*************มาเล่าประสบการณ์จากการเข้าคอร์สล้างพิษตับ***************

เสาร์ที่ 1- จันทร์ที่ 3 มิ.ย.56

ก่อนอื่นขอออกตัว ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยครับ ที่ไปเนื่องจากภรรเมียผมเค้าขอร้องแกมบังคับให้ผมไปเข้าคอร์สเป็นเพื่อน ผมก็เพิ่งไปมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (ครบอาทิตย์พอดี) ไหนๆก็ไปมาแล้ว 3 วัน 2 คืน ถือว่ามาเล่าประสบการณ์และวิธีการที่ผมไปเข้าคอร์สมาเป็นข้อมูลให้ฟังแล้วกันครับ

งานนี้ผมแสดงเองครับ ไม่มีสแตนด์อิน ไม่ใช้สลิง ไม่มีจี-สติง ไม่มีแซ่ฟาด เทียนลนและกุญแจมือ ทุกอย่างทำเองจริงและความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่มีวิชาการใดๆมาเกี่ยวข้อง เห็นอย่างไร ได้เจออย่างไรก็พูดไปตามนั้น ถูก-ผิดอย่างไรเข้ามาแชร์ข้อมูลกันได้ครับ พร้อมแล้วก็ลุยเลย

วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย.56 บ่ายสองผมก็มาถึงสถานที่ล้างพิษตับ ก่อนอื่นลงทะเบียน กรอกข้อมูลอะไรบ้างไม่รู้ แฟนผมจัดการให้เสร็จ แล้วก็มาวัดความดัน-ชั่งน้ำหนัก พร้อมขึ้นชก เป้ง..ยกที่หนึ่งเริ่ม



หลังจากลงทะเบียนเสร็จ ก็รับกุญแจเอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องพัก ถือว่าโอเค ห้องสะอาด ข้าวของอุปกรณ์พร้อม ที่สำคัญน้ำในห้องน้ำแรงมากเหมาะกับการทำดีท๊อกซ์ สายชำระฉีดทีแทบหายไปทั้งพวง ชอบครับ (แอบซาดิสนิดๆ 555)



ประมาณห้าโมงเย็น ได้เวลาลงไปฟังผู้บรรยายแนะนำวิธีปฏิบัติตัวระหว่างเข้าคอร์ส เกือบลืมบอกตอนลงทะเบียนเสร็จแล้ว เค้าจะให้แก้วและช้อนประจำตัวคนละ 1 ใบ ไว้ให้ใช้ติดตัวจนจบคอร์ส

แก้วใบที่มีน้ำสีขาวๆ เป็นน้ำด่าง ของผมเองครับ ส่วนสีแดง เป็นน้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีน แก้วนั้นของแฟนผมเอง ทางคอร์สเค้าจะใส่คูลเลอร์ไว้ให้ที่เคาเตอร์ ดื่มได้ตลอด รสชาติสำหรับน้ำด่าง มันเฝื่อนๆยังไงไม่รู้แต่ก็ไม่เลวร้ายเท่าไร ถ้าให้เลือกได้ก็คงไม่ดื่ม ส่วนน้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีน ออกหวานๆอมเปรี้ยว พอทนๆ



ห้าโมงเย็นผมเดินมึนๆจากห้องพักมายังห้องบรรยายไม่รู้ชะตาชีวิตตัวเองต้องเจออะไรบ้าง มาถึงก็เข้าห้อง ผู้บรรยายก็จะมาแนะนำตัว อธิบายขั้นตอนและวิธีการต่างๆ และกำหนดการเข้าคอร์สแต่ละวันว่าต้องทำอะไรบ้าง



ขั้นตอนสุดท้ายผู้บรรยายมาสาทิตการทำดีท๊อกซ์ด้วยตัวเอง



หลังจากบรรยายเสร็จ ประมาณเกือบหกโมงครึ่ง ก็ออกมารับอุปกรณ์ทำดีท๊อกซ์พร้อมบัตร+หมายเลขประจำตัว



ประมาณทุ่มกว่าๆ ก็ปล่อยให้เดินเล่น พักผ่อนตามอัตภาพ เอ้ย..ตามอัทธยาศรัยครับ ส่วนผมขอกลับขึ้นห้อง แต่ก่อนขึ้นเค้าให้ชงผงอะไรหว่า ช่างเถอะ ผมจำไม่ได้ จะชงกับน้ำอะไรก็ได้ ที่คอร์สเค้าจัดให้จะมีน้ำด่าง น้ำชามะละกอ น้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีน เลือกมากับผสมน้ำผึ้ง ดื่มแล้วมันยังไงไม่รู้ ไม่อร่อยอ่ะ



แก้วผมเองครับ ผสมน้ำชามะละกอเหมือนโอวันตินที่ทิ้งค้างคืน (ก่อนดื่มต้องชงให้เข้ากันก่อนนะครับ) รสชาติจะออกหวานๆหน่อย แต่ผงมันจะมันจะติดคอ ดื่มหมดต้องตามด้วยน้ำกระเจี๊ยบถึงค่อยโล่งคอหน่อย เห็นผู้บรรยายบอกว่าผงมันจะไปพองในท้องแล้วดันพวกตกค้างในลำไส้ให้ออกมา ได้ยินมาอย่างนี้ก็มาบอกกันต่อไป ถูก-ผิด ผมไม่เกี่ยวเน้อ อิอิ



สองทุ่มเดินขึ้นมาถึงห้อง ถามแฟนไม่มีเลี้ยงอาหารเหรอ หิวข้าวอ่ะ แฟนหัวเราะในลำคอ หุหุ ส่งเอกสาร ข้อมูลการเข้าคอร์สมาให้ตั้งนานไม่ยอมอ่าน จงมึนต่อไป ไม่รู้เหรอว่าต้องอดอาหารจนจบคอร์ส

เข้าห้องได้ แฟนผมก็ควบคุม ดูแลทุกขั้นตอนในการทำดีท๊อกซ์ให้ผม (กลัวผมเททิ้งไม่ยอมทำนะครับ) ครั้งแรกที่ผมเสียตัวให้กับเจ้าสิ่งนี้ น้ำอุ่นผสมกาแฟ 1,100 ซีซี จัดไป

การเสียตัวครั้งแรก มันบอกไม่ถูกอ่ะ ไม่เจ็บเท่าไรช่วงที่ใส่เข้าไปครั้งแรก (เค้าจะมีน้ำมันมะพร้าวไว้ให้สำหรับทาตรงปลายที่เราใส่เข้าไปนะครับ นิดเดียว ไม่เจ็บครับ ไม่เจ็บ) ก็ค่อยๆยัดไปๆ ไม่รู้ว่าใส่ไปลึกแค่ไหนแฟนผมต้องมาจับให้ได้ระยะ แล้วค่อยๆปล่อยน้ำเข้าไปในท้อง อ้อ..ต้องนอนท่าตะแครงจะซ้ายหรือขวาก็แล้วแต่ถนัด ตอนน้ำมันไหลเข้าท้องช่วงแรกพอทน แต่ช่วงโค้ง 100 ม.สุดท้ายมันจะไม่ไหวเอาเลยครับ ต้องนอนกลั้นแทบตาย มันมวนท้องมากเลย เข้ามาทางไหนอยากจะออกไปทางเดิม แต่แฟนก็ยืนให้กำลังใจ ทนหน่อยใกล้ถึงเส้นชัยแล้ว สู้สู้ ส่วนผมก็ได้แต่นึกถึงเพลงพี่เบิร์ด ว่า “ฉันมาทำอะไรที่นี่”

ในที่สุดผมก็ทนจนครบ 1,100 ซีซี เย้... เสร็จแล้วก็จัดการปล่อยกลับไปทางเดิม ครั้งแรกก็เสร็จอย่างทุลักทุเล จัดการอาบน้ำนอน หิวก็หิว เพลียก็เพลีย ง่วงนอนก็ง่วง สุดท้ายก็หลับมันทั้งหิวๆนั้นแหละ



ตัดมาตอนเช้าวันอาทิตย์ที่สองของการเข้าคอร์ส ผมตื่นตีห้า มาทำดีท๊อกซ์ ที่จริงวันหยุดอย่างนี้ ไม่สี่โมงเช้าก็ห้าโมงถึงจะตื่น เอ้า..สู้สู้ ครั้งที่สองแฟนผมเพิ่มเป็น 1,200 ซีซีให้ จัดหนักเลยนะ ครั้งที่สองเริ่มพอจับทางได้ เลยไม่ค่อยทุลักทุเลเหมือนครั้งแรก ก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากทำธุระเสร็จ (ขออนุญาตไม่บรรยายของที่ออกมาจากการทำดีท๊อกซ์ เดี๋ยวจะเสียอรรถรสในการกินอาหารไปซะ 555) ผมก็นอนเล่น ดูทีวีไป หกโมงครึ่งก็ลงจากห้องเพื่อไปแช่เท้า-พอกหน้า



ลงมาชั้นล่างที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ เจอด่านแรกก่อนเลยครับ เจ้าหน้าที่ให้อมน้ำมะพร้าวหนึ่งช้อนโต๊ะ พร้อมย้ำห้ามกลืนเด็ดขาดค่ะ ให้อมไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วค่อยบ้วนทิ้งนะคะ ไม่อยากจะบอกแค่อมก็จะอ้วกอยู่แล้วครับ บ้วนเพื่อ...



เจ็ดโมงเข้าก็เดินไปยังสระน้ำเพื่อแช่เท้า-พอกหน้า สถานที่น่าทำเนอะ



ใกล้เวลผู้เข้าคอร์สก็เริ่มทยอยเข้ามาจนครบ ระหว่างที่นั่งรอผมก็ดื่มน้ำด่างสลับกับน้ำชามะละกอ ไปพลางๆ แก้หิวไปก่อนครับ ที่เห็นเป็นน้ำชามะละกอรสชาติดีทีเดียวเลย เล่นไปหลายแก้วเหมือนกัน



ช่วงนี้ก็รอเจ้าหน้าที่เตรียมต้มน้ำสมุนไพรมาให้พวกเราแช่เท้า



ได้เวลาเจ้าหน้าที่ก็ตักน้ำสมุนไพรกำลังเดือดๆมาลวกขา เว่อร์แล้วผม 555 เอามาผสมน้ำเย็นใส่กะละมัง ไว้ให้แช่เท้า ได้กลิ่นไพรขึ้นจมูกเลยครับ ระหว่างแช่เท้า ใครอยากดื่มน้ำก็ยกแก้วขอเจ้าหน้าที่ได้เค้าจะมาเติมให้ตลอด บริการดีเหมือนกันเนาะ ส่วนน้ำแช่เท้า ถ้าน้ำเริ่มเย็นใครจะขอเติมน้ำสมุนไพรให้ร้อนก็จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยเติมให้ตลอด

ที่เห็นเท้าผมนะครับ มีมะกรูดมาประดับให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น อิอิ



ขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่จะให้น้ำเปล่ามาล้างหน้าแล้วแจกสมุนไพรอะไรไม่รู้ให้มาพอกหน้า ดูแล้วเหมือนงานประเพณีรดน้ำผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์เลยเนอะ




หน้าตาสมุนไพรที่จะเอามาพอกหน้า ไม่รู้ว่าทำมากจากอะไร เค้าให้พอกก็พอกไป ไม่อยากถาม ไม่อยากรู้ ไม่อยากเรื่องมาก 555



ทาแล้วจะเป็นแบบนี้ หน้าตาผมเองครับ ดูอิดโรย หมดอาลัยตายอยากยังไงไม่รู้ เฮ้อ...

พอคาดตาดำเหมือนฆาตกรในหน้าหนังสือพิมพ์ยังไงไม่รู้เนอะ



หลังจากทาสมุนไพรเสร็จทิ้งไว้สักพักหน้าเริ่มตึงๆ ก็ปล่อยให้เรากลับขึ้นห้องไปล้างหน้าล้างตาอาบน้ำอยากทำอะไรก็ว่าไป ก่อนขึ้นจะมีเจ้าหน้าที่เทน้ำสมุนไพรชาข้าวเปลือกงอกขึ้นไปดื่มคนละแก้ว

แก้วนี้รสชาติใช้ได้ หวานๆหน่อยอร่อยกว่าน้ำด่างเยอะเลย ผมต้องลงมาขออีกแก้ว




มีเวลาอยู่บนห้องประมาณชั่วโมง หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จก็นอนดูข่าวเรื่อยเปื่อยไป ช่วงครึ่งชั่วโมงห้ามดื่มน้ำใดๆทั้งสิ้น ชั่วโมงนี้ผมไม่อยากดื่มน้ำหรอกครับ ใจอยากได้ข้าวผัดซักจานมากกว่า หุหุ

เก้าโมงเข้าก็ลงไปยังห้องบรรยาย เพื่อรอดื่มน้ำสมุนไพร (ลิดท๊อกซ์)



ก่อนเข้าฟังบรรยายก็จะมีน้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีน,น้ำมะขามและน้ำด่างบริการให้ตลอด ผมชิมมันทุกยี่ห้อละครับ น้ำมะขามรสชาติจะบัดซบกว่าเพื่อน แต่ก็เล่นไปเต็มแก้วเหมือนกันไม่อยากบอก 555



ได้เวลาก็เอาแก้วมาใส่ผงลิดท๊อกซ์ หนึ่งช้อนตวงแล้วจะผสมน้ำอะไรก็ได้ครับ สามยี่ห้อข้างบนนั้นแหละ ถ้าอยากให้ระบายเยอะๆแฟนผมบอก พี่เพิ่มลิดท๊อกซ์อีกช้อนพร้อมกับน้ำมะขาม จะได้ผลดี น้อง..พี่ว่าอย่าฮึกเฮิมดีกว่านะ

นี่แก้วผมครับ ผสมน้ำกระเจี๊ยบดื่มง่ายสุดแล้ว



ช่วงนี้ก็เข้าฟังบรรยายสลับเข้าห้องน้ำเป็นระยะๆ กลับจากห้องน้ำมาก็ดื่มน้ำแก้หิว ผมไม่ค่อยได้ฟังเท่าไหรหรอกครับ ง่วงนอนมากกว่า เลยไม่ค่อยรู้อะไรมาก

พอถึงเที่ยงก็ได้เวลาดื่มสมุนไพรลิดท๊อกซ์อีกแก้ว ใครจะอยู่ฟังบรรยายต่อก็ได้ ส่วนผมขอกลับเข้าไปนอนพักผ่อนที่ห้องดีกว่า เห้อๆ



ก่อนเข้าห้องนอน เอาห้องที่ผมเข้าไปฟังบรรยายมาให้ดูครับ เป็นเรือนไทยห่างจากห้องพักประมาณ 100 ม.ได้



ขึ้นมาก็หลับปุ๋ยเลยครับ ตื่นมาอีกทีเกือบห้าโมงเย็น ได้เวลาทำดีท๊อกซ์เป็นครั้งที่สาม เริ่มปรับสภาพได้แล้ว แต่ก็ยังหิวเหมือนเดิม ตอนนี้ปลาหมึกย่าง น้ำตกติดมัน ปลาช่อนเผา ไส้ย่าง หอยแครงลวก ปูผัดผงกระหรี่ ฉู่ฉี่ปลาทู ข้าวขาหมู ฯลฯ ลอยมาเต็มหัวผมหมดแล้วครับ แฟนผมต้องลงไปเอาน้ำกระเจี๊ยบมาดับความฟุ้งซ่านผม ไม่ยอมให้ผมลงไปด้วยนะ กลัวหายไปฟาดกะเพราไข่ดาวข้างนอก รู้ทันจริง

หกโมงเย็นลงไปห้องบรรยายต่อ ก่อนเข้าห้องก็ให้ดีเกลือ แล้วเราจะใส่น้ำอะไรก็เลือกเอา ผมเลือกผสมน้ำชามะละกอ แล้วคนๆให้เข้ากัน เห็นสีแล้วเปรี้ยวปาก อยากดื่มเบียร์ขึ้นมาทันที ซัดไปเต็มที่ แทบจะพุ่ง ว่าน้ำมะขามบัดซบแล้ว ดีเกลือบัดซับกว่าหลายเท่า มันขมๆประแหล่มๆยังไงไม่รู้ รสชาติไม่ผ่านอย่างแรง



ดื่มดีเกลือเสร็จก็จะเข้าไปฟังบรรยายหรือจะเดินเล่น ทำอะไรก็แล้วแต่พ่อคุณเถอะครับ ส่วนผมเข้าไปนั่งฟังแบบเบลอๆ ไม่ได้อยากเสียมารยาทในการฟังหรอกครับ แต่มันเพลียอ่ะ สองทุ่มก็ได้เวลาซัดดีเกลือเป็นแก้วที่สอง หน้าตาดีเกลือจะเป็นแบบนี้ครับ



ส่วนกระป๋องนี้มีไว้ทำไม ใครรู้บ้าง ติ๊กต๊อกๆ ถูกแล้วครับ คุณได้ไปต่อ กระป๋องเอาไว้ให้เราถ่ายของเสียสำหรับคืนนี้หรือไม่ก็ตอนเช้าเพื่อเก็บไว้ให้ผู้บรรยายดูว่ามีอะไรออกมาบ้าง โอ้...ฟุดฟุด

กระป๋องใหม่ใส่ถุงพลาสติกครอบอีกที แล้วมีฝาปิดให้ สะอาดดีครับ ให้พร้อมกับถุงน้ำร้อนและผ้าพลาสติกปูรอง



ดื่มดีเกลือแก้วที่สองเสร็จ ใครใคร่เข้าไปฟังก็ฟัง ใครใคร่ดื่มๆ ใครใคร่ถ่ายๆ ในห้องก็จะฉายวิดีทัศน์เกี่ยวกับสุขภาพร่างกายไปเรื่อย

รุ่นผมมีเข้าคอร์สประมาณร้อยกว่าคน เค้าก็ได้เพื่อนใหม่กัน คุยเรื่องสุขภาพ เคยไปทำที่โน้น ที่นี่ได้ผลอย่างไงอะไรดีกว่าว่าไปตามประสาคนคอเดียวกัน ส่วนผมคุยกับใครไม่รู้เรื่องเลยครับ ไม่มีความรู้เลยไม่รู้จะคุยกับใคร หรือว่าผมไม่ได้ดูทูไนท์ โชว์ ก็เลยได้แต่นั่งหงอยๆ เพลียๆ อ่อนอกอ่อนใจคนดียวไป

สี่ทุ่ม ก็ได้เวลากินน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว แค่ได้กลิ่นก็จะอ้วกอยู่แล้ว ว่าจะแอบเททิ้ง แต่แฟนผมเฝ้าไม่ให้คลาดสายตา แถมแต่ละท่านดื่มกันหน้าตาเฉย มีรึผมจะยอมเสียฟอร์ม กลั่นยกทีเดียวม้วนเดียวจบ รสชาติก็ไม่ได้เลวร้ายกว่าที่คิด เพียงแค่มันเลี่ยนๆแค่นั้นเอง

ใครดื่มเสร็จก็นำอุปกรณ์กระป๋องกับถุงน้ำร้อนขึ้นไปนอนที่ห้องได้เลยครับ รอเวลาตั้งรับเอาเองแล้วกัน

วิธีนอนให้นอนหงาย (หัวสูง)นิ่งๆ ใช้ถุงน้ำร้อนวางที่ท้อง ถ้าใครทนไม่ไหวก็ให้ไปถ่ายในชักโครกก่อนก็ได้ ของเสียเราจะเก็บตั้งแต่ตีสองขึ้นไป ถ้าหลังตีสองถึงค่อยถ่ายในกระป๋องที่เค้าเตรียมไว้ให้ครับ



ตัดมาตอนเช้าวันจันทร์ที่สามเลยแล้วกัน ส่วนตอนกลางคืน ผมกับแฟนหลับสบาย ไม่มีกระอักกระอ่วน กระวนกระวายใดๆ สงสัยคงจะเพลีย จะมีช่วงแรกๆที่มันรู้สึกมวนท้อง พะอืดพะอมประมาณห้านาทีเอง แค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก (ยังมีหน้ามาคุยอีก) สรุปคืนนี้หลับสบายทั้งผมและแฟน

ตีห้างัวๆเงียๆตื่นมาทำดีท๊อกซ์เป็นครั้งที่สี่ ของเสียให้ใส่ในกระป๋องที่ได้รับแจกเมื่อคืน ไม่อยากบอกว่ากลิ่นนี้สุดๆเลยครับ ขนาดของตัวเองแท้ๆยังรับไมได้ เหม็นจริงๆครับ (จะบรรยายทำไม) พอทำเสร็จก็ปิดฝาไว้ก่อน แล้วก็อาบน้ำ นอนพักผ่อนเล่นบนห้อง ถ้าใครตัวใหญ่ผมว่านั่งในกระป๋องมันคงลำบากน่าดูเนอะ เจ็ดโมงเช้าก็ลงไปห้องบรรยายต่อ แต่ต้องผ่านด่านอมน้ำมันมะพร้าวก่อน เหมือนเดิม

อมน้ำมะพร้าวเสร็จ ก็ดื่มน้ำชามะตูม รสชาติกลมกล่อมดี อัดไปหลายแก้วเหมือนกัน แปดโมงก็ฟังบรรยายต่อ ถามถึงว่าเมื่อคืนใครเป็นอย่างไร มีถ่ายบ้างเปล่า อ้วกไหม มีความรู้สึกกันอย่างไรก็มาเล่ากันฟัง จนถึงสี่โมงเช้า ก็ให้ขึ้นไปทำดีท๊อกซ์ที่ห้องต่อเป็นครั้งที่ห้าครั้งสุดท้าย ครั้งนี้คล่องเชียว ลื่นปึ้ด ลื่นปื้ด

พอทำดีท๊อกซ์เสร็จ ผมก็ถ่ายรูปของเสียไปให้ผู้บรรยายดู บางท่านยกสดๆทั้งกระป๋องไปให้ดูก็มี เห้อๆ

หลังจากเข้าคอร์สเสร็จก็ถ่ายรูปซะหน่อย



สุดท้าย ก่อนกลับทางคอร์สได้จัดข้าวต้มธัญพืชและผลไม้ใครไม่อิ่มก็ไปเติมใหม่ได้ ส่วนผมไม่ค่อยชอบอาหารแนวนี้ อยากได้ข้าวต้มเป็ดมากกว่า แต่พอลองชิมเข้าไป วนไปตักสามรอบ 555 ไม่รู้ว่าอร่อยหรือหิว สำหรับคอร์สล้างตับก็จบแค่นี้ครับ กลับมาให้ทำดีท๊อกซ์ต่อเช้าเย็นจนครบ 7 วันผมก็ทำบ้างไม่ทำบ้างแล้วแต่อารมณ์ อิอิ



สำหรับผมที่มารีวิว ไม่ได้ต้องการมาชวนเชื่อให้ไปทำล้างพิษตับ ว่ามันล้างสะอาดมากเลยซาร่า ดูสิ ตับไตไส้พุงยันกระพุ้งแก้ม คอร์สนี้ช่วยให้ล้างสะอาดหมดจด มันยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลยจอร์จ ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้จับผิดหรือต่อต้านว่าไอ้เม็ดเขียวๆเหลืองๆที่มันออกมาจากลำไส้เป็นก้อนนิ่วหรือไข่ปลาริวกิว แล้วไอ้ที่มันลอยเป็นแพๆมันไขมันในตับหรือไขมันจากน้ำมันมะกอก และไม่รู้ว่าคอร์สนี้หลอกลวงหรือเปล่า แต่ที่ผมได้รับหลังจากเข้าคอร์สคือ เริ่มหันมาดูแลตัวเอง อาหารของมันๆ ปิ้งๆย่างๆ ก็พยายามหลีกเลี่ยง แอลกอฮอล์ช่วงนี้ก็คงงดไปก่อน แต่ไม่รู้ว่าผมจะกระแดะได้อีกกี่วัน 555

ผมแค่คิดว่าถ้าอวัยวะภายในร่างกายเราคือรถ วิ่งสมบุกสมบัน ไม่เคยล้าง ไม่เคยทำความสะอาด เจอทั้งฝุ่น ฝน โคลน แดด น้ำค้าง ไหนจะรอยขีดข่วนต่างๆ ได้เข้าไปทำความสะอาดบ้าง แน่นอนครับ พวกสนิม ขี้โคลนที่มันฝั่งเข้าไปข้างในหรือตามซอกเล็กๆ ล้างแค่นี้ยังไงมันก็ไม่เกลี้ยงหรอกครับ แต่อย่างน้อยครอบที่ติดตามภายนอก เศษผง เศษดินต่างๆก็ยังได้ล้างออกไปบ้าง คิดแค่นี้ก็พอใจแล้วครับ สำหรับผม แต่ถ้าให้ไปทำอีกก็คงขอบายแล้วกัน 555 ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว อิอิ

สำหรับใครสนใจ ก็ลองทำด้วยตัวเองที่บ้านก็ได้ครับ ขั้นตอน- วิธีการ- เวลาก็ตามที่ผมรีวิว ส่วนอุปกรณ์-น้ำต่างๆก็มีขายตามห้างทั่วไป หรือถ้าอยากเข้าคอร์สก็ลองเสิร์ทดูครับ มีหลายสำนัก

สำหรับที่ผมไปเข้าคอร์สบ้านสุขภาพ ปทุมธานี คลิ๊กเลย
ค่าคอร์ส 3 วัน 2 คืน คนละ 3,000 บาท

ขอให้สุขภาพทุกท่านแข็งแรงและหันมาดูแลตัวเองบ้างนะครับ ขอบคุณครับ






 

Create Date : 09 มิถุนายน 2556
2 comments
Last Update : 9 มิถุนายน 2556 13:08:08 น.
Counter : 10940 Pageviews.

 

0000000การเข้าคอร์สล้างพิษตับ (เข้าค่ายล้างพิษตับ)

สิ่งแรกและสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ไม่เคยผ่านการเข้าคอร์สมาก่อนเลย คือ
- เราควรรู้ก่อนว่า การล้างพิษตับนั้นคืออะไร?
- แล้วการที่มาเข้าคอร์สล้างพิษตับนั้นเป็นอย่างไร ?

การล้างพิษตับ ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ไม่ใช่การรักษาโรค แต่เป็นกระบวนการกรรมวิธีในการขับสารพิษที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย (ในตับ ในถุงน้ำดี ในท่อน้ำดีตับ ในลำไส้) นั้นออกมา ซึ่งพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายของเรานี้เอง ที่มักจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซึ่งถือเป็นการดูแลสุขภาพของเราทางหนึ่ง ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิมหรือดีเท่าที่ควรจะเป็น

ถ้าหากจะเปรียบเทียบโดยอุปมา ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เราอาจจะพอสามารถเปรียบเทียบ ตับของเราได้กับแอร์คอนดิชั่นเนอร์ เมื่อเราใช้แอร์ไปนานๆสิ่งสกปรกฝุ่นละอองก็จะเข้าไปอุดตัน ทำให้แอร์นั้นเย็นน้อยลงและบางทีก็ถึงขั้นทำให้แอร์เป็นน้ำแข็งซึ่งจะทำให้กินไฟมากขึ้น ดังนั้นเราก็จำต้องเรียกช่างมาล้างแอร์ (อาจจะปีละ 1-2 ครั้ง) การล้างแอร์นั้นไม่ใช่การซ่อมแอร์ เราแค่ล้างสิ่งสกปรกออกไปแค่นั้น และโดยปกติแอร์ก็จะกลับมาเย็นเหมือนเดิมหลังจากได้รับการล้างแล้ว (ยกเว้นน้ำยาแอร์จะหมด หรือ รั่ว หรือ แอร์เสีย) ... การล้างพิษตับ ก็เปรียบเทียบได้เช่นเดียวกับการล้างแอร์นั่นเอง ในเชิงอุปมา
หลักและวิธีปฎิบัติในการมาเข้าคอร์สล้างพิษตับ

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ การมาเข้าค่ายล้างพิษตับนั้น สรุปภาพรวมโดยสังเขปแล้ว ก็คือ
1. การอดอาหาร
2. ดิ่มน้ำสมุนไพรและสารที่ช่วยขับพิษต่างๆ (ดีท็อกซ์)
3. ทีมงานจะสอนและอธิบายวิธีการต่างๆให้ความรู้ในการล้างพิษตับและการทำดีท็อกซ์
4. อบรบรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตนเองให้สามารถนำกลับไปปฎิบัติใช้ที่บ้านได้ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
5. ถือว่าเป็นการมาพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ บรรยากาศร่มรื่น สัมผัสกับธรรมชาติ
ก่อนมาเข้าค่ายล้างพิษตับ

เพื่อให้ร่างกายพร้อมจะขับพิษมากที่สุด ก่อน 2 วัน ควรงดเว้นกาแฟ เหล้า บุหรี่ นม อาหารที่ต้องผัดน้ำมัน ของทอด ข้าวเหนียว อาหารรสจัด เนื้อสัตว์ และควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย (ผักลวก น้ำพริกมะนาว ต้มจืดเต้าหู้อ่อน กล้วยน้ำว้า แอปเปิ้ลเขียว ส้มทุกชนิด ) นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
สิ่งที่จำเป็นต้องเตรียมมา

เสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน สวมใส่สบาย สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว รองเท้าแตะ
แนะนำคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเข้าค่ายล้างพิษตับ

- ผู้เข้าคอร์สล้างพิษต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะไม่ใช่สถานพยาบาลรักษาคนป่วยที่ต้องมีผู้ดูแลชำนาญการ
- ผู้เป็นโรคติดต่อชนิดร้ายแรง ผู้มีความดันสูงมากๆ มีเบาหวานมากๆ โรคหัวใจมากๆ ฟอกไตแล้ว ไม่ควรเข้าคอร์สนี้
- ท่านที่ยังทานยาประจำควรพกติดตัวไปด้วย
- สตรีมีครรภ์ เด็กอายุตำว่า 17 ปี หรือผู้มีอาการไม่สบาย เช่น ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ยังไม่ควรเข้าคอร์สล้างพิษ

หากท่านไม่มั่นใจ ... กรุณาติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กับทางทีมงาน ก่อนจะตัดสินใจมาเข้าร่วมคอร์สล้างพิษตับ ... โปรดกรุณาอย่าปกปิดอาการไม่สบายของท่าน แก่ผู้ดูแลคอร์ส เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
กำหนดการคอร์สล้างพิษ (สูตรสั้น)

ณ บ้านสุขภาพเขาใหญ่ และ บ้านสุขภาพปทุมธานี [ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน]

วันที่ 1

05.00 - ตื่นนอน ทำดีท็อกซ์ (หรือเตรียมน้ำอุ่น 1 ลิตร ผสมมะนาว 1-2 ลูก ดื่มให้หมดครั้งเดียว
หลัง เพื่อกระตุ้นการขับถ่าย และล้างพิษที่ตับ)
12.00 - งดอาหารขบเคี้ยว ยกเว้นน้ำเปล่าและน้ำผลไม้

(และเตรียมตัวเดินทางไปล้างพิษตับ ที่เขาใหญ่/ปทุมธานี)

15.00 - ลงทะเบียน/กรอกข้อมูลสุขภาพ/วัดความดัน /ชั่งน้ำหนัก
17.00 - แนะนำวิธีปฏิบัติตัวระหว่างเข้าคอร์ส / เข้าที่พัก / ทำดีท็อกซ์
19.30 - พูดคุย พักผ่อนตามอัธยาศัย นอนไม่เกิน 21.00 น.

วันที่ 2

05.00 - ตื่นนอน / ทำดีท็อกซ์
06.30 - อมน้ำมันมะพร้าว 1 ช.ต. ( 15 นาที) บ้วนทิ้ง ห้ามกลืนลงท้อง / ออกกำลังกาย
07.00 - ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำสมุนไพรชาข้าวเปลือกงอก 5 แก้ว/แช่เท้า/พอกหน้า
ก่อนและหลังดื่มสมุนไพร(ลิดท็อกซ์)
ให้หยุดดื่มน้ำทุกชนิด 30 นาที
09.00 - ดื่มสมุนไพร(ลิดท็อกซ์) ล้างลำไส้
10.00 - ชมวีดีทัศน์/ฟังบรรยายเกี่ยวกับสุขภาพ
12.00 - ดื่มสมุนไพร(ลิดท็อกซ์) ล้างลำไส้
14.00 - ชมวีดีทัศน์/ฟังบรรยายเกี่ยวกับสุขภาพ/พักผ่อนตามอัธยาศัย
17.00 - ทำดีท็อกซ์
18.00 - ดื่มน้ำดีเกลือครั้งที่ 1
ชมวิดีทัศน์/บรรยาย
20.00 - ดื่มน้ำดีเกลือครั้งที่ 2
20.30 - ชมวีดีทัศน์, เตรียมตัวล้างพิษตับ
22.00 - ดื่มน้ำมันมะกอก+น้ำมะนาว (เขย่าให้เข้ากันแล้วดื่มทันที)
22.15 - เข้านอนทันทีโดยนอนหงาย (หัวสูง)นิ่งๆ ใช้ถุงน้ำร้อนวางที่ท้อง
(หลัง 20 นาที หากอยากขับถ่ายลุกไปทำธุระแล้วรีบกลับมานอน)

วันที่ 3

05.00 - ตื่นนอน ทำธุรกิจส่วนตัว ทำดีท็อกซ์
06.30 - อมน้ำมันมะพร้าว 1 ช.ต. ( 15 นาที) บ้วนทิ้ง ห้ามกลืนลงท้อง / ออกกำลังกาย
07.00 - ดื่มน้ำสมุนไพรชามะตูม 5 แก้ว
09.00 - พักผ่อนตามอัธยาศัย
10.30 - สวนล้างลำไส้ (ใส่ถังนำมาตรวจ)
12.00 - รับประทานอาหาร และเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ
วิธีปฎิบัติหลังจากมาเข้าค่ายล้างพิษตับแล้ว

ให้รับประทานอาหารย่อยง่ายอีก 3 วัน และสวนล้างลำไส้เช้า-เย็น 7 วันต่อเนื่อง
เพราะพิษที่ขับออกจากตับค้างอยู่ในลำไส้ อาจทำให้ไม่สบายหรือมีตุ่มคันตามผิวหนัง
คำถามที่พบบ่อย

- การล้างพิษสูตรสั้น คืออะไร?
ตอบ : การล้างพิษสูตรสั้น คือ การล้างพิษที่ตับและถุงน้ำดี ใช้เวลาเพียงวันเดียว

- แล้วจะได้ผลเหมือนเข้าคอร์สยาวไหม?
ตอบ : ได้ผลเหมือนคอร์สยาว คือได้ล้างนิ่วจากถุงน้ำดี ไขมันจากตับและนิ่วจากท่อน้ำดีตับ โดยให้ท่านเตรียมตัวด้านการดีท็อกซ์มาจากที่บ้านอย่างน้อยหนึ่งวันหรือมากกว่านั้นก็ได้

- ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการดีท็อกซ์
ตอบ : การดีท็อกซ์ทำได้ 2 วิธี

1 งดอาหารขบเคี้ยวทุกชนิด ดื่มเฉพาะน้ำผลไม้อย่างเดียว เช่น น้ำแอปเปิ้ลชนิดแยกกาก อย่างน้อย หนึ่งลิตรต่อวัน ดื่มสลับกับน้ำเปล่าตลอดวัน (อาจหาซื้อน้ำแอปเปิ้ลแยกกากตามห้างทั่วไป)

2 นอกจากทำตามข้อ 1 แล้ว เพิ่มการสวนทวารด้วยน้ำอุ่น หรือน้ำกาแฟ เช้า-เย็น

 

โดย: nongmalakor 9 มิถุนายน 2556 12:53:30 น.  

 

จะหาโอกาศไปไว้นี้

 

โดย: เจี๊ยบ IP: 124.121.252.149 25 กรกฎาคม 2556 15:39:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nongmalakor
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 112 คน [?]




ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
เฉือฉ้มต้า ช่าฉุดฉุด Vol.1
เฉือฉ้มต้า ช่าฉุดฉุด Vol.2
X
X
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
9 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nongmalakor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.