"แจ๊ส....ฉัน"
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
Norah Jones ส่วนผสมที่ลงตัว



หลังจากกลับมาจากที่ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา กดรีโมตเพื่อเล่นแผ่นซีดีในเครื่อง เสียงเพลงแผ่วก็พลิ้วเข้าหู

“I waited ‘til I saw the sun / I don’t know why I didn’t come…..” จึงได้ผงกศีรษะขึ้นมาจากพนักพิง อ้อ…. Norah Jones ที่เพิ่งได้แผ่นมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้เอง ความจริงแผ่นนี้ออกวางจำหน่ายมาหลายเดือนแล้ว แต่เพิ่งได้มีโอกาสฟังอย่างจริงๆ จังๆ ก็คราวนี้เอง อีกทั้งก็ได้ยินชื่อเสียงของนอรามานานนม ตั้งแต่สมัยเธอออกผลงานใหม่ๆ

ครั้งแรกนั้น เห็นก็ไม่รู้ ดูก็ไม่ออกว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน จนกระทั่งมีคนจาก EMI มาบอกนั่นแหละว่า “เอ้อ…นี่เป็นลูกสาวของ Ravi Shankar นะ”

??????? งงกันไปเลย ??????? แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพอที่จะยอมรับได้ เนื่องจากว่านอรายังคงวนเวียนอยู่ในสายดนตรีตามอย่างราวี ชังการ์ แม้ว่าแนวดนตรีจะฉีกออกไปเลยก็ตาม ดูอย่าง Anoushka Shankar (ขออภัยจริงๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกสาวหรือหลานสาว เพราะตระกูลนี้เป็นนักดนตรีเยอะเหลือเกิน) ก็ยังดำเนินรอยตามด้วยการเป็นนักซีตาร์หญิงที่มีฝีมือโดดเด่นคนหนึ่ง



แต่นี่….นอรา โจนส์ สาวน้อยอายุ 23 ปี….เป็นนักร้องและนักเปียโน แล้วยังร้องเพลงภาษาอังกฤษเสียอีก แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้กล่าวอ้างถึงความเป็นลูกสาวนักดนตรีอย่างราวีเลยแม้แต่น้อย กระทั่งรายละเอียดคำขอบคุณในปกก็ยังไม่มีชื่อของนักซีตาร์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ มีเพียงแต่ Sue Jones ผู้เป็นมารดาของเธอเท่านั้น…

รุ่มรวยด้วยความกลมกลืนของความอ่อนหวานและเศร้าสร้อย

ค่อนข้างจะหาได้น้อยเหลือเกิน สำหรับนักเปียโนหญิงที่ก้าวกระโดดพรวดพราดเข้ามาสู่ความโด่งดัง ด้วยวัยที่ยังเดินเซ็นเตอร์พอยต์ได้อยู่ (ที่บก.หุ่นเพรียวลมของเราชอบไปโฉบอยู่บ่อยๆ อิอิ) แถมยังร่ำเรียนมาทางเปียโนแจ๊สจากมหาวิทยาลัยนอร์ธเท็กซัส และร่วมกันทำวงดนตรีกับเพื่อนๆ คือ Jesse Harris และ Lee Alexander จวบจนปี 2000 เธอและเพื่อนๆ ก็ได้ทำเดโมให้กับค่าย Blue Note ใช้ชื่อชุดว่า “First Sessions” เป็น EP (หลังจากความสำเร็จมาเยือนในอัลบัมเต็ม Come Away With Me อีพีชุดนั้นก็หมดไปเสียแล้ว) แถมยังต้องเดินหาค่ายเพื่อเซ็นสัญญาอีกขาขวิดเหมือนกัน กว่าจะมาลงตัวที่ค่าย Blue Note นี่ แล้วบลูโน้ตก็ตาถึง จับเธอมาโปรโมตจนมีชื่อเสียงดังเป็นพลุแบบนี้



ทันทีที่ความดังมาเยือน นอราก็ถูกจับไปเปรียบเทียบกับ Diana Krall…

อะไรทำให้นักฟังเพลงและนักวิจารณ์นำเธอไปเปรียบเทียบกับไดอานา ครอล ? ทั้งๆ ที่นอรานี่สุดแสนจะ “หน้าใหม่” ในวงการเสียขนาดนั้น จริงอยู่ เธอเคยออกอีพีมา 1 ชุด แต่ก็แทบไม่มีผลต่อการยอมรับส่วนใหญ่ของคนฟังมากนัก อีกทั้งเธอก็ไม่ได้มีความเป็นแจ๊สอย่างเต็มที่สักเท่าไรด้วย อาจจะเป็นไปได้ว่านำมาเปรียบกันในแง่ความเป็นดนตรีที่มีความเป็นบัลลาดอยู่มาก หากจะเปรียบได้กับชุด When I Look In Your Eyes ของไดอานาก็คงไม่ผิดนัก และที่สำคัญ ในฐานะนักเปียโน

แต่ขณะเดียวกัน นอรา โจนส์ไม่ได้เน้นไปถึงการอิมโพรไวเซชันอันเป็นหัวใจสำคัญของดนตรีแจ๊สเลยด้วย อย่าเพิ่งคิดไปว่าการออกผลงานกับค่ายบลูโน้ตแล้ว งานที่ออกมาจะต้องเป็นแจ๊สเสมอไป

ใช่แล้ว…งานดนตรีของเธอไม่ใช่แจ๊สอย่างเต็มตัวนั่นเอง เพียงแต่มีกลิ่นอายเท่านั้น ส่วนหนึ่งที่บ่งบอกอย่างเด่นชัดมากที่สุดถึงกลิ่นอายของความเป็นแจ๊สก็คือ “เสียงเปียโน” ของนอรา ไม่ใช่อย่างอื่นใดเลย การเรียบเรียงภาคเปียโนของนอราก็ไม่ได้เอื้อให้เธอแสดงฝีมือแบบโชว์เดี่ยวนัก กลับกลายเป็นประเภท “พูดน้อยต่อยหนัก” ไป บางท่อนบางช่วงนั้นเพียงแค่กดลิ่มไป 2-3 ตัวโน้ต ก็ทำให้เติมเต็มเพลงขึ้นมาได้



ส่วนเสียงร้องของเธอเอง ฟังแล้วออกจะไปนึกถึง Joni Mitchell หรือ Eva Cassidy ด้วยซ้ำ แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งเลยว่าเสียงร้องของนอรานั้นมีเสน่ห์ แสดงความเป็นตัวตนของเธออย่างเห็นได้ชัด แม้ไม่ได้เป็นนักร้องที่มีเนื้อเสียงดี ลูกคอแปดชั้น และไม่ได้มีการร้องสแก็ตโชว์ด้วย แต่อะไรกันล่ะที่ทำให้มีเสน่ห์อย่างนั้น ?

นั่นก็คงจะเป็นอิทธิพลจากดนตรีคันทรี โฟล์ค หรือแม้แต่บลูส์ ที่เธอแสดงออกมาอย่างสุดกลั้นใน Come Away With Me ชุดนี้ (จากบทสัมภาษณ์ของนอรา เธอบอกออกมาชัดเจนว่าตัวเธอชอบเพลงคันทรีกับโฟล์คมากทีเดียว) ซึ่งเมื่อคุณฟังเสียงร้องของเธอแล้ว คุณจะไม่สามารถบอกได้ว่าคุณ (หรือเธอ) กำลังเศร้า? กำลังสุข? หรืออะไรกันแน่? มันคือความก้ำกึ่ง กำกวม ที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในการตีความเวลาฟังดนตรีชุดนี้ อะไรที่มันเปิดกระพี้เห็นแก่นเสียหมด มันก็คงจะไม่น่าค้นหา… และน้ำเสียงที่เป็นเหมือนส่วนผสมของคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งเช่นกันที่ทำให้งานชุดนี้ชวนฟัง บางคนอาจจะค้านว่าไม่มีเอกลักษณ์ แต่สำหรับนอรา…มันกลับไม่ใช่อย่างนั้น เธอผสมผสานอิทธิพลที่ได้รับมาทั้งหมด คลุกเคล้ารวมกันจนได้ที่ จนกลายเป็นสุ้มเสียงอีกแบบหนึ่งที่เป็น “นอรา โจนส์” เรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ นัก หากว่าจะดูในแวดวงศิลปินหน้าใหม่ด้วยกัน จะมีก็แต่ศิลปินหน้าเก่าที่ค้นหาหนทางของตัวเองจนพบเท่านั้น

เพลงอย่าง I’ve Got To See Again มีส่วนผสมของลีลาแทงโก ที่รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นดนตรีแห่งแรงปรารถนา มันมีความเซ็กซี่และเร่าร้อนอยู่ในตัว มันเหมาะเจาะกับเพลงพอดิบพอดี ลองอ่านเนื้อเพลงดูแล้วจะรู้ว่าพอดีอย่างไร นับได้ว่าเป็นการแม็ตช์ที่ถูกรสชาติกันจริงๆ



อีกอย่างหนึ่งที่น่าประหลาดใจ คือ ท่วงทำนองการเล่นสไลด์กีตาร์ของ Adam Levy มันช่างละม้ายคล้ายกับ Bill Frisell อย่างแทบจะแยกไม่ออกเลยทีเดียว ยิ่งเพลง Nightingale นั้น ยิ่งทำให้คิดถึงฟริเซลเข้าไปอีก อาจจะเป็นอิทธิพลที่ส่งผลต่อมาก็เป็นได้ (ในความคิดของผู้เขียนแล้ว เมื่อฟังอัลบัมนี้แล้ว ก็อดที่จะนึกไปถึงอัลบัม Nashville ของฟริเซลไม่ได้) แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า มันช่างเหมือนกันเสียจริงๆ! ส่วนนักดนตรีอีกคนที่ต้องพูดถึงคือ Jesse Harris นักเล่นอะคูสติกกีตาร์ที่มีฝีมือเอาการทีเดียว เพียงแค่ฟังเพลงอย่าง One Flight Down หรือ Don’t Know Why คุณจะเห็นความสามารถในการเล่นที่บ่งบอกความสามารถของเจสซีได้ค่อนข้างดี (ในเพลง One Flight Down ได้ Sam Yahel มาเสริมรสชาติด้วยแฮมมอนด์ บี3 ลงตัวมากทีเดียว)

คงจะไม่พูดถึงฟริเซลไม่ได้ เขามาช่วยนอราเล่นกีตาร์ในเพลง The Long Day Is Over แต่ก็ไม่ใช่เป็นงานที่โดดเด่นในการโซโลนัก เพราะการบังเอิญอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในย่อหน้าข้างต้น อีกทั้งเพลงนี้ยังถูกเรียงต่อจากเพลง Nightingale (อดัม เลวีเล่นสไลด์กีตาร์) ทำให้ไม่รู้สึกเลยว่านี่เป็นฟริเซลเล่น มันกลืนไปกับเพลงก่อนหน้านี้อย่างไม่ลำบากยากเย็นอะไรเลย



แนวทางการเขียนเพลงในอัลบัมนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สอดคล้องกับการนำเสนอในแง่ดนตรี การเล่าเรื่องที่เหมาะสมกับนักร้องที่เป็นหญิงสาววัยขนาดนี้ ภาษาที่ใช้ก็เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ประชดประชัน หรืออะไรทั้งสิ้น มีแต่สิ่งที่เราพอจะอนุมานเอาเองว่า “นี่คือสิ่งที่เธอเป็น” ซึ่งนอราเองก็ไม่ได้เขียนเพลงเองทั้งหมด ยังต้องอาศัยเพื่อนร่วมวงมาช่วยกันเขียน นอกจากนั้นก็ยังมีเพลงคัฟเวอร์เสีย 3 เพลง คือ เพลงสแตนดาร์ด The Nearness of You ของ Hoagy Carmichael ที่เธอถ่ายทอดออกมาด้วยเสียงร้องเหงาเศร้า ควบคู่ไปกับเสียงเปียโนพลิ้ว Cold Cold Heart ของราชาคันทรีอย่าง Hank Williams ซึ่งเธอก็ตีความออกมาในแบบที่ใกล้เคียงกับแจ๊สที่สุด สุดท้ายเพลง Turn Me On ของ J.D. Loudermilk นักเขียนเพลงชื่อดังชาวแนชวิล ซึ่งเพลงนี้นอรานำมาร้องโดยสอดแทรกความเป็นบลูส์เข้าไป (ผู้เขียนยังไม่เคยฟังต้นฉบับของเลาเดอร์มิลค์ว่าเป็นอย่างไร)

อีกอย่างหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ การเรียงเพลง นับว่ามีความต่อเนื่องของเพลงสูงมาก คุณจะสามารถฟังอัลบัมนี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่อยากจะกดปุ่ม Stop เลยแม้แต่ครั้งเดียว จังหวะจะโคนของเพลงถูกนะมาวางต่อกันอย่างลื่นไหล ไร้รอยสะดุดให้ขัดใจแม้แต่น้อย ถึงจะเป็นเพลงจังหวะช้าเสียมาก แต่เขาก็ไม่ทำให้คุณรู้สึกอยากจะหลับแม้แต่น้อย

นอรา โจนส์ หญิงสาวที่น่าจับตามอง

นอรา โจนส์คงจะเป็นที่ถูกจับตามองไปอีกพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว ในฐานะน้องใหม่ที่มาแรงขนาดนี้ หากจะถามว่าอะไรที่น่าสนใจก็คงต้องตอบว่า ความกลมกลืน การผสมผสาน ที่เธอทำได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นแนวการร้องเพลง การเรียบเรียงดนตรีที่มีความหลากหลายในแนวต่างๆ ซึ่งถึงแม้ว่าจะหลากแนว แต่ดูเหมือนว่ายีงสามารถควบคุมโทนรวมของอัลบัมให้ออกมาเป็นอย่างมีความเป็นเอกภาพ ศิลปินบางคนอยากจะทำเพลงหลากหลายแนว แต่พอทำออกมาแล้ว กลับกลายเป็นว่าโดดไปทางนี้ที โดดไปทางโน้นที ไร้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

แต่ไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับงานชุด Come Away With Me แน่นอน

หากคุณกำลังมองหางาน Contemporary ที่มีท่วงทีลีลาไม่เคร่งเครียดเกินไปนัก เอาไว้ฟังหาความเพลิดเพลิน หรือจะฟังเอาเนื้อหาสาระก็ยังได้ คุณน่าจะรับชุดนี้ได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องปีนบันไดฟังหรือไม่จำเป็นต้องหัวสูง อย่างหนึ่งที่อยากจะบอกกันไว้ก่อนคือ อย่าพยายามเอาคนโน้นเอาคนนี้มาเปรียบกับนอรา โจนส์ แต่ควรจะเป็นการฟังเพื่อการผ่อนคลายของคุณเองมากกว่า เพราะหากนำไปเปรียบเทียบกับศิลปินใหญ่อย่างไดอานา ครอลแล้ว (อย่างที่เขามักจะจับคู่เทียบสองคนนี้กัน) เราเองยังมั่นใจว่าครอลยังเหนือกว่ามาก (เอาเป็นว่าไม่นับรวมในชุด Look of Love ก็แล้วกัน) แต่ควรจะฟังนอราในฐานะที่เธอเป็นศิลปินใหม่มากด้วยความสามารถจะดีกว่า

นั่นถึงจะเรียกว่าเป็นการฟังเพลงเพื่อความบันเทิง



Musicians :
Norah Jones : Vocals, Piano
Jesse Harris : Acoustic Guitar, Electric Guitar
Lee Alexander : Bass
Adam Levy : Acoustic Guitar
Dan Rieser : Drums
Guests :
Brian Blade, Kevin Breit, Bill Frisell, Adam Rogers, Rob Burger, Jenny Schneinman, Tony Scherr, Kenny Wollensen, Sam Yahel
Produced by Arif Mardin
Label : Blue Note / EMI
Released year : 2002
Track Listing :
1. Don’t Know Why (Jesse Harris)
2. Seven Years (Lee Alexander)
3. Cold Cold Heart (Hank Williams)
4. Feelin’ The Same Way (Lee Alexander)
5. Come Away With Me (Norah Jones)
6. Shoot The Moon (Jesse Harris)
7. Turn Me On (J.D. Loudermilk)
8. Lonestar (Lee Alexander)
9. I’ve Got To See You Again (Jesse Harris)
10. Painter Song (Lee Alexander/J.C. Hopkins)
11. One Flight Down (Jesse Harris)
12. Nightingale (Norah Jones)
13. The Long Day Is Over (Jesse Harris/Norah Jones)
14. The Nearness of You (Hoagy Carmichael)



Create Date : 25 ตุลาคม 2548
Last Update : 25 ตุลาคม 2548 21:10:14 น. 9 comments
Counter : 656 Pageviews.

 
กำลังจะไปหามาฟังพอดีเลยครับ แวะเข้ามาดูก็เจอคุณเขียนแนะนำไว้พอดี

keep up good article !


โดย: v74 IP: 58.136.68.197 วันที่: 27 ตุลาคม 2548 เวลา:14:54:52 น.  

 
มาเยี่ยมชมครับ แจ๊ส นี่มันสุดๆเลยนะ โดยเฉพาะฟังสด กลุ่มเล็ก (ในผับที่ไม่มั่ว หรือเมาอย่างเดียว) เหมือนเราเข้าไปเล่นเองเลย (ทั้งที่เล่นไม่เป็น 55)


โดย: ลุดวิก IP: 61.91.243.216 วันที่: 28 ตุลาคม 2548 เวลา:7:30:19 น.  

 
ผมชอบนอร่า ตั้งแต่ได้ยินเพลง Come Away With me และชุดนี้ก็ไม่พลาดอีกเช่นกันครับ ผมได้ฟังทั้งอัลบั้มแล้ว เป็นอัลบั้มที่แนวทางของเพลงลงตัวกลมกลืนกันดีครับ


โดย: takky_sc วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:05:04 น.  

 
สะดุดตั้งแต่ได้ยิน ท่อนแรกของเพลง sunrise แล้ว โดยที่ยังไม่ทราบเลยว่านักร้องคนนี้ชื่ออะไร หลังจากนั้นก็พยายามตามหามาฟัง ยิ่งฟังก็ยิ่งสนุก มีความสุขกับเสน่ห์ของเสียงร้องและจังหวะเพลง แต่ยังหาซื้อแผ่นไม่ได้เลยที่ขอนแก่นไม่มีขาย ได้แต่ให้เพื่อน copy.ให้ ทั้งๆที่ต้องการให้เกียรติกับคนทำดนตรีคุณภาพแบบนี้


โดย: idin IP: 125.25.155.208 วันที่: 17 สิงหาคม 2551 เวลา:12:51:58 น.  

 
a good read, i really enjoy reading your review


โดย: Sea4Us IP: 119.42.70.24 วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:16:07:48 น.  

 
กำลังหาข้อมูลของพี่เขาพอดี ตอนที่ฟังเพลงDon't Know Whyจากวิทยุครั้งแรกก็รู้สึกชอบมาตลอดเลยค่ะ ขอข้อมูลพี่ไปเพิ่มเติมทำการบ้านนะคะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ปุ๊ IP: 210.86.135.73 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:04:53 น.  

 
ผมชอบมากครับ

เสียงใส สุดยอด!


โดย: ^ ^ IP: 222.123.86.194 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:57:49 น.  

 
ฟังเค้าร้อง

เพลง Somewhere Over The Rainbow

ยอดมากๆเรยคับ


โดย: CHOKiEs IP: 202.28.27.5 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:53:36 น.  

 
I love those songs that you've sung. That are all so good to me and my friends.I'd love to say that I love you....555555555555+


โดย: to my best star IP: 192.168.1.190, 125.24.34.10 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:53:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nunaggie
Location :
City of Angels, Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




คุยเฉพาะเรื่องเพลง :D

"I still find each day too short for all the thoughts I want to think, all the walks I want to take, all the books I want to read, and all the friends I want to see." John Burroughs

Follow my twitter @nunaggie :)

"มีเรื่องราวอีกมากมายให้ชีวิตต้องเดินทางไปค้นหา เราคงไม่ค้นพบทุกอย่างได้ เพียงแค่ชั่วชีวิตเดียว"
Creative Commons License
© Supada Luangsirimongkol 2015.
qrcode
Friends' blogs
[Add nunaggie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.