไว้
 จะได้รู้สึกว่าตนยังมีประโยชน์และความสำคัญ
 ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็จะรู้สึกอับอายไร้ค่า
 คนจำนวนไม่น้อยเลยนะที่หลงภาคภูมิใจกับชีวิตที่วุ่นวายแบบนั้น
 
 
 จิตนี่มันเจ้าเล่ห์แสนกล
 มันต้องการความเปลี่ยนแปลง
 ต้องการสิ่งที่แตกต่างออกไปอยู่ตลอดเวลา
 มันจึงโหยหาความบันเทิงเริงใจและความเร้าใจ
 ความอึดอัดเบื่อหน่ายนี่


เป็นปัญหาใหญ่


จนเป็นเหตุให้คนส่วนมากวิ่งไล่ตามสิ่งเร้าใจ


ไม่แบบใดก็แบบหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
 
 จิตของเรามีความเซื่องซึมแอบแฝงอยู่เสมอ
 เราจึงต้องการเรื่องตื่นเต้นมาคอยกระตุ้น
 อาทิ การพูดคุย
 อ่านหนังสือ
 เดินทางท่องเที่ยว
 ฯลฯ
 มิฉะนั้นจิตก็จะตกไปอยู่ในสภาพคล้ายครึ่งหลับครึ่งตื่น
 
 
 ถ้าคุณสามารถฝึกจิตของคุณให้ตื่นอยู่ตลอดเวลา


ได้โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งกระตุ้นใดๆ ละก็ 


 คุณจะได้พบพลังแบบใหม่
 
 สติที่มั่นคงและต่อเนื่องเท่านั้น
 คือเครื่องมืออย่างเดียวที่จะช่วยคุณได้
 
 คุณจำเป็นต้องเจริญสติอยู่ตลอดเวลา
 ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเข้าอบรมกรรมฐานหรือไม่ก็ตาม
 การเข้าอบรมกรรมฐานนั้นมีประโยชน์อยู่หรอก
 แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเพื่อประคองความคมชัดของจิตเอาไว้
 เปรียบได้กับการที่คุณพยายามว่ายทวนขึ้นไปหาต้นน้ำ
 ถ้าขาดความเพียรอย่างต่อเนื่องแล้ว
 ในที่สุดคุณก็ต้องไหลลอยเลื่อนตามน้ำกลับลงมาอยู่ดี
 
 
 ผู้ที่ไม่รีบร้อนกับการทำความเข้าใจเท่านั้นจึงจะเกิดปัญญา
 ซึ่งเปรียบเหมือนต้นไม้ที่ต้องใช้เวลาเติบโต
 ใครก็ไปเร่งให้มันผลิดอกออกผลก่อนเวลาไม่ได้
 
 ทุกอย่างดูจะไม่สลักสำคัญสำหรับอาตมาอีกต่อไป
 เกมส์สติแตก ไร้สาระ
 รีบร้อน...รีบร้อน.....และรีบร้อน
 จะทำอะไรกันมากมายหนักหนา
 
 ความเพียรในการเจริญกรรมฐานก็คล้ายๆ
 กับการหัดขี่จักรยาน ตอนแรกๆ
 เรามักจะตั้งอกตั้งใจเกินไปจนล้มลุกคลุกคลาน
 เมื่อหัดหลายๆ ครั้งเข้า
 เราจะเริ่มเรียนรู้ว่าควรออกแรงแค่ไหนจึงจะพอเหมาะให้เลี้ยงตัวบนจักรยานได้
 แล้วก็เริ่มใช้ความเพียรที่จะพาให้จักรยานนั้นเคลื่อนไปข้างหน้า
 เราเรียนรู้จากการลงมือทำด้วยตนเอง
 สิ่งสำคัญที่สุดน่าจะเป็นความต่อเนื่อง
 
 
 ถ้าคุณเข้าใจว่าสติหมายถึงอะไรละก็
 พึงเจริญสติให้มากขึ้นๆ
 แล้วคุณก็จะรู้วิธีการเจริญสติอย่างผ่อนคลาย
 เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าจะต้องเพิ่มความเพียรขึ้นไปอีกก็ลองทำดู
 แล้วสังเกตด้วยว่ามันส่งผลกระทบอย่างไรกับจิต
 (สติ) ของคุณ
 คุณจะเรียนรู้วิธีประคองสติได้เอง
 แล้วยังจะรับรู้ได้ด้วยว่าจิตไม่ค่อยเป็นสุขนักหรอกเวลาที่คุณเผลอสติ
 
 อาตมาปรารถนาความสงบและอิสระทั้งกายและใจ
 จึงสนใจศึกษาหาสาเหตุที่ทำให้คนเราไม่สงบและขาดอิสรภาพ
 
 ยิ่งค้นพบสาเหตุที่ผูกมัดอาตมาไว้มากเท่าไร
 โอกาสที่จะเป็นอิสระก็มากขึ้นเท่านั้น
 
 
 คำตอบง่ายๆ
 สำหรับปัญหานี้ก็คือ
 –
 ความยึดมั่นถือมั่นและความถือดีในตนเอง
 หัวใจสำคัญอยู่ที่ว่า
 เราจะต้องเห็นเจ้าความยึดมั่นถือมั่นและความถือดีในตนเองนี้ในขณะที่มันกำลังเกิดขึ้น
 ไม่ใช่แค่นึกถึงชื่อมันขึ้นมาลอยๆ
 
 
 
 อาตมาไม่ต้องการชีวิตที่วุ่นวาย
 ธุระวุ่นๆ
 ทำให้ชีวิตสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
 ยามที่เรามีกิจธุระยุ่งเหยิง
 เราจะจมลึกอยู่กับความวุ่นวายจนไม่เห็นความเป็นไปในจิตใจตนเอง
 ขณะนั้นเราเผลอสติ
 อาตมาจึงไม่อยากเป็นครูที่ไม่เคยมีเวลาว่าง
 อาตมาย้ำเรื่องนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
 
 
 เราอ่านมาก็มาก
 คิดมาก็มาก
 พูดมาก็มาก
 ถกเถียงมาก็มาก
 แต่ก็ยังสับสนไม่เลิก
 น่าจะเพียงพอแล้วกระมัง!
 
 ความคิดไม่ช่วยให้ใจเราเป็นสุขได้
 พึงเฝ้าตามรู้ความคิดแต่อย่าปรารถนาจะควบคุมมัน
 เมื่อใดก็ตามที่คุณเข้าไปเห็นความคิดชัดๆ
 มันจะหยุดไปเอง
 
 แบกความคิดนี่หนักหน่วงเอาการ....
 
 ส่วนหนึ่งจากหนังสือหิมะกลางฤดูร้อน
 Snow in the Summer โดยสยาดอ อู โชติกะ
 พระภิกษุชาวพม่า--




Create Date : 19 ตุลาคม 2551
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 12:47:27 น.
Counter : 474 Pageviews.

1 comments
  
เนื่อหาก้อดี เพลงก้อเพราะ

ขอบคุณมากมาย อิอิ
โดย: Way backฯ IP: 124.120.85.137 วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:12:58:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

nutangmo
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เราไม่สามารถทำให้ทุกคนรักเราได้ แต่เราสามารถที่จะทำให้คนที่รักเรารักมากขึ้นได้ จงเลือกเก็บสิ่งที่ดีไว้ผลักดันตัวเอง จงใช้หัวใจนำทาง

ไปฟังเพลงที่ห้องTRUELIFEจ้า ไม่มีความคิดใดไร้ค่า แม้นาฬิกาตาย ยังบอกเวลาตรงตั้ง2ครั้งต่อวัน

Sudoku from SudokuPuzz.com
เพลงใหม่ โค้ดเพลง MV