dhamma- addict เสพย์ติดการทำความดี
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
thai short film ครั้งที่ 13

หลังจากที่ไปดู เทศกาลหนังสั้งที่จัดที่ศุนย์ศิลป์ที่ ปทุมวันมาเมื่อวันเสาร์ที่ 15 และ วันที่ 18 เมื่อวานนี้

อยากจะวิจาร์เกี่ยวกับหนังที่ไปดูเล็กน้อย ซึ่งโดยรวมสามารถทำได้ดีเนื่องจากหนังพวกนี้ได้คัดมาแล้วทั้งนั้น สามารถรับประกันคุณภาพได้ และคงดีกว่าเทสกาลหนังสั้นมาราธอนที่ผ่านมาที่เป็นหนังยังไม่ได้คัดเลือกก็จะมีดีไม่ดีบ้าง บางเรื่องทนดูแทบไม่ได้

เอาวันที่ 15 ก่อนละกัน

เริ่มดูจากเรื่อง
1.สารคดีพระ ---4

เป็นสารคดีที่เดินตามพระของวัดตามๆคอยถ่ายกิจวัตรของพระสงฆืว่าใน 1 วันทำอะไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้เรารู้อีกแง่มุมหนึ่งเก่ยวกับพระ เพราะว่าบางทีนั้นข่าวที่นำเรื่องพระมาลงมีแต่เรื่องเสื่อมเสียเท่านั้น และไม่มีใครสนใจที่จะรู้ว่าพระนั้นประกอบกิจสงฆือย่างไรบ้างในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่เช้า ออกไปเรียนธรรมศึกษา และ ฉันข้าว ไปเข้าโบสถ์เพื่อเทศน์ญาติโยม ไปบิรฑบาต ถ่ายทำอะไรหลายๆอย่างจนถึงเวลาจำวัด

และที่สำคัญ ผู้ทำเรื่องนี้ได้ไปถ่ายทำเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายที่เลื่องชื่อ และทุกคนคงรู้จักดีที่มีข่าวเรื่องอื้อฉาวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และ คอยพูดจากระแนะกระแหนคนที่ไปวัดนี้อยู่เป็นเนืองๆ

คิดว่าทุกคนคงสนใจใคร่รู้ว่าทำไมวัดถึงจำเป็นต้องสร้างใหญ่โตถึงขนาดนี้ ผู้ทำได้ไปสัมภาษณ์พระรูปหนึ่งในวัด และ ท่านก็ได้พาชมทั่วๆวัด พร้อมกับเล่าถึงเหตุผลว่าที่ต้องสร้างใหญ่โตเพื่อรองรับสาธุชนที่มาจากทั่วโลก และ เมื่อสร้างเสร็จจะสามารถรองรับพถทธบุตรทั่งโลกได้มากถึง ล้านรูป ซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่มาก เป็นความคิดที่ใหญ่เกินตัว และ น้อยคนนักที่คิดแล้วจะสามารถลงมือทำจนใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทุกที และเรื่องนี้เป็นการตีแผ่ความจริงที่ไม่มีใครเคยคิดแม้จะเข้าไปรู้เรื่องราวอย่างแม้จริงว่าเป็นยังไง ดังนั้นถือว่าผู้จัดทำใจกว้างพอที่เข้าไปสืบหาข้อมูล และ รับสารจากอีกด้านหนึ่งเพื่อทราบถึงข้อเท็จจริง

2.ฤดูเก็บเกี่ยว --3 คะแนน

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ตามถ่ายชาวบ้านที่ทำข้าว ตั้งแต่เกี่ยวข้อง ถางข้าว จนถึงกระบวนการขั้นตอนในการเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งสารคดีชุดนี้ ก็ทำให้เรารู้เกี่ยวกับกระบวนการการเก็บข้าวของชาวบ้านว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร ในมุมมองที่เราไม่เคยรู้ว่า การเก็บพืชผักนั้นต้องใช้เวลานานขนาดไหน

แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งคือไม่ค่อยได้ยินเสียงของชาวบ้านเท่าไหร่นัก ทำให้ดูเบื่อๆเนือยๆ

3.throughgether --4 คะแนน

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณแม่คนหนึ่งซึ่งเป็นมะเร็งเต้านม และ กำลังฝ่าวิกฤติโรคนี้ไปให้ได้ พร้อมกับกำลังใจของลูกๆและสามีที่ส่งมาให้ ทุกๆคนอยู่เคียงข้องตลอดเวลาตั้งแต่รู้ว่าเป็นมะเร็ง เรื่องนี้คงเป็นการถ่ายทำสารคดีของผู้ทำ และ น่าจะเป็นแม่ของผู้ทำจริงๆ ได้มีการถ่ายทำชีวิตประจำวันของผู้ที่เป็นมะเร็งตลอดเวลาทั้งวัน ตั้งแต่ตื่นนอน ฉีดยา เข้าพบแพทย์ ซึ่งทำให้เราเห็นวิถีชีวิตของผู้ที่เป็นมะเร็ง แทนที่จะสงสารและน่าหดหู่ แต่คุณแม่ท่านนี้เนื่องจากมีกำลังใจล้นหลามจากลูกๆสามี ทำให้มีความคิดสู้จากโรคร้ายนี้และ แข้มแข็ง โดยสื่อผ่านทางแววตาและใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม แม้ว่าจะถูกเข็มแทงที่แขน แต่ใบหน้าของเธอนั้นกลับไม่ได้แสดงความเจ็บปวดอะไรมาก คงไม่อยากทำให้คนรอบข้างต้องคอยกังวลไปด้วย

ทำให้เป็นกำลังใจในการต่อสู้โรคร้ายสำหรับท่านอื่นๆที่เป็นโรคนี้เหมือนกัน ว่าถึงแม้จะลำบากแค่ไหน แต่ยังไงถ้าหากเราพยายามแล้ว ปลายทางที่เราจะเดินไปถึงคงไม่เลวร้ายมากหากมีกำลังใจทั้งจากตนเองและจากคนรอบข้าง

15.00 น.

1.จักรยาน --3 คะแนนครึ่ง
เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนคนหนึ่งซึ่งมาจากบ้านนอกที่บ้านปลูกข้าว บ้านไม่ค่อยมีจะกิน แต่ต้องการให้ลูกประสบความสำเร็จ จึงให้ลูกเข้ามาในเมืองกรุงเทพฯและเข้ามาเรียนในโรงเรียนดีดี แต่เนื่องจากการที่เข้ามาเรียนกรุงเทพนั้นต้องเจอปัญหากดดันหลายๆอย่างเช่น จากการที่เคยอบู่ในโรงเรียนบ้านนอก มาตรฐานการสอนและการสอบคงต่างจากที่กรุงเทพ ดังนั้นเมื่อมาเรียนกรุงเทพจงทำให้เกรดตกหลายๆเทอมติดต่อกันจนทำให้เกิดความท้อแท้และต้องการที่จะไม่เรียนหนังสือต่อกลับไปช่วยพ่อแม่เลี้ยงควาย ไถนาที่บ้านนอก

จนวันที่จะกลับบ้านนั้นได้นัดให้เพื่อนขี่มอร์เตอร์ไซด์มารับที่บ้านเพื่อไปส่งที่สถานีรถไฟ ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเพื่อนกลับเอาจัรยานมารับ เนื่องจากมอร์เตอร์ไซด้เสียส่งซ่อม ดังนั้นคนทั้งสองจึงได้ไปสถานีรถไฟด้วยจักรยาน ระหว่างทีไปนั้น โซ่จักรยานก็ได้หลุดอยู่หลายครั้งทำให้เด็กที่คนที่จะกลับบ้านเริ่มบ่นเพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเวลา และ เมื่อขี่ไปจนเกือบถึงสถานีรถไฟแล้ว โซ่ก็ได้หลุดอีกครั้ง ทำให้เด็กที่ต้องการจะกลับบ้านบอกว่า จะเดินไปเพราะใกล้จะถึงแล้ว และ ยังเหน็บอีกว่าให้เอาจักรยานไปทิ้งเสีย

แต่เด็กที่เป็นเจ้าของจักรยานกลับตอบว่า จักรยานคันนี้ไม่ได้เสีย แค่เพียงโซ่หลุดและยังสามารถใช้งานได้ต่อหากใส่โซ่กลับไปเหมือนเดิม หากเราทิ้งแล้วก็เหมือนหมดหวังและไม่คิดที่จะแก้ไขปัญหา เหมือนกับ การที่ได้เกรดน้อย และคิดที่จะหลับบ้านเลย ไม่คิดจะสู้ต่อ มันเหมือนเป็การแก้ปัญหาที่ผิด ทั้งๆที่ยังมีโอกาสอีก แต่ ไม่เผชิญหน้ากับมัน หนีปัญหาไปเฉยๆ ทำให้เด็กคนนี้คิดได้และตัดสินใจเดินกลับไปเรียนต่อ

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่งที่ให้ข้อคิด แต่ก็ยังไม่สุดเท่าไหร่ เพราะดำเนินไม่ลึกลับซับซ้อนอะไรมาก เข้าใจง่าย แต่หากว่าคิดว่าเป็นฝีมือการทำของเด็กชั้นมัธยมก็ถือว่าเป็นหนังที่ดี เพราะเพลงประหอบหรือดนตรีประกอบใส่เข้ามาพอเหมาะไม่ขัดหูมากนัก

2.house---3 ครึ่งคะแนน

เปิดฉากเข้ามาด้วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอยู่บ้านคนเดียวเพราะว่าแม่ออกไปทำงานนอกบ้าน และ ทำให้เธออยู่บ้านนี้ไร้ชีวิตชีวา ถึงจะทำอะไรภายในบ้านแต่ก็ไม่รู้สึกมีความสุข และ ไม่สามารจะเติมเต็มสิง่ที่ขาดหายไปจากใจของเธอได้ เพราะว่าสิง่ที่เธอต้องการ ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ หรือ บ้านหลังใหญ่โต ที่เรื่องว่าhouse แต่เธอต้องการบ้านที่เรียกว่าhome ซึ่งมีกันพร้อมหน้า เพราะถึงบ้านหลังใหญ่แค่ไหนก้ไม่มีประโยชน์ ถ้าหากใหญ่แล้วไม่มีความอบอุ่น

หนังเรื่องนี้ทำฉากให้แนวๆ ไม่มีบทพูดเนื่องจากอยู่คนเดียว แต่พยายามทำฉากให้สลัวๆมัวๆ ให้เกิดบรรยากาศอึมครึมแสดงถึงความโดดเดี่ยวของคนที่อยู่ในบ้านคนเดียว ตอนจบไม่ให้เห็นภาพแต่คิดว่า น่าจะฆ่าตัวตาย เป็นหนังที่สื่อได้เข้าใจง่ายดีแต่ ด้วยความง่ายนั้นทำให้ขาดรายละเอียดไปหลายๆอย่าง อย่างเช่น ไม่แสดงให้เห็นความเปลี่ยวเหงาอย่างชัดเจนนัก มีแต่อย฿บ้านคนเดียวเพราะว่าแม่ออกไปทำงาน ยังสื่อได้ไม่ถึงเหตุที่ทำให้รู้สึกเหงาจนถึงอยากฆ่าตัวตายมาก

3.เพื่อน--4คะแนน

เป็นเรื่องแนวระทึกขวัญ แกมๆผีเล็กน้อย

เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้ชายคนกนึ่งแอบรักเด็กผู้หญิงและสงสัยในความสัมพันธ์ของผุ้หญิงที่ตนเองชอบกับเพื่อนที่อยู่บ้านเดียวกับตนเอง คิดว่าแอบไปเที่ยวกัน 2 คนโดยไม่บอกตนเอง และเริ่มหลอนที่จะเห็นภาพต่างๆนานา และเรื่องได้มาเริ่มเฉลยในกลางๆเรื่องว่า ผู้หญิงที่ตัวเอกชอบไม่รู้จักเพื่อนคนนี้ และ เด็กผู้ชายเริ่มทำพฤติกรรมแปลกๆที่ชอบพูดคนเดียว จนมาตอนท้ายพบว่าจริงๆแล้วเพื่อนของตนเองที่เห็นมาตลอดนั้น เป็นจินตนาการภาพของตนเองที่ส้รางขึ้นมาตลอดเวลา เพื่อทดแทนเพื่อนที่แท้จริง เพราะเป็นคนที่อยู่โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนคบ อยู่คนเดียวตลอดเวลา จนผู้หญิงเข้ามาเป็นเพื่อนให้ และ เนื่องจากจินตาการของตนเองได้คิดไปเองว่าเพื่อนและผู้หญิงนั้นแอบคบกัน จึงฆ่าเพื่อนของตนเองซะ เนื่องจากตัวเองรักผู้หญิงคนนี้มาก จนไม่อยากให้เพื่อนแย่งไป แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเป็นภาพลวงตา ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้แต่อย่างเดียว

ทำได้น่าสนใจดี มีดตรีประกอบคล้ายๆหนังผี เป็นแนวลึกลับ หากคิดว่าเป็นเด็กมัธยมทำก็ทำได้ออกมาเกินความสามารถที่เด็กสามารถจะทำได้

4.ไมค์--3 คะแนน

เรื่องนี้สามารถทำให้สนใจได้มากจริงๆ เพราะน่าจะเป็นเรื่องจริงๆเกี่ยวกับการทะเลาะเบาะแว้งกันในห้องระหว่างไมค์กับเพื่อนคนอื่นๆในห้อง ซึ่งส่วนมากไมค์จะเป็นคนที่เพื่อนในห้องเกลียด ได้มีการสัมภาษณ์เพื่อนๆของไมค์ว่ารู้สึกยังไงกะไมค์ แต่ละคนต่างตอบว่าเกลียด เพราะเห็นแก่ตัว ชอบคิดว่าตัวเองหล่อ ถึงขนาดอยากให้เอาหน้าไปไถพื้น แต่พอสัมภาษณ์ไมค์ ไมค์กลับบอกว่า คนเรามันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา

5.my feeling is gone --3 คะแนน

เป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกที่ติดยาและไปอยู่หอกับเพื่อน และรู้สึกว่าอยากกลับบ้านตลอดเวลาและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม แท้จริงแล้ว มาเข้าใจว่า แม่แอบใส่ยาเข้าไปในอาหารที่ทำให้กินทุกมื้อ เพื่อให้ลูกกลับบ้าน เป็นการหวังดีต่อลูก
แต่ลูกไม่พยายามเข้าใจ จนถึงแกจบ ก็ได้ต่อว่าแม่ตนเองว่าอยากจะให้อยู่ด้วยขนาดนั้นใช่ไหม แต่พูดเป็นเชิงประชด

เรื่องนี้เทคนิคการถ่ายภาพดี แต่ฉากจบทำให้ขัดใจจริงๆ


Create Date : 19 สิงหาคม 2552
Last Update : 23 สิงหาคม 2552 21:36:28 น. 0 comments
Counter : 412 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dfh
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สามารถคุยกับเราได้ผ่าน skype และ MSN โดยกดรูปข้างล่างนี้เลยค่ะ My status
เพื่อนที่กำลังชมบล็อก
New Comments
Friends' blogs
[Add dfh's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.