"แจ๊ส....ฉัน"
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Esperanza Spalding บ็อปแบบบียองเซ

คุณจำได้ไหมว่าครั้งสุดท้ายที่คุณเห็นศิลปินแจ๊สอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี ได้มาออกรายการวาไรตีโชว์ชื่อดังอย่าง The Late Show with David Letterman และ Jimmy Kimmel Live! สองสัปดาห์ต่อเนื่องกัน??

ยังไม่เคย? หรือไม่เช่นนั้นก็…ไม่ใช่ในเร็วๆ นี้แน่ๆ??




คุณตอบผิด เพราะเพิ่งจะมีการออกอากาศไปเมื่อไม่นานมานี้ ในตอนต้นเดือนมิถุนายน เอสเพอรันซา สพอลดิง นักร้องและมือเบสวัยยี่สิบสาม กับวงทริโของเธอได้เล่นโชว์ในรายการชื่อดังทั้งสองรายการ กับรายการอื่นๆ อีกหลายรายการ นับรวมไปถึงการปรากฏตัวในรายการ NPR’s All Things Considered และติดอันดับหนึ่งของเว็บไซต์อะเมซอนในฐานะนักดนตรีแจ๊สหน้าใหม่ที่ทำยอดขายได้ระดับ Best sellers ทั้งๆ ที่เป็นผลงานเปิดตัวชุดแรกในอเมริกา Esperanza (Heads Up), มีสป็อตในหน้าแจ๊สของ iTune และทางต้นสังกัดก็ขับเคลื่อนแผนส่งเสริมการขายออกมาแบบเต็มพิกัด เป็นแรงส่งให้เธอกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งแจ๊สที่ร้อนแรงที่สุด ณ ห้วงเวลานี้

เอสเพอรันซา หญิงสาวจากพอร์ตแลนด์ โอเรกอน จบการศึกษาจากเบิร์กลีโรงเรียนดนตรีชั้นนำ ที่แทบจะไม่มีใครรู้จักเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ แต่กลับกลายเป็นดาวแจ๊สดวงเด่นพราวพร่างส่องประกายแสงในเวลาอันรวดเร็ว?

ไม่ว่าจะเป็นเซลส์แมนคนไหนๆ ก็จะบอกคุณถึงแค่สินค้าที่มีมูลค่าขายได้ ลองชายตามองเอสเพอรันซา สปอลดิงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวของเธอเอง, เว็บไซต์ของเธอ (esperanzaspaulding.com), วิดีโอใน YouTube ล้วนแต่เป็นเครื่องรับรองว่าการแสดงของเอสเพอรันซานั้นเต็มไปด้วยพลังทั้งทางตา, หู และความคิดสร้างสรรค์ที่เข้าที่แล้ว รูปร่างที่ผอมบางและอ่อนช้อย กับดวงตาสีน้ำตาลเปล่งประกายและรัศมีวงกลมของทรงผม สไตล์การแต่งตัวที่เป็นตัวของตัวเอง เธอมีภาพของป็อปสตาร์สาวเซ็กซี่อยู่บ้าง ยามเมื่อเธอเล่นเบส เส้นสายลายเสียงที่เธอบรรเลงออกมานั้นเป็นลวดลายของนักดนตรีที่ช่ำชอง ยามเมื่อเธอแต่งแต้มลายบลูส์และกอสเปลลงไปในสายเบส, เส้นเสียงที่ผสมผสานออกมาด้วยความสมบูรณ์แบบ เธอเปล่งรัศมีความเป็นนักสื่อสารระดับคุณภาพที่มีเสน่ห์เย้ายวนเต็มเปี่ยม

จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ก็เรียกได้ว่ามันเป็นส่วนผสมที่ดีพร้อม คำถามก็ไปเกิดขึ้นกับเดวิด เลิฟ ประธานบริษัทสังกัดเฮดส์อัพ อินเตอร์เนชันแนล ว่าควรจะมีแผนการจัดการและส่งเสริมเอสเพอรันซาได้อย่างไรให้ส่งผลในวงกว้าง

“ครั้งแรกที่ผมได้ฟังเอสเพอรันซาเล่น ก็รู้ชัดๆ แบบไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอมีพรสวรรค์ แต่ก่อนที่ผมจะเซ็นต์สัญญากัน ผมออกไปข้างนอกกับเธอด้วยกันวันหนึ่ง แล้วก็ไปด้วยกันตอนหัวค่ำอีกครั้งพร้อมกับผู้จัดการของเธอ ในคลีฟแลนด์นี่แหละ เราคุยกันเยอะแยะ เรื่องชีวิต เรื่องเพลง เธอเห็นตัวเองเดินไปทางไหน แล้วเราจะรวบรวมความสามารถของเธอที่โดดเด่นให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับเราได้ไหม?”

เฮดส์อัพถือเป็นสังกัดที่ให้การสนับสนุนที่ดีแก่นักดนตรีในสัญญามานานนับปี จัดการแผนการส่งเสริมศิลปินได้อย่างหลากหลาย อย่าง เยลโลว์แจ็กเก็ตส์, สแตนลีย์ คลาร์ก, โจ ซาวินัล และนาจี ส่วนแผนของเอสเพอรันซาอาจจะคล้ายๆ กัน หากแต่ว่าอาจจะต้องทำอะไรที่มันส่งผลไปในวงกว้างให้มากที่สุด

“ผมต้องทำงานเยอะล่ะครับ” เดวิดบอก “เราเริ่มต้นด้วยไอเดียของพนักงานฝ่ายการตลาดของเราก่อน แล้วหลังจากผมก็พาจิม วอลช์ (จาก Big Hassle บริษัทประชาสัมพันธ์ทางดนตรี) มาร่วมกันระดมสมองกับไมก์ วิลไพเซสกี ประสัมพันธ์ของเฮดส์อัพในการวางแผนซื้อสื่อสิ่งพิมพ์กับสื่อเมนสตรีมอื่นๆ เราจ้าง Spectre Promotion เพื่อที่จะทำประชาสัมพันธ์กับสื่อวิทยุในมหาวิทยาลัยกับวิทยุที่ไม่แสวงผลกำไร เรารู้แล้วว่ามีกระแสพูดถึงเธออยู่ในวงการแจ๊ส เพราะว่าเธอไปเล่นให้กับโจ โลวาโน อะไรแบบนั้น เอสเพอรันซามีแนวทางที่แนบแน่นกับอาร์แอนด์บี, ฮิปฮอปและก็แร็พด้วย เธอยังมีอิทธิพลทางดนตรีบราซิลเลียนและละตินที่ชัดเจนมากๆ อยู่อีกอย่างหนึ่ง เราไม่อยากจะเก็บเธอซุกไว้ในซอกหลืบของคำว่าศิลปินแจ๊ส ถึงแม้ว่าจะเห็นได้ชัดๆ ก็ตามว่ารากทางดนตรีของเธอมาจากไหน แต่มันก็เวิร์กครับ เอสเพอรันซา ศิลปินหน้าใหม่ที่ทลายสถิติของเราตั้งแต่ปี 1996”





จิม วอลช์ นักประชาสัมพันธ์ผู้คร่ำหวอดในวงการ ก็ไม่ได้พูดจาอ้อมค้อมแต่อย่างใดถึงทัศนคติที่เขามีต่อเอสเพอรันซา

“ในชีวิตการทำงานของผม ผมยังไม่เคยได้ทำงานให้ศิลปินอย่างี้มาก่อนเลย ตอนที่เดฟหอบเอาโปรเจ็กต์มาให้ ปฏิกริยาแรกของผมแทบจะในทันทีก็คือ ‘โอ้ ผมสนใจมาก ผมอยากทำ’ ผมทำงานให้เฮดส์อัพมาห้าถึงหกอัลบัมตั้งแต่ปีที่แล้ว ปกติเราทำงานสร้างสรรค์แบบนี้ด้วยกันเป็นทีม แต่ผมว่าในชีวิตการทำงานของเราอย่างนี้ อาจจะเจอศิลปิน “โดนๆ” สักครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นเอง ทันทีที่ผมได้รับข้อมูลประชาสัมพันธ์ทางวิดีโอของเธอมา ผมก็เริ่มยกหูโทรหาคนรู้จัก ทั้งๆ ที่ผมยังไม่ได้แผ่นของเธอมาด้วยซ้ำ ผมมั่นใจว่าทุกคนจะต้องตะลึงงันแน่ๆ และผมแทบไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่า เราจะให้เธอไปออกอากาศในรายการของเดวิด เลทเทอร์แมนกับจิม คิมเมลในระยะเวลาติดๆ กันสองสัปดาห์ ผมติดต่อจิม คิมเมลไปแค่ว่า ‘ผมไม่สนหรอกว่าเธอจะไปรายการไหนมาบ้าง แต่ผมว่าเธอวิเศษมากและก็อยากจะให้เธอไปออกรายการ’”

เอสเพอรันซา สาวน้อยผู้ร่าเริง คุยเก่ง ผู้ซึ่งคุยเพิ่มสีสันไว้ด้วยว่า “ไลน์เบสเจ๋งๆ” ใน Bach Inventions ไปจนถึงโยโยมา, ริชาร์ด โบนา และจาโก พาสโตริอัส ที่เธอได้รับอิทธิพล และก็เป็นเธอผู้ซึ่งร้องสแก็ตแบบไม่กั๊กในเพลง Jacqui ของริชาร์ด พาวเวลล์ ก็ได้ยืนยันว่า สำหรับตัวเธอแล้ว ทุกอย่างก็คือดนตรีหมด

“คำว่า ‘เยี่ยม’ ‘มหัศจรรย์’ แล้วก็ ‘ใหม่’ ใช้กันไปทั่วเลยเวลาที่ใครเห็นคนคนหนึ่งเล่นดนตรีแล้วก็ร้องเพลงด้วย” เอสเพอรันซาว่า “ฉันคือนักดนตรีจริงๆ วัตถุประสงค์กับเหตุผลของฉันที่ทำงานนี้ก็คือ ฉันต้องการให้ดนตรีมันเดินไปข้างหน้า แล้วก็อยากจะเป็นเป็นเยี่ยมในฐานะนักดนตรี ฉันมั่นใจว่าฉันเองก็ไม่ได้ทำอะไรที่มันเลอเลิศในแง่ดนตรีในตอนนี้ ทั้งในเรื่องอายุ เรื่องแนวเพลง มีคนอีกตั้งเยอะที่น่าสนในกว่าฉัน แต่การที่ฉันอายุยี่สิบสาม และรู้ว่าในอีกห้าปีข้างหน้า คุณๆ จะรู้สึกประทับใจในตัวฉันยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีกในสิ่งที่ฉันทำอยู่ แต่ถ้าสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ในตอนนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจ มีคุณภาพ และถ้ามีคนบางคนคิดว่าฉันมีแนวโน้มที่จะพาไปได้ พวกเขากระโดดมาขึ้นเรือลำเดียวกันตั้งแต่แรก นั่นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม”

ลูกสาวของครอบครัวที่มาจากพ่อแม่ต่างชาติพันธุ์ (เอสเพอรันซาบอกว่า เธอไม่เคยเห็นหน้าพ่อของเธอเลย) เธอพักอยู่ที่เจอร์ซีย์ ซิตี อดีตเธอมาจากพอร์ตแลนด์ จนกระทั่งย้ายมาบอสตันตั้งแต่ยังวัยรุ่นเพื่อมาเข้าโรงเรียนเบิร์กลี

เอสเพอรันซาเริ่มต้นเล่นไวโอลินมาตั้งแต่อายุห้าขวบ เธอมาเริ่มเล่นเบสเอาเมื่อตอนอายุสิบสี่ จบการศึกษาจากโรงเรียนเบิร์กลีตอนอายุยี่สิบ ก็สมัครเป็นอาจารย์สอนที่นั่นเลย ซึ่งเธอเป็นอาจารย์ประจำคณะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนเลยก็ว่าได้

“วันหนึ่ง ตอนฉันไปเรียนไฮสคูล แล้วในโรงเรียนนั้น ฉันว่าเบสมัน… ก็ตลกดีนะ แต่ฉันว่าเบสนี่สุดยอดวิเศษเลย” เอสเพอรันซาบอก “ฉันเดินเข้าไปในห้อง มันเป็นห้องที่ต่ำกว่าระดับพื้นถนน มีแสงส่องเข้ามา มีเบสตั้งอยู่โดดๆ ไม่ได้ใส่เคสเพราะว่าพวกเขาเพิ่งจะซื้อมา ฉันเดินเข้าไปในห้องนั้น หยิบมันขึ้นมา แล้วก็เริ่มเล่น

“ในตอนนั้น ครูสอนดนตรีก็เข้ามาในห้อง เล่าสเกลบลูส์ให้ฉันดู ฉันก็เริ่มจะปะติดปะต่ออะไรๆ ขึ้นมาจากวินาทีนั้น ฉันบอกครูว่า “ว้าว แค่ห้านาทีในห้องนี้ ฉันว่าฉันสนุกมากกว่าที่เล่นไวโอลินมาสิบปีเสียอีก”

ก่อนที่จะมาบันทึกเสียงอัลบัมของตัวเอง เธอเคยเล่นไซด์ไลน์ให้กับโจ โลวาโน, แพตตี ออสติน, มิเชล คามิโล, แพ็ต เม็ทธินี แลคนอื่นๆ อีก ความเป็นดาวของเธอเปล่งประกายจนเธอน่าจะได้เป็นมือเบสที่ใครๆ ต้องการได้ไม่ยากนัก





ด้วยฝีมือล้วนๆ ของเอสเพอรันซาผนวกเข้ากับกลยุทธทางการตลาดของเฮดส์อัพ ซึ่งได้รวมไปถึงการออกทัวร์ต่างประเทศ, เจาะตลาดญี่ปุ่น, ยุโรป, อเมริกาใต้ และอเมริกา ได้สร้างแม่แบบในทางการตลาดที่จะทำให้ศิลปิน, ผู้จัดการ และบริษัทแผ่นเสียงอื่นๆ จะต้องหันมาพิจารณาอย่างใกล้ชิด

แต่ก็ไม่ใช่ว่าผลงานของเอสเพอรันซาจะได้รับการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์เพียงคนเดียวในบรรดาศิลปินแจ๊ส แผ่นแอดวานซ์ให้กับนักวิจารณ์และสื่อสิ่งพิมพ์ก่อนที่อัลบัมจะออกวางจำหน่าย, งานเปิดตัวอัลบัม, ทัวร์ และการออกปรากฏตัวตามสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ได้กลายมาเป็นมาตรฐานในการทำการส่งเสริมการขาย รวมไปถึงบริษัทแผ่นเสียงเล็กๆ ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นไปเสียทั้งหมด ยังคงมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่บรรดาศิลปินแจ๊สยังคงมีความเชื่อและดูหมิ่นการทำประชาสัมพันธ์ตัวเอง มองกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ครั้งที่ดอน เอลลิส เริ่มส่งโปสการ์ดประชาสัมพันธ์คอนเสิร์ตในแต่ละครั้งให้กับสื่อมวลชน และบริษัทคู่ค้าทางดนตรี เขาถูกบรรดาศิลปินแจ๊สคนอื่นๆ วิจารณ์เสียๆ หายๆ ในฐานะที่ขายตั๋วได้หมด, ในฐานะที่ได้ทำสิ่งต้องห้ามน่ารังเกียจกับคอนเซปต์ของดนตรีแจ๊สที่เป็นศิลปะซึ่งไม่มีความเกี่ยวเนื่องใดๆ กับเชิงพาณิชย์



นั่นเป็นเรื่องที่ไม่จริงอย่างแน่นอนที่สุด ผลงานเพลง หรือแม้กระทั่งงานแอ็บสแตร็กต์ที่ไม่มีความเป็นพาณิชย์เลยแม้แต่น้อย ยังจะต้องขายให้กับใครสักคนหนึ่ง เพื่อจะมาจ่ายค่าเช่าสตูดิโอ, ค่าผลิตแผ่นซีดี และค่าตัวศิลปิน แต่ก็ใช้เวลาค่อนข้างนานในการที่จะปลูกฝังความคิดแบบนี้ให้กับศิลปินแจ๊สได้ตระหนักว่า ผลงานที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นมานั้นก็ยังต้องเชื่อมต่อกับโลกของธุรกิจ เหมือนกับที่โมสาร์ตเขียนเพลงขึ้นมา ก็เพื่อเอามาเล่นคอนเสิร์ตให้คนเข้ามาดู

ในโลกปัจจุบันที่เป็นโลกยุคดิจิตัล ดาวน์โหลด แตกต่างไปอย่างมากจากยุคที่มีซีดีถือในมือ, รูปแบบแพ็กเกจของแผ่นเสียง, คาสเส็ตต์และซีดี กับปรากฏการณ์ในเว็บอย่างยูทูบ, มายสเปซ, เฟซบุก แล้วก็อีกสารพัดสื่อที่เลือกใช้ได้นอกเหนือไปมากกว่าสื่อดั้งเดิมที่ออกมาในรูปแบบของสิ่งพิมพ์, วิทยุและโทรทัศน์ การวางแผนที่เล็งผลเลิศพุ่งเป้าไปยังแคมเปญส่งเสริมการขายนั้นกลับยิ่งโดดเด่น แล้วเป็นจริงยิ่งกว่าสำหรับพวกนักดนตรีแจ๊สที่เข้าถึงยาก จะต้องให้ความสำคัญกับงานประชาสัมพันธ์ ด้วยค่าที่พวกเขาได้ลงแรงกายและใจไปมากมายกับเครื่องดนตรีของตัวเอง แล้วก็ยากที่จะหาใครที่ทำออกมาได้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามแบบที่เฮดส์อัพกับเอสเพอรันซาได้ทำออกมา แล้วก็ได้กลายเป็นแนวทางการทำงานที่ต้องทำสำหรับบรรดาศิลปินและบริษัทแผ่นเสียง ที่มีความทะเยอทะยานในการขายผลงานและสร้างทางในอาชีพ

อย่างที่เดวิด เลิฟได้ชี้ไว้ “ผมไม่รู้แล้วนะว่าตอนนี้ยังมีศิลปินแจ๊สที่ไม่ยอมทำการตลาด การประชาสัมพันธ์อีก เพราะมันยากที่จะได้เล่นกิ๊กในที่ต่างๆ แล้วก็ยากที่จะขายงานได้ด้วย พวกเขาจะต้องมองบริษัทแผ่นเสียงในฐานะพาร์ตเนอร์ที่จะมาส่งเสริมและทำตลาดให้กับโชว์ของตัวเอง และทุกๆ คนก็จะต้องกระโดดลงสนามแห่งนี้เพื่อทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น เพราะว่าพื้นที่ของสื่อมันงวดลง เล็กลง สถานการณ์ออนไลน์ตอนนี้ก็ได้ลดบทบาทของสิ่งพิมพ์ไปมาก ดังนั้นคุณจะต้องประมาณว่าพลิกหินทุกก้อน”

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม สูตรความสำเร็จของเอสเพอรันซาไม่จำเป็นว่าจะใช้ได้สำเร็จกับศิลปินและบริษัทแผ่นเสียงทุกๆ ครั้งไป เนื่องเพราะความซับซ้อนในการเข้าถึงกับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่ไม่อาจะคาดเดาได้ จิม เมื่อวอลช์พูดถึงเอสเพอรันซาไว้ว่า “เธอเป็นเหมือนป็อปสตาร์ไปแล้วในทางใดทางหนึ่ง แล้วเธอก็ไม่ได้ทำผลงานแจ๊สจ๋า จริงๆ มันเหมือนผลงานเพลงป็อปที่มีเสียงร้องแบบแจ๊สด้วยมากกว่า” คำถามถูกตั้งขึ้นมาอีกว่า ความสำเร็จในโปรเจ็กต์ของเอสเพอรันซาและเฮดส์อัพนั้นเกี่ยวพันไปถึงแนวดนตรีครอสโอเวอร์แบบป็อปแจ๊สที่เหมือนพรสวรรค์ของเธอด้วยหรือเปล่า




เอสเพอรันซาจะกังวลไหมที่จะต้องมีบางคนกล่าวหาเธอว่า “ผลิตผลของนอราห์ โจนส์” ที่เริ่มต้นด้วยดนตรีแจ๊ส แต่ความสำเร็จที่ได้มากลับห่างไกลคำว่า “แจ๊ส” มากนัก

“มันมีหลายเหตุผลนะคะที่ทำให้คนหันมาเป็นนักดนตรี” เอสเพอรันซาบอก “แล้วก็อีกหลายเหตุผลที่ว่าทำไมคุณอาจจะเดินเข้าไปในโลกเพลงป็อป ฉันรู้เหตุผลของตัวเองคืออะไร และมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเด่นดังเลย แต่ไม่ใช้เรื่องที่ฉันจะไม่ต้องการพัฒนาดนตรีของตัวเอง เพราะฉันอยากพัฒนา แต่ฉันก็มีขอบข่ายกับตัวเองไว้แล้วว่าอะไรบ้างที่ฉันไม่เต็มใจจะทำ”

แล้วขอบข่ายนั้นมันรวมไปถึงการยืนถือเบสระหว่างร้องเพลง ซึ่งเป็นการดึงดูดความสนใจที่ได้ผลยิ่งหรือเปล่า?

“ใช่ ใช่ ใช่” เอสเพอรันซาย้ำด้วยสายตาออกเกรงๆ นิดหน่อย “ฉันชักจะเริ่มกลัวแล้วว่าคนจะเริ่มจัดฉันให้เข้าพวกเป็นนักร้อง ไม่ใช่มือเบส ฉันรู้สึกเชื่อมโยง ผูกพันกับเครื่องดนตรีชิ้นนี้มากๆ เลยทั้งทางกายและใจ เมื่อฉันต้องไปโชว์ร้องเพลงกับวงดนตรีที่มือเบสเล่นไม่เก่ง ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักร้องที่มีหินอยู่เต็มปากเลย เบสคือส่วนหนึ่งของฉัน การร้องเพลงคู่กับเบสเป็นอ็อปชันเสริมในสิ่งที่ฉันเป็น ฉันหวังว่าบรรดานักดนตรีแจ๊สจะเรียกฉันไปเล่นด้วยในฐานะที่ฉันเป็นมือเบส ฉันอยากเป็นอย่างคริสเตียน แม็กไบรด์ ทุกๆ ครั้งที่ฉันได้ดูเขาเล่น เขาก้าวหน้าไปไม่อยู่กับที่ตลอดเวลา คริสเตียนเป็นแม่แบบที่ดีมากๆ สำหรับฉัน”

คงเป็นเรื่องยากที่จะไปถกเถียงในเรื่องความคิดและความรู้สึกแบบนี้ อย่างน้อยก็จากมุมมองของนักดนตรี แต่การตลาด โดยเฉพาะการตลาดที่ประสบความสำเร็จ สามารถจะก่อกำเนิดแรงกระตุ้นได้ดีพอๆ กับนายหน้าแห่งโอกาสของตัวมันเอง

“เรื่องการตลาด อะไรก็ตามที่คนอื่นๆ ทำให้กับฉัน ที่ทำให้ฉันได้พัฒนาดนตรีของตัวเอง หรือช่วยให้ฉันเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงสิ่งที่ฉันทำกำลงพยายามทำอยู่ ฉันก็ยินดีที่จะทำ” เอสเพอรันซากล่าว “พวกเขาจะทำการตลาดให้ฉันอย่างไรก็ได้ ถ้าพวกเขาอยากจะวางผลงานของเราไว้ที่เซ็กชันเพลงป็อปก็ได้ หรือทำการตลาดพวกเรากับบียองเซ ฉันก็ไม่แคร์หรอกค่ะเพราะฉันมั่นใจว่าดนตรีที่บริสุทธิ์ใจจะเป็นตัวช่วยฝ่าสิ่งแวดล้อมไปได้ด้วยตัวมันเอง บริษัทแผ่นเสียงและประชาสัมพันธ์ก็ไม่ได้ไร้หัวคิด ยังไงพวกเขาก็ไม่เอาคุณไปลงในจุดที่งานคุณจะขายไม่ได้หรอก นอกจากนั้น ฉันก็ยังมั่นใจว่าไม่ว่าฉันจะถูกจับวางไว้ตรงจุดไหนก็แล้วแต่ ฉันก็ไม่มีทางสูญเสียความซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ฉันทำอยู่อย่างแน่นอน”




Esperanza Spaulding - Esperanza

1 Ponta De Areia
2 I Know You Know
3 Fall In
4 I Adore You
5 Cuerpo y Alma
6 She Got To You
7 Precious
8 Mela
9 Love In Time
10 Espera
11 If That's True
12 Samba Em Preludio





Create Date : 23 ธันวาคม 2551
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2554 14:29:35 น. 2 comments
Counter : 405 Pageviews.

 
พรุ่งนี้รับโบนัสแล้ว ฮ่าๆ


โดย: No Appendix วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:23:12:13 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะรุ่นพี่



โดย: YUI_MUNMOO วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:0:50:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

nunaggie
Location :
City of Angels, Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




คุยเฉพาะเรื่องเพลง :D

"I still find each day too short for all the thoughts I want to think, all the walks I want to take, all the books I want to read, and all the friends I want to see." John Burroughs

Follow my twitter @nunaggie :)

"มีเรื่องราวอีกมากมายให้ชีวิตต้องเดินทางไปค้นหา เราคงไม่ค้นพบทุกอย่างได้ เพียงแค่ชั่วชีวิตเดียว"
Creative Commons License
© Supada Luangsirimongkol 2015.
qrcode
Friends' blogs
[Add nunaggie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.