กรกฏาคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
8 กรกฏาคม 2555
รักแม่ให้โลกรู้

ความจริงแล้ว  การเขียนบล็อคก็คงไม่ต่างจากการเขียนเรียงความตอนประถมมากนัก  เพราะว่าเมื่อถึงวันแม่เมื่อไหร่  หนูก็มักจะได้รับเลือกเป็นตัวเเทนของห้องเรียนเสมอ ( ไม่ได้เก่งหรอกนะค่ะ  แต่เป็นเพราะว่าครูไม่รู้จะเลือกใคร  หรือง่ายๆค่ะ  ไม่มีใครอาสาเป็นหน่วยกล้าตายนั่นเอง )

แต่ปีนี้เป็นโอกาสที่ดีนะค่ะ  ที่หนูจะได้แบ่งปันเรื่องราวของหนูให้ทุกคนได้อ่านบ้าง  หนูจะไม่ตอบทุกคนหรอกนะค่ะ  ว่าหนูรักแม่หรือเปล่า  แต่หลังจากที่ทุกคนอ่านเรื่องนี้จบ  ทุกคนคงจะทราบอยู่แล้วว่า  คำตอบของหนูคืออะไร

แม่หนูเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งค่ะ  แต่ความคิดและจิตใจของเธอไม่ธรรมดาเลยจริงๆ  เพราะตั้งแต่เกิดมาหนูไม่เคยเห็นน้ำตาแม่เลยสักครั้งเดียว  นอกเสียจากท่านไอหรือจามแรงๆ แล้วน้ำตามันไหลออกมาเอง 

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดตอนหนูสัก 10 ขวบ พ่อหนูมีภรรยาน้อยค่ะ แต่นั้น  ไม่ใช่เรื่องที่แม่จะมาเสียใจเลย  แต่สิ่งที่หนูได้ยินแม่พูดกับญาติของแม่ ก็คือ " แม่ไม่คิดว่าพ่อจะเอาเงินที่ไว้ซื้อข้าวสารไว้ให้ลูกกิน  หนีไปกับผู้หญิงคนนั้น  และแม่ก็พูดอีกประโยคที่หนูจำมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกของแม่ต้องไม่อด

 

เชื่อไหมค่ะ  แม่หนูมีอาชีพเป็นแม่บ้านค่ะ  เงินเดือนไม่ได้สูงมากเท่าไหร่  แต่หนูและน้องไม่เคยรู้สึกว่าเรามีอะไรไม่เท่าเพื่อนๆเลย  ตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่าเรามีครอบครัวที่อบอุ่นมาก แม่จะรีบตื่นแต่เช้าออกไปทำงาน และประมาณสักเจ็ดโมงเช้าก็จะรีบมาทำอาหารเช้าให้หนูและน้อง  และเตรียมไปส่งโรงเรียนก่อนที่แม่จะไปทำงาน   และตอนเย็นแม่ก็จะมารับเราสองพี่น้องกลับบ้านทุกวัน 

ความภูมิใจของหนูอีกอย่างหนึ่งคือ ชื่อที่แม่ตั้งให้ค่ะ หนูชื่อ แพรวไหม ค่ะ เพราะใครๆก็ชมว่าชื่อเพราะจัง เคยถามแม่ว่าแม่คิดไดัยังไงอ่ะ  แม่บอกว่าไม่รู้แค่อ่านตรงขวดแชมพู  มีคำว่าแพร แพรว อะไรเนี่ยแหละ  แล้วถ้าลูกเราชื่อแพรว  จะแพรวอะไรดี  ก็เลยเป็น แพรวไหม  อย่างทุกวันนี้แหละค่ะ  ถึงแม้ว่าตำราการตั้งชื่อจะบอกว่าคนเกิดวันจันทร์อย่างหนูไม่ควรมีสระใดๆจะเป็นการกริณี แต่หนูก็ไม่คิดจะเปลี่ยนหรอกนะค่ะ  หนุคิดเสมอว่าคนมันจะดีก็ดีด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ชื่อ

 

แต่ด้วยความที่หนูเป็นคนขี้โรคค่ะ  ป่วยเป็นไทรอยด์เป็นพิษชนิดรุนแรง  คือฮอร์โมนต่างๆเครื่องที่ใช้วัดมันประมวณผลไม่ได้เลยค่ะ  ตอนแรกที่ทราบหนุเดินร้องไห้ทั่วโรงพยาบาลเลย  จนแม่พูดว่า โถ  เป็นแค่นี้เอง  คนที่เค้าเป็นเอดส์เค้าไม่เห็นจะเดินร้องไห้เลย  มาหาหมอบ่อยๆเดียวก็หายเอง แต่หนูต้องได้รับการผ่าตัดถึงจะหาย  วันที่หมอเค้าให้แม่เซ็นต์ชื่อก่อนการเอดมิท แม่ถือปากกานานมาก  ไม่ยอมเซ็นต์ชื่อสักที  คงกลัวหนูเป็นอะไรระหว่างการผ่าตัด หนูเลยบอกแม่ว่า  เซ็นต์ไปเถอะ  หนูไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก แม่หันมายิ้มก่อนจะเซ็นต์ชื่อลงไป  ระหว่างที่ผ่าตัดนั้น  หนูลุกลำบากมาค่ะ เพราะผ่าที่คอ  จะเข้าห้องน้ำทีแม่ต้องคอยประคอง แถมแม่ต้องมานอนเฝ้าทั้งๆที่เป็นห้องรวม ไม่มีทีให้นอน  นอกจากจะฟุบข้างเตียง หรือปูนอนใต้เตียงเอา 

 

นั่นยังไม่พอค่ะ  หนูยังเป็นอีกโรคหนึ่ง  ซีสชอคโกแลตค่ะ ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง  อันนี้ลำบากกว่า  ตรงที่แม่ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลสักเท่าไหร่  แถมโรงพยาบาลเค้าไม่ให้นอนเฝ้าเด็ดขาดเนื่องจากเป็นห้องรวม  แถมตอนหนูเข้าห้องผ่าตัด  ไม่ได้เจอหน้าใครเลย ไม่ว่าจะเป็นแม่  น้อง หรือเพื่อนๆ  ในใจคิดว่าถ้าตายไปหนูคงเป็นผีที่น่าสงสารที่สุดแน่เลย  ไม่เห็นหน้าคนที่เรารักก่อนตาย  แต่หนูก็คิดว่า ไม่ว่ายังไงหนูต้องสู้ในห้องผ่าตัดให้ได้  เผื่อจะได้ตื่นมาเจอหน้าคนที่เรารักทุกคน  ผ่าตัดคิวแรกค่ะ  เข้าแปดโมง  ออกมาอีกที่ ประมาณเที่ยงๆ เกือบบ่าย มันรู้สึกตึงๆที่ท้องมากค่ะ  เพราะหมอเค้าแปะผ้าก็อตซะหนาเชียว   บุรุษพยาบาลเค้าก็เข็นหนูเพื่อไปห้องพักฟื้น  รู้ไหมค่ะ  พอประตูเปิดหนูก็เห็นแม่นั่งรออยู่  แม่ก็เห็นหนูออกมา  เลยรีบเดินมาใกล้ๆ  คำแรกที่แม่ถามหนู  คือ  เจ็บไหม  หน้าตาแม่กังวลมาก  หนูเลยยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า  ชิวๆๆหน่า (ในใจ จะเป็นลมอยู่แล้ว ) การดูแลรอบนี้นานมากเพราะแผลกว้างและใหญ่ ต้องหยุดเรียนสองเดือนค่ะ มีไปทำแผลที่คลินิคแถวบ้าน  หมอสวมเสื้อกราวน์ปักชื่อสถาบันอันดับหนึ่งของประเทศเลยค่ะ  แต่พอเปิดเเผลหนู  เค้าทำหน้าช็อค  แบบทำอะไรไม่ถูก  ขนาดพยาบาลยังงง  แม่หนูโมโหมากเลยค่ะ  ทำไมหมอทำหน้าแบบนี้  ส่วนหนูเอง เศร้าเลยค่ะ  รู้สึกแย่เลย  กลับจากคลินิค  ก็นอนร้องไห้ตลอดเลย  แม่ก็คอยปลอบบอกว่า  ขนาดแผลโดนมีดบาดที่นิ้วยังหลายวันเลย  พรุ่งนี้ไปทำแผลที่โรงพยาบลากัน ไกลหน่อยแต่เราสบายใจกว่า  แม่ต้องคอยพยุงหนูนั่งรถตุ๊กๆไปล้างแผลที่โรงพยาบาล อยู่หลายครั้ง อารมณ์ประมาณว่าเหมือนคนผ่าคลอดลูกอ่ะ เดินลำบากมาก    พอหลังๆ หมอบอกว่าแผลดีแล้ว ให้ล้างแผลเอง  แม่ก็เป็นคนล้างแผลให้  หนุรู้ว่าแผลมันคงน่าเกลียดมากอ่ะ  แต่แม่ก็ไม่เคยทำท่ารังเกลียดเลยสักนิด

 

แต่หนุก็ทำให้แม่ภูมิใจได้อย่างหนึ่งคืนหนูเรียนจบปริญญาตรี ด้วยน้ำพักน้ำแรงของแม่และหนู  ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ  แม่เป็นคนออกค่าเทอม  ส่วนค่าครองชีพนั้น  หนูหาเองค่ะ  หนูเลือกจะลงวิชาเช้าเกือบหมด  เหลือบางวิชาเท่านั้นที่เป็นวิชาบังคับเอก ต้องลงตอนบ่าย  เพื่อให้เหลือเวลาไปทำงานพิเศษค่ะ  ยิ่งเรามีเวลาเหลือเยอะเราก็จะได้เงินเยอะเท่านั้น  จนทุกวันนี้หนูได้เป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่ส่วนงานเอทีเอ็มค่ะ  ต้องประจำที่สำนักงานใหญ่  ก็คือต้องมาอยู่กรุงเทพ  แต่หนูก็คุยกับแม่ทุกวันค่ะ  วันละสองครั้ง เช้าก่อนทำงานและหลังเลิกงานตอนกลับถึงห้องพักแล้ว  ดังนั้นแม่จะรับรู้ทุกเรื่องที่หนูเจอเสมือนแม่อยู่ใกล้ๆหนู  แม่มักจะบอกว่ารึบนอนนะ  พรุ่งนี้ต้องทำงาน หนูก็จะบอกว่า เฮ้อ!!!

" ขี้เกียจละสิ  ทำไมไม่ลองคิดถึงตอนที่ไม่มีงานทำ  ตอนที่กำลังหางาน  ว่ามันเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะได้งานนี้มา  มันจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเวลาที่เรารู้ว่าทุกวันที่เราตื่นขึ้นมา  เรามีงานรอเราอยู่ "  นี่คือความคิดของคนจบป.4 คนที่มีอาชีพเป็นแค่แม่บ้าน แต่เค้าคิดได้มากกว่าหนูที่จบปริญญาตรี  และสิ่งนี้ละมั้ง  ที่ทำให้หนูทำงานด้วยความสนุกทุกวัน  และไม่เคยคิดที่จะดูถูกคนทำอาชีพอื่นๆเลยไม่ว่าจะเป็น แม่บ้าน  คนกวาดถนน หรือคนขับรถแท๊กซี่  เพราะค่าความเป็นคนของเค้ากับหนูมันเท่ากันเสมอ 

 

แต่ความขี้โรคหนูยังไม่จบค่ะ  ปวดท้องมากนึกว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ ปล่าวเลย เป็นซีสอีกต้องผ่าตัดด่วน  เพราะถุงซีสมันแตกแล้วค่ะ  เอดมิทตอนเก้าโมง ผ่าตอนบ่ายโมง  ตอนแรกว่าจะไม่โทรบอกแม่แล้ว กลัวแม่เป็นห่วง แต่สุดท้ายก็ต้องโทรบอกอยู่ดี  บอกแม่ว่าจะผ่าตัดนะ เป็นโรคเดิม ไม่ต้องห่วง อยู่กับพี่ๆที่ทำงานเค้าอยู่เป็นเพื่อน  ไม่ต้องรีบมานะ  (เพราะแม่อยู่สงขลาค่ะ ) การผ่าตัดผ่านไปด้วย ดีค่ะ   วันรุ่งขึ้นหนูก็แม่ก็มาเยี่ยมทันที  แม่ไม่มีกระเป๋าเสื้อผ้ามาเลย มีแค่แจ็คเก๊ตตัวเดียวกับกระเป๋าสะพายบ่าหนึ่งใบ  ถึงตอนนี้หนูรู้เลยว่าแม่รักหนูมากแค่ไหน  ตอนที่แม่รู้ว่าหนูต้องผ่าตัดอีก  แม่คงทำอะไรไม่ถูก  คงคิดอย่างเดียวว่าอยากรีบมาหาลูกให้เร็วที่สุด  จนลืมแม้กระทั่งเสื้อผ้าของตัวเอง 

บางทีสำหรับหนู คำว่า  หนูรักแม่ค่ะ  มันยังดูน้อยไปจริงๆสำหรับแม่ของหนู  ที่ทำทุกอย่างให้หนูมาทั้งชีวิต 

 

ปล  คงจะยาวไปบ้างนะค่ะ แต่มันเป็นเรื่องที่หนูประทับใจจริงๆ  ขนาดตอนที่พิมพ์อยู่น้ำตาก็ยังไหลอยู่เลย  (T_T)




Create Date : 08 กรกฎาคม 2555
Last Update : 8 กรกฎาคม 2555 10:15:06 น.
Counter : 2248 Pageviews.

6 comments
  
น่ารักมากๆค่ะที่เขียนถึงแม่ รักแม่ให้มากๆนะค่ะ
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 8 กรกฎาคม 2555 เวลา:12:00:22 น.
  
โดย: maiejung วันที่: 8 กรกฎาคม 2555 เวลา:12:25:50 น.
  
อ่านแล้วประทับใจในตัวแม่มากเลยค่ะ ขอให้มีความสุขทั้งคุณแม่และคุณลูกนะคะ

ทำการโหวตบล็อกวันแม่เรียบร้อยแล้วค่ะ

โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 8 กรกฎาคม 2555 เวลา:13:16:29 น.
  
ขอบคุณคุณกิ่งฟ้ามากๆค่ะ
โดย: maiejung วันที่: 8 กรกฎาคม 2555 เวลา:23:28:32 น.
  
น่ารักดีค่ะ โหวตให้นะคะ
โดย: jeeradith วันที่: 12 กรกฎาคม 2555 เวลา:20:16:07 น.
  
ขอบคุณค่ะคุณ jeeradith
โดย: maiejung วันที่: 13 กรกฎาคม 2555 เวลา:0:34:53 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

maiejung
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



안 영 하세요 ? 저는 마 이 입 니 다.

ชื่อที่ทุกคนมักจะเรียกผิด งั้นมาฟังกันให้ชัดๆนะค่ะ " แพรวไหม ค่ะ " ไม่มีความหมายตามพจนานุกรมไม่ว่าบัณฑิตท่านใดจะเขียนไว้ เพราะมามี๊คิดเองไม่ได้วิ่งไปให้ใครตั้งให้ (แต่ชอบมีคนบอกว่า ชื่อเพราะจัง ส่วนตัวก็ไม่เข้าใจว่ามันเพราะยังไง ถ้าใครคิดว่าชื่อเราเพราะก็ช่วยบอกเหตุผลมาด้วยละกันนะ ^^
New Comments