Group Blog
 
 
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
ทำไงให้ลูกได้เรียนวิดวะ

เอางี้ ที่ผมทำมา เมื่อ 20 ปีก่อน

ให้ลูกเข้าโรงเรียน ที่เห็นว่า ดี ในระดับบ้านนอก (เพราะผมอยู่บ้านนอก)
เป็นโรงเรียนในกลุ่มเซนต์คาเบรียล เพื่อให้ได้พื้นฐานภาษาอังกฤษ

ตั้งใจว่า ถ้าถึง ม. ต้นอาจให้สอบเข้าโรงเรียนสาธิตที่ใกล้บ้าน
ถ้าสอบเข้าสาธิตไม่ได้ ก็ให้เรียนในโรงเรียนนั้นต่อไปถึง จบ ม.ต้น
ถ้าจบแล้ว อาจให้สอบเข้าโรงเรียนเตรียมฯ แต่จะไม่ให้เรียน
เพราะจะทำเกรดได้น้อย

สิ่งทีเกิดขึ้นจริงคือ
ป.1 – ป.6 เรียนในกลุ่มเซนต์คาเบรียล
ม.1 – ม.6 เรียนใน สาธิต

ช่วง ป.4 – ม.3 ทุกครั้งที่มีนิทัศน์การวิทยาศาสตร์
ผมจะลางาน แล้วขออนุญาตทางโรงเรียน เพื่อพาลูกไปดูนิทัศน์การ
เป็นการปลูกฝัง ความสนใจใน “วิทยาศาสตร์”

....................................................................................................................................

เมื่อเรียน ม. ต้น ได้พยายาม อธิบาย ด้วยเหตุผล ในเรื่อง วิทยาศาสตร์ทั้งหมด
ผมต้องอ่านหนังสือเยอะมาก เพื่อมาอธิบายความให้ลูก
ส่วนวิชาเลขใน ม.ต้นนั้นไม่ยาก เพียงแต่ต้อง หาคู่มือ หรือ ฉบับเฉลยมาดูและสอนควบคู่ไปด้วย
และก็มีบางครั้ง เฉลย ยังผิด แต่มีน้อยมากๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังไว้ด้วยครับ
ที่สำคัญ ต้องถามลูกก่อนว่า ครูสอน หรืออธิบายมาอย่างไร
จะพยายามอธิบายให้สอดคล้องกับครู ไม่งั้น เด็กจะเกรงว่าทำไปแล้วไม่ถูกต้องตามครู

แน่นอน ครูบางคนมีความรู้ในบางสาขา หรือเฉพาะ สาขาไม่แน่น
สอนผิดก็มี จึงต้อง บอกลูกไปว่า วิธีนั้นไม่ถูกต้อง
ขอให้ทำความเข้าใจหลักการที่ถูกต้องไว้ก่อน (ตามที่ผมสอนมานี้)
ส่วนการตอบข้อสอบให้ทำตามแบบครู ครูจะได้ไม่ว่ากล่าวลูกนะครับ

..................................................................................................................................

นอกจากนี้ ยังต้องสอนวิธีการอ่านหนังสือ การท่อง การจำ
การคิด การจับใจความสำคัญ การถ่ายทอด หรือเล่าเรื่องโดยย่อ
อย่างกระชับ ได้ใจความ หรืออย่างย่อที่สุด โดยยังมีใจความหลักอยู่ครบ

ผมสอนโดย เอานิทาน ง่ายๆ หนึ่งหน้า ครึ่งหน้า มาย่อให้ลูกดู
ทำบ่อยๆ กระทั่งเขาพอทำได้

การสอนให้อ่านหนังสือก็เช่นกัน ต้องเริ่มตั้งแต่ยังไม่ไปโรงเรียน
อ่านนิทานให้ฟัง อ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง อ่านแล้วทิ้งช่วงท้ายๆ ไว้ให้เขาอ่านเอง
เขาอยากรู้ตอนจบ ก็จะอ่านเอง ต่อมาอยากอ่านเองทั้งหมด
พออ่านแล้ว ก็บอกให้เขาเล้าเรื่องย่อๆ ให้ฟัง ไม่นานก็ทำได้
ไม่ว่าจะย่อได้ห่วยเพียงใด ผมจะชมเสมอ แล้วบอกว่าถ้าจะแก้ไขอีกนิดจะดีขึ้นมาก
ไม่เคยฮึดฮัดฟัดเฟียด ไม่เคยถอนหายใจแรงๆ หรือด่าว่า โง่เง่าเต่าตุ่นเลย แม่เพียงครั้งเดียว
ขืนต่อว่า ไป ทุกคำพูดมันจะย้อนกลับมาที่ตัวผมน่ะซี

...........................................................................................................................................

ขณะเขาทำงานอะไรอยู่ ผมจะไม่กวน จะไม่ถาม จะอดทนรอกระทั่งเขาทำเสร็จ
หากเข้าไปกวน ไปถาม จะทำให้เขาสูญเสียสมาธิ (เรื่องนี้ต้องระวังให้จงหนัก)
พ่อแม่ พี่ป้า น้าอาหลายคน ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้

ครั้งหนึ่ง ลูกชายผม กำลังเล่นของเล่นง่วนอยู่
ก็มีช้างตัวโตเดินผ่านถนนหน้าบ้าน ช้างเป็นสัตว์ ที่ไม่ค่อยผ่านมาทางนั้น
ทุกคนดีใจรีบเข้ามา ตะโกนบอกลูกผม ว่า เอ้า เร้วววว เร็ว มาดูช้างกัน ช้างตัวโต

พอช้างผ่านไป ผมจึงขอคุยกับทุกคน
(ลับหลังลูกผม ว่า ต่อไปไม่ว่า จะมีช้าง หรือไดโนเสาร์ผ่านมา
หากลูกผม กำลังทำอะไรทำอะไรง่วนอยู่ ขอความกรุณาอย่าเรียกเขา
เพราะจะทำให้เขาสูญเสียสมาธิ )

ก็ได้คำตอบว่า ไม่เห็นเป็นไรเรยยยย ดีซะอีก เด็กจะได้เห็นช้าง
คนแบบผมนี่แปลกคนจริงงงงๆๆ ที่ไม่ยอมให้ลูกดูช้าง

สุดท้าย ผมจึงขอร้องว่า นี่เป็นลูกผม กรุณา ให้เกียรติกับผมด้วย
เพราะเขาจะอยู่กับผมไปอีกนาน นิสัยใจคอ ความเอาใจใส่
และสมาธินั้น ต้องสร้างแต่เยาว์วัย ถ้าเขาสนใจช้างจริงๆ
เดี๋ยวเสาร์นี้ผมจะพาไปสวนสัตว์ ด้วยตัวผมเอง

เรื่อง สมาธิจดจ่อในงานที่ทำนั้น สำคัญมาก
พ่อแม่หลายคนไม่ระวังระไว เรื่องนี้ พอลูกโตขึ้น
ก็บอกว่า เด็กมันแย่ มันไม่มีสมาธิ สอนเท่าไหร่ไม่รู้จักทำตาม
อ้าวเป็นซะอย่างนั้น

.........................................................................................................................

ครั้งใดที่ลูกผมทำโจทย์ เลข โจทย์วิทย์ ยากๆไม่ได้
ผมจะลองอ่านโจทย์ดู สองสามรอบ ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่กระบวนการคิด
แต่เป็นการไม่เข้าใจโจทย์ โดยเฉพาะ โจทย์ เลขที่เขียนแบบไม่มีวรรคตอน
ไม่มีการเรียงลำดับ ในแบบหลักภาษาไทยที่ถูกต้อง ทำให้เด็กไม่เข้าใจว่า โจทย์ถามอะไร
พอเอาโจทย์ มาเขียนใหม่ แบบภาษาชาวบ้าน แล้วเพิ่มวรรคตอนเข้าไป

ไม่ก็วาดรูปเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นพวก ให้เขาดู เขาจะเข้าใจโดยง่าย
ถ้ายังไม่เข้าใจจริงๆ ผมจะเปลี่ยนโจทย์ให้ง่ายลง กระทั่งลูกทำได้
(บนพื้นฐานของกระบวนการคิด การแก้ปัญหาแบบเดียวกัน)
พอทำอย่างง่ายได้ ก็บอกว่า โจทย์ ในข้อนั้นๆ เป็นแบบเดียวกัน
แต่ตัวเลขต่างกัน ผลคือ เขาก็ทำได้ แล้วยิ้มออก ผมจะชมเสมอ
ไม่เคยตำหนิเลย การตำหนิเด็กเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดที่พ่อแม่จะต้องละเว้น
ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ยิ่งการพูดเชิงเปรียบเปรย การกระแหนะหระแหน๋ นั้น
ทำร้ายจิตใจเด็กอย่างมหันต์ โดยพ่อแม่ไม่รู้ตัว ขอให้ละเว้นเสีย ตั้งแต่วันนี้

............................................................................................

พอพ้น ม.ต้น ขึ้นม.ปลาย ถือว่าเป็นเวลาทอง ทุกวินาที
การที่จะเริ่มเรียน ม.ปลายได้ดี ต้องมีพื้นฐานม.ต้นที่แน่น

เดี๋ยวนี้ ถ้าเด็กพร้อม และสติปัญญารับได้ ควรปู ม.4 ตั้งแต่ ม.3 ครับ
ยิ่งช่วง summer ม.3 ต่อ ม.4 จะต้อง เริ่ม ‘กระบวนการวิ่งทน’ แล้ว
โดยให้เรียน เตรียม ม.4 ทุกวิชา ไว้ก่อน เพื่อเมื่อขึ้น ม.4 จริงๆ
จะได้เรียนได้ดี ล้ำหน้าเพื่อน และล้ำหน้าคู่แข่งภายนอก อีก 150,000 คน
(ตัวเลขจากเด็กที่สมัครสอบ A-net สายวิทย์)

การศึกษากฎเกณฑ์ การสอบคัดเลือก หรือวิธีการรับเด็กเข้าเรียนต่อ ของ U ต่างๆ นั้นสำคัญมาก
เช่นต้องสอบ วัดทัศนคติ ต่อการเป็นบุคลากรสายวิทยาศาสตร์สุขภาพนะ
ต้องได้วิชานั้น โน้น นี่ ไม่ต่ำกว่า 30 % นะ
ที่สำคัญ เกรดในม.ปลายต้องได้ 3.5 ขึ้นไป จึงจะมีความสามารถในการแข่งขันได้ดี

การติว การแนะแนว และการเลือก ครูที่เข้าติว เป็นสิ่งสำคัญมาก
จะตามกระแส ตามเพื่อนๆ ไม่ได้ เพราะเรามีเป้าชัดเจนอยู่แล้ว
ให้เลือก เป้าหมายเป็นสำคัญ ไม่เลือก เส้นทางเป็นสำคัญ

ลูกผมเคยไปติวกับอาจารย์ อุ๊ ซึ่งเป็นสุดยอดกระบี่มือหนึ่งทางเคมี
ผลคือ ลูกผม ไม่เข้าใจ เพราะต้องจดจ่ออยู่กับมอนิเตอร์ ยกมือถามไม่ได้
ต้องเปลี่ยนที่เป็น กลุ่มเล็กๆ กับครูสองคน

วิชาอื่นๆ ก็เช่นกัน ติว สองแห่งขึ้นไป เป็นกลุ่มใหญ่ที่หนึ่ง
และกลุ่มเล็กอีกที่หนึ่ง กลุ่มเล็กนั้น เพื่อให้ได้ถามตอบ อธิบายความโดยง่าย
กลุ่มใหญ่เพื่อให้ได้ concept ที่เป็นมาตรฐาน

ลูกชายผม อยู่สาธิตได้เกรด 2.25 ซึ่งน้อยมาก พอขึ้น ม.6
จึงวางแผนให้ลาออก แล้วมาสมัครเข้า “โรงเรียนหนองหมาว้อ”
จบจากหนองหมาว้อ ด้วยเกรด 3.50 ทำให้คะแนน GPA ดีขึ้นมาก
(ตรงนี้ เป็นคำตอบของ คำว่า เลือก aim ไม่เลือก means
เนื่องจากเขา บอกว่า เขาอยากเรียน วิดวะคอม ตั้งแต่อยู่ ม.2 แล้ว
วิดวะคอมคือ เป้า หมายที่เขาอยากได้ ผมจึงวางแผนการติว
การสอนนอกห้องเรียน ให้เป็นไปตามที่เขาเป็นคนตั้ง aim ไว้)

พอได้ GPA มากพอที่จะเอาไป รวมกับคะแนน สอบเอนท์ได้ เป็นคะแนนรวม
มากพอที่จะเข้าวิดวะจุฬาได้ (เขาอยากเรียน วิดวะคอม) แต่เขาเลือกเรียนที่พระจอมเกล้า
เพราะเห็นว่า การว้ากน้อย ถ้าไม่เข้าร่วมก็ไม่ถูกคุกคาม ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม
และไม่มีการตัดรุ่นด้วย ยังรักกันดี

การวางแผน และการศึกษากฎกติกานั้นสำคัญมาก
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นต้อง ฝีกฝนให้เด็ก เป็นคนขยันแต่ครั้งยังเล็กๆ
จะมาฝึกเอาตอนโตนั้นไม่เป็นผลครับ

คงเป็นประโยชน์ บ้างตามสมควร นะครับ



Create Date : 13 มกราคม 2552
Last Update : 13 มกราคม 2552 12:22:12 น. 14 comments
Counter : 3268 Pageviews.

 
หนูอยากมีพ่อแบบนี้จังง่ะ

ป่าป๊า >_______<


โดย: iCeLadyzInW วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:03:30 น.  

 
ลูกของเราก็ได้เรียนวิศวะ โดยที่แม่ไม่ต้องทำอย่างนี้เลย
จบมา ได้ทำงาน ทำงานแล้ว ได้ fast trace สองครั้ง เงินเดือนมากกว่า พ่อ - แม่ ที่ทำงานมาตลอดชีวิต

มีประสบการณ์แล้ว สมัครงานใหม่ ในขณะที่เศรษฐกิจมีปัญหา ได้ที่ทำงานที่ดีกว่าเดิม สวัสดิการดีมาก

สมควรแล้วที่คุณพ่อจะต้องเป็นผู้วางอนาคตของลูก แต่ที่สำคัญคือ ลูกต้องร่วมมืออย่างดีมากๆ

ยินดีด้วยค่ะ


โดย: MM IP: 125.26.152.20 วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:21:49:44 น.  

 
ต้องชม น้าพร ว่าวางแผน อนาคตให้ลูกได้เยี่ยมครับ ผมก็เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ เหมือนกันว่า การเรียนลูกนะ ไม่ต้องไปคอยจ้ำจี้จ้ำไช ให้มาก ดูสิ รุ่นเราพ่อแม่ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย ยังมาขนาดนี้ได้

แต่ผมกลับมองว่า ถ้าพ่อ-แม่ เป็นอีกแรง ที่คอยสนับสนุนให้ลูกๆ อนาคตลูกคงไม่แย่ไปกว่าเรา เป็นอีกแรงที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านผิดผ่านถูกมาเยอะ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยเป็นแน่

ส่วนตัวผม ผมเองไม่ได้วางแผนละเอียดแบบ น้าพร ครับ แต่ก็คอยเอาใจใส่ โดยเอาประสบการณ์ของเราในอดีต มาเป็นแนวทาง ในที่สุด ลูกชายก็ติดวิศวะ เหมือนพ่อครับ วิศวะเกษตร ชื่นใจเหมือนกันครับ

มีสิ่งหนึ่งที่ผมพยายาม สร้างโอกาสให้ลูกคือ ให้เขามีกิจกรรม มีงานอดิเรก เล่นดนตรี ว่ายน้ำ รู้จักตัดสินใจด้วยตัวเอง รู้จักเข้าสังคม รู้จักช่วยเหลือตัวเอง ไม่ใช่เก่งแต่หนังสืออย่างเดียว โดยโลกภายนอกสำหรับเขานั้น ช่างแคบ ถ้าเป็นแบบนั้น ชีวิตเขาแม้จะมีดีกรีปริญญาตรีแน่ๆ แต่อาจจะเอาตัวไม่รอดในบั้นปลายได้เหมือนกัน


โดย: bluemoon IP: 58.10.149.123 วันที่: 12 เมษายน 2552 เวลา:22:02:09 น.  

 
เรื่องการตัดสินใจนั้น เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ของการใช้ชีวิตเมื่อเป็นผู้ใหญ่
ผมจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตัดสินใจใดๆ ของเขา
จะมองอยู่ห่างๆ ด้วยการตัดสินใจนั้น จะส่งผลต่ออนาคตของเขาเอง

ที่ผมจะทำได้คือ ถามเขาเรื่องข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ
ถ้าเห็นว่าไม่พอ จะแนะนำให้หาเพิ่ม กระบวนการตัดสินใจ
ไม่ใช่อยู่ที่ขั้นตอนการตัดสินใจ หากแต่อยู่ที่ ต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน
และมากพอต่อการตัดสินใจตะหาก
จุดนี้สำคัญมาก พ่อแม่หลายคน บอกว่า เรื่องของมัน มันโตแล้ว
ปล่อยให้มันคิดเอง ทำเอง
เด็กก็คือเด็กครับ ย่อมขาดความรอบคอบตามสมควร
สิ่งที่ผมทำได้คือ แนะนำให้เขาหาข้อมูลให้ครบถ้วน
หลังจากนั้น กระบวนการแปลผล และการตัดสินใจเป็นของเขาเอง

ยกตัวอย่างวันนี้ เขาเรียนจบแล้ว และเพิ่งได้งานทำ
เขาบอกว่า เขาจะทำงาน 3 ปี ก่อนครบ 3 ปี จะคิดว่าจะทำอะไรคือ
เรียนต่อในสาขาตรง หรือในสาขาบริหาร
หรือจะออกมาทำธุรกิจ หรือ จะเปลี่ยนงาน หรือจะทำงานต่อ

ขั้นต้นนี้ เขาขอทำงานให้ครบ 3 ปีเสียก่อน
เป็นขั้นตอนการตัดสินใจของเขา ผมไม่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ได้แต่บอกไปว่า คิดได้อย่างนี้ ก็ดีแล้ว ให้ keep แนวทางนี้ไปก่อน
ส่วนเงินเดือน ที่ยังไม่ถึง สองหมื่นนั้น ไม่ต้องห่วง
หากมุมานะทำงาน ไม่เกิน 3 ปี น่าจะได้ 20K up

ที่เหลือ ก้อให้ข้อคิด ว่าคนนญี่ปุ่นนั้น เป็นชาติที่ออมเงินเก่งมาก
พวกเขาออมถึง 1/3 ของรายได้

ก็แนะนำให้ว่า ให้ลองออมเงิน นับแต่เดือนแรกเป็นต้นไป
ดูว่า จะทำได้มากน้อยเพียงใด

ที่สำคัญ เงินเดือนที่ได้มา ควรแบ่งส่วนหนึ่ง ส่งให้ คุณแม่ใช้
คุณแม่จะได้ภูมิใจในตัวลูก
ความภูมิใจ ความชื่นชมในตัวลูก ที่แม่มีอยู่ในจิตใจนั้น
เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ ที่จะหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ของคนที่เป็นแม่
ให้เบิกบานไปตลอด
แล้ววันหนึ่งผลของความกตัญญูนี้จะสนองกลับมาอย่างคุ้มค่า


โดย: น้าพร IP: 222.123.23.23 วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:4:10:14 น.  

 
ก็น่าจะอ่านหนังสือมากๆน่ะ
แล้วก็กวดวิชา
พยายามแค่นี้ก็คงทำข้อสอบได้มั้ง


โดย: ก้อย IP: 124.157.129.141 วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:15:28:14 น.  

 
ตามมาอ่านจากห้องหว้ากอครับ ^ ^ สุดยอดมากๆ


โดย: iamfirst IP: 117.47.116.220 วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:0:39:17 น.  

 
เป้าหมายเหมือนกัน บางคนก็ต้องทุ่มเทอย่างมากหลาย บางคนก็ไม่ต้องทำอะไรมากเกิน ก็ไปถึงจุดมุ่งหมายได้เหมือนกัน

ที่บ้านมีวิดวะอยู่ 5 คน จบจากจุฬา 3 คน แต่พวกเค้าเหล่านั้นไม่เคยแม้แต่จะเข้าสถาบันกวดวิชาเลยค่ะ แต่มีความจนเป็นแรงผลัก

แต่ขอชื่นชมว่าจขบ.เป็นคุณพ่อที่ดีและสอนลูกได้ดีมาก ๆ ค่ะ


โดย: nn2704 IP: 124.122.210.241 วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:22:12:24 น.  

 
เป็นวิธีที่ดีในการเลี้ยงลูกให้ดี แต่ก็มีอีกหลายวิธีเหมือนกระทู้ต่อ ๆ มา
ที่บ้านและญาติ ก็เรียนวิศวะ ม. ร้ฐบาล กัน 5 คนแล้ว แต่ละคนต้องใฝ่ดีกันเอาเอง พ่อแม่ มีหน้าที่ชี้ทางเดินที่ดี ให้เท่านั้น
แต่ทุกคนต้องใฝ่เรียน ใฝ่รู้กันเอาเอง พ่อแม่ แม้ว่าจะมีความรู้ระดับปริญญา แต่ก็ไม่สามารถสอนวิชาการเขาได้
จบมามีงานทำก็ดีไปแล้ว ที่กำลังเรียนอยู่ก็มีเกรดที่ดี ๆ แม้ว่าเขาจะมีฐานะทางบ้านระดับกลาง ๆ ก็ตาม


โดย: ใฝ่ดี คิดดี ๆ กระทำดี ผลจะดี IP: 58.9.134.45 วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:06:24 น.  

 
อ่านแล้ว ซึ้งเลยแบบชอบแนวความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นในครอบครัวนะครับ

ทำไม่ได้หนึ่งในสิบของน้าพรเลย .....ขอนับถือด้วยใจจริงครับ
ผมทำได้แค่ประพฤติ ปฎิบัติที่คิดว่าดีพอใช้ ใช้ความใกล้ชิด ความรักในครอบครัว ให้ลูกได้เห็น ได้เรียนรู้ทุกๆวัน จนกระทั่งจบม.3 ลูกสามารถคิดและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
ลูกชายคล้อยตามแบบอย่าง ไม่เรียน ม.ปลาย สายสามัญ ตั้งเป้าหมายไปเรียนเตรียมวิศวฯ ที่ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ สาขา วิศวกรรมไฟฟ้า ตอนนี้ผ่านมา 6 ปีกว่าๆแล้ว ขึ้นปีที่7 อยู่ ปี 4. จบปีนี้ รุ่น EE44

ตอนนี้ช่วงปี 3-4 ก็รับสอนพิเศษคณิตศาสตร์ ด้วย ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีของหนุ่มน้อยวัย 20-21ปี อันเกิดจากการมุ่งมั่น มานะ อุสาหะในการเรียน

ลูกน้าพร เรียนที่พระจอมเกล้าหรือเปล่าครับ


โดย: nana36 IP: 58.9.208.213 วันที่: 13 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:36:17 น.  

 
พระจอม หัวตะเข้ครับ


โดย: น้าพร IP: 223.204.21.14 วันที่: 31 กรกฎาคม 2554 เวลา:4:49:45 น.  

 
อยากคุยกะน้าพรมากๆ
ขอรบกวนน้าส่งmailหาด้วยทาง eszzzse@yahoo.comนะคะ
เพราะไม่ได้เป็นสมาชิก ส่งจดหมายหาน้าก่อนไม่ได้

ขอบคุณมากคะ
หลิง


โดย: หลิง IP: 180.183.35.75 วันที่: 30 กันยายน 2555 เวลา:21:34:03 น.  

 
^
^

ส่งmail ไปแล้ว mail ตีกลับครับ


โดย: น้าพร วันที่: 8 ธันวาคม 2555 เวลา:0:22:19 น.  

 
ต้องการนักศึกษาเอกคณิต สอนที่บ้าน ด่วน 0909169827 เริ่มเดือน มี.ค. เด็กประถมค่ะ แถว ม.ธุรกิจบัณฑิต


โดย: ต้องการนักศึกษาเอกคณิต สอนที่บ้าน ด่วน 0909169827 IP: 27.55.129.201 วันที่: 2 มีนาคม 2558 เวลา:17:45:19 น.  

 
ต้องการนักศึกษาเอกคณิต สอนที่บ้าน ด่วน 0909169827 เริ่มเดือน มี.ค. เด็กประถมค่ะ แถว ม.ธุรกิจบัณฑิต


โดย: ต้องการนักศึกษาเอกคณิต สอนที่บ้าน ด่วน 0909169827 IP: 27.55.129.201 วันที่: 2 มีนาคม 2558 เวลา:17:45:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

น้าพร
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้าพร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.