Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
8 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Marketing 1101

วิชา MK1101 sec 1
มี10 บท ครึ่งแรก สอบ 5 บท
ครึ่งหลังสอบบทที่
6 – 10
ข้อสอบจะออกตาม
course out line เรียงตามบท
ชุดคำถาม
– ตอบ ห้าข้อแรก sec 1 วันที่ 8/6/56
1 . การตลาดมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไร
ตรงนี้ถามถึงความสำคัญของการตลาด
ตอบ การตลาดมีความสำคัญ
3 ประการคือ
ต่อระบบสังคม ต่อระบบเศรษฐกิจ ต่อกิจการ
ด้านสังคม
- ผู้ซื้อมีทางเลือกสินค้าได้หลากหลายตรงตามความต้องการ
- ทำให้สินค้ามีคุณภาพราคาถูกลง
-มีความสะดวกในการสั่งซื้อขายโอนเงินสามารถทำได้สะดวก
(ผ่านระบบ electronic)
ด้านระบบเศรษฐกิจ
– เป็นการเพิ่มตำแหน่งงานมากขึ้นมีอาชีพหลากหลาย
- ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น จากการจ้างานและการใช้สินค้าบริการที่เพิ่มขึ้น
- มีการหมุนเวียนของปัจจัยการผลิตมากขึ้น ทำให้เกิดมูลค่าทาง เศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

ต่อกิจการ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผ่านช่องทางการตลาดหลากหลายรูปแบบ

2. ผลิตภัณฑ์ คืออะไร
ตอบ คือสิ่งที่กิจการ เสนอต่อตลาดในรูปแบบของสินค้า หรือ บริการ องค์การ และแนวคิด
เพื่อตอบสนองผู้บริโภคให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด

3. ราคามีความสำคัญ และส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างไร
ตอบ มีความสำคัญ ต่อต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้าการใช้กลยุทธ์ราคาในการตลาดไม่มีค่าใช้จ่าย
ด้านรายได้ ราคาเป็นที่มาของรายได้ของกิจการ ซึ่งอาจทำให้กำไร หรือขาดทุน หรืออาจส่งผลต่อความอยู่รอดของกิจการดังนั้นการตั้งราคาสินค้าต้องสอดคล้องกับ ตำแหน่งของสินค้าในตลาด เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ มีส่วนแบ่งการตลาดที่มากพอที่จะทำให้กิจการมีรายได้ที่มั่นคงสม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งผลอต่อการประกอบการในที่สุดว่าสำเร็จหรือไม่เพียงใด
4.ช่องทางการจัดจำหน่ายคืออะไร

ตอบ คือช่องทางที่กิจการจะส่งมอบหรือการเคลื่อนย้ายสินค้าหรือบริการไปยังผู้บริโภค
โดยอาจส่งผ่านคนกลางหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้รวมถึงการค้าปลีกและค้าส่งด้วย
อาจประกอบด้วย ผู้กระจายสินค้า ผู้ให้บริการทางการตลาด ผู้ให้บริการทางการเงิน
ผู้ให้บริการทางการขนส่งหรือการส่งมอบสินค้าหรือบริการ

5. องค์ประกอบของการส่งเสริมการตลาด มีอะไรบ้าง
ตอบ มี
4 ประการกคือ การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การใช้พนักงานขาย

ทั้งห้าข้อนี้ เป็นแกนสำคัญ ของวิขานี้  
ดังนั้น ต้องออกสอบแน่นอน ให้นักศึกษาทำความเข้าใจ
และจดจำให้แม่นยำ

ความหมายของการตลาด
Professor Kotler  ได้ให้ความหมายของคำว่า “การตลาด”  ไว้ว่า

“Marketing is human activity directed at satisfying needs and wants through
exchange processes.”

สมาคมการตลาดแห่งสหรัฐอมริกาได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “การตลาด”
หรือ “Marketing”  ไว้ดังนี้

“Marketing is the performance of business activities that
 direct the flow of goals and services from producer the
consumer or user in order to satisfy customers and accomplish
the company’s objectives.”

การตลาด  คือ  การกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ในธุรกิจที่มีให้เกิดการนำสินค้า
หรือบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค หรือผู้ใช้บริการนั้น ๆ โดยได้รับความพอใจ
ขณะเดียวกันก็บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ

ปีเตอร์ ดรักเกอร์  ได้ให้ความหมายของคำว่า “การตลาด”  ไว้ว่า
การตลาด คือ หลักการพื้นฐานที่มีส่วนร่วมอยู่ในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ

จนไม่อาจแยกออกจากขั้นตอนใดได้เลย  การตลาด  คือ
ภาพรวมของธุรกิจจากมุมมองของผลลัพธ์สุดท้าย  นั้นคือมุมมองของลูกค้า 
ความสำเร็จของธุรกิจนั้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยผู้ผลิต  แต่ลูกค้าคือผู้กำหนด

จะเห็นได้ว่ากิจกรรมที่กระทำนั้นเป็นเรื่องธุรกิจ
ที่ต้องมีการซื้อขายสินค้าหรือบริการ  
มีการเคลื่อนไหวของสินค้าหรือบริการ  มีการเปลี่ยนมือจากผู้ผลิต
ส่งผ่านให้ผู้บริโภค หรือผู้ใช้สินค้าหรือบริการในฐานะเป็นผู้ซื้อสินค้า
เน้นที่กิจกรรมหรือการกระทำ  เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค
ให้เกิดความสำนึกพึงพอใจ    ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยน

สาระสำคัญคือ 1. มีการส่งผ่านสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค 
2. ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค 3.เกิดความพอใจสูงสุด  
4. บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ

----------

บทที่1 หน้า2-14
การตลาดเกี่ยวข้องกับสาระสำคัญ 4 ประการคือ 1. เป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ
2. อาศัยกิจกรรมทางการตลาดเข้าช่วย (4
’P) 3. นอกจากผลิตภัณฑ์และบริการแล้ว
ยังรวมถึง
ideas organization และevents อีกด้วย4.ตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภค

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการตลาด
1.
Needs ความจำเป็นต้องใช้หรือมีเช่นปัจจัยสี่
2. Wants ความต้องการความอยาได้แต่อาจไม่มีเงินซื้อ
3.Demand ความต้องการซื้อสินค้าที่ผู้ซื้อมีอำนาจในการซื้อหรือมีเงิน
4. Exchange มีการแลกเปลี่ยน สิ่งของกับสิ่งของ หรือใช้สื่อกลางคือ เงินตรา
5. Customer’s satisfaction เกิดความพึงพอใจ

Marketingfunction
1. โอนกรรมสิทธ์(จัดซื้อ ขาย) 2.จัดจำหน่าย (ขนส่งเก็บรักษาสินค้า)
3.อำนวยความสะดวก(การเงิน การเสี่ยงภัย) 4.จัดหาข้อมูลทาง
MKT
ส่วนประสมทางการตลาด
4’P
Product, Price, Place, Promotion

นักศึกษาควรอ่าน หนังสือ แล้วทำ short note ก่อนเข้าชั้นเรียนคับ

ที่เหลือลองดูต่อที่นี่คับ


นักศึกษาที่ ลง stat 2404 ให้ดูเพิ่ม ใน linkนี้

เฉลย แบบฝึกหัด stat บทที่ 1 

1. สถิติ หมายความว่า ก. ตัวเลขหรือข้อมูงเชิงตัวเลขที่มีการเก็บรวบรวมไว้ 
หรือหมายถึง ข.สาขาวิชาที่ว่าด้วยระเบียบวิธี และเทคนิค
ในการดำเนินการกับข้อมูล มี 4 ขั้นตอนคือ
การรวบรวมข้อมูล การนำเสนอข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล การแปลความหมายข้อมูล อย่างเป็นวิทยาศาสตร์

2.
2.1 ค่าสถิติ
(อังกฤษ: statistic) คือผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้
กระบวนการทาง
สถิติกับกลุ่มข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น
ในการคำนวณ
ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่ามัธยฐาน ค่าฐานนิยม

2.2 ข้อมูลทางสถิติ คือ ข้อความหรือตัวเลข ที่แสดงถึงลักษณะ
หรือข้อเท็จจริงของประชากร หรือกลุ่มตัวอย่าง
ซี่งมีจำนวนมากพอที่แสดงถึงภาพรวมของข้อมูลที่สนใจศึกษา

3. ข้อใดเป็นข้อมูลสถิติ
3.1 อุณหภูมิที่จัวหวัดเชียงใหม่วันนี้ เท่ากับ 24 องศา
เป็นข้อเท็จจริง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่เป็นข้อมูลทาง
Stat
เนื่องจาก มี ค่าเดียว ไม่แสดงถึงภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งควรแสดงเป็นฤดูกาล
3.2 สุพรรษาสูง 175 เซนติเมตร
ไม่เป็นข้อมูลทาง
Stat เหตุผลเช่นเดียวกับข้อ 3.1
หากต้องการให้เป็นข้อมูลทางสถิติ ต้องเก็บมาทั้งโรงเรียน
หรือ ทั้งชั้นปี หรือทั้งสถาบัน
3.3 อัตราดอกเบี้ย ของธนาคาร 5 แห่ง
ในปีที่ผ่านมาเป็นร้อยละ 13.5, 13.25, 13.75,
12.50, 13.25 ตามลำดับ
ตอบเป็นข้อมูลทางสถิติ เนื่องจาก ทำให้เห็นภาพรวม
ของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารห้าแห่ง

3.4 จำนวนพนักงานบรำท ในปีที่ผ่านมา เนชาย 70คน
เป็นหญิง 85 คน
เป็นข้อมูลทางสถิติ เหตุผล เช่นเดียวกับ ข้อ 3.3

4. ระเบียบวิธีทางสถิติมี 4 ขั้นตอนคือ
1.การรวบรวมข้อมูล 2.การนำเสนอข้อมูล
3.การวิเคราะห์ข้อมูล 4.การแปลความหมายข้อมูล

5.วิธีการทางสถิติ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งได้เป็นที่ประเภทอะไรบ้าง
ตอบ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
1. การสำมโน เป็นการเก็บรวมรวม ข้อมูลจากทุกหน่วยของประชากร
2. การสุ่มตัวอย่าง เป็นการเก็บข้อมูลจากบางส่วนของประชากร
โดยการสุ่มที่เหมาะสมเพื่อได้ตัวแทนที่ดี
6. วิธีการนำเสนอข้อมูล สามารถทได้กี่วิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
การนำเสนอข้อมูลมี 2 วิธีคือ
1.การนำเสนออย่างไม่เป็นแบบแผน 1.1 การนำเสนอในรูปข้อความ
1.2 การนำเสนอในรูปข้อความกึ่งตาราง
ข้อดีคือ ทำได้รวดเร็ว เหมาะกับข้อมูลจำนวนน้อยๆ นำมาใช้ได้ทันการ
ข้อเสียคือ ยากแก่การเสนอให้เห็นภาพโดยรวม แปรความหมายหรือทำความเข้าใจได้ยาก
ไม่เหมาะกับชุดข้อมูลที่มีความซับซ้อน หรือมีรูปแบบหลากหลาย
นำไปใช้ต่อในขั้นทุติยภูมิได้ยาก
2.การนำเสนออย่างเป็นแบบแผน แบ่งเป็นสองอย่างคือ
2.1การนำเสนอในรูปตาราง 2.2การนำเสนอในรูปกราฟหรือแผนภูมิ
ข้อดี คือ เหมาะกับข้อมูลทุกประเภท หรือข้อมูลจำนวนมากได้
ง่ายต่อการทำความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ต่อในขั้นทุติยภูมิได้ง่าย
สามารถแสดงค่าสถิติได้ครบ นำไปวิเคราะห์ หรือแปรความหมาย
ในขั้นตอนต่อไปได้ง่าย สามารถแสดงให้ตรงตามความต้องการได้ง่าย
ง่ายต่อการอ้างอิงไปยังภาพหรือ แผนภูมิหรือตารางก่อนหน้าหรือลำดับอื่นๆได้ง่าย
ข้อเสียคือ ต้องใช้เวลาในการจัดทำ ต้องมีความสามารถหรือทักษะ
ในการเลือกรูปแบบในการนำเสนอ

7. สถิติพรรณนาหมายถึง วิธีการทางสถิติ ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูล
และการอธิบายลักษณะข้อมูล โดยการนำเสนอข้อมูลในรูปต่างๆ เช่น ตาราง
กราฟ แผนภูม รูปภาพ เพื่อใช้ในการแปลความหมายข้อมูล ให้เห็นถึงคุณลักษณะของข้อมูล
และการวิเคราะห์ข้อมูล
สถิติเชิงอนุมาณ หมายถึง วีธีการทางสถิติที่เกี่ยวข้องกับการเก็บความรู้ที่รวบรวมมาจากกลุ่มตัวอย่าง
มาวิเคราะห์ เพื่อสรุปเป็นข้อเท็จจริงของประชากร

8. ตัวอย่างชนิดของข้อมูล
8.1 ข้อมูลเชิงปริมาณ ส่วนสูง น้ำหนัก รายได้ ราคาสินค้า อายุ
8.2 ข้อมูลเชิงคุณภาพ เพศ ศาสนา เชื้อชาติ ระดับการศึกษา อาชีพ

9. ระดับการวัดของข้อมูลแบ่งได้กี่ระดับ อะไรบ้าง
ระดับการวัดแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้
1. มาตรานามบัญญัติ (
nominalscale) เช่น เพศ อาชีพ ถิ่นที่อยู่ สถานะการสมรส
2. มาตราเรียงลำดับ (ordinal scale) เช่น ระดับความชอบระดับทัศนะคติ ตำแหน่งในการประกวด
3. มาตราอันตรภาค (interval scale) เช่นอุณหภูมิ คะแนนนักเรียน นักศึกษา
4.มาตราอัตราส่วน (ratio scale) เช่น น้ำหนักส่วนสูง ราคาสินค้า ปริมาตรน้ำประปา

10. สถิติสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจได้หลายด้านเช่น
1.ด้านการวิจัยตลาด เพื่อทราบพฤติกรรมของผู้บริโภค
2.ด้านการควบคุมคุณภาพของสินค้า เพื่อให้สินค้ามีมาตรฐานเป็นที่เชื่อถือ
3. ด้านการพยากรณ์ทางธุรกิจ เพื่อกำหนดยอดขาย หรือการวางแผนในส่วนที่เกี่ยวข้อง
4.ด้านการเงิน เพื่อหาแหล่งเงินทุน หรือเพื่อสะสมทุนหรือวางแผนการใช้เงินให้มีประสิทธิภาพ
5. ด้านการประกันวินาศภัยหรือประกันชีวิต เพื่อคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย
ที่เหมาะสม

ทั้งหมดนี้เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจให้มีความผิดพลาดน้อยลง 

-------------------






Create Date : 08 มิถุนายน 2556
Last Update : 17 มิถุนายน 2556 14:11:29 น. 1 comments
Counter : 1359 Pageviews.

 
ใครอ่านแล้ว ให้ ment ในความเห็นข้างล่างได้คับ


โดย: น้าพร (น้าพร ) วันที่: 8 มิถุนายน 2556 เวลา:20:54:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

น้าพร
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้าพร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.