3 วัน 2 คืนที่ ภูเก็ต – เกาะตาชัย ( วันที 3 นนทบุรี – ภูเก็ต )



วันจันทร์ที่ 7 มี.ค.59

ย้อนดูวันที่ 2 ภูเก็ต – ตาชัย คลิ๊กเลย

เช้านี้ไม่รีบ เราคืนห้องตอนเที่ยง เลยมีเวลาเดินสำรวจโรงแรม





มีจักรยานให้ปั่นเล่นด้วย (มาดูในเนทให้เช่า แต่ตอนผมยืมไปปั่นกลางคืนไม่คิดตังค์)





โรงแรมมีทั้งหมดสามชั้น 

ชั้นแรกสีฟ้า แต่ละห้องจะสีสันหลากหลาย ผมไม่ได้เข้าไปชมห้องข้างในนะครับ







ชั้น 2 จะเป็นสีเขียว ดูการตกแต่งภายนอกแล้วกันนะครับ ส่วนภายในห้องดูบล็อกเมื่อวานแล้วกัน







ตรงทางขึ้นบันได มุมนี้น่ารักดีครับ






ชั้นที่ 3 เน้นสีส้ม ผมถ่ายมาแค่สองรูป สวยเนอะ








ประมาณเจ็ดโมงครึ่งก็ลงมากินอาหารเช้า (ค่าโรงแรมรวมอาหารเช้าด้วยครับ)

ห้องอาหาร







อาหารให้เป็นเซทครับ ให้เลือกโจ๊กหรือABF แล้วขนมปังอีกคนละชุด

ขนมปัง 






โจ๊ก ไม่ได้ชิม








ของผม ABF เบาๆรองท้องไปก่อน








กินรองท้องกันไปก่อน หลังจากนั้นก็ไปกินติ๋มซำร้านบุญรัตน์ ขอดูแผนที่ก่อน ที่โรงแรมทำแผนที่ร้านอาหารในเมืองให้โดยเฉพาะเลยครับ





ของจริงอ่านง่า่ย ถ่ายรูปดูในมือถือแล้วเดินตามได้เลย






ดูแผนที่แล้วก็เดินกันไปครับ 

ออกจากโรงแรม ถ.ดีบุก เลี้ยวซ้ายถึงสี่แยกไฟแดงเลี้ยวขวาเดินตรงไปถึงสี่แยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายเดินตรงไปถึงสามแยกไฟแดงเลี้ยวขวาเดินตรงไปร้านจะติดถนนอยู่ซ้ายมือ ประมาณกิโลกว่าๆ เดินสบายๆ

ร้านติ๋มซำบุญรัตน์






ราคาอาหาร







หน้าร้านจะมีติ๋มซำให้เลือก ชอบใจอะไรก็สั่งเอาเลยครับ





นั่งโต๊ะเสร็จ อาหารที่สั่งพร้อมเสริฟ

ชามนี้เรียกอะไรไม่รู้ เส้นหมี่ใส่ไข่กับหมูสับ รสชาติเหมือนเส้นหมี่มาม่า






บะกุดเต๋ หอมเครื่องเทศมาก ทำไมไม่เห็นมีผักมาให้เลยแต่อร่อยดี






รอไม่นานติมซำที่สั่งก็มาเสริฟ ขนาดกินโจ๊กที่โรงแรมรองท้องแล้วนะ อร่อยทุกอย่าง 

ใครมาเที่ยวตัวเมืองภูเก็ตแนะนำร้านนี้เลยครับ







อิ่มเสร็จก็เดินย่อยสิ จากร้านเลี้ยวซ้ายถึงสี่แยกไฟแดงเลี้ยวขวาเดินตรงโลดก็จะมาถึงย่านเมืองเก่า
ฟ้าสวยมาก แต่ร้อน ไม่บรรยายดูรูปเอาแล้วกันครับ 

ปล.ร้านนี้ค่าเสียหาย 550 บาท ขำๆ แต่รสชาติไม่ขำระดับขั้นเทพ

























ประมาณสิบโมงเช้าก็กลับเข้าโรงแรม

ถึงตรงนี้เดินไป 10 ม.ก็เข้าที่พักแล้วครับ






ถึงโรงแรมมีเวลา 2 ชั่วโมงก็นอนเล่น ดูทีวีไป เที่ยงก็เช็คเอ้าท์รถตู้มารออยู่แล้ว หลังจากนั้น มื้อเที่ยงฝากท้องไว้ที่ร้านระย้า

จากโรงแรมไม่ไกลครับ ออกจากร้านเลี้ยวขวามาหน่อยข้ามคลองชิดซ้ายก็ถึงแล้ว

ปล.โรงแรมอยู่ถนนดีบุก อยู่ในตัวเมืองเดินไปเที่ยวตามจุดต่างๆได้สบาย สะดวกมาก






จอดรถได้ก็เข้าไปในร้าน บรรยากาศร้านออกแนววินเทจเป็นบ้านไม้เก่าสองชั้นมาแต่งเป็นร้านอาหาร
บรรยากาศภายในร้าน







จานแรกหมูฮ้อง ใช้หมูสามชั้นมาเคี่ยวเหมือนพะโล้ หวานๆเค็มๆ เนื้อหมูนุ่มลิ้นมาก






แกงเนื้อปูใบชะพู กินกับเส้นหมี่ มันเข้ากันมาก น้ำกะทิข้น รสกลมกล่อมให้ปูมาเยอะมาก ราคาสูงแต่รสชาติสมราคา เมนูนี้ห้ามพลาดเลยครับ






ผัดผักเหลียง กินมันทุกมื้อเลย 555






สะตอกุ้ง จานนี้เด็ดต้องสั่ง





หมูคั่วกลิ้ง เฉยๆอ่ะ





น้ำพริกกุ้งเสียบ เมนูนี้โดนๆ อร่อยมาก






ยำผักกูดทะเล น้ำยำเด็ดขาดมาก อร่อยอีกแล้ว มาแล้วเมนูสั่งเถอะ เชื่อผม






หมดแว๊ววว อิ่มมากกก เช็คบิลเสร็จร้านเอามะม่วงมาให้สองจาน มะม่วงก็อร่อยอ่ะ

ปล.ทั้งหมด 2,700 บาท





อาหารรสชาติระหว่างร้านตู้กับข้าวกับร้านระย้าจะใกล้เคียงกัน อร่อยทั้งสองร้านเลยครับ แต่ร้านระย้าราคาจะสูงกว่า ถ้าอยู่ในเมืองแนะนำทั้งสองร้านเลยครับ อิ่มเสร็จก็ถามพนักงานอยากกินขนมหวานๆ พนักงานแนะนำขนมหวานโอเอ๋ว

ออกจากร้านให้เดินไปทางซ้ายมือตรงไปเจอสี่แยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปอีก ร้านจะอยู่ซ้ายมือตรงสี่แยกไฟแดง ร้านขายอาหารด้วยครับ แต่หน้าร้านจะตั้งร้านขนมโอเอ๋ว

โอเอ๋ว เหมือนวุ้นอ่ะใส่น้ำแข็งไสราดด้วยน้ำแดงจืดไปหน่อย เฉยๆแต่กินเล่นแก้ร้อนพอได้ ถ้วยละ 12 บาท






ประมาณบ่ายโมงครึ่งก็เดินกลับมาขึ้นรถ ไปถนนย่านเมืองเก่า







รถตู้จะมาส่งเราตรงหัวมุมตึกสงวนฟาร์มาซี ให้เราเดินชมถนนย่ามเมืองเก่า แล้วรถตู้จะไปรอรับเราสุดถนนอีกฝั่งนึง


เมื่อเช้าเราเดินตรงแยกตึกชาร์เตอร์แบงค์ 





ลงเดินได้ก็ทอดน่องชมสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปตุกีสหรือแบบโคโลเนียลไปเพลินๆ ถนนน่าเดินเล่นมาก ถ้าใครชอบถ่ายรูปแนะนำเลยครับ















ร้านนี้น่านั่ง ดูเหมือนเราเป็นจอมยุทธท่องในยุทธจักรแล้วแวะโรงเตี้ยมระหว่างทาง เสียดายไม่ได้อุดหนุน









เราเดินมาจนสุดถนนก็ออกจากย่านเมืองเก่าประมาณบ่ายสามครึ่ง ก็ไปต่อที่บ้านชินประชา เป็นบ้านสมัยเก่า ใครสนใจประวัติบ้านชินประชาดูเวปนี้ได้เลยครับ คลิ๊กเลย

บ้านชินประชาจะสะสมของเก่าๆไว้เยอะมาก



















บ้านชินประชาจะเปิดให้ชมแค่ชั้นล่างนะครับ ชั้นบนเจ้าของบ้านจะพักอยู่ หลังจากนั้นเวลาเหลือ ไปเที่ยววัดพระใหญ่ต่อ







ข้างบนมีวิวให้ชม สวยเชียวไม่รู้หาดอะไรบ้าง









อยากนั่งรถคันนี้อ่ะ






เกือบห้าโมงเย็นได้เวลาไปสนามบินแล้วครับ ตอนแรกว่าจะหาอะไรกินในตัวเมืองแต่กลัวรถติดเลยออกไปหาอะไรกินแถวๆสนามบินดีกว่า

ประมาณหกโมงกว่าก็มาถึงร้านของฝากร้านแม่จู้






เข้าไปซื้อของนิดหน่อย








เอาของไปเก็บที่รถเสร็จก็เดินไปกินข้าวร้านแหลมหินซีฟู๊ด อยู่ติดๆกันนั้นแหละ






สั่งกินเล่นเบาๆ ทุกคนยังอิ่มกันอยู่เลยครับ

จานแรกข้าวผัดปู ผมไม่ได้ชิมอ่ะ กินแต่ข้าวขาว






หอยชักตีน น้ำจิ้มซีฟู๊ดอร่อยอ่ะ แต่หอยเหมือนแห้งๆเคยกินที่กระบี่หอยอร่อยกว่านี้





ส้มตำ-สาหร่ายพวงองุ่น อร่อยมากแนะนำ






หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้ง รสชาติกำลังดีแต่ยังไม่ว๊าวววว





ออส่วนใช้หอยนางรม ให้หอยมาเยอะแป้งเหนียวกำลังดีแต่น้ำจิ้มเฉยๆ






ยำอะไรจำไม่ได้แล้วกินกับสาหร่ายองุ่น จานนี้ก็อร่อยไม่แพ้ส้มตำสาหร่ายองุ่น คะแนนเบียดๆกันเลยครับ






ต้มยำทะเลน้ำใส ให้ปลา หมึก กุ้ง ชิ้นใหญ่เต็มคำดี เยอะอีกต่างหาก ใส่หม้อไฟมาซดร้อนๆคล่องคอดีจัง ส่วนรสชาติยังไม่ค่อยจัดมากเท่าไหร่






จานสุดท้าย หอยนางรม จานสั่งเป็นตัวครับ มีไม่กินอยู่ 2 เสริฟมาพร้อมเครื่องเคียงให้มาหลายอย่างมาก จิ้มกันไม่ถูกเลย หอยตัวใหญ่ สด กินกับผักกระถิ่นหวานดี






มื้อนี้กินเบาๆก่อนขึ้นเครื่อง รสชาติปานกลาง ไม่ถึงกับอร่อยมากแต่ก็ไม่แย่เลวร้าย เหมาะสำหรับคนที่แวะมารอขึ้นเครื่อง ถ้าไม่กินมาจากตัวเมืองก็มาแวะกินร้านนี้ได้ครับ ดีกว่าเข้าไปกินในสนามบินแน่ ส่วนราคาไม่แพงครับ ทั้งหมด 1,590 บาท






ส่วนบรรยากาศร้านมีทั้งในโรงและสวน แต่ตอนเย็นยุงแอบเยอะ ตอนแรกว่าจะนั่งชิวๆ เจอยุงเข้าไป เผ่นไปนั่งรอที่สนามบินดีกว่า

จากร้านอาหารไปสนามบินแค่สิบนาทีเองครับ เรามาถึงสนามบินประมาณทุ่มครึ่งก็เช็คอิน ขากลับเราบินก็ไลออน แอร์





ผมเคยบินกับไลออน แอร์ครั้งนึง ประทับใจการบริการเครื่องบินใหม่ พนักงานต้อนรับน่ารักดี ให้ฟรีน้ำหนัก 15 กก.มีน้ำกับขนมเวเฟอร์แจกบนเครื่องด้วย ชอบไม่หยุมหยิมดี

เครื่องออกเวลา 20.45 น.ถึงดอนเมืองเวลา 22.10 น.บินตรงเวลาดีไม่มีงอแง






ในที่สุดก็จบทริป ภูเก็ต-เกาะตาชัย เที่ยวครั้งนี้เน้นกินเป็นส่วนใหญ่ แต่ไปกันหลายคนค่าใช้จ่ายเลยไม่ค่อยสูงมาก ต้องขอบคุณน้องๆในสมาชิกที่ช่วยจองตั๋วเครื่องบินในราคาโปร จองทัวร์ จัดทริป จัดการทุกอย่างให้ (เป็นแกงค์ที่เที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันและมีสมาชิกเพื่อนๆเพิ่มมาอีก 2 ท่าน)และขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ไปไหนไปกัน กินไหนกินกัน อร่อยๆไม่อร่อยก็ไม่มีบ่น ร้อนแค่ไหนก็ลุยด้วยกัน ที่สำคัญมีคุณแม่น้องๆในทริปไปด้วยหนึ่งท่าน ไม่มีบ่นแถมเนียนไปกับลูกๆทำให้บรรยากาศดูเป็นวัย(เกือบ)รุ่นทุกคน ไว้แกงค์ทริปนี้ไปเที่ยวไหน ค่อยมาเล่าให้ฟังอีกครับ

สุดท้ายขอบคุณน้องๆคนขับรถตู้ มา 3 วัน เปลี่ยนคนขับทั้ง 3 วันเลย แต่บริการดีทั้ง 3 คน วันแรกวัยรุ่นหน่อย รู้ใจแนวเราว่าชอบถ่ายรูป จะพยายามหาวิวหรือสถานที่สวยๆให้เราได้ถ่า่ยรูป ไม่มีเร่ง ไม่งอแง ขับรถดีไม่มีเร่ง แซงหรือบีบแตรในขณะที่การจราจรน่าเบื่อสุดๆ 

ส่วนคนที่สองน่าจะเป็นหัวหน้าคนปล่อยคิวรถของบริษัท มารับเราตั้งแต่เช้ามืดไปส่งที่ท่าเรือแล้วรอกลับจนเรากินข้าวเสร็จสามทุ่มกว่า ไม่มีหน้างอหรือขับรถกระชาก 

คนสุดท้าย แนะนำตลอดทางเรียกว่าไกด์ในตัว จะผ่านจุดไหน ตรงไหนสำคัญจะบอกให้หมด ลงมาช่วยถ่ายรูปให้ด้วย ซื้อของอะไรก็มาช่วยยกให้มีน้ำใจมาก

ประทับกับบริษัทรถตู้นี้มาก ประทับใจกับการบริการคนขับทั้งสามท่านเลย ถ้ามีโอกาสมาภูเก็ตอีกจะใช้บริการอีก 

ลาด้วยภาพสาวๆกับน้องต้น (คนขับรถตู้) ที่สนามบินภูเก็ต





 

Create Date : 10 มีนาคม 2559
6 comments
Last Update : 16 พฤษภาคม 2559 16:52:05 น.
Counter : 3865 Pageviews.

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 11 มีนาคม 2559 3:36:59 น.  

 

ร้านติมซำ บุญรัตน์มีทั้งหมด 3 สาขา


บุญรัตน์ สาขา 1
26/41 ถ.บางกอก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
เบอร์โทรศัพท์ 076-212034


บุญรัตน์ สาขา 2
5/2 ถ.ดิลกอุทิศ 2 ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
เบอร์โทรศัพท์ 076-210897


บุญรัตน์ สาขา 3
55/692-693 ถ.เจ้าฟ้า ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต
เบอร์โทรศัพท์ 089-7273434, 089-7304111




เวปร้านบุญรัตน์ คลิ๊กเลย

แอบหาข้อมูลเจอ สมาชิกล็อกอิน ลุงพุงโต ในพันทิบ เอาอาหารระหว่างร้านบุญรัตน์กับจ่วงเฮี้ยงมาเปรียบเทียบ แต่ข้อมูลตั้งแต่ปี 55 ลองดูเป็นตัวเลือกแล้วกัร ขอบคุณลงพุงโตด้วยครับ คลิ๊กเลย

 

โดย: nongmalakor 11 มีนาคม 2559 21:54:41 น.  

 

ร้านอาหาร ระย้า

ที่อยู่ : สี่แยกถนนดีบุกตัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

GPS : 7.885994995, 98.39096401

เบอร์ติดต่อ : 076 218 155

อาหารแนะนำ : หมูฮ้อง (500 บาท) น้ำพริกกุ้งเสียบ (200 บาท) เส้นหมี่แกงปูใส่ใบชะพลู (550 บาท)

จำนวนโต๊ะ : ประมาณ 20 โต๊ะ

เวลาทำการ : เปิดบริการ 11.00 น. – 23.00 น. ทุกวัน วิ

ธีชำระเงิน : เงินสด

ที่จอดรถ : มีลานจอดรถอยู่ด้านหลังร้าน

ร้านระย้า เป็นบ้านเก่าที่ดัดแปลงมาเป็นร้านอาหาร เป็นตึกขนาดใหญ่ 2 ชั้น เปิดเป็นห้องอาหารทั้ง 2 ชั้น เป็นบ้านเก่าอีกหลังที่อนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี สังเกตจากกระเบื้องปูพื้นที่สวยงามมาก




ขอบคุณแผนที่และข้อมูล จากเวป thaiticketmajor.com คลิ๊กเลย

 

โดย: nongmalakor 11 มีนาคม 2559 22:05:34 น.  

 

ประวัติ โอ๊ะเอ๋ว ขนมหวานของภูเก็ต ข้อมูลจากเวป guru.sanook.com คลิ๊กเลย

โอ๊ะเอ๋ว หรือ โอ้เอ๋ว หรือ โอ้วเอ๋ว เป็นอาหารท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ต ได้จากวุ้นของเมล็ดโอ๊ะเอ๋ว (คล้ายเมล็ดแมงลัก) ที่แช่น้ำแล้วใช้เมือกโอ๊ะเอ้วมาผสมกับเมือกของกล้วยน้ำว้า ใส่เจี่ยกอเพื่อให้โอ๊ะเอ๋ว เกาะตัวเป็นก้อน นำมาใส่น้ำเชื่อมและน้ำแข็งใส กินแก้ร้อนใน และลดการกระหายน้ำ ชาวภูเก็ตจะรับประทานโอ๊ะเอ๋ว 3 แบบ คือ โอ๊ะเอ๋วใส่ถั่วแดงและเฉาก๊วย (ขาว ดำ แดง) โอ๊ะเอ๋วใส่ถั่วแดง (ขาว แดง) และ โอ๊ะเอ๋วใส่เฉาก๊วย (ขาว ดำ) บางคนนิยมใส่กล้วยและน้ำหวานด้วย แหล่งขายโอ๊ะเอ๋วในจังหวัดภูเก็ตที่สำคัญคือ โรงหนังสยามเก่า และซอยหล่อโรงหรือตลาดฉำฉา



ที่มาของโอ๊ะเอ๋ว โอ๊ะเอ๋ว มีที่มาจากทางปีนัง ประเทศมาเลเซีย คนขายโอ๊ะเอ๋วเจ้าแรกในภูเก็ตชื่อ แปะเอ้ง เป็นคนจีนขายอยู่ใน ตรอกสุ่นอุทิศ ปัจจุบันแปะเอ้งเสียชีวิตแล้ว แต่ก็มีคนสืบทอดต่อมาขายอยู่ที่เดิม คำว่า โอ๊ะเอ๋ว ไม่มีความหมายในภาษาจีน ของหวานชนิดนี้ ที่ปีนังเรียกว่า บุนทาวบี้แต่มาขายที่ภูเก็ตไม่มีคนเรียกชื่อนี้ วันหนึ่งมีคนลิ้นไก่สั้นพูดไม่ชัดมากินโอ๊ะเอ๋ว

ส่วนร้านอร่อยๆในภูเก็ตมีหลายเจ้าเลย ลองค้นดูเองแล้วกันครับ ส่วนผมเฉยๆ

 

โดย: nongmalakor 11 มีนาคม 2559 22:12:57 น.  

 

เมืองเก่าภูเก็ต ชิโนโปรตุกีส ขอบคุณข้อมูลและรุูปภาพจากเวป paiduaykan.com คลิ๊กเลย

ภูเก็ตยังจัดว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และความรุ่งเรืองอันยาวนานอีกเมืองหนึ่งของไทยโดยหนึ่งในรอยอดีต อันรุ่งเรืองของภูเก็ตตึกเก่าแบบชิโน-โปรตุกีสถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2446 เนื่องจากการทำเหมือง แร่ที่เติบโตทำให้ชาวจีนและชาวตะวันตกต่างหลั่งไหลเข้ามาที่เมืองภูเก็ตเป็นจำนวนมาก เมื่อเข้าสู่เขตเทศบาล เมือง ภูเก็ตสิ่งแรกที่ผู้ไปเยือนจะรู้สึกสะดุดตาก็คือตึกเก่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านการค้าเก่าเเก่ของเมือง เป็น อาคารสไตล์ ์"ชิโนโปรตุกีสที่ผสมผสานเอาความเป็นศิลปะตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่าง กลมกลืน จนเป็นเอกลักษณ์ ์ที่โดดเด่นของเมืองภูเก็ต ตึกเก่าเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วตัวเมืองภูเก็ต สามารถเดินชมได้อย่างต่อ เนื่อง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอร่อยหลายเจ้าให้เที่ยวไปกินไปอย่างเพลิดเพลินและทางเทศบาล เมืองภูเก็ต ก็ได้เห็นถึงความสำคัญของ สถาปัตยกรรมเหล่านี้ โดยได้ทำการอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสนี้ ไว้และจัดให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ของการท่องเที่ยว จัดให้มีเส้นทางเดินชมเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ สัมผัสกับความสวยงามของบ้านเรือนเก่าแก่ของภูเก็ตและสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส ที่สวยงาม พร้อมๆกับได้ สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ู่ของคนภูเก็ตและที่สำคัญอาหารอร่อยเลื่องชื่อการเดิน ชมเมืองเก่า เสน่ห์แห่ง ชิโนโปรตุกีส เป็นเส้นทางประวัติศาสต ์ที่ควรค่าแก่การศึกษายิ่ง



แม้ว่าตึกเก่าเหล่านี้จะกระจายอยู่ทั่วเมืองภูเก็ต แต่ย่านที่มีอาคารเก่าหนาแน่น คือ ถ. ดีบุก กระบี่ ถลาง และ เยาวราช เนื่องจากถนนเหล่านี้เป็นย่านเก่าของภูเก็ตประวัติ ในอดีตเมืองท่าสำคัญทางฝั่งตะวันตกของแหลมมลายู มีชาวจีนเข้ามาค้าขายกันมาก ก่อนตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก เช่น เมืองมะละกา มีโปรตุเกส ฮอลันดา และอังกฤษ ผลัดเปลี่ยนกันครอบครอง และนำรูปแบบศิลปวัฒนธรรมเข้ามาเผยแพร่ สถาปัตยกรรมจึงมีลักษณะ ผสมผสานกันระหว่างศิลปะตะวันตกและศิลปะตะวันออก เรียกว่า อาคารแบบโคโลเนียล จากนั้นก็ส่งอิทธิพลไป ตามเมืองท่าต่างๆอย่างสิงคโปร์ และปีนังซึ่งมีสายสัมพันธ์โดยตรงกับภูเก็ต
โรงแรมออนออน โรงแรมแห่งแรกที่เก่าแก่ที่สุดในภูเก็ต




รูปแบบตึกสิ่งน่าสนใจ

สถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสแบ่งเป็นสองประเภทคือ ตึกแถว หรือ "เตี้ยมฉู่" และคฤหาสน์หรือ "อั่งม้อหลาว อั่งม้อหลาวเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน "อั่งม้อ" แปลว่า ฝรั่ง หรือชาวต่างชาติ ส่วนคำว่า "หลาว" แปลว่า ตึกคอนกรีต อั่งม้อหลาว ก็คือคฤหาสน์แบบฝรั่งที่นายหัวเหมืองแร่ของ ภูเก็ตสร้างเป็นที่อยู่อาศัยในสมัยนั้น โดยบ้านหลังแรกที่สร้างขึ้นตามแบบชิโน-โปรตุกีส โดยช่างชาวจีนจากปีนัง ก็คือ บ้านชินประชาของพระพิทักษ์ ชินประชา นายเหมืองต้นตระกูลตัณฑวนิชตั้งอยู่ถนนกระบี่ ถือว่าเป็นต้น แบบของบ้านคหบดีจีนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองภูเก็ต ตึกแถวเป็นอาคารสองชั้นกึ่งร้านค้ากึ่งที่อยู่อาศัย ลักษณะ ลึกและแคบ ชั้นล่างแบ่งพื้นที่ใช้สอยไปตามความลึกได้ถึงห้าส่วนด้านหน้าเป็นร้านค้าหรือสำนักงาน ถัดไปเป็น ห้องรับแขก ห้องพักผ่อน ห้องอาหาร ห้องครัว ภายในอาคารมักมีฉิ่มแจ้ หรือบ่อน้ำบาดาลหนึ่งบ่อและเจาะช่อง ให้อากาศถ่ายเทและแสงส่องเข้าอาคาร ตึกแถวในภูเก็ตจึงเย็นสบาย ส่วนที่ชั้นสองเป็นห้องนอนหน้าตึกแถวมีทาง เดินเท้า ทำเป็นช่องซุ้มโค้งเชื่อมกันไปตลอด ทั้งแนวตึกแถว เรียกว่า อาเขต (arcade) โดยมีชั้นบนยื่นล้ำ ออกมา เป็น หลังคากันแดดกันฝนซึ่งตกเกือบตลอดปี นับเป็นสถาปัตยกรรมที่สัมพันธ์กับ สภาพภูมิอากาศอีกทั้งยัง แสดง ให้เห็นถึงความเอื้ออาทร ของเจ้าของบ้านกับผู้สัญจร ที่ชั้นสองด้านหน้าอาคารเน้นการ เจาะช่องหน้าต่างเป็น ซุ้มโค้งคูหาละสามช่อง ขนาบข้างด้วยเสาแบบกรีก และโรมัน บนพื้นผนังตกแต่งด้วยลายปูนปั้นทั้งแบบจีน และ ตะวันตก ผสมกันอย่างลงตัว สามารถเดินชมได้ทั่วทั้งถนนถลาง ดีบุก พังงา กระบี่และเยาวราชนอกจากนี้ย่าน โคมเขียว โคมแดงในอดีตที่ซอยรมณีย์ก็มีตึกสีสันสวยแปลกตากว่าถนนไหนๆ

เส้นทางการเดินชมตึกเก่าชิโนโปรตุกีส

ช่วงที่ 1 ณ ถนนภูเก็ต ถนนรัษฎา และถนนระนอง เริ่มจากศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ เริ่มจากศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ ซึ่งตั้งอยู่หัวมุมถ.พังงาตัดกับถ.ภูเก็ต เมื่อเดินลง มาตามทิศใต้ เลี้ยวขวาเข้าถ.รัษฎาไปจนถึงวงเวียนสุริยเดช และตรงไปตามถ.ระนอง ผ่านตลาด จนถึงบริษัท การบินไทยซึ่งช่วงนี้จะได้พบกับตึกสวยงามมากมาย อาทิ ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ อาคารสีขาว 2 ชั้น ที่โดดเด่น ด้วยหอนาฬิกาสูง 4 ชั้น มีหลังคาคล้ายรูปหมวกตำรวจสมัยก่อน ช่องประตูหน้าต่างแบ่งเป็นช่องโค้งมีเสาอิงแบ่ง เป็นช่วง ประดับลายปูนปั้นบนยอดซุ้มโค้งสวยงามและโรงแรมถาวร โรงแรมเก่าแก่ ที่เมื่อเข้าไปภายในโถง โรงแรมและส่วนคอฟฟี่ชอป จะได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองภูเก็ตผ่านนิทรรศการ ภาพถ่าย และมีเครื่องเรือน ตู้โทรศัพท์ เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องแต่งกาย ข้าวของเครื่องใช้ของคนงานในเหมืองให้ได้ชมอีกด้วย

ศุนย์รวมข่าวพรหมเทพ




ช่วงที่ 2 ถนนพังงา ถนนภูเก็ต และถนนมนตรี

เริ่มต้นที่มุมถ.ระนองตัดกับถ.เยาวราช บริเวณวงเวียนสุริยเดช เดินไปตามถ.เยาวราช 70 ม.เลี้ยวขวาเข้าถนนพังงา จนถึ สี่แยกตัดกับถนนภูเก็ต ซึ่งช่วงนี้อาจเลี้ยวซ้ายตามถ.ภูเก็ต ข้ามไปสี่แยกถ.มนตรีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถ.มนตรี เส้นทางช่วงนี้เป็นเส้นที่มีตึกแถวเก่า ศาลเจ้าเก่า อาคารสาธารณะ อาคารราชการ ซึ่งแต่ละที่ล้วนแล้วแต่มี สถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่งดงาม



ช่วงที่ 3 ถนนถลางและซอยรมณีย์

เป็นถนนสายประวิติศาสตร์อันเก่าแก่ ตรงช่วงนี้จะมีอาคารตึกแถวเก่าที่มีรูปแบบเดิมๆเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นจำนวนมากโดยมีจุดเด่นอยู่ตรงที่มีการเปิด ช่องทางเดินเอาไว้เหมือนในอดีต ซึ่งเส้นทางนี้เริ่มต้นจากสี่แยกถ.ถลางตัดกับถ.ภูเก็ตไปจนสุดสี่แยกตัดกับ ถ.เยาวราช มีตึกแถวกว่า 151 คูหาโดยมีตึกแถวที่น่าสนใจตรงช่วงตึกแถวบ้านเลขที่ 107 ถึง 129 ที่ตัวตึกมี รูปแบบการตกแต่งช่องหน้าต่างโค้งตามแบบสถาปัตยกรรมยุคนีโอคลาสสิค มีลวดลายที่ดงามเน้นธรรมชาติเถาไม้ ใบไม้ และรูปสัตว์ และก็มีตึกแถวตรงฝั่งเลขคู่ช่วงปลายถนน ซึ่งตึกแถวบริเวณนี้มีลักษณะเด่นอยู่ที่ประตูด้านหน้า เป็นแบบบานเฟี้ยมไม้เก่าแก่ ช่วงเสาจะกว้างเท่ากับตึก 2 คูหารวมกัน มีการนำศิลปะการเจาะช่องหน้าต่างและ ลวดลายปูนปั้นแบบอาร์ตเดโคมาใช้ได้อย่างกลมกลืนและสวยงาม

บ้านเรือนและร้านค้าย่านถนนถลาง




ช่วงที่ 4 ถนนกระบี่ และถนนสตูล

เริ่มจากถ.กระบี่บริเวณแยกถ.เยาวราช เดินไปทางตะวันตกจนถึงสามแยกตัดกับถ.สตูล เดินตรงไปถึงบ้าน คุณประชา ตัณฑวณิช ย้อนกลับมาจนถึงสามแยกตัดกับถ.ดีบุก เส้นทางสายนี้มีอาคารเก่าที่ชวนชม อย่างอาคาร พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เป็นตึก 2 ชั้น ชั้นล่างมีซุ้มโค้งเตี้ยขนาดใหญ่ 3 ซุ้ม มีเสากลมรับโค้ง หัวเสาประดับ ด้วยลายบัวแบบกึ่งไอโอนิค และคอรินเธียน ผนังอาคารเซาะร่องขนาดใหญ่ เรียกว่า Rustication ชั้นบนมี ซุ้ม หน้าต่าง 3 ซุ้ม มีช่องหน้าต่าง 2 ช่องกรอบหน้าต่างด้านบนเป็นจั่วโรมัน บานหน้าต่างไม้สี่เหลี่ยม มีลวดลาย เรขาคณิต เหนือซุ้มช่วงกลางมีหน้าจั่วปูนปั้นรูปค้างคาว และช่วงถนนนี้ยังมีร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมาก เพื่อว่า เดินไปแล้วหิวก็แวะเช้าไปชิมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านสุนทรโอชาขายข้าวต้มและอาหารพื้นเมือง ร้านขนมจีนป้ามัย ร้านหมี่แป๊ะแถว
พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวแหล่งเรียนรุ้ถึงวิถีชีวิตในอดีตของชาวภูเก็ต





ช่วงที่ 5 ถนนเยาวราช ตรอกสุ่นอุทิศ ถนนดีบุก

ช่วงนี้เริ่มจากแยกถ.ดีบุกตัดกับถ.สตูล เดินตามถ.ดีบุกจนถึงสี่แยกตัดกับถ.เยาวราช พอเลี้ยวขวาเข้า ถ.เยาวราช จะได้สัมผัสกับบรรยากาศตึกเก่าและแวะลิ้มรสอาหารอร่อยในตรอกสุ่นอุทิศ แล้วย้อนกลับมา สี่แยกเลี้ยวเข้า ถ.ดีบุก อีกช่วงหนึ่งจะเข้าสู่ซอยรมณีย์ การเดินชมเมืองในช่วงนี้จะได้สัมผัสกับความหลากหลาย ของตึกชิโน โปรตุกีส ที่หาดูได้ยาก อย่างที่บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์ เป็นบ้านที่มีความงดงามโดดเด่นอยู่ที่ลายปูนปั้นตั้งแต่ หัวเสาแบบคอมโพสิต และช่วงคานเหนือเสา เป็นศิลปะแบบกรีกยุคคลาสสิคผสานกับปูนปั้นลายค้างคาว ลายหงส์ ลายเมฆ รวมทั้งลายใบไม้ และผลไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลของคนจีน



และสุดท้าย ช่วงที่ 6 ถนนกระษัตรี

ช่วงนี้เป็นช่วงต่อจากเส้นทางเดินที่ซ.รมณีย์ เลี้ยวซ้ายทะลุออกถ.ถลาง เมี่อถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเดินตาม ถ.เทพกระษัตรี พอถึงแยกตัดกับถ.ดีบุก อาจแวะชมบ้านเก่าแล้วย้อนออกมาตามถ.เทพกระษัตรีอีกครั้งจนไปสิ้น สุดเส้นทางที่คฤหาสน์ตระกูลหงส์หยก หรือบ้านหลวงอนุภาษภูเก็ตการ ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างในสมัยร. 7 ด้านหน้า อาคารเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมกลมขนาดใหญ่ที่รถยนต์เข้าไปจอดเทียบได้ ชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งเตี้ย 3 โค้ง หัวเสา จะเป็นแบบดอริก ผนังเซาะเป็นร่องลึก คล้ายแนวหินก่อ ชั้นบนเป็นระเบียง มีลูกกรงปูนปั้นประดับ หลังคาทรง ปั้นหยา ด้านปีกซ้ายมีช่องแสงเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมประดับด้วยบานเกล็ดไม้ ด้านปีกขวาตกแต่งช่องแสงด้วย กระจกสีต่างๆ กรุในกรอบสี่เหลี่ยมมีรูปวงกลมอยู่ข้างใน นับว่าเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ งดงามทางด้าน สถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก






จากเรื่องราวของตัวตึกเก่าที่ยังคงมีชีวิตชีวาของผู้คนเด่นชัด อีกความน่าสนใจในย่านนี้ก็คือ การชิมอาหาร พื้นเมืองภูเก็ต ซึ่งอาหารส่วนใหญ่เป็น อาหารจีนฮกเกี้ยนและปีนัง อาหารเผ็ดร้อนแบบไทยภาคใต้และ อาหารมุสลิม


มื้อเช้า

คนภูเก็ตไม่ค่อยกินข้าวเป็นอาหารเช้า ส่วนมากจะนิยมเป็นติ่มซา หรือโรตี มะตบะ กับชาร้อน สำหรับร้านติ่มซำ แนะนำร้านสมชายกิตติ ที่ขายทั้งติ่มซำกลั้วกับกาแฟร้อนสูตรโบราณที่นี่เขาเสิร์ฟทีเดียวนับสิบชนิด ไม่ว่าจะ เป็นขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า สาหร่าย ปูทอด ลูกชิ้นปลา ฯลฯ จะเลือกกินอะไรก็ได้ คิดเงินตามจำนวน ถ้วย เปล่าเท่านั้นส่วนโรตีแกงข้ามสู่ถนนถลาง เดินไปเพียงไม่กี่เมตร ด้านซ้ายมือ ก็จะพบกับรา้นอรุณโภชนา ร้านชื่อ ดังย่านถนน ถลาง เปิดขายตั้งแต่ 6.30 - 17.00 น. ซึ่งเป็นร้านขายอาหารของมุสลิม ทั้งโรตีแกง มีให้เลือก ทั้งแกงเนื้อ แกงไก่ รวมถึงเมนูเด็ดอื่นๆที่เจ้าของร้านคุณมนัสดา ดา เจ้าของ ร้านอรุณโภชนา แนะนำมา ทั้ง ซุปเนื้อ ข้าวหมกไ่ก่ และเมนููสุขภาพ ข้าวยำปัตตานี และมะตะบะได่ ที่ได้รับรางวัลโดยกรมสุขภาพ



ช่วงเที่ยง-บ่าย

ส่วนมื้อเที่ยงก็นิยมกินหมี่กัน อย่างหมี่ฮกเกี้ยน เส้นหมี่เหลืองกลมใหญ่ผัดซีอิ๊ว หรือนำมาปรุงเป็นหมี่น้ำ ใส่ซุป และเครื่องซีฟู้ด หมี่หุ้นปาฉ่างก็รสชาติดี เป็นเส้นหมี่ขาวผัดแห้งโรยหอมเจียว กินกับซุปกระดูกหมูช่วยให้คล่องคอ สำหรับคนที่ชอบเครื่องในต้องโลบะ สารพัดเครื่องในหมูปรุงกับเครื่องพะโล้แล้วทอดกินกับเต้าหู้ทอด และน้ำจิ้มรส หวาน หรืออาหารชื่อแปลกโอต๊าว หน้าตาคล้ายหอยทอด ใช้หอยนางรมผัดกับแป้ง เผือก และไข่ ที่อร่อยและ แนะนำให้ชิมก็คือกะหรี่ไหมฝัน เส้นหมี่กับแกงกะหรี่ แต่เจ้าเส้นหมี่ที่ว่าหน้าตาค่อนไปทางขนมจีนเส้นเล็กเสีย มากกว่าราดด้วย แกงกะหรี่ไก่ ใส่เลือดหมู เต้าหู้ ผักบุ้ง ถั่วงอก ก่อนกินอย่าลืมบีบมะนาวเพิ่มรสชาติ จะว่าไป รสชาติก็คล้ายกับข้าวซอยของทางเชียงใหม่ในภาคเหนืออยู่เหมือนกัน แนะนำ่ร้านสมจิตต์ หมี่ฮกเกี้ยน แถวๆ หอนาฬิกาน้ำที่เรียกว่าหมี่เช็ค ซึ่งพี่สมจิตต์ ปัญจะมีดิถี เจ้าของร้านบอกว่า เป็นสูตรมาจากรุ่นอากงคือแป๊ะหัง ที่มา เปิดขายเป็นเจ้าแรกในภูเก็ต กว่าจะตกมาถึงรุ่นที่สามก็ 60 กว่าป ีน้ำซุปที่นี่หวานหอมจนเป็นเอกลักษณ์ ต้มด้วย กุ้งทั้งเปลือก ใครสั่งหมี่แห้งอย่าลืมขอน้ำซุปมาซดพร้อมกันไปด้วยบ่าย ๆ หาก เหนื่อยหรือหิว ที่แยก ถนนเยาวราชตัดกับถนนดีบุกก็เป็นแหล่งรวมของกินพื้นเมืองชั้นดี ทั้งโลบะที่เป็นส่วนของหัวหมู และเครื่องใน ต้มพะโล้ จากนั้นนำไปทอดจนเหลืองกรอบ ถ้าอยากลองแห่จี่ที่เป็นแป้งผสมถั่วงอก โรยหน้าด้วยกุ้งสดทอด หรือ เกี้ยน ที่ทำจากหมู ปู กุ้ง สับรวมกับมันแกวและเผือก ห่อด้วยแผ่นฟองเต้าหู้แล้วทอดจนน่ากินก็สั่งรวมกันได้ ได้ จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ถามอย่างไรพี่เขาก็ไม่ยอมบอกสูตร อร่อยจนลืมไปเลยว่าเพิ่งกินเที่ยงมา

ใกล้ๆกันบนถนนเยาวราชที่ซอยสุ่นอุทิศที่นี่เป็นแหล่งรวมของอร่อยของชาวภูเก็ตที่เรียงรายกันไปด้วยรถเข็น สามสี่ร้าน เริ่มกันที่คันแรก อาโป๊งแม่สุณี ขนมฮกเกี้ยนโบราณ ทำจากแป้งน้ำตาล กะทิ ไข่ นำมาผสมให้เข้ากัน แล้วทอด พอสุกก็ม้วนเป็นกระบอกคล้ายทองม้วน ต่างกันตรงไม่มีไส้ หอมหวานถูกใจเด็ก ๆ ดีทีเดียว ถัดไปเป็น ร้านขายขนมหวานโอ้เอ๋วที่มีอยู่ถึง 2 ร้าน และเป็นร้านเก่าแก่ทั้งคู่ คือ โกโรจน์และแป๊ะเอ้ง โอ้เอ๋วเป็นขนมกิน เล่นดับร้อนของคนภูเก็ต ลักษณะเป็นวุ้นทำจากกล้วยน้ำว้าขยำกับเม็ดโอ้เอ๋ว โปะด้วยน้ำแข็งไสราดน้ำเชื่อม ร้อน ๆ อย่างนี้ได้ลองสักถ้วยแสนจะชื่นใจในสุดคือหมี่หุ้นป้าฉ่าง หรือบางคนเรียกป้าช้าง หมี่หุ้นคือหมี่ขาวที่ผัดกับซีอิ๊ว โรยด้วยหอมเจียวและต้นหอม หมี่หุ้นกับน้ำซุปกระดูกหมูของป้านั้นชามเล็ก ๆ น่ารัก แต่รสชาติไม่เล็กเหมือนชาม

แผนที่ย่านเก่าภูเก็ต



การเดินทางไปชมตึกเก่า

เริ่มจากตัวเมืองภูเก็ตหากไม่มีรถส่วนตัว สามารถนั่งมอเตอร์ไซต์ราคาประมาณ 40-50 บาท ให้มาส่งที่ย่านเก่า หลังจากนั้นก็เดินชมเมืองต่างๆ ด้วยเท้าไปเรื่อยๆสำหรับผู้ที่มีรถส่วนตัว็สามารถจอดรถ ในจุดไหนที่สะดวกใน บริิเวณใกล้้เคียงแล้วค่อยเดินมา เพราะหากจอดรถแถวย่านเก่าอาจจะหาที่จอดยาก

 

โดย: nongmalakor 11 มีนาคม 2559 22:22:49 น.  

 

ข้อมูลแน่นมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วก็คิดถึงภูเก็ต ไปมาหลายรอบจนหลงรักที่นี่ค่ะ ปีหน้าก็ว่าจะไปอีก
แต่ไปหลายรอบ ก็ยังไม่มีเวลาเดินเล่นชมเมืองแบบจริงๆจังๆสักทีเลยค่ะ มีแต่จอดรถเดินแค่นิดหน่อย กะคราวหน้าไปต้องมีเดินเล่นตัวเมืองกับออกเกาะด้วยค่ะ เดี๋ยวจะแวะตามไปเที่ยวในบล็อคเกาะตาชัยต่อนะคะ

ติ่มซำภูเก็ตชอบมากๆค่ะ แต่ไม่เคยทานร้านนี้เลย ชอบน้ำจิ้มแบบภูเก็ตสีแดงๆอร่อยดี

โรงแรมน่ารักดีค่ะ ที่มีแผนที่ให้เที่ยวด้วย เก๋เชียว

ร้านระย้าไม่เคยทานเลยค่ะ เคยทานแต่ร้านของหลานสาวเค้า ร้านวันจันทร์อร่อยดีค่ะราคาไม่สูง คราวหน้าว่าจะกลับไปทานอีก แต่ก็เล็งร้านตู้กับข้าวไว้ด้วย ดูบรรยากาศดีจัง

โอ๊ะเอ๋วน่าทานมากค่ะ เคยลองได้ทานครั้งนึง ตอนนี้อากาศร้อนๆ ถ้าได้ทานคงฟินมาก

เคยไปทานร้านแหลมหินเมื่อหลายปีก่อน ครั้งแรกอร่อยมากๆค่ะ พอไปทานอีกครั้งกลับไม่ชอบเลย เลยไม่ได้แวะไปอีก ไม่แน่ใจเค้าเปลี่ยนที่หรือยัง ตอนที่ไปกินวิวดีมากๆค่ะ ชอบวิวมากๆเลย สาหร่ายพวงๆน่าทานดีค่ะ ไม่เคยทานเลยสักครั้ง

 

โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า 12 มีนาคม 2559 14:32:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nongmalakor
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 112 คน [?]




ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
เฉือฉ้มต้า ช่าฉุดฉุด Vol.1
เฉือฉ้มต้า ช่าฉุดฉุด Vol.2
X
X
Google
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
10 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nongmalakor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.