Group Blog
 
 
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
นั่งรถไฟไปลำปาง

>ซื้อตั๋วรถไฟดอนเมือง-ลำปางไว้แล้ว แต่ต้องทำงัยบ้างค่ะ
>ไปที่สถานีรถไฟดอนเมือง(มันตั้งอยู่ตรงไหนค่ะ)

ตอบ ....ให้รักษาตั๋วไว้ยิ่งชีวิต เก็บไว้ที่เดียวห้าม โยกไปย้ายมา
เช่นกระเป๋าถือช่องหลังสุดเท่านั้น ห้ามย้ายที่เดี๋ยวหาย ให้ฝึกเป็นนิสัย
ก่อนออกบ้านให้ตรวจดูว่าตั๋วยังอยู่ไหม ถ้าอยู่แล้ว ถือว่า OK
ให้บันทึก เลขของตั๋ว เลข ที่นั่ง เลขตู้ ไว้ในมือถือ และส่ง sms ไปที่เพื่อนสนิท
หากหายจะได้แจ้งขอเงินคืนหรือออกตั๋วใหม่ได้
แม้ขึ้นรถแล้ว ยังต้องเก็บตั๋วไว้ เขาจะมาตรวจตั๋วในเวลาไม่เกิน 30 นาที หลังรถออก
คนตรวจตั๋วจะมากันสองคน พอได้ตั๋วเขาจะอ่านเลขตั๋ว
ทวนกับที่เขา print มาจากเครื่องที่ หัวลำโพงแล้ว
คนตรวจตั๋วนี่แต่งตัวเหมือนตำรวจแต่ไม่เท่เท่า ถ้ามีดาวเยอะ
แสดงว่าเงินเดือน สองหมื่นขึ้น

คนเก็บเตียง ทำเตียง ก็เงินเดือน หมื่น up กันทั้งนั้น ถ้าอายุมาก เงินเดือนจะมากตามไปด้วย

เขาตรวจตั๋วแล้วเขาจะคืนตั๋วให้ ก่อนคืน เขาจะหนีบตั๋วให้เป็นรอยนิดหนึ่ง
(อย่าต่อว่าเขา นั่นมันเป็นหน้าที่ของเขา)

ถ้าโชคดีได้นอนตู้หญิงล้วน ก็จะมีคนทำเตียงเป็นผู้หญิงด้วย
พอดึก หลังสี่ทุ่ม ถ้าเป็นตู้หญิงล้วน เขาจะล็อคหน้าหลังทั้งหมด

ห้องน้ำ(ส้วม) ในรถไฟ ไม่ค่อยสะอาดนัก ที่สำคัญห้ามใช้ ขณะที่รถจอดอยู่ที่สถานี
ถ้ารถวิ่งอยู่ไม่เป็นไร ทั้งนี้เพราะมันไม่ใช่ส้วมมันเป็น ช่องเปิดลงตรงๆ ถ่ายแล้วลงพื้นไปเลย นั่งไปหวาดเสียวไป
ดังนั้นถ้าจะเข้าห้องส้วม ห้ามเอาของมีค่าติดตัวไป ไม่งั้นมันหล่นลงช่องได้ง่าย มีคนเคยทำหล่นมาแล้ว
ก้มๆ เงยๆ ก็หล่นแล้ว ห้องส้วมมีสองห้อง อยู่ที่ส่วนหน้าของทุกตู้
ถ้ากลัว ให้เลือกห้องที่เป็นแบบนั่งคล้ายๆ ชักโครก (แต่มันก็เป็นช่องลงพื้นอยู่ดี)
ถ้าไม่กลัวก็เลือกแบบที่เป็น นั่งยองๆ แบบพื้นบ้าน
แต่แบบคล้ายชักโครกน่าจะเหมาะกว่า เพราะถ้าของหล่นมันก็จะหล่นลงพื้น
ไม่หล่นลงรู หรือช่องเปิด ทีนี้แบบคล้ายชักโครก เวลานั่ง ก็ไม่สนิทใจนัก
ให้หา สเปรย์ หรือสำลี แอลกอฮอล์ ไปด้วยก็แล้วกัน
ส่วน tissue นั้น เที่ยวนี้เขามีให้ (อย่างไรก็ตามควรมีติดตัวไว้บ้างกันเหนียว)

ถ้าลงลำปาง ให้บอกเขาว่า ใกล้ถึงลำปางแล้วช่วยปลุกด้วย
เขามาทำเตียงให้ ไม่ต้องทิป แต่ให้ขอบคุณด้วยคำพูดอันไพเราะ
มีบางคนให้ทิปเหมือนกัน 20 บาท ส่วนผมนั้นไม่เคยให้
เพราะไม่เห็นใครให้สักที นานๆ น้านๆ ทีจึงจะมีคนให้ทิป

สถานีดอนเมือง .........อยู่ตรงข้ามสนามบินดอนเมือง เป๊ะๆ
จุดสังเกตคือสะพานลอยคนเดินข้ามแบบทึบ
จากดอนเมือง ข้ามไปสถานีรถไฟ

ถ้าอยู่ที่ดอนเมือง แล้วหันหลังให้สนามบินดอนเมือง แล้ว
ขบวนรถจะวิ่งจากซ้ายมือ ไปทางขวามือ
อย่าหลงทิศ เพราะ เวลาใกล้ๆ กันนั้น จะมีรถเที่ยวขึ้นเที่ยวลองเต็มไปหมด

>แล้วต้องไปก่อนกี่นาทีหรอค่ะ
ตอบ ....ควรไปถึง สถานีก่อนอย่างน้อย 30 นาที

>แล้วเราจะรู้ได้งัยว่าเป็นขบวนเรา
ตอบ .... ที่ตั๋วจะมีบอก ว่าขบวนอะไร ถึง ดอนเมืองกี่โมง
ณ ต้นทาง รถไฟจะมาถึงตรงเวลา ไม่ก็ late ไม่เกิน 10 นาที

นอกจากนี้ให้สังเกต คนที่มีของและมารอรถที่ดอนเมืองด้วย
พวกที่แต่งตัวดีหน่อย 'มักจะ' ขึ้นขบวนนี้ พอได้ที่นั่งในอาคารชานชลาแล้ว
อาจถามคนข้างๆ ดู ว่าไปไหนคะ ถ้าไปเชียงใหม่ หรือลำปาง ละก้อ
ให้ถามต่อว่า รถกี่โมง ซึ่งมักจะเป็น ขบวนเดียวกัน
แต่คุณอย่าบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต บางทีอาจเจอ 18 มงกุฏเข้าไปก็ได้

ถ้าถูกถามว่า มาคนเดียวเหรอ ให้บอกว่า มาสามคนกะน้องและแฟน แฟนเป็นตำรวจ
พวกเขาขึ้นที่หัวลำโพงแล้ว ส่วนตัวคุณ ทำงานที่นี่ จึงขึ้นที่นี่

พอรถมาถึง เขาจะประกาศเสียงดัง ว่า

...."ผู้โดยสารโปรดทราบบบบบ ขบวนรถที่เข้ามาถึงสถานีขณะนี้ คือขบวนรถด่วนพิเศษเที่ยวขึ้น
กรุงเทพ ปลายทางเชียงใหม่ ท่านผู้โดยสารที่มีตั๋วแล้ว โปรดตรวจสอบสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย
รถจะเข้าเทียบชานชลาหมายเลขสอง
ก่อนขึ้นขบวนรถ ให้รอให้รถจอดหยุดนิ่งเสียก่อน มิฉนั้นอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตด้ายยยย...."

....." ....ในนามของการรถไฟ ใคร่ขอขอบคุณท่านผู้โดยสารทุกท่านที่เลือกใช้บริการของการรถไฟ ...."

และที่ข้างตู้โบกี้ จะมีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า ชั้น 2 กรุงเทพ - เชียงใหม่
ป้ายยาว 1 ฟุต สูง 5 นิ้ว อ่านง่าย มีทุกตู้
ที่สำคัญคุณต้องขึ้นให้ถูกตู้ โดยดูจากตั๋วอีกนั่นแหละ
พอรู้ว่าตู้เลขอะไร ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่า ขบวนนี้ จอดรางไหน
และตู้เลขที่ 6 (สมมุติว่าคุณได้ตู้เลขที่ หก) นั้น จอดตรงไหน จะได้ขึ้นได้ถูกตู้
ไม่งั้นต้องเดินขาลาก ถ้ามีของเยอะจะยิ่งยากเข้าไปใหญ่
ขึ้นลงรถไม่ต้องรีบ เดี๋ยวจะหกล้ม ไม่ต้องกลัวว่ารถไฟจะทิ้งเรา
เพราะเขาจะมีนายสถานีมายืนดู ว่าคนขึ้นรถครบหรือไม่
ขณะที่มีคนขึ้นยังไม่ครบ กำลังเก้ๆ กังๆ ขึ้นอยู่ที่บันได เขาจะไม่โบกรถให้เคลื่อนที่
เขาจะรอให้คนขึ้นรถครบ และดูว่า ไม่มีใครอยู่ชิดตัวรถแล้ว
จึงจะให้สัญญาณไฟฉายให้รถเคลื่อนขบวนออกไป

> ที่ใกล้ๆ ตู้ขายตั๋ว หรือ แถวๆ ตัวอาคาร สถานี เขาจะมีกระดานดำเล็กๆ
ติดอยู่ จะเขียนว่า ขบวนเที่ยวขึ้น จะเข้าดอนเมืองกี่โมง
กระดานเล็กที่เขียนด้วยลายมือ เป็นเวลาจริงในวันนั้นๆ

อีกกระดานหนึ่ง ตรงชานชลา จะมีกระดานสีเขียว กว้าง หนึ่งเมตร สูง เมตรห้าสิบ
เขียนตารางเวลาเดินรถเที่ยวขึ้น กะเที่ยวล่องไว้
เที่ยวขึ้นสายเหนือ เป็นเลข คี่ เช่น ขบวน 1 ขบวน 13 ขบวน 51
และที่ป้ายนี้ จะบอกชัดว่า "ตามตาราง" แล้ว รถไฟขบวนนี้มาถึงเวลากี่โมง
ถ้า late จะต้องดูป้ายอีกป้าย เป็นกระดานเล็ก เขียนด้วย ชอล์ก ว่าขบวนเที่ยวขึ้น
(ไม่ก้อเป็น ไวท์ บอร์ด เขียนด้วย ปากกาเขียนกระดาน )
มาถึงที่ดอนเมืองกี่โมง และออกกี่โมง มักจะ จอดประมาณ 3 หรือ 5 นาทีเท่านั้น

ไม่รู้ว่าคุณ ชื้อตั๋วขบวนเลขอะไร ถ้ามีเลขขบวน จะบอกได้ง่าย

> แล้วจะรู้ไง ว่าเป็นขบวนไหน
ตอบ .... เขาจะประกาศออกทางไมค์โครโฟนครับ ประกาศ ทุกๆ 5 นาทีเลย
ก่อนขบวนจะเข้า เขาจะเคาะระฆัง ครั้งหนึ่ง เป็นการเตือน
หมายความว่า รถนั้นถึงหลักสี่แล้ว และ อีก 2 นาทีจะถึง ดอนเมือง
ข้อสำคัญคุณต้องอยู่ให้ถูกราง ถ้าผิดรางมันขึ้นยาก
เพราะอาจจะมีขบวนอื่นขวางอยู่

> ถามต่อว่า รางไหน
ตอบ.... ไม่รู้ดอก ให้ถามเจ้าหน้าที่เอาเอง เพราะแต่ละวันเขาจัดไม่เหมือนกัน

ขบวนที่ขึ้นเหนือช่วงเย็น ก็มี 18.00 น กะ 19.30 น ที่นิยมกันมาก
ถึงดอนเมือง ประมาณ เกือบๆ ทุ่มมั้ง
ส่วน ขบวน 19.30 น นั่นน่าจะถึงดอนเมือง ประมาณ สองทุ่มครึ่งครับ

ที่สำคัญคือถ้าคุณขึ้นขบวน 1 คุณจะถึงลำปาง ประมาณ ตีสี่ครึ่ง
คุณต้องตั้งมือถือให้ปลุกไว้ด้วย (แต่ไม่ต้องห่วง รถไฟไทยไม่เคยตรงเวลา)
มักจะช้าประมาณ 1 - 2 ชั่วโมงเสมอ
ถ้าเป็นขบวน 13 จะถึงลำปางประมาณ หกโมง-ห้าสิบเจ็ด (06:57 น.)

ถ้าถึงเช้า หน้าสถานีลำปาง ทางขวามือ มีร้านขายก๋วยจั๊บอยู่ (มีร้านเดียว ถ้าเห็น ถือว่าใช่แล้ว)
เดินออกมามองไปทางขวามือ ห่างไป 30 เมตร จะเห็นทันที
ลองแวะชิม จะได้ไม่ผิดหวังชามละ 30 บาท เท่านั้น (ผมเอง เห็นว่า เค็มไปหน่อย แต่พอรับได้)

ตรงหน้าสถานีลำปาง เขาเอาหัวรถจักรสมัย 40 ปีก่อน มาตั้งไว้
ร้านอยู่ทางขวามือของ หัวรถจักร
ส่วนทางซ้ายมือ เป็นร้านสะดวกซื้อ + ตู้ ATM ของทหารไทย กรุงศรี และกสิกรไทย

ส่วนมื้อเย็นหรือมื้อเบาๆ ในรถไฟ ควรเตรียม ขนมขบเคี้ยว + นม + น้ำ ไปด้วย
สูตรผม คือ น้ำสอง นมสาม (กรณีเด็กไปด้วย)
ด้วยดึกๆ เขาปิดตู้เสบียง แม้ว่าราคา 50- 80 แต่รสชาดลืมไม่ลง(หมายความว่า Hอ่วย จิงๆ )
แนะนำให้ติดของกินไปด้วย กันหิวระหว่างทาง
อีกอย่างเป็นการประกันด้วยว่าถ้ารถเสียเวลา คุณจะได้ไม่หิว
ให้เตรียมไปทั้งสองมื้อ คือมื้อดึก และมื้อเช้า
โดยเฉพาะน้ำ อย่าได้ขาดไม่งั้น คอแห้ง ก็ไม่รู้จะขอจากใคร

ทางเหนือวันนี้อากาศเย็นแล้ว น่าจะหาเสื้อโค้ท เบาๆ บางๆ ไว้ติดตัวสักตัวหนึ่ง
แอร์ในรถไฟ มักจะไม่ค่อยเย็นในหน้าร้อน
และเย็น อิ๋บอ๋าย ในหน้าหนาว โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืน

ถ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับ ทางเหนือ หรือเหตุฉุกเฉินให้โทรถึงผมได้
เบอร์โทรผม ถามได้ทางหลังไมค์

ขบวน 13 ออก หัวลำโพง 19.30 น. น่าจะถึง ดอนเมือง 20.25 -20.30 น

ขบวนนี้เตียงบนจะโยกไปมาเพราะ เป็นตู้นอนแบบเดิมๆครั้ง 30 ปีก่อน
คนที่นอนยาก ถ้านอนเตียงบนจะรู้สึกเหมือนถูกจับใส่เปล แล้วเอาไปปล่อยไว้กลางคลื่นในทะเล
ถ้านอนง่าย ก้อ OK ครับ ไม่ถึงกับ หนักหนาสาหัสนัก

ถึงลำปาง ประมาณ 05.50 น. (เวลาในตาราง)
ถ้าเป็นเดือนธันวาคม และหลังวันที่ 25 ธค. ให้เตรียมเสื้อกันหนาวตัวหนาไปด้วย

ที่สำคัญ ตู้นอนบนจะค่อนข้างเย็น โดยเฉพาะปลายเท้า
คงต้องหา ถุงเท้าหนาๆ มาเตรียมสำรองไว้ด้วย
ไม่ก็เอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่นี่แหละ มาแปลงเป็นผ้าห่ม คลุมไว้
ไม่งั้นนอนไม่หลับ เพราะ มันเย็นเท้าจริงๆ

บางครั้ง ลมจากช่องแอร์มันจะเป่าเข้ามาตรงๆ ณ ช่องที่เรานอน
ให้แก้ไขโดยเอาถุงพลาสติก ที่เขาห่อผ้าห่มนอนประจำที่นั่ง
มาแบ่งตามยาว แล้วยัดที่ช่องไว้ จะได้ลดแรงลมได้

(ตู้นอนทุกตู้จะมีผ้าห่มสีขาวให้ด้วย เขาซักใหม่ทุกครั้ง สะอาดใช้ได้)
แม้ว่าผ้าห่มนี้จะไม่อุ่นเท่ากับ การ-อิง-บน-อก-ชายหนุ่มก็ตาม แต่ช่วยได้เยอะ

เขาจะให้มาพร้อมถุงบรรจุค่อนข้างดี ถุงนั่นแหละ ห้ามทิ้ง
ให้เก็บไว้ ถ้าไม่ใช้ ให้เก็บไว้ ก่อนลงรถ เอาใส่ขยะก็ยังดี
ปกติผมใช้ถุงนี้เสมอ หลายท่าน พอแกะผ้าห่มปุ๊บก็ทิ้งถุงปั๊บ
ที่ไหนได้ พอจะหาถุงมาใช้ใส่อะไร หรือดัดแปลงทำอะไร ก็ไม่มีแล้ว

ถ้าตั๋วเขียนว่า woman หรือ women ก็ตามที หมายถึง ตู้ผู้หญิงล้วน
อย่างน้อย ก็อุ่นใจอยู่ และไม่น่าจะเจอคนเมา หรือคนนอนกรนในรถ

บางทีอาจเจอฝรั่งแถบ EU นั่งมาด้วยประปราย
พวกนี้บางทีก็ส่งเสียงดัง ถ้าหลังสี่ทุ่มยังส่งเสียงอยู่ ก็บอกเขาได้
เตือนได้ พูดด้วยความสุภาพว่า มีกฎห้ามส่งเสียง ไม่งั้นถูกปรับ 2,000 บาท

แล้วชี้ไปที่ป้าย (ป้ายโฆษณายาปวดหาย ) ผมใช้มุขนี้ได้ผลมาแล้ว เงียบกันหมดครับ
แล้วก็ถามผมว่า Oh!!!! really ? ผมก้อสำทับไปว่า จริงซิ
นี่ผมก็จะเข้านอนแล้ว เพราะ ไม่งั้นจะถูกปรับอีกคนด้วย

Good night ! ฝรั่ง ก็ขานรับว่า GOOOD NIGHTTTT!!! กันเซ็งแซ่

ถ้ามีของเยอะ และขึ้นที่ดอนเมือง ข้อเสียคือ ที่วางสำหรับวางสัมภาระ
(ก็กระเป๋านั่นแหละ) จะมีคนวางของอยู่แล้วเต็ม ไม่ก็เกือบเต็ม

วิธีแก้ไขคือ หาเชือกเส้นเล็กๆ ไปด้วย ให้โตกว่าด้ายไหมพรมสักสองสามเท่า
หรือไม่ก็เท่ากับเชือกผูกรองเท้าเส้นโตหน่อย ยาวเส้นละ หนึ่งเมตร เตรียมไว้ สองสามเส้น
เตรียมไว้ผูกกระเป๋าเราให้ติดกับเสาที่ทำเป็นโครงรับสัมภาระ
การผูกเชือกนั้น จะต้องผูกแบบเงื่อนกระตุก คือเงื่อนแบบที่ผูกรองเท้า แต่ผูกหูเดียว ไม่ต้องผูกแบบสองหู
ที่ต้องผูกแบบเงื่อนกระตุกเพราะ ต้องคิดถึงว่าวันรุ่งขึ้น
เราต้องแกะออกนะ หากผูกซะแน่น กว่าจะแก้ได้ รถไฟไปถึงเชียงใหม่พอดี
เป็นซะอย่างนี้ หลายคนเคย panic กับการแกะเชือกไม่ออกครับ มีอาซิ้มแก่ๆเคยล้งเล้ง เสียงดัง ซี้เลี้ยว ซี้เลี้ยว
แล้วบอกผม..... "ลื้อ ลื้อ เออ! .. ลื้อน่านแหละ ช่วยอั๊วแกะหน่อย อั๊วแกะม่ายล่ายยยยย....."
พอแกะได้ ก็บอก "กรรมเสีย กรรมเสีย เอ้ย!... กั้มเสี่ย (ขอบใจ ขอบจาย) "

การไปต่างถิ่นหลายวัน แล้วมือเชือกเส้นเล็กไปด้วย จะช่วยแก้ไข ข้อจำกัดได้หลายอย่าง
under ware เวลาซักแล้ว ไม่มีที่ผึ่ง ก็ใช้เชือกนี่แหละเป็นที่ผึ่ง
ผมได้วิชานี้มาจาก การไปค่ายลูกเสือเมื่อครั้งเป็นเด็กครับ มีประโยชน์มากทีเดียว
(ผมหมายถึง วิชาผูกเชือกนะครับ ไม่ใช่วิชา ผึ่ง under ware .... อย่างเพิ่งเข้าใจผิด)

การวางกระเป๋าหรือสิ่งของนั้น
ถ้าของเราหนักก็ยกของคนอื่นเทินไว้ข้างบน ถ้าของเราเบาก้อเอาของเราไว้ข้างบน
พอเทินกันไว้ รถไฟแกว่งไป-มา ไม่นานมันก็หล่น
ให้ใช้เชือกนี่แหละ ผูกไว้กับเสาจะได้ไม่หล่น

ตู้ของขบวนนี้จะมีที่เก็บสัมภาระ อยู่สองที่คือ ด้านข้างที่นั่ง กับบนหัว
ถ้าตัวไม่สูง และไม่มีชายหนุ่มไปด้วย (ก็คนที่เป็นตำรวจ ที่นั่งรถมาจากหัวลำโพงไง)
จะปีนแล้วยกขึ้นไว้ข้างบนคงลำบาก

ถ้าเอาไว้ข้างบนได้จะดีไม่น้อย สำหรับคนนอนเตียงบน
เพราะหากมีอะไรอยากหยิบ เช่นครีมหน้าเด้ง หรือครีมกันรอยขอบตาคล้ำแบบหมีแพนด้า
จะเปิดเอามาใช้ได้ง่าย ก็มันอยู่ใกล้ในตำแหน่งเดียวกับที่เรานอนพอดี

หลายครั้ง ผมจะเอาผ้าปิดตา แบบที่เขาแจกในสายการบินระหว่างประเทศติดไปด้วย
ใช้ปิดตาเวลานอน ผมไม่ชอบอะไรที่สว่างในเวลากลางคืน มันนอนไม่ค่อยหลับ
ไฟมันแยงตาครับ หลายครั้งแยงเข้าไปถึงหัวใจเลยทีเดียว
ครั้นจะนึกจะคิดนินทาใครเข้า ก็กลัวคนเห็น จึงต้องเอาผ้ามาปิดตาตัวเองไว้


ถามเรื่อง ข้าวซอย
ตอบ ......

1. บะหมี่เป็นบะหมี่หมูแดง (อยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพียง 150 เมตร ควรเดินไป)
ไม่ควรนั่งรถ เพราะนั่งปุ๊บ สองเสาไฟ ก็ถึงแล้ว
เส้นทางคือ เดินจากสถานีออกมา 100 เมตร เจอสี่แยกน้ำพุ
เลี้ยวขวา เดินไปอีก 100 เมตร ร้านละหมี่อยู่ตรงข้าม
สังเกตร้านทอง ชื่อ "มังกรทอง" ร้านบะหมี่อยู่ใกล้ๆกัน ร้านบะหมีถึงก่อน

2. ข้าวซอย ทั่วๆ ไป ผมจะพาเพื่อนๆ ไปทาน สามแห่งครับคือ

2.1 ข้าวซอยอิสลาม "คุณดำรงค์ พุฒตาล" แนะนำไว้
อยู่ไม่ไกลจากสะพานรัชฎา นัก (แผนที่เอาไว้ ทีหลังนะครับ)
เป็นข้าวซอยเนื้อ กะ ไก่ เส้นนุ่มเหนียว เพราะทำเส้นเอง
ราคาก็เท่ากัน ก๋วยจั๊บ ถ้าชอบต้องสั่ง สองชาม
ถ้าต้องการชิม ก็ชามเดียวพอ ชามไม่ใหญ่ ถือว่าเล็กก็ได้
เหมาะสำหรับคนอยากทาน แต่ไม่ยากอ้วน

2.2 ข้าวซอยซุปเปอร์ไฮเวย์ อยู่ติดถนน ลำปาง - เชียงราย ขาขึ้นอยู่ขวามือ
เส้นทางคือ บนนถนนซุปเปอร์ ให้ห้างเซนทรัลอยู่ซ้ายมือ
เจอสี่แยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวา แล้วหาทางเข้าคู่ขนานด้านขวามือ
ร้านจะอยู่ห่างหัวมุมสี่แยก 200 เมตร

เจ้านี้ มีคนไปเยอะที่สุด ในบรรดาข้าวซอยทุกร้าน
คงเพราะ หาง่าย จอดรถง่าย ราคาเท่ากัน

2.3 ข้าวซอยแม่คำแสน ไม่ห่างจากร้านใน 2.2 เท่าใด
เป็นแบบร้านเดิมๆ คนจึงไม่นิยมเข้า ยกเว้นเซียนข้าวซอย
ผมทานแล้วรสชาติใช้ได้ทีเดียว
ลายแทงคือ บทถนนซุปเปอร์ หันหน้าไปเชียงราย ก่อนถึงห้างเซนทรัล
มีสะพานลอยอยู่ที่เดียว ร้านอยู่ขวามือ ที่เชิงสะพานลอย
ถ้าขับเลยไป จะเจอสะพานลอยที่สอง ตรงเป๊ะกับห้างเซนทรัลพอดี
แสดงว่า เลยไปแล้ว ให้ ยูเทิร์นกลับมา โดยเข้าคู่ขนาน
ผ่านห้าง lotus ซึ่งอยู่ตรงข้ามเซนทรัล (ยูแล้ว ห้าง lotus จะอยู่ซ้ายมือ)
ร้านแม่คำแสน อยู่เชิงสะพานลอยข้างหน้า ใกล้ๆ สามแยกไฟแดง
โดยห่างสามแยกไฟแดงประมาณ 50 เมตร

3. ถ้าไม่ทานเนื้อ และอยากทานเป็นอาหารไทยจีน ทั่วไป
มีร้านชื่อร้าน "รส-นา-นา" เขาขายมาสองชั่วคนแล้ว(แผนที่รอทีหลังครับ)
รสชาติ กลางๆ มีกับข้าว 6 อย่างเท่านั้น เรียกหนึ่งชุด
ควรไป 4 - 5 หรือ 6 คน จึงจะสั่งได้ 1 ชุด แล้วไม่เหลือ
ไม่งั้นของเหลือเสียดายของ
เส้นทางคงต้องถาม คนท้องถิ่น ว่า โรงเรียนสาธิตสวนดุสิตอยู่ที่ไหน
หรือถามว่า โรงเรียนมัทธยมราษฏร์เดิม อยู่ที่ไหน
ร้าน รส นา นา อยู่ในซอยข้างโรงเรียนครับ

อันที่จริง ถนนหลักที่จะไปโรงเรียนก้อคือ ถนนด้านหลังห้างเซนทรัลนั่นเอง
ลำปางนั้น ถนนจะวางแนวขนานหรือเกือบขนานกัน ถ้าให้ถนนหน้าห้างเป็นเส้นที่หนึ่ง
จะมี 4 เส้นขนานกัน โดยนับเข้าไปทางข้างหลังห้างครับ

เมนูคือ
1. หมูน้ำมันหอย (แต่ก่อนเป็นเนื้อ)
2. ต้มจืดสาหร่าย
3. หอยจ้อ หรือแฮ่กึ้นมั้ง (จำไม่ค่อยได้แล้ว)
4. หมูพะโล้
5. เป็ด หรือห่าน พะโล้ (ถ้าจำไม่ผิด)
6. สลัดผัก น้ำข้น

เลือกสั่ง 3 อย่าง ใน 6 อย่างได้ แต่จะสั่งอย่างอื่น มักจะไม่ได้
เพราะเขาขายเพียง 6 อย่าง ยกเว้นไข่เจียว

คือถ้านึกอะไรไม่ได้แต่อยากเลี้ยงข้าวกลางวันเพื่อนๆ
และคนที่จะทานมี 5 คน ผมจะไปร้านนี้
แล้วบอก 1 ชุด แล้วนั่งรอเดี๋ยวเดียว เขายกมาครบ

ถ้าชอบของอะไรที่เป็นเส้นๆ ลำปางเป็นเมืองเส้นก๋วยเตี๋ยวครับ เป็นเส้นสด
ทำวันไหน ก็ปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยววันนั้น ดังนั้นเส้นจะนิ่มและกลืนง่ายเคี้ยวง่ายกว่าทั่วไป

ก๋วยเตี๋ยวมีหลายที่ ถ้าชอบลูกทุ่ง ก็มีก๋วยเตี๋ยวลูกทุ่ง ห่างตัวจังหวัด 5 - 6 กม. สองแห่ง
คนตรึมทุกวัน เครื่องเป็นของสดๆ ทุกชิ้น ทั้งเนื้อและหมู
เหมาะสำหรับเซียนก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น รสชาติกลางๆ ไม่จัดจ้าน
แต่จุดเด่นคือ ของสดทุกวัน

ลำปางถ้าต้องการไปเที่ยวนั้น ต้องมีรถยนต์สถานเดียวครับ
เพราะแต่ละแห่งอยู่ห่างกัน และมักจะเป็นในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก

ไฮไลท์ วัฒนธรรมก็คือ วัดพระแก้วดอนเต้า
กะวัด พระธาตุลำปางหลวง วัดเจดีย์ซาว(มีเจดีย์ ยี่สิบองค์)

นอกนั้นจะมีวัดอื่นประปราย แต่ต้องรู้ประวัติ รู้ความเป็นมา
จึงจะดูเพลินไม่งั้นดูไปก็งั้นๆ

จากวัด ก็เป็น ศูนย์ฝึกลูกช้างลำปาง โรงพยาบาลช้าง (ที่เดียวกัน)
จากนั้น ก็เป็นแหล่งไม่แกะสลัก ที่แกะ รูป ชาลส์-บรอนสัน สวมหมวกคาวบอยครับ
และรูปแกะสลักอื่นๆ แกะกันทำกันให้เห็นทุกวันครับ

ไม่ไกลจากบ้านแกะสลัก มีสถานที่เที่ยวเชิง อนุรักษ์ คือ บ้านเปาสามขา
ที่บริษัทขายปูนแห่งหนึ่ง ให้ความช่วยเหลือด้านการทำฝาย(ฝายแม้ว)ไว้
วันนี้ บริวณนั้น เริ่มจะกลับมาเป็นดินดำน้ำชุ่มอีกครั้งแล้ว

จากนั้นบนถนนอีกเส้นหนึ่ง คือเส้นลำปาง เชียงราย
มีแหล่งไม้สักพันธุ์ดีที่สุดของโลก( World finest teak area) อยู่บนถนนนี้
กม. 650 มั้ง(ถ้าจำไม่ผิด)

จากนั้นก็ ถ้ำผาไท-หนึ่งในสยามเป็นถ้ำหินปูน ในถ้ำมีห้วงรักเหวลึก
มียักษ์อกแตกตายเพราะ ผัวพรากลูกไปจากอกก็มี (จินตนาการเอาครับ)

ก่อนถึงถ้ำก็มีภาพเขียน 4,000 ปี ร่วมสมัย กับบ้านเชียง
ว่ากันว่าเป็นภาพเขียนที่ยาวที่สุด ใน South east Asia ครับ
ยาวจริงๆ ผมไปเห็นมาแล้ว

จากถ้ำ ขึ้นไปอีกนิด เป็นเหล่ง เก็บพันธุ์ไม้สัก ที่ดีเยี่ยมที่สุดของเมืองไทย
ก่อตั้งโดยกรมป่าไม้
ตั้งแต่ปี 2480 ครับ ต้นไม้สักแต่ละต้น ถ้าเป็นผู้หญิง ขอบอกว่า นางสาวไทยต้องอายครับ

จากนั้นไปประมาณ กม.ที่ 674 มั้ง เป็น "วัดจองคำ" หมายถึงส่วนบนของหลังคาเป็นทอง
วัดนี้สร้างโดย คหบดีชาวพม่า(ไทยใหญ่) แต่ก่อนนั้น คนมีเงินทางเหนือ
ถ้าไม่ใช่เชื้อเจ้า ก็จะเป็นไทยใหญ่ พวกเขามาทำไม้ แล้วก็สร้างวัดไว้กลางป่า
ป่าเมื่อวันวาน วันนี้กลายเป็น หมู่บ้านย่อมๆ ข้างทางสายเอเชีย

วัดนี้ขึ้นชื่อตรงที่มีสามเณร สอบได้ เปรียบธรรม 9 (เทียบเท่า ป. ตรีมั้ง)
ได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ของไทยมาทุกปี ปีละ 5 องค์ บ้าง 7 องค์บ้าง

ในวงการพระปริยัติธรรมรู้จักกันดี ขึ้นไปอีก 30 กม. ก็ร้อยกม จากตัวเมืองโน่น
เป็น บ้านของช่างแกะสลักฝีมือดีมาก อันดับต้นๆ ของทางเหนือ
ชื่อว่า "คำอ้าย เดชดวงตา"
ฝีมือนั้น เป็นเอก หาคนเทียมยาก แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก นอกจากคนในวงการจริงๆ เท่านั้น

ลำปางมีโรงไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้า ประมาณ 25 - 30 % ของประเทศคือเหมืองแม่เมาะ
สื่อไทย ขายความหวาดกลัว แต่สื่อเทศขายความจริง ทุกคนเข้าใจว่าแม่เมาะคือมลพิษ
เอาเข้าจริงแล้ว สวยงามมากทีเดียว ไม่ไปดูไม่รู้ดอก
ถ้าได้เข้าไปเยี่ยมในเหมือง จะรู้สึกทึ่ง ที่มนุษย์ตัวเล็กๆสามารถขุดดินลงไปลึกร่วม 400 เมตร
ทั้งๆ ที่ลำปาง สูงกว่าน้ำทะเลเพียง 270 เมตรเท่านั้น
นั่นหมายความว่า พวกเขาขุดดินลึกลงไปต่ำกว่าระดับน้ำทะเล
มลภาวะที่ล่ำลือกันนั้น ไม่เห็นมี มีแต่ข่าว บนกระดาษเปื้อนหมึก

ที่โน่นมีภูเขาไฟอายุน้อย อายุเพียง 600,000 ปีเท่านั้นเอง
และดับแล้ว อยู่ข้างทางเลย มองเห็นง่ายๆ กระทั่งถึงวันนี้ยังไม่มีใครทำเป็นแหล่งท่องเทียว

ดินที่ชาวเหมืองแม่เมาะขุดขึ้นมา พวกเขาเอามาถมกองทับกันเป็นภูเขาสูงร่วมร้อยเมตรแล้ว
จัดว่าเป็นภูเขาที่สร้างโดยมนุษย์ที่สูงใหญ่ที่สุดใน South east Asia ครับ

ภูเขานี้ ถ้าอยู่บนถนน ลำปาง - เชียงราย ประมาณ กม 632 - 633 ขาขึ้นทางขวามือ
จะเห็นเป็นทิวเตี้ยๆ อยู่ทางทิศตะวันออกครับ
จุดสังเกตคือ ผ่านกม.630 ขึ้นไป จะเห็นสำนักงาน อบต ตำบลอะไรผมจำไม่ได้
มีที่เดียว ฉากด้านหลังของ อบต จะมีภูเขา ที่เชิงภูเขาจะมีทิวเขาที่ว่าอยู่ครับ

นอกจากนี้ ก็มีโรงงานเซรามิค อยู่ในเขตอำเภอเมือง โรงงานนั้นถ้าไม่รู้จักเขา
จะเข้าไปก็เกรงใจเขา แต่ที่ลำปาง ถ้าอยากดู สามารถเข้าไปขอดูได้
บอกเขาว่า "น้าพร" แห่ง web พันทิพย์ แนะนำมา ว่าที่นี่ ฝีมือดีมาก
(เขาไม่รู้จักผมดอก แต่เขาจะให้เข้าดู เพราะ คำว่า "ที่นี่ฝีมือดีมาก" นี่เหละ)
ใช้ไหวพริบหน่อย ป้ายยาปวดหายยังทำให้ฝรั่งเงียบได้
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเอาชื่อน้าพร ไปอ้างซะเลย ง่ายดี

คือโรงานเซรามิคในลำปาง มีเป็นร้อยมั้ง ตั้งแต่ 2 คนผัวเมียเป็นหนึ่งโรงงาน
กะ สามคนผัวเมีย เอ้ย ไม่ใช่ กะ 1,200 คนเป็นหนึ่งโรงงาน
มีทุกขนาดครับ ขอเข้าไปดูได้ โรงแรกไม่ให้ดู ก็ขอดูโรงที่สองสามสี่เรื่อยไปเดี๋ยวก็ได้ดูครับ
ดูแล้วซื้อของเขา ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร แต่ความจริงมันถูกมาก
อดใจไว้ไม่อยู่ดอก ชามอันเบ้อเร่อ ขายยี่สิบบาท โอ้ย ถูกว่าจีนอีก

ถ้ามีเวลาแวะไปดูนะครับ บอกเขาว่า 'น้าพร' แนะนำมา




Create Date : 13 มกราคม 2552
Last Update : 1 ธันวาคม 2555 13:19:28 น. 11 comments
Counter : 2446 Pageviews.

 
โหยยยยย

บอกละเอียดมากเลยค่ะ

เด็กประถมอ่านแล้วยังขึ้นรถไฟถูกเลย

อ่านแล้วก็ขำไป ได้ความรู้อีกต่างหาก

ขอซูฮกให้เลยค่ะ นับถือ นับถือ


โดย: ของขวัญ IP: 125.25.113.22 วันที่: 24 มกราคม 2552 เวลา:23:45:22 น.  

 
นับถือนักเขียนตัวจริง อ่านนานมาก กำลังจะไปฝึกงานลำปาง ตื่นเต้นกว่าเดิมเยอะเลยจ้า


โดย: SOMZA IP: 61.7.134.68 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:14:35 น.  

 
จะไปทำงานที่ลำปางพอดี แหม่ บรรยายซะเห็นภาพเลยยังไงต้องขอขอบคุณมากน่ะครับที่ได้ให้ความรู้แม้กระทั้งส้วมขอบคุณนักเขียนตัวฉกาจมากมากน่ะครับ


โดย: macky IP: 117.47.48.190 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:12:49 น.  

 
ใครจะไปลำปางมาอ่านบล็อกนี้ รับรองไปเองได้ค่ะ

เราอยู่เหนือซะเปล่า ยังไม่รู้จักลำปางขนาดนี้เลย


โดย: เนื้อคู่ประตูถัดไป วันที่: 19 สิงหาคม 2552 เวลา:21:41:53 น.  

 
เกิดและโตที่ลำปาง จนถึงอายุ 18 ยังไม่รู้เท่านี้เลย
ขอบคุณน้าพรจริงๆ


โดย: คนลำปาง IP: 58.8.70.11 วันที่: 24 มิถุนายน 2553 เวลา:17:47:12 น.  

 
ลำปางค่าระดับเหนือน้ำทะเล 600กว่านะครับ ไม่ใช่สูงกว่าน้ำทะเลเพียง 270 เมตร


โดย: คนกรมทาง IP: 124.122.63.204 วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:0:34:52 น.  

 
ูคุณ "คนกรมทาง" ครับ เอาที่ไหนมาครับ 600 เมตร

โอ้ยยย คุณครับ ไปถาม อากู๋ใหม่นะครับ

ความสูงของสถานี วัดอากาศที่ลำปาง แค่ 241 เมตรเท่านั้นเอง
ส่วนเชียงใหม่ก็ 312 เมตรครับ
อยู่ที่สนามบินเชียงใหม่ครับ

เอางี้ เดี๋ยว ผมจะลองไปดูที่สถานีรถไฟลำปางดูครับ
ว่า เส้น MSL ยังอยู่หรือปล่าว
ถ้าอยู่ ผมจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ

หากไม่เจอ ผมจะ หาดูที่หลักหน้าศาลากลาง
กะ ที่สถานีตรวจอากาศลำปางครับ
จะได้เคลียครับ 555+


โดย: น้าพร IP: 222.123.135.78 วันที่: 4 มกราคม 2554 เวลา:23:40:48 น.  

 
น้าพรคะ แล้วที่พักสวยๆดีๆแต่ไม่แพงที่ลำปางมีที่ไหนแนะนำบ้างมั๊ยคะ อยากพาคุณแม่กับลูกๆไปเที่ยวช่วงกลางๆ กพ ค่ะ คุณแม่เกิดที่ลำปางแต่ย้ายไปอยู่ที่อื่นตั้งแต่เด็กไม่เคยไปเที่ยวในเมืองลำปางเลยค่ะ ถ้าน้าพรแนะนำจะขอบพระคุณมากมายเลยค่ะ


โดย: molly IP: 121.221.46.54 วันที่: 6 มกราคม 2554 เวลา:12:12:39 น.  

 
ถามต่อเลย อิอิ แล้วถ้าจะไปนั่งรถไฟจากเชียงใหม่ไปได้มั๊ยคะ เพราะคุณแม่ไม่เคยนั่งรถไฟ แล้วก็อยากพาเด็กๆนั่งด้วยค่ะ


โดย: molly IP: 121.214.228.82 วันที่: 6 มกราคม 2554 เวลา:12:39:43 น.  

 
คุณ molly ครับ จากเชียงใหม่ ไปลำปาง ทำได้ครับ
นั่งรถไฟ ใช้เวลา ประมาณ สองชั่วโมงครับ

เรื่องที่พัก และร้านอาหาร ลอง search ใน net ดูครับ
มีหลายแห่ง เช่น ข้าวซอย หรือ อาหาร ร้านสวย แบบฝรั่ง
ราคาไทยๆ คือร้าน I style ข้าง ห้าง Big C ครับ
ร้านนี้ อยู่ใกล้ๆ Big C ด้าน ถนนเส้นใน ครับ
Big C ติดถนนสองด้านครับ
ด้านใน ถนนเล็กกว่าครับ


โดย: น้าพร วันที่: 31 มกราคม 2554 เวลา:23:17:58 น.  

 
แอบรักคนลำปาง กำลังจะไปหาช่วงเดือน ธันวาคม 54นี้ครับ เรียนอยู่เกาะคาวิทยา


โดย: หนอ่ยครับ IP: 101.108.96.170 วันที่: 23 กันยายน 2554 เวลา:14:53:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

น้าพร
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้าพร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.