crazy_mom
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาวน้อยหัวเหม่ง เม้ง เหม่ง

"นอร์ธ" ลูกสาวที่เป็นแก้วตาและดวงใจ

ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่จะคอยปกป้อง ดูแล
ทำทุกอย่างจากใจ จากสมอง และสองมือนี้ของแม่

ถึงแม้ลูกจะมีไม่ครบ ไม่มีพ่ออย่างใคร
แต่ความรักที่แม่มีให้จะทำให้ลูกอบอุ่นเสมอ

แม่จูลน์&หนูนอร์ธ
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
22 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add crazy_mom's blog to your web]
Links
 

 
ปีใหม่ 2553@วังเวียงกะหลวงพระบาง ตอน 2

ออกเดินทางจากวังเวียง ผ่านทางคดเคี้ยวมาเรื่อยๆ พร้อมด้วยอาการเมารถ (เกิดมาไม่เคยเป็นเลยนะเนี่ย) ใครแน่ขอท้าให้ไปลองค่ะ แต่หัวเหม่งนี่เฉยๆ เล่นไปเล่นมาได้ตลอดทาง แถมไม่หลับด้วย 555 ก็มาถึงจุดชมวิวยอดนิยม "กิ่วกระจำ" มาถึงตอนประมาณเที่ยง กินข้าวพอดี แต่ว่าหมอกที่นี่ยังหนามากกกกก ดูได้จากในรูปค่ะ มองไม่เห็นด้านหลังเลย



อาหารที่กิ่วกระจำก็เหมือนอาหารไทยทั่วไปเลยค่ะ แม่จูลน์กินผัดกะหล่ำ แต่ของเค้าใส่วุ้นเส้นด้วย แปลกดีเหมือนกัน อิ่มแล้วก็ออกเดินทางคดเคี้ยวกันต่อ ตามมาด้วยอาการเมารถเหมือนเดิม นี่ขนาดกินยาไปด้วย ยังช่วยไม่ได้เลย นั่งเมารถมานานโข ในที่สุดเราก็มาถึงหลวงพระบาง และวัดแรกที่ไกด์ของเราพาไปแวะก็คือวัดวิชุนราชค่ะ (เสียค่าเข้าเหมียนเดิม) ในบรรดาวัดทั้งหมดของเมืองหลวงพระบางเป็นต้องยกให ้วัดวิชุน ในความแปลกที่พระธาตุเจดีย์ รูปโค้งมนเหมือนผลแตงโมและ เจดีย์รูปทรงแปลกตานี้เอง ที่กระทรวงแถลงข่าว และวัฒนธรรมของลาวยกให้มีความสำคัญ ความโดดเด่น ของวัดวิชุน แม้เพียงนั่งรถผ่านไปถนนวิชุนราชก็ จะแลเห็นเจดีย์รูปแตงโมผ่าครึ่งนี้สะดุดตาและ ภายในพระอุโบสถของวัดวิชุน ด้านหลังของพระประธานมีโบราณวัตถุที่เก็บรวบรวมมาจากวัดร้างต่างๆ ในหลวงพระบาง เช่น พระพุทธรูปสำริด ไม้จำหลัดลวดลายต่างๆ พระพุทธรูปไม้แกะสลักลงรัก ปิดทองเท่าคนจริงจำนวนมาก



แล้วก็ไปต่อกันที่ พระธาตุจอมษีบนยอดเขาสูงสุดของภูษีถ้ามาถึงหลวงพระบาง ไม่ได้ขึ้นยอดเขาภูษีถือว่าไม่ถึง หลวงพระบางค่ะ การได้เดินขึ้นไปบนยอดเขาภูษี 328 ขั้น (ส่วนไอ้หัวเหม่งก็ไม่เดิน ลุงเชาว์ก็ต้องอุ้มไปตลอดทาง น่าสงสารจริงๆ) ทำให้เห็นเมืองหลวงพระบาง และ เห็นสายลำแม่น้ำโขงและ แม่น้ำคานอย่างชัดเจน และ ใกล้นี้เองก็ชมพระธาตุจอมสี ตั้งอยู่บนยอดสูงของภูษี พระธาตุสามารถมองเห็นได้แต่ไกลรอบๆเมือง หลวงพระบาง ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร

ช่วงที่งดงามมากที่สุด คือช่วงบ่าย แสงแดดจะสาดส่องมายังที่พระธาตุให้เห็นเป็นสีทองเหลืองอร่ามตา มีทางเดินรอบๆพระธาตุนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดินกันที่นี่ค่ะ ผู้คนหนาแน่นไปถึงค่อนยัดเยียดทีเดียวค่ะ



เย็นแล้วเราก็อยากเข้าที่พักอาบน้ำอาบท่าค่ะ ที่พักของเราในสองคืนนี้คือ เกสเฮาส์นิตยา เข้าไปในซอยแถวๆ ริมน้ำโขงค่ะ แต่ว่าพูดถึงที่นี่แล้วก็ขอบ่นหน่อยเหอะ ตอนติดต่อไปจากฝั่งไทย ตกลงราคาห้องกันไว้ที่ USD20 และเพื่อนที่บริษัทแนะนำว่าดี แต่พอเอาเข้าจริงคุณเจ้าของจะคิดตั้ง USD30 อิชั้นและคณะจะยอมซะที่ไหน ทะเลาะกันตอนเช้าวันจะกลับนั่นแหละ พร้อมเอาหลักฐานการโทรและราคาตกลงที่ได้จดไว้ไปแสดงด้วย เรื่องถึงได้จบลงได้ โดยปกติแล้วคนลาวจะน่ารักนะคะ แต่ที่นี่ไม่ไหวจะเคลียร์ค่ะ (ที่วังเวียงเค้าให้ราคาถูกเพราะจองไว้นาน ยังให้เหมือนเดิมเลย ถ้าเป็นราคาที่ตกลงไว้เราก็ไม่มีปัญหาหรอก) ยามค่ำคืนก็ไปเดินตลาดมืดหลวงพระบางค่ะ ส่วนใหญ่ขายสินค้าพื้นเมือง พวกกระเป๋า กางเกงเล ผ้าทอ เหมือนเดินจตุจักรหรือสวนลุมไนท์บ้านเราอะค่ะ และที่พักต่างๆ ก็เปิดไปกันสว่างไสว สวยทีเดียว
หัวเหม่งได้ชุดแม่หญิงลาวกลับมา พร้อมด้วยกางเกงเลเด็กตัวเล็กๆ น่ารักและกระเป๋างานปักสวยเชียวค่ะ แต่ที่ถูกใจเธอที่สุดก็คือการได้ขึ้นจัมโบ้ (ประมาณรถตุ๊กๆ เมืองลาวอะค่ะ สามารถพบเจอได้ที่จังหวัดทางอีสานทั่วไป)





ตอนเช้าตื่นไปใส่บาตรตามที่ตั้งใจไม่ทันค่ะ ก็เลยเดินไปร้านกาแฟยอดนิยมซะหน่อย อยากรู้ว่าจะอร่อยจริงป่าว พอไปถึงคนเยอะมากกกกก ก็เลยไปนั่งกินเฝอร้านข้างๆ รอ กาแฟเราว่าก็ไม่เท่าไหร่นะคะ เมืองไทยอร่อยกว่ากันเยอะ แต่ไม่รู้ทำไม คนเยอะจริงๆ



อิ่มหมีพีมันเรียบร้อย ก็กลับไปรอพลขับที่ที่พัก เช้านี้เราเริ่มกันที่วัดเซียงทองค่ะ คนไปหลวงพระบางทุกคนทั้งคนลาว คนไทย คนต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา คงไม่มีใครคนไหนที่พลาดการเข้าไปชมวัดเซียงทอง



แล้วไปต่อกันที่ตลาดเช้าหลวงพระบางค่ะ ของขายเพียบส่วนใหญ่จะเป็นของสด คนที่นี่เค้ากินเนื้อควายกันเป็นหลักค่ะ มีตีนควายขายด้วยแหละ ใกล้ๆ กับตลาดก็จะเป็นพระราชวังหลวงพระบางค่ะ ข้างในให้เข้าชมได้อย่างเดียว ห้ามถ่ายรูปค่ะ





หลังจากชมความงามของพระราชวังเรียบร้อย เราก็เดินทางกันต่อที่น้ำตกตาดกวางสีค่ะ น้ำตกที่ลาวโดยส่วนมากเป็นน้ำตกที่มาจากภูเขาหินปูนค่ะ น้ำจึงใสและมีสีฟ้าเกือบเขียว สวยมากๆ ค่ะ





ต่อด้วยวัดพระบาทใต้ค่ะ วัดพระบาทใต้ หรือเรียกกันว่า วัดญวณ มีเจ้าอาวาสเป็น ชาวเวียตนาม จุดเด่นของวัดนี้ คือ รอยพระพุทธบาท ทางด้านหลังวัด ลวดลายของอุโบสถ แบบ จีน เวียตนาม ซึ่งเขียนแบบ เสตนซิล และ พระพุทธเจ้าปาง ประสูติ ด้านหลังของวัด นับว่าเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงามมากจุดหนึ่ง



หลังจากเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวัน ก็มาถึงมื้อเย็นริมแม่น้ำโขงอันเย็นฉ่ำค่ะ มื้อนี้มีลาบปลาเหมือนเดิม (ก็มันอร่อยนี่เนอะ) ลาบของชาวลาวนี่เค้าจะใส่ถั่วงอกด้วยแหละ แล้วก็ต้มยำปลาแม่น้ำ ส่วนข้าวเหนียวที่ลาวนี่เม็ดจะอ้วนๆ สั้นๆ ไม่เหมือนฝั่งไทยเลยอะ ส่วนหัวเหม่ง กินไข่เจียวค่า



กินเสร็จก็ไปเดินตลาดต่อ เดินมันได้ทุกคืน แต่ก็ไม่ได้ของเพิ่ม 555
ตอนเช้าตั้งใจและมุ่งมั่นจะไปตักบารตให้ได้เพราะว่าจะกลับแล้ว ถ้าไม่ได้ใส่บาตรก็คงมาไม่ถึงหลวงพระบางเป็นแน่แท้

อาหารใส่บาตรก็จะมีขายเหมือนบ้านเราค่ะ ที่นี่เค้าขายกันชุดละ 80 บาท มีเสื่อให้นั่งด้วย พระก็จะเดินเร็วมาก ใส่กันแทบไม่ทันค่ะ ถ้าใส่ไม่ทันท่านก็จะปิดฝาบาตรมิรอญาติโยมเช่นกัน



ใส่บาตรเสร็จก็กลับที่พัก เก็บข้าวเก็บของ เตรียมอำลาเมืองลาว ด้วยความรู้สึกอิ่มใจ อิ่มบุญ และอิ่มไปกับธรรมชาติที่ยังสะอาดอยู่ของบ้านพี่เมืองน้องของเราค่ะ

ปล. ขากลับหัวเหม่งเมารถ เดินตาลอย โซเซมาบอกว่า แม่จ๋าหนูไม่ไหวแล้วค่ะ แล้วเธอก็มานอนตักหลับไปตลอดทางค่า


Create Date : 22 พฤษภาคม 2553
Last Update : 22 พฤษภาคม 2553 13:22:42 น. 0 comments
Counter : 532 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.