ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานับแต่จุดเริ่มสร้าง...ต่างรู้กันว่ามีทั้งที่สว่างและที่มืด...หากแต่จะมีคนตระหนักหรือไม่ว่า...ในเงามืดของประวัติศาสตร์นั้นย่อมมีแสงสว่างเล็กๆอยู่เสมอ...
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
หลักกิโลเมตรที่สี่...ปีแอร์และเดือนทั้งสิบสอง!!

เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่นานเท่าไหร่...





เดือนหนึ่ง-ชานเมืองใหญ่-ฤดูร้อนนิดหน่อย

วันนั้นวันที่ฝกตกลงมาจากฟ้ามาผสมกับความร้อนในอากาศ(ร้อนจริงๆ)ที่ร้อนรออยู่แล้ว ทำให้ทั้งร้อน

และหนาวไปในเวลาเดียวกัน ชาย/หญิง(ผมดูไม่ออก) ร่างบางๆหัวโต คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับบอก

ว่า 'เอ้ยย พาปีแอร์เที่ยวหน่อยสิ!! ปีแอร์อยากเดินทาง'ผมงงและถามว่า 'เพราะเหตุใดทำไมผมต้องทำ?'

ปีแอร์นาย/เธอนั้น เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์อันชวนตื่นเต้นแกมพิศดารปนโศกเศร้าเคล้าน้ำตา

ให้ผมฟังและเน้นย้ำนักย้ำหนาว่าที่เขาแลดูสับสนทางเพศก็เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นนั่นเองผมเชื่อครึ่ง

ไม่เชื่อเกือบครึ่งและถามย้ำเกี่ยวกับ 'ไข่หำเทวดา' ที่ปีแอร์เล่าให้ฟังและต่อว่าปีแอร์เล็กน้อยหลังจากที่ปี

แอร์อ้ำอึ่งไปสองสามนานจนสารภาพว่าแสงมันจ้าเกินไปรายละเอียดจึงจำได้ไม่ชัดนัก ผมจึงตกลงอาสา

พาปีแอร์เที่ยวเผื่อว่าปีแอร์จะระลึกถึงรายละเอียดของ 'ไข่หำเทวดา' ออก
และนั้นเองคือจุดเริ่มต้นของการเดินทาง...




เดือนสอง-ใจกลางเมืองใหญ่-ฤดูร้อนมากขึ้นอีกนิด

'ทำไมมันร้อนจังวะ!' ปีแอร์สบถขึ้นหลังจากเหงื่อบนหัวของปีแอร์ไหลออกมา มากจนผมเอากะละมังมา

รองไว้ให้เด็กข้างบ้านมาอาบน้ำ... ผมจึงคิดว่าปีแอร์เป็นผู้ชายแน่นอนเพราะพูดจาไม่น่าฟัง แต่ปีแอร์

เถียงทันควันว่าผู้หญิงสมัยนี้ก็พูดแบบนี้เหมือนกัน ผมจำนนอย่างเสียไม่ได้... ผ่านมาเกือบเดือนครึ่งที่

ผมและปีแอร์มาอยู่บ้านเช่าหลังนี้ ที่นี่เป็นเมืองใหญ่ เราสองคนตกลงเลือกที่นี่เพราะ 'ควาย' ปีแอร์ชอบ

'ควาย'มากจนบางคร้ังก็พยายามทำตัวเป็น 'ควาย' เสียเอง แย่ตรงที่ว่าตอนนี้ปีแอร์ยังงงกับเพศตัวเอง

อยู่จึงไม่รู้ว่าจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย ปีแอร์ว่าจะพิจรณาเรื่องนี้อย่างจริงจังอีกที เมืองนี้มี 'ควาย'ที่อาศัยอยู่

กับคนเยอะมาก 'ควายบนถนน' 'ควายบนตึก' 'ควายตามสี่แยก' 'ควายในสภา' มองไปทางไหนก็มีแต่

ควายทั้งนั้น!!แต่น่าแปลกที่ใครต่อใครจากหลายมุมในโลกนิยมมาเที่ยว เราจึงเริ่มจากที่นี่เป็นที่แรกและ

จะวางแผนการเดินทางต่อไป บ้านเช่าที่เราอยู่เป็นไม้ หลังบ้านเป็นสายน้ำสีดำมิด ส่งกลิ่นรัญจวนเป็น

ระยะๆเรายังคงปรึกษากันต่อไปถึงแผนการเดินทางแต่ช้าหน่อยเพราะมัน...ร้อนจริงๆ!!



เดือนสาม-เมืองเล็กๆแถบอีสาน-ร้อนถึงร้อนมากกก!!!

สิบกว่าวันแล้วที่เราเดินทางออกจากเมืองใหญ่เมืองนั้น หลังจากปีแอร์ค้นพบว่า 'ควายในเมืองใหญ่'

นั้นไม่น่ารักเหมือน 'ควาย' ที่ปีแอร์เคยรู้จัก 'มันเจ้าเล่ห์นักทำตัวไม่สมกับเป็นควาย!!' ปีแอร์ว่างั้น

เราจึงทิ้งน้ำดำๆและเด็กข้างบ้านที่หน้าละห้อยเมื่อไม่ได้อาบน้ำจากเหงื่อบนหัวของปีแอร์อีก...

ปีแอร์บอกว่าเขาเป็นคนฝรั่งเศสแต่ไม่เคยไปฝรั่งเศสและเขาตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปนอนหมดลมหายใจที่นั่น

ผมถามว่าทำไมปีแอร์บอกไม่รู้ รู้แต่อยากทำ! แล้วเมืองจีนล่ะผมถามปีแอร์ที่มีเชื้อสายจีนอยู่บ้าง

ถ้าต้องตายครั้งที่สองคงเป็นที่เมืองจีน ปีแอร์ว่างั้น....เรื่องสำคัญอีกอย่างที่ปีแอร์เพิ่งบอกผมคือ เขา

สัญญากับคนทางบ้านไว้ว่าจะไม่ยอมให้เส้นผมเขาล่วงอีก ผมตกใจเมื่อมองไปเส้นผมของปีแอร์ดูระโหย

และดูเหมือนพร้อมจะหลุดร่วงได้ตลอดเวลา นี่เป็นอีกสาเหตุหลักๆที่เรารีบออกจากเมืองใหญ่ เพราะดู

แล้วเส้นผมของปีแอร์ไม่น่าจะชอบเมืองใหญ่เท่าไหร่เมื่อได้เจอทุ่งหญ้าและฝนช่ำๆบ้าง ผมของปีแอร์ก็ดู

ดีขึ้น ปีแอร์ถามทำไมเมืองอื่นๆจึงดูเงียบเหงาในช่วงนี้ คนแถวนี้บอกว่าช่วงนี้เขานิยมย้อมสีแล้วเข้าเมือง

กัน ผมกับปีแอร์รีบเปลี่ยนเรื่องเพราะเรื่องสีไม่เข้าใครออกใคร...ใครใครก็รู้ สั่งลาบเลือดกินกันดีกว่า!!




เดือนสี่-ริมแม่น้ำใหญ่ที่แห้งขอด-ร้อนจนต้องถอดเสื้อเดิน


น้ำแห้งอย่างนี้ตลอดรึ!? ปีแอร์ถาม ผมบอกไม่รู้ไม่ได้เกิดแถวนี้นี่หน่า คนแถวนั้นมาเฉลยว่าเพิ่งจะเป็น

มากก็ช่วงปีนี้เอง อาจเป็นมหาประเทศด้านบนที่กั้นน้ำไว้ หรือเพราะบรรยากาศร้อนๆจนน้ำระเหย หรือ

อาจเป็นทั้งสองอย่างรวมกันไม่มีใครมาฟันธงหรือคอนเฟิร์ม แต่ที่เห็นชัดๆคือ มันร้อนระอุทีเดียว ผมทน

ไม่ไหวต้องถอดเสื้อเดินโชว์ขี้ก้างแห้งๆ แต่ปีแอร์ไม่ยอมถอดตาม เขาว่ายังไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นหญิงหรือ

ไม่เดี๋ยวไม่เหมาะสม... คนแถวนั้นบ่นกันระนาวถึงความแห้งขอดของแม่น้ำใหญ่ที่เป็นเหมือนแหล่ง

อาหาร หากิน แต่ยังมีบางคนดีใจที่ได้เห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใต้น้ำที่โผล่มา แหม..ถ้าไม่แห้งก็อดเห็น

ปีแอร์บอกถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่คนแถวนี้หาสิ่งปลอบใจตัวเองได้ง่ายขนาด...!!



เดือนห้า-ขึ้นเหนือ-ฝนตกแต่ยังร้อน...ถึงร้อนที่สุด!!


เสน่ห์ของการเดินทางอยู่ที่ 'ระหว่างทาง' หรืออยู่ที่ 'ปลายทาง' ปีแอร์กับผมเถียงกันไม่จบไม่สิ้น ระหว่าง

การเดินขี้นภูเขาลูกหนึ่ง ในแดนเหนือ...ผมว่าถ้าไม่มีปลายทางจะมีระหว่างทางรึ!? ปีแอร์บอกอาจเกิด

ปลายทางระหว่างทางก็ได้...ผมว่างั้นเดินหลับตาไปซะถึงไหนก็ถึงน้ัน ปีแอร์ว่า หลับตาก็ไม่เห็นข้างทาง

แต่บางคนเปิดตาเหมือนปิดตา!!? แล้วปีแอร์ล่ะเปิดหรือปิด ปีแอร์ว่าตอนนี้ไม่คิด คิดแต่จะชายหรือ

หญิงก่อน และบอกให้กำลังใจผมว่า อากาศดีๆกับสายหมอกทำให้พอจะเห็นภาพ 'ไข่หำเทวดา' ได้เลาๆ

แล้ว ผมรีบซักรายละเอียด ปีแอร์ว่ามันทั้งเต่งและตึง จนสาวเจ้าข้างๆที่เห็นด้วยกันว่าไม่น่าใช่ แต่ปีแอร์

มั่นใจลึกๆว่าใช่ เพราะสาวเจ้าข้างๆไม่มีสักหน่อย ผมรีบบอกปีแอร์ว่านั่นไง นายเป็นชายเต็มใบหรือป่าว

ปีแอร์ตาโตด้วยความดีใจ ยื่นมือลงไปคลำ...อย่างรวดเร็ว!! ท่ามกลางสายหมอกและฝนพรำๆ



เดือนหก-ชายแดน-หนาวเช้ากับมืดกลางวันผิวไหม้!!


ปีแอร์ไม่พูดอะไรอีกหลังจากวันนั้นที่ผมให้วิธีการตรวจสอบ...เรามาถึงเส้นตะเข็บระหว่างประเทศ

ผมใฝ่ฝันว่าจะขึ้นเหนือโลกไปดูเส้นนี้ให้ได้ หากวาสนาถึง และแล้วปีแอร์ก็เฉลยถึงการที่เงียบไปหลายวัน

กำลังทบทวนภาษาจีนอยู่เพราะมาใกล้ชายแดนจีนเหลือเกิน...แล้วได้ผลอย่างไรผมถาม ปีแอร์ว่านึกได้

แต่ เห่า กับ ไอ้ ....ที่เหลือนึกไม่ออก ผมถามความหมายแล้วปลอบว่ายังเหลือความดีกับความรัก

ก็บุญแล้ว (เห่า=ดี,อ้าย=รัก) นึกว่าอึ้งกับการรู้ว่าเป็นชายหรือหญิง ปีแอร์ว่ามันผ่านไปแล้วไม่สำคัญ

สำคัญเรื่องต่อไปต่างหาก...พักนี้ปีแอร์ดูเคร่งขรึมลงไม่ร่าเริงเหมือนแรกๆ เส้นผมของปีแอร์กลับดู

ชุ่มชื่นผิดสังเกตุ...



เดือนเจ็ด-เมืองเก่า-ร้อนมากๆๆผสมกับฝนหนัก


โบราณสถานเมืองนี้อายุกี่ปี? ปีแอร์ถาม ผมตอบไม่รู้!!

ใครเป็นคนสร้าง? ผมตอบไม่รู้!!

แล้วใครบูรณะ? ผมตอบไม่รู้!!

แล้วสำคัญอย่างไง? ผมตอบไม่รู้!!

ปีแอร์ยิ้มปนสมเพช บอกไปเถอะ....เดินทางต่อ

ผมยังงงว่าที่เขาถามเพื่ออะไร....ใครจะยังไงกับที่เมืองนี้...

มันเกี่ยวอะไรกับผมเล่า!!?




เดือนแปด-เมืองจระเข้ยักษ์-แดดรุนแรงถึงขั้นนอนโรงพยาบาลยังมีฝนเม็ดใหญ่ๆ


ทำไมบึงนี้เงียบเหงาจัง ปีแอร์ถาม ก็มันไกลขนาดนี้แล้วก็ไม่เห็นมีอะไรมีแต่ดอกบัวกับน้ำแค่รูปปั้น

จระเข้ยักษ์กับนายชาละวัน-ทู-ทรี ปล้ำกันเท่านั้น ใครเล่าจะมาทำคึกคักเหมือน แอร์เย็นๆพร้อมอาหาร

ราคาต่อมื้อประมาณจ่ายค่าเช่าบ้านได้เป็นเดือนๆ หรือตึกใหญ่ๆร้านค้าเยอะๆ งั้นทำไมเขาจึงเก็บบึงไว้

บึงก็แลดูใหญ่อยู่ ผมตอบคนเขาก็ดูกันอยู่จ้องกันอยู่อีกไม่นานนักหรอกติดแต่มันใหญ่เหลือเกิน!! ผมถาม

ทวงถึง 'ไข่หำเทวดา' เพราะหลังๆ ปีแอร์เริ่มไม่คุยเรื่องเก่าๆมีแต่สงสัยเรื่องใหม่ๆ ปีแอร์ว่าเขาจะบอก

อีกไม่นานนี่ล่ะ สายฝนตกลงมาอย่างแรง ปีแอร์ยืนมองขึ้นไปบนฟ้าและพยายามลืมตาสู้กับสายน้ำ....




เดือนเก้ารวมถึงเดือนสิบ-เมืองใต้-ฝนตกตลอดเวลา


ปีแอร์หายตัวไป!!...หลังจากเราเดินทางมาถึงเมืองใต้สุด แถบนี้วุ่นวายน่าดู ปีแอร์บ่นพึมพำ...

จากน้ันปีแอร์ก็หายตัวไป ผมเดินทางไปยังจุดที่เราพักแรมด้วยกันหลายต่อหลายที่พร้อมทั้งฝากให้คน

แถวน้ันสังเกตุแต่ไม่มีใครเห็น จนเวลาล่วงมาเกือบสองเดือน ผมท้อใจและกำลังจะเดินทางกลับ

ปีแอร์ก็กลับมา พร้อมกับบาดแผลเต็มตัว เส้นผมหลุดไปเส้นครึ่ง..

แต่ใบหน้าของปีแอร์นั้นย้ิมแย้มแจ่มใสมากมาย...



เดือนสิบเอ็ด-กลับเมืองใหญ่-ร้อนกับร้อนกับร้อนกับร้อน!!

ขณะที่เด็กข้างบ้านกำลังอาบเหงื่อของปีแอร์อยุ่อย่างสนุกสนาน

ปีแอร์ก็เล่าย้อนหลังถึงสองเดือนที่หายไป เขาโดนจับโดยกลุ่มไม่ทราบฝ่าย ทรมานปีแอร์ต่างๆนาๆ

ถามเขาว่ามาแถวนี้ทำไม ปีแอร์ว่าแค่อยากเดินทาง เขาไม่เชื่อทรมานต่อ...

ตอนที่ปีแอร์กึ่งสลบกึ่งมีสตินั้นเองที่มีแสงจ้าเหมือนที่ปีแอร์เคยเห็น ปีแอร์เห็นควายของปีแอร์ที่ขึ้นจรวด

หายไปเดินสองขาเข้ามาพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาทักทายปีแอร์!!? ทั้งสองปรับทุกข์หลังจากไม่ได้เจอกัน

มานานหลายเดือน ควายของปีแอร์บอกว่าจานบินที่หายไปนั้นไม่ได้ระเบิดแต่เป็นการเคลื่อนย้ายผ่านมิติ

และควายฯก็ได้เล่าประสบการณ์ต่างๆมากมายทันใดนั้น ปีแอร์ก็ตื่น...แต่กลุ่มคนที่จับเขาไปนอนสลบ

ไม่ได้สติกันไปหมด ปีแอร์คิดว่า ควายฯ ได้ช่วยเขาไว้ในรูปความฝัน เขาจึงหนีออกมาได้ในที่สุด

ผมสรุปกับปีแอร์ทันทีว่า เพ้อเจ้อ...ควายที่ไหนเดินสองขา แล้วจานบินก็ไม่มีสักหน่อย และต่อว่าปีแอร์

เรื่องโกหก 'ไข่หำเทวดา' จริงๆคือจานบิน ปีแอร์นั่งมองพื้นนิ่งๆ...



เดือนที่เหลือ-ทุ่งกว้าง-ลมเย็นสบายแดดกำลังดี


ปีแอร์จากไปด้วยความเงียบ ทิ้งไว้แต่จดหมายฉบับหนึ่งซึ่งผมเพิ่งค้นเจอ...

เพื่อนรักหากว่าเราเป็นเพื่อนกัน ฉันรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงเมื่อเธอบอกวิธีตรวจสอบให้ แต่ไม่อยากบอกเพราะ

อาจทำให้เราเคอะเขินกัน ผู้หญิงต้องสุภาพนี่หน่าและหน้าอกฉันก็ใหญ่ขึ้นมาไม่่มีสาเหตุ ผมทั้งสี่เส้นของ

ฉันหลุดหมดแล้วและกำลังจะขึ้นมาใหม่อย่างที่ผู้หญิงควรเป็น...ฉันอยากบอกว่า ก่อนหน้าที่มาฉันสงสัย

ว่าทำไมคนในที่ที่ฉันจากมานั้นไม่เชื่อฉัน... ฉันสงสัยในมนุษย์... ฉันสงสัยในตัวฉันเอง... ฉันสงสัยคน

ข้างๆฉันที่ไม่ห้ามฉัน จากนั้นฉันได้เดินทาง...ระหว่างทางฉันได้เจอความจริงหลายๆอย่าง ความจริงที่

ไม่เกี่ยวกับตัวฉันเลยแม้แต่น้อย แต่มีผลกระทบกับฉันมหาศาล ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง ฉันเข้าใจใน

ที่สุด ฉันว่าฉันไปอยู่กับควายที่นอกโลกดีกว่า...ลาก่อน!!

ปล.จานบินกับควายกำลังจะมารับฉันในอีกไม่กี่วันนี้...





ผมนั่งงง...ที่จดหมายไม่อธิบายถึง 'ไข่หำเทวดา' แม้แต่น้อย!!?



Free TextEditor


Create Date : 30 มีนาคม 2553
Last Update : 30 มีนาคม 2553 21:46:19 น. 4 comments
Counter : 322 Pageviews.

 
สวัสดีครับ

แหมมมมมมมมม

อย่างนี้ โดนใจครับ

ได้ไปทั่วแดนเชียว



แฮ่

ไข่หำเทวดา

ละไว้ในฐานที่เข้าใจครับ

เอิ้กๆๆ



ขอบคุณที่เขียนด้วยกันครับ

เจอกันใหม่โจทย์หน้า คุณพู่เป็นคนตั้งครับ



โดย: ชายผู้หล่อเหลา...กว่าแย้นิดนึง. (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:12:42:07 น.  

 
สวัสดีครับ

แหมมมมมมมมม

อย่างนี้ โดนใจครับ

ได้ไปทั่วแดนเชียว



แฮ่

ข่ำไหเทวดา

ละไว้ในฐานที่เข้าใจครับ

เอิ้กๆๆ



ขอบคุณที่เขียนด้วยกันครับ

เจอกันใหม่โจทย์หน้า คุณพู่เป็นคนตั้งครับ



โดย: ชายผู้หล่อเหลา...กว่าแย้นิดนึง. (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:12:42:37 น.  

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:22:36:24 น.  

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:22:19:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เงามืดในประวัติศาสตร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




hits
New Comments
Friends' blogs
[Add เงามืดในประวัติศาสตร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.