"แจ๊ส....ฉัน"
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
Ella Fitzgerald “THE FIRST LADY OF SONG” ตอนแรก



เมื่อได้รู้เรื่องราวของบิลลี ฮอลิเดย์ไปแล้ว การสานต่อด้วยเรื่องราวของเอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ก็แลดูจะเป็นความลงตัวดีไม่น้อย เอลลาและบิลลีเป็นนักร้องแจ๊สที่เติบโตมาในยุคเดียวกัน และเปรียบเสมือนด้านมืดกับด้านสว่างของกันและกัน ขณะที่คนหนึ่งมีแต่ความหม่นหมอง ทว่าอีกคนหนึ่งเต็มไปด้วยความสดใส

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เอลลาเคยเป็นหนึ่งในนักร้องแจ๊สหญิงที่ยิ่งยงที่สุดในแจ๊สพิภพแห่งอเมริกามากว่ากึ่งศตวรรษ เธอพิชิตรางวัลแกรมมี 13 ครั้ง และผลงานของเธอขายออกไปมากกว่า 40 ล้านก็อปปี สมญานามของเธอคือ The First Lady Of Song เธอเป็นหนึ่งในนักร้องหญิงอันดับต้นๆ ที่นักวิจารณ์เพลงจะลงคะแนนเสียงให้ ถึงแม้บางคนจะยกตำแหน่งให้กับซาราห์ วอห์น หรือบิลลี ฮอลิเดย์ไปบ้างก็ตาม

เสียงของเอลลา นุ่มนวล เนื้อเสียงกว้าง และเป็นอมตะ เธอสามารถร้องเพลงบัลลาดเร้าอารมณ์ หวานในท่วงที หรือเลียนล้อไปกับทุกเครื่องดนตรีได้ เอลลาได้ร่วมงานกับนักดนตรีแจ๊สอมตะมากหน้า ไม่ว่าจะเป็นดุค เอลลิงตัน, เคานต์ เบซี และแนต คิง โคล ไปจนถึงแฟรงก์ สิเนตรา, ดิซซี กิลเลสปี และเบนนี กูดแมน (หรือบางคนอาจจะกล่าวสลับกันว่า บรรดานักดนตรีแจ๊สเยี่ยมๆ ต่างยินดีที่จะได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเอลลาก็เป็นได้)



เอลลา เจน ฟิตซ์เจอรัลด์เกิดที่นิวพอร์ต นิวส์, เวอร์จิเนีย เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1918 วิลเลียมและเทมเปอแรนซ์ หรือ เทมปี พ่อและแม่ของเธอแยกทางกันหลังจากนั้นไม่นานนัก เทมปีและเอลลาเดินทางไปยองเกอร์ส, นิวยอร์ก ที่ซึ่งเทมปีค่อยๆ ตกลงปลงใจอยู่กินกับเพื่อนชาย โจเซฟ ดา ซิลวา ที่คบหากันมานาน ฟรานเชส น้องสาวต่างพ่อของเอลลาถือกำเนิดขึ้นในปี 1923 ไม่นานนักเธอก็จำโจเซฟได้ในฐานะพ่อเลี้ยง

โจหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขุดคูน้ำและทำงานนอกเวลาเป็นคนขับรถ ในขณะที่เทมปีรับจ้างซักผ้าและรับจ้างทำอาหาร ในบางครั้งเอลลาก็ช่วยครอบครัวทำงานหาเงินเหมือนกัน ด้วยความเดียงสาต่อโลกภายนอก บางทีเธอก็รับทำงานเป็นเด็กเดินโพยบ้าง พวกเขาแบ่งเช่าอพาร์ตเมนต์กับเพื่อนร่วมห้อง ซึ่งเอลลาเองก็สามารถผูกมิตรกับคนอื่นได้อย่างสะดวกดาย เธอคิดว่าตัวเองเป็นทอมบอยและชอบเล่นเบสบอลกับเพื่อนๆ ผู้ชาย นอกจากเล่นกีฬา เธอยังชอบเต้นรำและร้องเพลงกับเพื่อนๆ ในบางคืนพวกเขาจะจับรถไฟไปที่ฮาร์เล็ม และดูละครกันที่อะพอลโล เธียเตอร์

ในปี 1932 เทมปีบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตจากการถูกรถชน เอลลาร่ำไห้ปิ่มว่าจะขาดใจอย่างเหลือทน เธออยู่กับโจต่อมาอีกระยะหนึ่ง เวอร์จิเนีย น้องสาวของเทมปีจึงพาตัวกลับไปบ้าน ไม่นานนัก โจก็ตายตามเทมปีไปด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน แล้วฟารเชสก็ย้ายเข้ามาอยู่กับพวกเขาในเวลาต่อมา

เบื้องแรก เอลลายังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ อาจจะเป็นเพราะความสูญเสียใหญ่หลวงที่เธอเพิ่งประสบมาหมาดๆ ทำให้เธอไม่มีความสุขและย่างก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤติของชีวิต ผลการเรียนของเธอตกลงอย่างน่าใจหาย แถมยังโดดเรียนบ่อยๆ หนำซ้ำยังยังมีปัญหากับตำรวจ จนถึงกับต้องเข้าไปอยู่ในความดูแลของโรงเรียนดัดสันดาน นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่หนักเข้าไปอีก ซ้ำร้ายยังถูกผู้ดูแลทุบตีเอาอีก



ในที่สุด เอลลาก็หลบหนีออกมาจากสถานดัดสันดาน เด็กสาววัยสิบห้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและยืนหยัดกัดฟันอยู่บนลำแข้งของตัวเอง แต่เอลลาก็ไม่ใช่คนหนีปัญหา เธอแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งในการฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากเข็ญ ทำให้เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ความทรงจำทั้งหลายทั้งปวงในอดีตเสริมสร้างอารมณ์ในการแสดงของเธอมาก นั่นเป็นเพราะรู้จักว่า “ความลำบาก” และ “การดิ้นรน” คืออะไร

ในปี 1934 ชื่อของเอลลาก็ถูกขึ้นไว้ที่อะพอลโล เธียเตอร์และเธอก็สามารถเอาชนะการแข่งขันร้องเพลงที่นั่นได้ เธอเข้าไปที่อะพอลโลเพื่อที่จะเต้นรำ แต่เมื่อพี่น้องจอมแสบเอ็ดเวิร์ดส์จบการแสดงลง เอลลาก็เปลี่ยนใจ “พวกพี่น้องนั่นดิ้นยังกับโดนน้ำร้อน” เธอว่า และก็ให้รู้สึกว่าการแสดงของเธอนั้นไม่น่าเทียบกับพวกพี่น้องนี่ได้อย่างไร

ครั้งหนึ่งบนเวที ได้ยินเสียงพึมพำจากผู้ชมว่า “เธอจะทำอะไรต่อไปเนี่ย?” เอลลาก็ตระหนกขึ้นมา ในนาทีสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจร้องเพลง บอกให้วงดนตรีเล่นเพลง Judy ของโฮกกี คาร์ไมเคิล ซึ่งเป็นเพลงที่เธอรู้จักดีเนื่องจากเป็นเพลงที่เทมปีชอบมากเพลงหนึ่ง เอลลาทำให้ผู้ชมเงียบสงัดในพริบตา ก่อนเพลงจะจบดีพวกเขาก็ขอให้เธอร้องซ้ำอีกครั้งเสียแล้ว เอลลาจึงจำต้องร้องตามคำขอ คราวนี้เธอร้อง The Object Of My Afflections

ตัวตนที่แท้จริงของเอลลา หากว่าเธอไม่ได้ยืนมือถือไมค์ ไฟส่องหน้า หรือเฮากับเพื่อนฝูงแล้ว นับว่าเธอเป็นสาวขี้อาย ค่อนข้างสงวนท่าที เธอมักจะประหม่า ขวยเขินในการแสดงเสมอ บางครั้งถึงกับสงสัยในความสามารถของตัวเองด้วยซ้ำ แต่เมื่อเธอได้ก้าวขึ้นเวทีแล้ว ดูเหมือนว่าความกลัวทั้งหลายแหล่จะมลายหายไปในบัดดล รู้สึกผ่อนคลายคล้ายเอนกาย ณ เคหสถาน

“เมื่ออยู่บนเวที ฉันรู้สึกได้ถึงความรักและการยอมรับจากพวกเขา” เอลลาว่าไว้ “ฉันรู้ว่าฉันต้องการที่จะร้องเพลงให้พวกเขาฟังตลอดทั้งชีวิตของฉันเลย”

คืนนั้นเอลลาร้องอยู่กับวงซึ่งประกอบไปด้วย เบนนี คาร์เตอร์ นักแซ็กโซโฟนและนักเรียบเรียงมือดี ด้วยเสียงพรสวรรค์ระฆังเงินของเธอ ทำให้เบนนีเริ่มแนะนำเอลลาเข้าพบปะคนที่จะพาเธอเดินหน้าสู่อนาคตอันงดงามได้ นี่เป็นบทเริ่มต้นความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนอันยาวนานของทั้งสอง พวกเขาได้ทำงานร่วมกันบ่อยครั้งในเวลาต่อมา



ด้วยการสนับสนุนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ทำให้เอลลาเริ่มต้นเข้าสู่เวทีต่างๆ และกวาดรางวัลมามากมายในแทบจะทุกๆ เวทีที่มีการล่ารางวัล ในเดือนมกราคม 1935 เธอได้รับโอกาสโชว์ตัวที่ฮาร์เล็ม โอเปรา เฮาส์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์กับวงดนตรีของไทนี แบรดชอว์ ที่นี่เองที่เอลลาได้มาพบกับชิก เว็บ มือกลองและผู้อำนวยวงดนตรี แม้ว่าเสียงของเธอจะทำให้เขาประทับใจ แต่ชิกก็ได้ว่าจ้างชาร์ลี คลินตัน นักร้องชาย ไว้ในวงแล้ว เขาก็เลยลองบอกให้เอลลาไปทดสอบกับวงของเขาตอนที่ไปเล่นเพลงเต้นรำที่มหาวิทยาลัยเยล

“ถ้าเด็กๆ ชอบคุณ” ชิกบอก “คุณก็อยู่วงเราต่อได้”

และแน่นอน เอลลาคือสิ่งที่คลื่นมหาชนให้ความสนใจที่สุดในงานวันนั้น แล้วชิกก็จึงจ้างเธอออกเดินสายด้วยราคา 12.5 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

กลางปี 1936 เอลลาเริ่มบันทึกเสียงอัลบัมแรกของเธอ ซึ่งก็คือ Love And Kisses ออกวางจำหน่ายภายใต้สังกัดเดกกา ประสบความสำเร็จในระดับกลางๆ ในช่วงนี้เธอยังคงร้องเพลงให้กับวงของชิกที่ห้องซาวอย บอลรูม ในฮาร์เล็มอันหรูหรา ซึ่งห้องนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ห้องบอลรูมที่โด่งดังมที่สุดในโลก”

หลังจากนั้นไม่นาน เอลลาก็เริ่มต้นตีความเพลง (If You Can’t Sing) You Have To Swing ระหว่างนี้เป็นยุคทองของดนตรีสวิง บิกแบนด์ และกำลังจะก้าวย่างไปสู่บีบ็อป เธอก็หาได้อยู่นิ่งกับที่ไม่ สไตล์ใหม่ๆ ที่เธอเริ่มเปลี่ยนโดยใช้เสียงของเธอเองทดแทนกับเครื่องเป่าบางชิ้นในวง You Have To Swing It เป็นหนึ่งในเพลงของช่วงแรกๆ ที่เธอเริ่มทดลองการร้องแบบสแก็ต การร้องด้นสดของเธอทำให้แฟนเพลงตื่นเต้นกันน่าดู

ในปี 1938 เมื่ออายุได้ 21 ปี เอลลาบันทึกบทเพลงที่ร่าเริงสำหรับเด็กอย่าง ATisket, A-Tasket อัลบัมนี้ขายไปได้ถึงหนึ่งล้านก็อปปี ติดเพลงฮิตอันดับหนึ่ง ซ้ำยังอยู่บนชาร์ตเพลงป็อปถึงสิบเจ็ดสัปดาห์ด้วยกัน แล้วในบัดดล....ชื่อเสียงก็เดินทางมาหาเธออย่างทันท่วงที



16 มิถุนายน 1939 เธอก็ได้รับความสูญเสียอีกครั้งเมื่อชิก เว็บมาจากไป จึงต้องเปลี่ยนชื่อวงดนตรีเป็น เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ และเฟมัสแบนด์ เท่านั้น

บางทีเอลลาอาจจะต้องการความมั่นคงและความปลอดภัยก็เป็นได้ ทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานกับเบนนี คอร์เนเกย์ คนงานท่าเรือที่ตามจีบเธอ ภายหัลงเอลลาจึงได้มารู้ว่าเบนนีมีประวัติอาชญากรรม เธอจึงได้ตระหนักว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นความผิดพลาดและเธอจึงได้จบการแต่งงานครั้งนี้ลงเอง







Create Date : 23 มีนาคม 2549
Last Update : 23 มีนาคม 2549 17:19:12 น. 1 comments
Counter : 617 Pageviews.

 
เดี๋ยววันหลังค่อยมาต่ออีกตอนหนึ่ง


โดย: nunaggie วันที่: 23 มีนาคม 2549 เวลา:17:20:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nunaggie
Location :
City of Angels, Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




คุยเฉพาะเรื่องเพลง :D

"I still find each day too short for all the thoughts I want to think, all the walks I want to take, all the books I want to read, and all the friends I want to see." John Burroughs

Follow my twitter @nunaggie :)

"มีเรื่องราวอีกมากมายให้ชีวิตต้องเดินทางไปค้นหา เราคงไม่ค้นพบทุกอย่างได้ เพียงแค่ชั่วชีวิตเดียว"
Creative Commons License
© Supada Luangsirimongkol 2015.
qrcode
Friends' blogs
[Add nunaggie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.