การที่จะทำให้คนทั้งโลก..พึงพอใจตัวเราในทุกเรื่อง..มันคงไม่ไหวในเมื่อคุณชี้แจงไปแล้ว เขาก็ควรจะยอมรับฟัง แต่เมื่อเขาไม่ฟัง และคุณก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดไปแล้วก็คงต้อง “ ปล่อยมันไป "
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
20 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
50 วิธีที่ทำให้เบบี๋ "ฉลาด"

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการเด็กเชื่อว่าช่วงขวบปีแรกของเบบี๋คือ ช่วงเวลาของการเรียนรู้ค่ะ จริงๆแล้วคุณพ่อคุรแม่ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวช่วยอะไรมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นดนตรีคลาสสิก เทปภาษาอังกฤษ กรือการ์ดแฟนซีเรืองแสง เพื่อกระตุ้นพัฒนาการทางสมองของเบบี๋ตัวน้อยเลยเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการเรียนรู้ของลูกก็คือ คุณแม่นั่นเองค่ะ การพูด ร้องเพลง อ่านหนังสือ และหัวเราะร่วมกันกับลูก ถือเป็นกิจวัตรประจำวันที่สามารถทำได้ทุกวันและยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว แต่ว่าบางครั้งอาจเป็นเรื่องยากที่จะหาวิธีการใหม่ๆ มาเพื่อกระตุ้นพัมนาการของลูก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากค่ำคืนอันยาวนานที่ต้องกล่อมให้เบบี๋หลับ) เอาละค่ะ สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วสนุกไปกับกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของลูก 50 วิธีนี้กันเลยค่ะ

1. สบตาักันหน่อยซิจ๊ะ เมื่อเบบี๋แรกเกิดลืมตาและมองเห็นชัดเจน ให้คุณใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นประโยชน์ค่ะ มองตาลูกเพราะเบบี๋เขาสามารถจดจำใบหน้าได้แล้วนะคะ และใบหน้าของคุณคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาค่ะ แต่ละครั้งที่เขาจ้องมาที่คุณ สมองของเขากำลังสร้างการจดจำอยู่ค่ะ

2. อย่าพูดจาไร้สาระกับลูกค่ะ คุณอาจคิดว่าลูกเป็นเพียงแค่เบบี๋ตัวน้อยจะเข้าใจอะไร แต่จริงๆแล้วเบบีเขาสามารถจับจังหวะหรือ ท่วงทำนองการพูดของคุณแม่ได้นะคะ และเขาก็จดจำด้วย

3. เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ถ้าสามารถทำได้นะคะ ให้นมแม่ กับเบบี๋ให้นานที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ เพราะเด็กที่ได้รับน้ำนมแม่จะมี IQ สูงนอกจากนั้นช่วงเวลาที่คุณแม่ให้นมลูกนั้น คือช่วงเวลาที่คุณจะได้ใกล้ชิดกับลูกที่สุดค่ะ คุณสามารถร้องเพลงพูดกับลูก หรือว่าลูบผมลูกเบาๆได้

4. ให้ลูกได้เห็นใบหน้้าคุณมากที่สุด ผลการศึกษาพบว่เบบี๋เกิดใหม่ประมาณ 2 วัน สามารถเลียนแบบพฤติกรรมง่ายๆเช่น การขยับใบหน้าได้แล้ว

5. ดูปฎิกิริยาตอบสนองของลูก ลองให้ลูกดูภาพสะท้อนของเขาเอง ในกระจก ในครั้งแรกเขาอาจจะคิดว่าเขากำลังจ้องมองเด็กคนอื่นที่หน้าตาน่ารักและเขาก็จะสนุกกับการโบกมือไหวและยิ้มให้กับกระจก

6. จักจี้เท้าลูก การทำให้เบบี๋หัวเราะคือขั้นตอนแรกสำหรับพัฒนาการอารมณ์ขันของลูก คุณอาจลองเล่นเกมง่ายๆกับลูกก็ได้ เป็นการสอนให้ลูกเรียนรู้การมีส่วนร่วมกับกิจกรรม

7. สร้างความแตกต่าง โดยการถือรูป 2 รูป ให้ห่างจากใบหน้าของลูกประมาณ 8 - 12 นิ้ว ทั้งสองรูปควรมีลักษณะคล้ายกันแต่อาจจะมีหนึ่งรูปที่ต่างกันเล็กน้อย (เช่น รูปใบหนึ่งมีต้นไม้แต่อีกใบไม่มี) แม้ว่าเบบี๋จะชี้ที่มีความแตกต่างออกไปได้ เป็นการพัฒนาด้านการจดจำและการอ่านของลูกในอนาคตได้

8. พาลูกเดินชมวิว อุ้มเบบี๋พาเขาเดินหรือว่าจะให้เขานั่งรถเข็นเด็กก็ได้ ขณะเดียวกันก็เล่าสิ่งที่คุณเห็นระหว่างทางให้เขาฟัง เช่น "นั่นลูกหมา" หรือ "ลูกดูซิต้นไม้ใหญ่มกเลย" หรือ "ลูกได้ยินเสียงรถยนต์ไหม" สิ่งเหล่านี้จะทำให้เบบี๋เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ

9.พูดเลยลูก เบบี๋อาจจะทำเสียงอืออาเมื่อเขาเห็นคุณทำอะไรตลกๆเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการทางการพูดของลูก

10. ร้องเพลงกันเถอะ ร้องเพลงโดยทำเสียงต่ำเสียงสูงหรือเลียนแบบเสียงต่างๆให้ได้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ เพราะบางงานวิจัยได้แนะนำไว้ว่าการเรียนรู้จังหวะของเพลงเชื่อมโยงกับการเรียนวิชาณิตศาสตร์ได้

11. ใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้มีค่า ช่วงเวลาที่คุณเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกให้สอนเขาเกี่ยวกับส่วนต่างๆของร่างกายของเขาหรือชิ้นส่วนของเสื้อผ้า

12. Be a playground นอนลงกับพื้น และให้ลูกปีนป่ายบนตัวคุณ นอกจากจะเป็นการเล่นที่มีราคาถูกกว่าการไปซื้อเครื่องเล่นแล้วมันยังสนุกมากอีกด้วย คุณยังจะช่วยให้ลูกเรียนรู้การให้ความร่วมมือและฝึกทักษะการแก้ปัญหา

13. ไปช้อปปิ้งกันเถอะ เมื่อคุณรู้สึกว่าอยากจะเบรคจากการร้องเพลงหรือเต้นรำกับลูก ให้ากันไปซุปเปอร์มาร์เก็ตแทน ผู้คนหน้าตาแปลกๆเสียงและสีสันภายนอกจะเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิงกับลูกได้ดีเยี่ยมทีเดียว

14. นำทางให้กับลูก เมื่อคุณประกาศว่า "แม่จะเปิดไฟแล้วน่ะ" ก่อนที่คุณจะเอื้อมมือไปที่สวิตซ์ไฟ เป็นการสอนให้ลูกเ็ห็นถึงสาเหตุและผลที่ตามมา

15. แกล้งทำให้ลูกตกใจ เช่น การทำหน้าตลกเป่าลมที่หน้าลูก ที่แขน หรือที่ท้อง และลองดูปฎิกิริยาตอบสนองของลูก

16. ถ้าลูกชอบเล่นตามใจเขา ถ้าลูกคุณสนุกกับการดึงทิชชู่ออกจากกล่อง ปล่อยให้เขาทำไปค่ะ ให้เขาใช้จินตนาการของเขาให้เต็มที่ คุณอาจซ่อนของเล่นชิ้นเล็กๆ ไว้ใต้กล่องทิชชู่ และทำเป็นตกใจเมื่อคุณหาเจอ

17. อ่านหนังสือให้ลูกฟังบ่อยๆ นักวิทยาศาสตร์พบว่าเบบี๋ที่อายุน้อยกว่า 8 เดือน สามารถเรียนรู้ที่จะจดจำคำศัพท์ต่อเนื่องเป็นเรื่องราวได้เมื่อคุณอ่านให้เขาฟัง 2 - 3 ครั้ง และยังเป็นการช่วยให้เบบี๋เรียนรู้ด้านภาษาด้วย

18. เล่นสนุกกับลูก การเล่นซ่อนหาเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเบบี๋ได้

19.ใหู้ลูกได้สัมผัสของที่แตกต่างกัน เช่น ผ้าไหม ขนนิ่มๆและผ้าลินินค่อยๆเอาเนื้อผ้าสัมผัสบริเวณแก้ม เท้า และท้องของลูก และอธิบายแต่ละสัมผัสที่แตกต่างกันให้เขาฟัง

20. อย่าลืมที่จะหยุดพัก ใช้เวลาพัก ใช้เวลาสัก 2 - 3 นาทีในแต่ละวันนั่งที่พื้นกับเบบี๋ โดยไม่ต้องเปิดเพลง มีแสงสลัว กอดเขาไว้ให้เขาได้เห็นว่า เขามีความหมายกับคุณ และคุณรักเขามากแค่ไหน

21. มีอัลบั้มรูปของครอบครัว รวมทั้งรูปถ่ายของญาติๆทั้งที่สมิทและไม่สนิทและหมั่นเอาออกมาให้ลูกดูเพื่อเป็นการสร้างความทรงจำ ให้กับลูกเมื่อคุณย่าโทรมาให้ลูกดูรูปขณะฟังเสียงคุณย่าพูด

22. ให้ลูกได้เล่นสนุกกับอาหารของเขา เมื่อลูกโตพอที่จะทานอาหารได้แล้วให้คุณจัดอาหารที่มีองค์ประกอบที่หลากหลาย รวมทั้งถั่วที่ได้ผ่านการปรุงอาหารซีเรียล พาสต้า หรือแคนตาลูป ลูกจะได้ฝึกทักษะการใช้นิ้วหยิบอาหารและสำรวจไหวพริบของลูกด้วย

23. แค่หยิบขึ้นมาใหม่ อาจดูเหมือนว่าลูกขยันทำของเล่นตกจากเก้าอี้เหลือเกิน และมันแทบจะทำให้คุณประสาทเสีย จริงๆแล้วลูกแค่ต้องการทดสอบแรงโน้มถ่วงของโลกเท่านั้นเอง ฉะนั้นให้โอกาสลูกได้เรียนรู้

24.ฝึกทักษะลูก ลองแอบของเล่นชิ้นเล็กๆไว้ในกล่องพลาสติกเปล่าๆและให้ลูกลองค้นหา และถ้าเขาหาเจอก้ให้รางวัลเขา

25. สร้างสิ่งกีดขวางลูกบ้าง เป็นการฝึกทักษะการเคลื่อนไหวโดยเลื่อนโซฟา หมอน ลัง หรือของเล่นไว้บนพื้น และให้ลูกลองคลานดูว่าเขาสามารถผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆไปๆด้อย่างไร

26. เล่นเกม "ทำตามผู้นำ" ให้ลูกคลานรอบบ้าน โดยคุณเป็นผู้นำทางให้เขา หยุดตรงจุดหรือที่ที่ลูกอยากจะเล่น

27.ให้ลูกเป็นผู้นำบ้าง เมื่อลูกวัยเตาะแตะเริ่มจะโตขึ้น เขาจะเริ่มแผ่ขยายความคิดสร้างสรรค์ของเขาเพื่อจะดูปฎิกิริยาของคุณ เช่น การทำจมูกตลกๆหรือคลานถอยหลังเป็นต้น

28.ทำหน้าตลก ลองทำแก้มป่องแล้วให้ลูกลองจับจมูกของคุณดู พอเขาจับจมูกปุ๊บ คุณก็ทำเสียง ฟู่! ให้ลูกดึงหูแล้วคุณก็แลบลิ้นออกมา ลองทำอย่างนี้ให้ต่อเนื่อง 3 - 4 ครั้ง

29. ให้ลูกรู้สึกเหมือนที่คุณรู้สึกเหมือนที่คุณรู้สึก โดยการอุ้มเบบี๋เดินรอบบ้าน เอามือเขาแตะที่หน้าต่าง เสื้อผ้านุ่มๆหรือต้นไม้หรือใบไม้ที่ไม่เป็นพิษ และของอื่นๆที่ปลอดภัย แก่ลูกน้อย และบอกให้เขารู้ด้วยว่าสิ่งที่เขาสัมผัสนั้นคืออะไร

30. เล่านิทานเรื่องยาวให้ลูกฟัง เลือกเรื่องโปรดของเบบี๋ เปลี่ยนชื่อตัวละครหลักให้เป็นชื่อลูกเพื่อให้เรื่องราวน่าสนุกเข้าไปอีก

31. สร้างหนังสือสวนสัตว์ขึ้นมา คราวหน้าที่คุณไปเที่ยวสวนสัตว์ให้ถ่ายรูป สัตว์ตัวโปรดเก็บไว้ในอัลบั้ม และอ่านให้ลูกฟัง เมื่อคุณเล่าเรื่องให้เขาฟังทำเสียงสัตว์แต่ละชนิดเข้าไปด้วย

32. ให้ลูกเป็นผู้ตัดสินใจเองบ้าง (บางครั้ง) สร้างความมั่นใจให้กับลูกในการเลือกระหว่าง 2 สิ่งเมื่อไรก็ตามที่คุณทำได้ เช่น เมื่อเวลาอาหารมาถึงให้เขาเลือกถ้วยสีต่างกัน เช่น สีเขียวกับสีฟ้า เขาจะได้เรียนรู้ในการตัดสินใจ

33. ให้ลูกดูโฮมวีดีโอ เปิดโฮมวีดีโอให้ลูกดูช่วงเวลาที่เขาอาบน้ำครั้งแรก หรือว่าครั้งแรกที่เขาได้เจอกับคุณปู่คุณย่า ระหว่างที่นั่งดูด้วยกัน ให้เล่าเรื่องประกอบให้ลูกฟังด้วย เพื่อเสริมสร้างทักษะทางภาษาและการจดจำ

34. สอนการนับ ให้ลูกหัดนับกองอิฐ หรือจำนวนขั้นบันไดในบ้าน หรือให้เขานับนิ้วมือหรือนิ้วเท้า โดยทุกครั้งที่นับ ให้เขานับเสียงดัง

35.เติมสีสันให้กับเรื่องที่คุณเล่าให้ลูกฟัง โดยการถามคำถามจากเรื่องที่คุณเล่า เช่น "ลูกคิดว่าทำไมเขาไม่กินไข่หรือแฮมละ" หรือ "ลูกเคยเห็นหมาสีขาวไหม"

36. ปิดทีวีซะ สมองของเบบี๋ต้องการปฎิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัว ดังนั้นการดูทีวีจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็น แม้ว่าจะเป็นรายการที่ให้ความรู้ก็ตาม

37. เปลี่ยนฉาก ลองเปลี่ยนเก้าอี้ที่ลูกนั่งกินข้าวเป็นประจำตัวอื่น เพื่อเป็นการทดสอบความทรงจำของเขาว่านี่คือเก้าอี้ตัวใหม่น่ะ

38. ฝึกการเคลื่อนไหว สอนให้ลูกบิดตัว หมุนตัว เช่น อุ้มเขาเต้นไปรอบๆ

39. เสริมสร้างความทรงจำ ให้ลูกได้ดูรูปภาพบุคคลต่างๆที่มีส่วนสำคัญในชีวิตของเขา วางรูปเรียงไว้ที่พื้นแล้วให้ลูกเลือกหยิบรูปขึ้นมา เช่น ไหนรูปคุณปู่ค่ะ

40. เล่นน้ำฝนกันเถอะ กระโดดย่ำแอ่งน้ำ นั่งด้วยกันที่พื้นหญ้าเปียกๆมันสนุกอย่างไม่น่าเชื่อนะ แม้ว่าอาจจะสกปรกหน่อยก็ตามค่ะ เป็นการสอนให้ลูกได้แตกต่างระหว่างความแห้งกับความเปียก

41. ตามล่าหาแมลง ลองดูภาพที่ไม่อันตราย เช่น จิ้งหรีด ผีเสื้อ ในหนังสือหรือนิตยสาร จากนั้นไปตามล่าหาตามสวนสาธารณะกัน

42. เล่นตลกกัน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ขันแก่ลูก

43. มาแต่งตัวกัน ให้ลูกเล่นเสื้อเชิ้ตตัวเก่าของคุณพ่อ หมวกใบเก่า ผ้าพันคอ หรือ ถุงมือใหม่เก่าๆ แล้วลองดูว่าเขาใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์นั้นกับมันอย่างไร

44. สอนเรื่องปริมาณ ลองให้ลูกรินน้ำใส่ถ้วยหรือภาชนะพลาสติกบางครั้งลูกอาจจะรินมาก และบางครั้งลูกอาจจะรินน้อย คุณสามารถสอนความแตกต่างของปริมาณที่มากกว่าและน้อยกว่าได้

45. ความแตกต่างของสี เช่น เลือกสวมแว่นตาสีที่แตกต่างกัน โดยให้ลูกเป็นคนเลือกสี

46. ให้ลูกช่วยทำงาน แม้จะเป็นวัยเตาะแตะแต่เขาก็สามารถช่วยงานคุณได้แล้วนะ เช่น ให้เขาแยกผ้าสีกับผ้าขาว หรือว่าให้เขาแยกผ้าที่เป็นของเขาเอง

47. ไปห้องสมุดกัน ที่นั่นมีหนังสือมากมายให้คุณได้เลือกให้ลูกอ่าน

48. เล่นสนุกเสริมทักษะ เช่นอ่านหนังสือที่ขึ้นต้นด้วยอักษร ก ในสัปดาห์นี้ หรือว่ากินอาหารที่เริ่มต้นด้วย ก เป็นต้น

49. เล่นของเล่นชุดเก่า การที่ลูกเล่นของเล่นของเล่นเก่านั้น เขาจะมีวิธีการใหม่ๆเพื่อเล่นมันเสมอ

50. คุยกัน เมื่อถึงเวลานอน ถามลูกว่าวันนี้ลูกมีความสุขและเศร้ากับเรื่องไรมากที่สุด และอะไรที่ทำให้ลูกโกรธมากที่สุดหรือภูมิใจมากที่สุดเป็นการช่วยให้เขานึกถึงและทบทวนช่วงเวลาที่ผ่านมาใน 1 วัน เข้าใจอารมณ์ของตัวเอง



Create Date : 20 มีนาคม 2553
Last Update : 20 มีนาคม 2553 10:37:06 น. 6 comments
Counter : 337 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:12:20:37 น.  

 
ไว้เอาไปทำกับหลานสาวบ้าง อิอิ

ขอบคุณค่ะ


โดย: หนูเมเปิล วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:12:46:22 น.  

 
ขอให้เด็ก ๆ ฉลาดทุกคนจ้า


โดย: sutteeruk วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:13:43:34 น.  

 
จะนำไปใช้กับลูกให้ได้ทุกข้อเลย


โดย: nok IP: 127.0.0.1, 125.27.187.31 วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:22:56:02 น.  

 
ข้อมูลแม่นกยอดมาก......ต้องนำไปทำตามมั่งแล้ว
จุ๊บๆๆ น้องมิลล์


โดย: วรรณ (WANTAK ) วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:15:48:12 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ จะนำมาปฎิบัติค่ะ


โดย: กัญญา IP: 125.27.58.178 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:47:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nokpromthip
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกท่าน ที่เข้ามาเยี่ยมชม Blog น้องมิลล์ กะ แม่นกจ้า ขอให้รวย ๆๆๆๆๆๆ ทุกคนที่แวะมา


*****วันหลังแวะมาเยี่ยมใหม่นะค่ะ *****
นุ้งมิลค์...ยินดีต้อนรับจ้า…
Friends' blogs
[Add nokpromthip's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.