Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
22 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
น้องไทติดเกาะ

ปลายเดือนตุลาคม ถึง ต้นเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2554

กว่าจะได้กลับมาเขียน Blog นี้ก็ผ่านมาเกือบครึ่งปีได้ เพราะงานที่ค้างมาตั้งแต่ตอนน้ำท่วม ก็ที่ทำงานแม่เจอน้ำท่วมสูงเลย ด้วยท่าน Big Bag ตั้งแนวอยู่หน้าสำนักงานพอดี แถมแม่หยุดงานก่อนหน้านั้นอีก เพราะผลจากการไปอยู่เดย์แคร์ น้องไทป่วยอาทิตย์เว้นอาทิตย์ตามที่คุณป้าหมอบอกจริงๆ คราวนี้เป็นหนักเยอะ มีไข้ไม่สูงมาก น้ำมูกเยอะ ไอ แล้วเวลาร้องไห้เหมือนเสียงออกมาจากหลอดลมดัง เฮือกๆ อธิบายไม่ถูก คุณหมอบอกว่าแบบนี้น่าจะหวัดลงคอ ถ้าสามวันไม่หายให้มาใหม่




สามวันผ่านไป ไม่หายจริงๆ คราวนี้ให้นอน ร.พ.เลย เจาะเลือด ป้ายน้ำมูกไปตรวจ ได้ผลว่าติดเชื้อ RSV (Respiratory syncytial virus) ติดเชื้อได้จากทางอากาศ อ่านข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วแม่ก็ขนหัวลุก โรคนี้เด็กเป็นจะอันตรายมาก คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกปีละกว่าสองแสนคน ไม่มีวัคซีน ไม่มียาโดยตรง ต้องรักษาตามอาการ ระบาดช่วงปลายฝนต้นหนาว จะอันตรายมากมายถ้าลงไปที่ปอด ถ้าเคยติดเชื้อตัวนี้แล้วเด็กจะมีภาวะภูมิไวเกินที่หลอดลม แค่ติดเชื้อหวัดธรรมดาก็อาจกระตุ้นให้อาการหอบ มีเสมหะและไอมากอีกได้ แม่เห็นป้าหมอตั้งใจฟังปอดหนูมากๆ เลยเวลาตรวจ แล้วบอกว่าปอดน้องไทแข็งแรงดี ไม่น่าเป็นห่วง แต่หนูก็โดนเข้าน้ำเกลืออยู่ดี เพราะต้องให้ยาฆ่าเชื้อ มียาพ่นขยายหลอดลมด้วย หนูร้องไห้มากมาย น้ำตาไหลพรากๆ เวลาพ่นขยายหลอดลม แม่กับพยาบาลต้องช่วยกันจับตัวไว้ พ่อหนุ่มคงทนเห็นหนูทรมานไม่ไหว ไม่พอใจที่หมอให้ยาพ่น แล้วก็ต้องพ่นกันตั้งหลายรอบเพราะต้องครบ dose ที่หมอให้ไว้ แม่เข้าใจพ่อนะ พ่อเห็นลูกอยู่ในสภาพแบบนั้นก็มีอารมณ์อยู่แล้ว แม่ก็ปวดใจแค่ไหนที่เห็นลูกร้องไห้แบบนั้น ต้องเป็นคนจับตัวหนูไว้แน่นๆ เพราะหนูดิ้นแรงมากๆ มือก็จิกขาแม่ไปด้วย แต่แม่ก็ต้องทำเพื่อให้หนูหายเร็วๆ



ยังทะเล้นได้อีก



เรื่องป่วยๆ ของน้องไทเนี่ยทำพ่อกะแม่ขัดกันก็หลายที ผลคือไปให้ผู้เชี่ยวชาญคือคุณหมอกะคุณพยาบาลดูแลเลยก็แล้วกัน แต่แม่ก็ไม่ค่อยอยากให้หนู Admit เท่าไรนัก เพราะต้องโดนเจาะน้ำเกลือทุกที พันมือเป็นท่อน น่าสงสารมากๆ

แอบมีนินทาพ่อไว้ เอารูปน่ารักๆ ของพ่อกะลูกลงให้ดีกว่า



ช่วงที่น้องไทเข้า ร.พ.นี่พ่อหนุ่มเหนื่อยมาก เพราะน้ำท่วมตีวงล้อมเข้ามาทั้งบ้านคุณตา และบ้านคุณปู่ บ้านคุณปู่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา พอมีข่าวน้ำท่วม เขื่อนพัง ก็วิ่งรถไปกลางดึกเพราะเป็นห่วงปู่กะย่าที่อยู่กันสองคน อ้อ มีพี่เกมส์ด้วย แต่ปรากกฏว่าสุดท้ายน้ำไม่ท่วมแถวบ้านนั้นเลย สมราคาคุยคุณปู่จริงๆ ที่บอกว่าไม่ท่วมแน่เพราะตอนสร้างบ้านวัดระดับไว้แล้ว (คุณปู่เป็นอดีตนายช่างรังวัด) แต่การเข้าออกพื้นที่แถวนั้นต้องทางด่วนอย่างเดียว ก็เหมือนติดเกาะเหมือนกัน แต่เกาะใหญ่หน่อย

มีเรื่องที่ทำแม่ขนหัวลุกจะเล่าให้ฟัง คืนที่พ่อหนุ่มกลับไปดูคุณปู่คุณย่า แม่ก็นอนที่ ร.พ.กับน้องไทสองคน กลางดึกน้องไทตื่นขึ้นมา แล้วก็ชี้ไปอีกฟากหนึ่งของเตียงคนไข้ ซึ่งอยู่ติดกับเตียงเฝ้าไข้ที่น้องไทนอนอยู่กับแม่ แล้วพูดว่า "ป่าป๊า" แม่หันไปก็ไม่เห็นมีใคร น้องไทพูดต่อว่า "ไม่ใช่ป่าป๊านี่นา" อ่า...แม่หัวขนลุกอ่ะ แต่ก็นอนกอดน้องไทหลับต่อ แล้วแม่ก็ฝันจำได้ไม่ปะติดปะต่อ ประมาณว่าเป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่สัญญาอะไรสักอย่างไว้แล้วก็เตรียมทุกอย่างไว้แล้ว แต่ต้องเสียชีวิตไปก่อน รู้สึกว่ามันเศร้ามากๆ ในฝันแม่นั่งลงร้องไห้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ตื่นมาแม่ยังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่นานเลยกว่าจะหยุด พอพ่อกลับมาตอนรุ่งสางแม่โล่งใจมาก แบบว่าแอบกลัวนิดหน่อย

วันที่จะออกจาก ร.พ. ไม่น่าเชื่อผลกระทบจากน้ำท่วมส่งผลมาถึง ร.พ. น้ำดื่มขาดแคลน เพราะโรงงานน้ำท่วม ต้องใช้ผ้าอย่างประหยัด ผ้าปูที่นอนถ้าไม่เปื้อนก็ขอให้ใช้ซ้ำ เพราะบริษัทที่ซักแห้งมาส่งผ้า-รับผ้าไม่ได้ ถนนถูกน้ำท่วม ที่จอดรถของร.พ.เต็มไปด้วยรถ (หรูๆ) จอดหนีน้ำแบบไม่มีใครสนใจใคร เพราะที่นี่จอดฟรี หมอต้องกลับบ้านด้วยแท็กซี่เพราะรถหมอโดนจอดปิดทางออก คนไข้ต้องมารถสาธารณะกัน โชคดีที่รถพ่อหนุ่มยังพอแทรกออกมาได้ และหลังจากนั้นเป็นต้นมา คนมาจอดรถที่ ร.พ.ต้องประทับรับบัตรและประทับตราเท่านั้น

อ่า...ไม่ถึงน้ำท่วมเสียทีเนอะ ต่อเลยดีกว่า พอน้องไทกลับมาบ้านก็ปรากฏว่าที่ทำงานแม่ท่วมไปเรียบร้อยแล้ว น้ำวิ่งมาเรื่อยๆ ทั้งถนนเส้นปากซอยและหลังซอย น้าอ้วนกะน้าจักรหยุดงานเตรียมแพ็คบ้าน ขนเสบียง บ้านเราตัดสินใจอยู่สู้น้ำ เพราะคุณตาจะอยู่ ก็เลยอยู่กันครบทั้งบ้านเลย


น้าอ้วนช่วงนี้โทรมมาก จัดโน่นทำนี่ ล้มข้อเท้าบวมอีก วิตกกังวลไปหมด จนบางทีเห็นหน้าน้าอ้วนเครียดๆ แล้วแทบอยากเดินหนี แต่ก็เพราะน้าอ้วนนี่ละน้องไทก็เลยอยู่สู้น้ำกันกะเค้าแบบสบายๆ ได้ ขอบคุณค๊าบ

ช่วงที่รอน้ำมาเนี่ย ขอบอกว่าวิตกจริตจนประสาทจะเสียเอา ถึงรู้ว่ามาแน่ แต่สูงแค่ไหน ที่เตรียมป้องกันไว้จะสูงเพียงพอหรือเปล่า ข้อมูลที่เรียกว่าจากทางการทั้งหลายมั่ว ผิด มึน สับสน จนหมดความน่าเชื่อถือ เครียดมากกันทุกคน ผลัดกันเดินเข้าเดินออกไปดูหน้าบ้านว่าน้ำมายัง ทั้งวันทั้งคืน อยู่แบบนี้เป็นอาทิตย์ๆ จนกระทั่งวันที่ 4 พ.ย.54 ผู้ที่ถูกเฝ้ารอก็มาถึงปากซอยฝั่งวิภาวดีมาถึงก่อน

ตอนเช้าพ่อหนุ่มผู้ซึ่งเป็นผู้เดียวที่ยังอาจหาญขับรถไปทำงานอยู่ทุกวัน ก็ยังคงออกไปทำงานทั้งที่น้าจักรผู้เดินไปสำรวจน้ำมาแล้วแจ้งว่าหน้าปากซอยน้ำครึ่งล้อแล้ว ท่ามกลางความเป็นห่วงของทุกคน และแล้วผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ พ่อหนุ่มผู้เปียกไปครึ่งตัวก็มากดกริ่งหน้าบ้าน ตกลงว่ารถพ่อหนุ่มได้ไปจอดไว้บนโทล์เวย์เรียบร้อย เพราะน้ำระหว่างทางไปทำงานสูงกว่าหน้าปากซอยบ้านอีก

น้องไทก็ได้ไปดูน้ำกะดูเค้าด้วยนะ เป็นไทมุงของแท้


น้ำตอนเย็นสูงกว่าตอนเช้าอย่างรวดเร็ว


แล้วคืนนั้นน้ำก็ท่วมเข้าซอย


น้องไทตื่นเช้ามาก็มีคลองอยู่หน้าบ้านแล้ว


เด็กน้อยมีความสุขกับของเล่นไหม่เหลือเกิน

เรือลำนี้ต้องขอบคุณเพื่อนนักรบ เพื่อนตั้งแต่สมัย ม.ปลายของแม่ ไปซื้อมาเผื่อแล้วยังขับรถลุยน้ำมาให้อีก ขอบใจเพื่อนจริงๆ แม่ตัดสินใจซื้อเรือไว้เป็นแผนฉุกเฉินต้องอพยพออกจากบ้านจริงๆ ก็จะอัญเชิญคุณตากะน้องไทขึ้นเรือแล้วจูงออกไปขึ้นรถพ่อหนุ่มที่จอดรอบนโทลเวย์ ระหว่างน้ำท่วมคุณอาหลายท่านที่เคยทำงานกับคุณตาลุยน้ำเข้ามาเยี่ยมถึงบ้าน บอกไว้ว่าถ้าคุณตายอมออกจากบ้านก็จะหารถที่ลุยน้ำได้เข้ามารับคุณตาออกไปให้ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

เด็กน้อยติดเกาะแบบชิวๆ 


มีความสุข

น้ำประปามีกลิ่นและสีประหลาด แต่บ้านเรากรองน้ำดื่มไว้เผื่อแล้ว มีแต่น้ำอาบนี่ละที่ต้องใช้น้ำประปา ดังนั้น เวลาแปรงฟันเลยต้องให้น้องไทแปรงน้ำกรอง แม่ก็จะเรียกว่าน้ำพิเศษ ไม่รู้ทำไมกลายป็นน้ำวิเศษของน้องไทไปได้

น้ำท่วมคราวนี้ทำให้มีเวลาได้พูดคุยกับเพื่อนบ้านในซอยเยอะเลย เพราะเกือบทุกบ้านก็จะต้องมีคนออกมาที่หน้าบ้าน คอยปั๊มน้ำ ดูระดับน้ำ บ้านที่มีมีรถยกสูงจะออกไปขนเสบียงก็จะมาชวนไปด้วยกัน พึ่งพาอาศัยกัน ประทับใจจริงๆ

บ้านคุณยายปิดบ้านไปแล้ว แต่ป้าๆ ได้ยกเสบียงที่ตุนไว้ให้ จนตู้เย็นแทบทะลัก และกลับมาเยี่ยมเยือนพร้อมหมูแดง เป็ดย่าง จากภัตรคารแมนดาริน แหม ยามนั้น มันเหมือนอาหารจากสวรรค์เลย อร่อยมากๆ ขอบคุณครับ

กิจวัตรยามเย็นของน้องไทช่วงนี้ คือ ท่องน้ำ (พ่อหนุ่มอุ้ม) นั่งเรือ (พี่หน่อยลาก) และเกาะแม่

แม่อยากลองพายเรือดูบ้าง จะยากสักแค่ไหนเชียว


น้องไททำหน้าตาเหมือนไม่ค่อยไว้วางใจฝีมือแม่สักเท่าไร


หนูวิตกได้ถูกต้องแล้ว เรือมันหมุนวนอยู่ที่เดิม แล้วแม่หวีดก็เริ่มเมาเรือ


สุดท้ายก็ไม่พ้นพี่หน่อยช่วยลากเหมือนเดิม ขอบคุณคร๊าบ




บ้านเราโชคดีที่คุณตาสร้างบ้านไว้สูงทีเดียว น้ำเลยยังไม่พ้นรั้วเข้ามาได้ แถมท่อน้ำทิ้งออกจากรั้วบ้านตันพอดี มันตันก่อนน้ำจะท่วมอีก ตอนนั้นโทรหาช่าง ช่างก็มาไม่ได้เพราะแคมป์ช่างจมน้ำไปแล้ว แต่ก็กลัวน้ำผุดเหมือนกันเพราะหมู่บ้านข้างหลังเจอน้ำผุดดันพื้นขึ้นมาเลย สงสัยว่าจะอพยพทั้งหมู่บ้านเพราะปิดไฟเงียบกันทั้งแถวทาวเฮ้าส์ บ้านข้างๆ ก็น้ำเข้าบ้านกันไปแล้ว ในสวนบ้านเราก็ดินค่อนข้างเหนียวน้ำเลยค่อยๆ ซึมซับเข้ามา กลัวน้ำจะโจมตีบ่อเกรอะ เพราะมีกฎว่าใครชักโครกไม่ลงต้องตักไปทิ้ง หวาดเสียวอ่ะ


และแล้ว


เย้! บ้านเรารอดแล้ว น้ำไม่เข้าบ้าน แต่ก็เสียกะตังกับการป้องกัน การตุนอาหาร แล้วก็เสียสุขภาพจิต (โดยเฉพาะน้าอ้วน) กะ สุขภาพกาย (ข้อเท้าน้าอ้วน) ไปเยอะทีเดียว

ปีนี้น้องไทได้ลอยกระทงหน้าบ้านด้วยล่ะ แม่เล่าไว้ในตอนต่อไปแล้วจ้า

**รักน้องไทจ้า**
แม่หวีดผู้พายเรือไม่เป็น




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 24 เมษายน 2555 16:03:21 น. 0 comments
Counter : 283 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

NokKaWeed
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Daisypath Anniversary tickers Lilypie Kids Birthday tickers
Friends' blogs
[Add NokKaWeed's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.