KKOP บริษัทไม่จำกัดโอกาส Lilypie 1st Birthday Ticker
 
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
26 กรกฏาคม 2550

การหาวันไข่ตกด้วยการวัดอุณหภูมิ

ก่อนอื่นต้องขอเล่าก่อนว่า ฝนอยากมีน้องตั้งแต่เมื่อต้นปี แต่รอแล้วรอเล่า เฝ้าแต่รอ ก็ยังไม่มีสักที เพราะอย่างที่บอกในบลอกที่แล้วว่า ใช้วิธีนับวันแต่ดันนับผิดซะงั้น ก็เลยทำให้น้องไข่ กับ พี่(อสุ)จิ ยังไม่สามารถมาประสบพบเจอกันได้สักที งานนี้เลยต้องลองหาวิธีใหม่ที่พอจะทราบวันไข่ตกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ซึ่งวิธีที่ว่าคือการหาวันไข่ตกได้ด้วยการวัดอุณหภูมินั่นเอง ที่สำคัญวิธีนี้ยังสามารถคาดการณ์วันที่ประจำเดือนจะมาได้ (ในกรณียังไม่ท้อง) งานนี้จะได้ไม่ต้องมารอลุ้นกันอีกว่า จะมา หรือ ไม่มา จะท้อง หรือ ไม่ท้อง ซะที เพราะบางเดือนลุ้นกันจนนอนไม่หลับเลยล่ะค่ะ แถมเปลืองตังค์กะค่าชุดตรวจการตั้งครรภ์ไปหลายแล้วด้วย (เคยมะคะ ตรวจวันนี้ พรุ่งนี้ปจด.มาเลย)

แต่ด้วยประการทั้งปวง ฝนรู้ว่าตัวเองไม่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นหลักวิชาการแบบนี้ได้ไม่เก่ง (เป็นครูไม่ได้นะเนี่ย) ก็เลยจะขออนุญาต ไป Copy ข้อมูลของพี่บี มาให้ทุกคนอ่านเป็นความรู้ เพราะพี่บีเขียนได้ดีมาก เข้าใจง่าย ละเอียด ที่สำคัญฝนก็ใช้ประโยชน์จากข้อมูลพี่บีเนี่ยละค่ะ แต่เนื่องจากฝนเพิ่งทดลองใช้เดือนนี้เป็นเดือนแรก ผลที่ได้รับจะเป็นอย่างไร ฝนจะมา update ให้ทราบอีกทีนะคะ (ถ้าพี่บีได้มาอ่าน ก็ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ) งั้นเรามาดูข้อมูลกันดีกว่าค่ะ

ข้อมูลจาก http://narak.diaryis.com/webpage/?w04


โดยทั่วไปก็จะมีวิธีหาวันไข่ตกโดยการนับวัน ซึ่งจะได้ช่วงค่อนข้างกว้างของวันที่ไข่จะตกได้ บางสูตรก็บอกว่า หลังประจำเดือนมา 10 วันให้มีเพศสัมพันธ์(พสพ.) กันไปวันเว้นวันจนกว่าจะมีประจำเดือน หรือท้อง สูตรนี้ก็ดีค่ะ สำหรับพวกขยันซ้อม อิอิ แต่ถ้าอ่อนซ้อม มาฟังวิธีของบีดีกว่า

อุณหภูมิร่างกายของผู้หญิงนั้น จะมีนัยสำคัญสอดคล้องกับวันที่ไข่ตก และวันที่มีประจำเดือน(บีอธิบายแบบชาวบ้านนะคะ ไม่ได้มีความรู้ทางวิชาการอะไรนัก) ดังนั้น ก่อนอื่นเราก็คงต้องทำการบันทึกอุณหภูมิร่างกายของเราซะก่อน เพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ผลกัน โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ

1. ไปซื้อปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล บีเองซื้อที่ร้านขายยาในห้าง ประมาณ 200-300 บาท อ่านฉลากดูว่ามันมีความละเอียด + - 0.1องศา ก็คิดว่า คงพอใช้ได้แล้วล่ะ (ปรอทที่ซื้อจะเป็นถ่านในตัว แบบใช้สัก 300 ครั้ง(ประมาณ) ก็จะหมด ต้องทิ้งไปเลย)

2. วัดอุณหภูมิ หลังตื่นนอนทุกวัน ควรวางปรอทไว้ข้างหัวเตียงเลย แบบเอื้อมหยิบมาวัดได้เลย

- ควรวัดเวลาเดียวกันทุกวัน (บีก็ทำไม่ได้หรอกค่ะ แต่ก็พอใกล้เคียง)
- ควรวัดตอนเช้าหลังตื่นนอนทันที ถ้ามีการลุกขึ้นทำกิจกรรม อาจทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนไป ทำให้ตีความผิดได้
- การพักผ่อนไม่พอ หรือไม่สบาย ก็ส่งผลให้อุณหภูมินำมาตีความผิดพลาดได้

3. พอวัดอุณหภูมิแล้ว ก็ต้องบันทึกค่ะ ใช้วิธีบันทึกใน Excel แล้ว plot กราฟ หรือจะใช้ tool ในเวบนี้ก็ได้ค่ะ http://www.fertilityfriend.com

4. ลองบันทึกดู ถ้าหลังจากมีประจำเดือนแล้ว วันไหนอุณหภูมิลดต่ำกว่าปกติ แสดงว่าไข่ใกล้จะตก ถ้าวันรุ่งขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้นทันที ยิ่งเพิ่มมากกว่า 0.2 องศา แสดงว่า ไข่ตกแล้วค่ะ

หลังจากไข่ตก ก็ดูจากอุณหภูมิที่วัดได้ทุกวัน ถ้าอุณหภูมิไม่ลด ก็มีลุ้นว่าท้องค่ะ ถ้าลด ประจำเดือนก็อาจจะมาในวันนั้นค่ะ (ของบี วันที่ลด ประจำเดือนมาวันนั้นเลยค่ะ)

5. การมี พสพ. เนื่องจากพอเราเจออุณหภูมิลดที่คาดว่าไข่น่าจะตก ถ้าเรารอเช็คว่า วันรุ่งขึ้น อุณหภูมิจะขึ้นไหม ก็อาจสายไป ไข่ฝ่อไปซะแล้วได้

ดังนั้น หลักง่ายๆค่ะ ให้มีพสพ. วันที่เราวัดว่าอุณหภูมิลด และมีไปจนกว่าอุณหภูมิจะขึ้นค่ะ (มีแบบวันเว้นวันก็ได้ค่ะ ให้เค้าพักสร้างสเปิรม์หน่อย) (ถ้าเดือนนั้นไข่ตก น่าจะกินเวลาไม่เกิน 1-3 วัน ที่จะเห็นอุณหภูมิสูงขึ้น)

ซึ่งกรณีที่เราบันทึกอุณหภูมิสม่ำเสมอ เราจะสามารถทราบรอบของไข่ตกได้โดยคร่าวๆ ก็จะกะได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นช่วงนี้ค่ะ

โดยส่วนตัวรู้สึกว่า วิธีนี้มีประโยชน์มากๆสำหรับคนที่ไม่แน่ใจวันไข่ตกค่ะ แถมอุปกรณ์ก็แค่ไม่กี่ร้อยบาท โดยบางท่านอาจซื้อชุดตรวจไข่ตกมาเสริมความมั่นใจก็ได้นะคะ แต่ตัวบี บีไม่ใช้ค่ะ เพราะไม่อยากซีเรียสมากไป

อย่างไรก็ตาม แม้เราจะสามารถทำให้น้องสเปิรม์กับพี่ไข่ เค้ามาเจอกันได้ทุกเดือน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จทุกครั้งนะคะ เพราะบางทีถ้าสเปิรม์เจาะไข่ไม่เข้า ก็คงไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น

โดยส่วนตัว บีกับพี่นพ ตอนแรกก็รอมาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก็ไม่มีน้องซะที สาเหตุหนึ่งก็คงเป็นเพราะ บีไม่รู้วันไข่ตกจริงๆ เอาแต่ใช้เลขมาตรฐาน 14 วันอยู่นั่นล่ะ จนครั้งแรกที่ท้อง ก็เพราะเปลี่ยนมาเชื่อจากสัญญาณบางอย่างทางร่างกายแทน

ดังนั้น แม้ว่าการท้องครั้งแรกจะไม่สำเร็จ (แท้งน้องไป) บีก็กลับมาหาว่า สาเหตุที่ท้องนั้น น่าจะมีได้ 2 ทาง คือ บีขยันออกกำลังกาย กับบีเดาวันไข่ตกถูก ก็เลยตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลเพื่อความสำเร็จครั้งใหม่ ก็พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า คุณไข่ เมื่อเค้าตกแล้วเนี่ย เค้าจะมีอายุอยู่แค่ 12-24 ชั่วโมงเท่านั้น แล้วเค้าก็จะฝ่อไป ดังนั้น ถ้าเราไม่ใส่ใจกับวันที่ไข่ตกที่แท้จริง โอกาสก็จะยิ่งต่ำมาก ส่วนคุณน้องสเปิร์มเค้าจะอยู่ในร่างกายผู้หญิงได้ประมาณ 2 วันค่ะ

ช่วงที่แท้งน้องไป คุณหมอให้พัก 1 เดือน บีก็เริ่มวันอุณหภูมิตั้งแต่หลังแท้งได้ 5 วันค่ะ เนื่องจากเสียเวลาไปรวบรวมศึกษาข้อมูลอยู่ เดือนแรกที่บันทึก ก็รู้สึกว่า pattern ของเราตีความไม่ยากเลย เดือนต่อมา ก็อาศัย pattern เดือนที่แล้วเป็น guide แล้วก็โชคดี ประสบความสำเร็จ

ความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้บีภูมิใจกับตัวเองมาก นั่นแน่ อย่าคิดลึก ก็เพราะว่า บีทำใจได้เร็ว ไม่เอาเวลาไปเสียใจกับการแท้ง ไม่ท้อแท้กับโชคชะตา แต่เอาเวลาสู้ใหม่ และในที่สุดมันก็สำเร็จ

กลายเป็นว่า แทนที่เรื่องที่แท้ง จะเป็นแผลเป็นในชีวิต กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกภูมิใจในความเข้มแข็งของตนเอง ดีใจกับการมีสติของเรา

ก่อนหน้านี้ พี่นพจะโดนแซวประจำเลยว่าไม่ชอบกินขนมจีน เพราะใครๆเค้าก็แซงหน้ามีลูกกันก่อนเราทั้งนั้น แต่ตอนนี้บีก็มีข้อมูลมาล้างคำสบประมาทของคนเหล่านั้นได้แล้วล่ะ ก็คิดดูซิค่ะ ทั้ง 2 ครั้งที่พาคุณสเปิร์มเค้ามาเจอกับคุณไข่ได้ ก็ท้องทั้งสองครั้งเลยอะ ฮ่าๆ แต่เรื่องนี้ก็คงมีแต่เราสองคน และคุณผู้อ่านเท่านั้น ที่รู้ความลับนี้ล่ะ






Create Date : 26 กรกฎาคม 2550
Last Update : 2 สิงหาคม 2550 15:17:51 น. 2 comments
Counter : Pageviews.  

 
ลุ้นๆๆๆๆ มีช่วยลุ้นด้วยค่ะ (เขียนทั้งสองอันเลย)

อิอิอิ มีคนลุ้นเหมือนเราเลย ยังไงก็อัพเดทข่าวคราวให้รู้บ้างนะค่ะ ขอให้โชคดีนะจ๊ะ


โดย: สนิมสร้อย (สนิมสร้อย ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:42:42 น.  

 
มาช่วยลุ้นด้วยอีกคนค่ะ ขอให้ประสบผลสำเร็จเร็วๆนะคะ

ปล. ขนาดเรามีลูกหน่งแล้ว ยังไม่เคยทราบข้อมูลตรงนี้เลยนะเนี่ย เก็บเป็นข้อมูลสำหรับมีเจ้าตัวยุ่งคนที่ 2 ดีกว่า ขอบคุณนะคะ


โดย: โบค่ะ (bodiamond1 ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:54:44 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
kkop
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ฝนเป็นคนไม่เคยเขียนไดอารี่มาก่อนเลยในชีวิต รู้สึกยุ่งยาก แล้วก็วุ่นวายเกินกว่าจะมานั่งเขียนบันทึกใดๆ ทั้งสิ้น

แต่หลังจากได้ (แอบ) อ่านบล๊อกชาวบ้านเค้ามาเยอะ ก็เลยมีความรู้สึกว่า จริงๆ มันก็น่ามีบล๊อกเป็นของตัวเองบ้าง เพราะบางครั้ง ความรู้สึกต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต (เอาแต่เรื่องดีๆ ละกัน) มันก็น่าจดจำ จดบันทึกไว้ เผื่อว่าเมื่อวันเวลามันผ่านไป เราก็ยังสามารถกลับมาอ่าน มาย้อนรำลึกกับช่วงเวลาดีๆ ได้อีกครั้ง

ฉะนั้น บล๊อกนี้ก็จะมีแต่เรื่องราวดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้าเอง ส่วนเรื่องที่ไม่ดี แต่ถ้ามันมีประโยชน์ก็อาจจะเอามาเขียนเช่นกัน (ยังงัยหว่า เริ่มงงแระ) 55555555

Free Hit Counter
[Add kkop's blog to your web]