Group Blog
 
 
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
20 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
มาคิดดูว่า Android จะชิงเจ้าตลาด Smart Phone และ Tablet ปี 2011-2012?

เมื่อวานนี้ คุณปฐม อินทโรดม(บ.ARIP มหาชน จำกัด) คุยกับผมเรื่องของ มือถือ,Tablet Android ว่าทำไมมันช้ากว่า iPhone/iPad และอนาคตของ Android จะเป็นอย่างไร ผมเลยมาตอบในนี้ละกัน เนื่องจากคุณปฐมแกเป็นนักธุรกิจ จึงไม่มีเวลามากนัก ที่จะมานั่งคุยกับผมได้นานๆ

เริ่มต้นด้วย Android ได้มีกลุ่มธุรกิจมากหน้าหลายตาเข้ามาร่วมมือ อย่าง cpu ก็มีทั้ง snapdragon ของ qualcom, cortex A8-A9, ยังมี ตระกูล Samsung อีก นี่ล่าสุด Intel ก็จะโดดลงมาร่วมตลาดอีกราย
ตัว OS ก็ออกมาบ่อยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดกำลังจะออก Gingerbread กับ HoneyComb ซึ่งดูแล้ว รู้สึกว่ามันน่าจะไปได้รุ่งและแซงหน้า คู่แข่ง Apple ได้ในอนาคตแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีมียักษ์ใหญ่ อย่าง Google หนุนหลัง แถมเป็นระบบเปิดด้วย
มี Hardware ออกมาจำหน่ายแบบ มากหน้าหลายตา มากฟีเจอร์อีกต่างหาก
นอกจากนี้ ยังมี App ใหม่ๆมาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้ก็เหยียบแสนแอฟแล้ว แต่ใช้งานได้จริงๆจังๆ ไม่รู้ว่าเท่าไร

ผมเองก็ถือหาง Android อยู่ แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นว่าต้องเป็น Android เท่านั้นนะ ล่าสุดก็หา Tablet iPad มาใช้เพื่อเปิดหูเปิดตากะเขา
ตัวผมใช้ มือถือ android ทั้ง Nexus One อยู่ 1 เดือน และ Milestone อยู่ ใช้มาซัก 7 เดือนได้แล้ว ตอนนี้ใช้ FW 2.2.1 อยู่
และก็ได้ลองๆ Galaxy Tab ของเพื่อนอยู่บ้าง ลงโปรแกรมให้อะไรพวกนี้

ยอมรับตรงๆครับ ว่ากินแบต และไม่ลื่นเท่า พวก ipad ทั้งที่แรมก็เยอะกว่า ซีพียูของทั้ง 2 ข้างก็เร็วพอกันทั้งๆที่เครื่องที่ผมลองก็อัพ FW เป็น Froyo แล้วก็ตาม

android ผมว่าฟีเจอร์น่ะดีแล้ว แต่ java app นี่มันกิน ram จริงๆ และกิน cpu ด้วย แค่ตัว FW มันก็กินแรมไป 200MB แล้ว(กินแรมพอๆกับ Windows XP เลยนะนั่น)

ผมก็ไม่รู้ว่าใครจะไปได้ดีกว่ากันระหว่าง android กับ ตระกูล iphone, ipad เดาทางยากมาก

android นั้น Hardware แรง แต่ java app ก็กินจุทั้งแรม ทั้ง cpu ทำให้ app ดูอืดๆไป และแบตหมดไวด้วย

ส่วน iphone, ipad ก็ยังคงขายดีทั้ง Hardware และ ซอฟแวร์ ถึงแม้มันจะเป็นระบบปิด แต่มันไม่ได้เครื่องสวยอย่างเดียว แต่ว่ามันทำงานเร็ว ลื่นด้วยนี่สิ จุดแข็งของ iPhone, iPad เลย

เมื่อหลายเดือนก่อนที่ iphone, ipad จะสามารถทำ multitasking นั้นผมยังคิดว่า ถ้าเป็น multitask แล้วมันคงอืดลงมาเหมือนกับที่ android เป็น แต่รู้สึกว่ามันจะไม่อืดลงไปซักเท่าไรนะ
ยังคงเร็วกว่า ลื่นกว่า android เหมือนเดิม

คือ Android ถึงมีผู้ผลิตร่วมมือกันสนับสนุน เพื่อต่อกรกับ Apple มาทั้งฟีเจอร์ , Hardware, ค่ายมือถือ, ระบบเครื่อข่ายโทรศัพท์ แต่ถ้าความเร็วยังหน่วงๆอยู่อย่างนี้ ผมว่าอาจจะผลักไม่ขึ้นก็ได้นะ

ไม่รู้สิ ผมเห็น app ที่เขียนด้วยจาวามักจะอืดเสมอเลยนะ อย่าง open office ก็อืด, app บน android ก็อืด

ดีไม่ดี ถ้า Android อืดอย่างนี้ต่อไปนะ (ถ้าไม่เคยใช้ พวก iphone รุ่นใหม่ๆ จะไม่รู้ว่า android มันอืด ต้องมีตัวเปรียบเทียบ) ผมว่ามันอาจจะไม่รุ่งก็ได้ และถ้า windows phone ทำดีๆนะ อาจกลับมา
ยิ่งใหญ่อีกครั้ง เป็นคู่แข่งที่แท้จริง ของ iphone, ipad ก็ได้ไม่ใช่ Android
แต่ถ้า Windows Phone มันช้าๆหน่วงๆเหมือน Android ผมว่าคงไปไม่รอดหรอก แค่ ฟีเจอร์ Android ก็กินขาดแล้ว

และอีกอย่าง ผมยังไม่เห็นระบบเปิด มันไปรุ่งได้เลย อย่าง linux นี่ก็ 15-16 ปีมาแล้วที่ผู้เชี่ยวชาญต่างทำนายกัน ว่าจะมาแทนที่ windows ได้ เอาเข้าจริงๆแล้วก็ยัง ไม่สามารถแทนที่ Windows ได้
อย่าง มือถือที่ใช้ Linux(ไม่ได้หมายถึง Android นะ ผมหมายถึงก่อนหน้านั้น) ก็ไม่สามารถแทนที่ พวก Windows Mobile ได้ในยุคนั้นได้

แต่ถ้า Cloud Computing มันแทนที่ ระบบ Client-Server แบบปัจจุบันได้ ก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะฟีเจอร์ต่างๆ เช่นพวกโปรแกรมพวก เซฟงานของเรา มันไปอยู่ใน Cloud หมดแล้ว ทีนี้ก็เข้าทาง Google เลย
เพราะ Google มันสนับสนุนเรื่อง Cloud Computing อยู่แล้ว เห็นกำลังทดสอบ Chrome OS กันอยู่ด้วย และจริงๆแล้ว Apps บน Android ก็กึ่งๆ cloud อยู่แล้ว แต่ผมยังไม่ชัวร์กับ Cloud concept มากนัก

ถ้าผมทำนายนะ ผมว่า Android คงมาแทนที iPhone ไม่ได้ใน 2011-2012 นี้ ถ้ายังใช้ Java อยู่ แต่เป็นความคิดของผมคนเดียวนะ แต่ถ้า Hardware ถึงกว่านี้ ค่อยมาคุยกันอีกทีว่าจะแทนที่ iPhone, iPad ได้ไหม

แต่เนื่องด้วย Intel จะเอา CPU 4 หัว มาใช้งานกับ Android ซึ่งก็จะทำให้ Apps ที่เขียนด้วย java อาจลื่นขึ้น เพราะมี อีก 3 หัวทำงาน และให้หัวนึง มาทำ Garbage Collector และ Pack Memory เข้า. และแรมให้มันเยอะเข้าไว้ จะได้ทำ Garbage collector น้อยลง จะไม่ทำให้ Apps ทำงานสะดุด

แต่เรื่องแบต ก็คงจะกินแบต เหมือนเดิม ไม่ได้อยู่ได้นานขึ้น อย่างที่บอกล่ะ Java มันกิน CPU กับแรม ย่อมกินไฟอยู่แล้ว. ถึงจะเร็วขึ้นจนเราไม่รู้สึกอืดๆ รูดแล้วลื่นไม่แพ้ iPhone, iPad แต่ก็ยังกินไฟจุอยู่

พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อถึงวันที่ Hardware เกิน จุด Threshold ที่ Java ทำงานแล้วหน่วงเครื่องไป Android ก็น่าจะมีโอกาสดีขึ้นที่จะแทนที่ iPhone, iPad และผลิตชิพให้เล็กลง เป็น 20nm ก็จะทำให้อัตราการกินไฟ ของน้อง Android น้อยลง.

ข้อจำกัดของตัว Java เองอีกข้อที่ พยายามบอกว่า เป็นจุดเด่นคือ การที่จาวามัน เป็น Write Once Run Everywhere นี่แหละ

ผมว่ามันกลายเป็นจุดอ่อนเรื่องประสิทธิภาพของตัวภาษาจาวาไป เนื่องจากจาวามันไม่ใช่ Machine code เวลาจะรัน ต้องใช้ JIT แปลงให้ Byte code เป็น Machine code ซะก่อน ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้ java โหลดนานช่วงแรก แล้วต่อไปถึงลื่น. แถมผมก็ไม่แน่ใจด้วยว่า พอมันแปลงเป็น Machine code แล้ว โค้ดมันจะ Optimize เหมือนกับ พวก C++ แค่ไหน.

เมื่อหลายปีมาแล้ว เคยอ่านหนังสือด้านเทคนิค(ของเมืองนอก) เค้าเอา java ที่แปลงผ่าน JIT ไปเป็น Machine code

มาเปรียบเทียบกับ C++ ที่แปลงเป็น Machine code แบบบรรทัดต่อบรรทัดเลย ทั้งคูณทั้งหาร และอื่นๆอีก พวกคำสั่ง Read, Write, Move เป็นต้น

ผลคือว่า โค้ด Java นั้น ถึงแปลงแล้วก็ยังไม่ Optimize เท่า ของ C++

แต่เดี่ยวนี้ตรงนี้ไม่รู้ แก้ไขไปรึยัง ดีไม่ดี ไม่ได้แก้ด้วย ถ้าเอาแต่ไปเพิ่มฟีเจอร์ ให้ภาษา Java แต่ ไม่ได้แก้เรื่องประสิทธิภาพพื้นฐาน ตรงเรื่อง Machine Code แล้วมันจะไปรันเร็วเท่าภาษาอื่นที่สร้าง มาเพื่อเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆได้อย่างไร

และถ้าเป็นเช่นนี้ Java ก็จะทั้งไม่สามารถดึง ประสิทธิภาพเครื่องได้เท่าพวก Compiled code แบบ C++ แถมยังกินแรม กินซีพียูอีก แล้วมันไปได้ดีเหรอ สำหรับ Android ที่เป็น Java น่ะ?

ส่วน Objective C ของ Apple iPhone, iPad นี้ผมยังไม่เคย ศึกษาละเอียด เพราะงานที่ทำงาน ทำให้ไม่มีเวลาศึกษา. เลยไม่ขอวิจารณ์แต่ก็ทึ่งนะ ที่มันทำงานได้เร็ว ถึงจะเป็น multitask แล้วก็ยังเร็ว

ส่วนข้อดีของจาวา ก็คือ มันเป็นการเขียนโปรแกรมแบบเชิงวัตถุ มันทำให้เขียนโปรแกรมได้ พิสดารพันลึก ซับซ้อนแบบสุดๆ เขียนงานเสร็จทันเวลา
และบั๊กน้อย แต่ก็จะไม่ใช่ภาษาที่ดึงประสิทธิภาพเครื่องได้ดีสุด

แล้วแบบนี้ มันจะดีรึ? เพราะคิดว่าตัวภาษาจาวาเป็นอาเสี่ยใช้ Hardware เปลืองๆเข้าไว้ ขอให้บรรลุจุดหมายพอ. เพราะตอนนี้ Android ก็ สะดุด และอืดพอควร ถ้าเทียบกับ iPhone, iPad

ผมชอบ Android ตรงที่ว่า มันเป็นระบบดี มีการวางแผนที่ดี มีทิศทางที่แน่ชัด ตัวภาษา Java ก็เป็นโครงสร้างชัดเจน และที่สำคัญ back โดย Google

อันนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้ Android เติบโตแบบก้าวกระโดด. ทั้งวันนี้และวันหน้า

แต่ก็ไม่อาจครอง ตลาดส่วนแบ่ง smartphone ไปจาก iphone ได้ ในปี 2011-2012 แต่ต่อไปไม่แน่ เพราะอะไรที่เป็นระบบ ย่อมยั่งยืนถาวร


Create Date : 20 มกราคม 2554
Last Update : 20 มกราคม 2554 16:32:16 น. 0 comments
Counter : 259 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

neomagic
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add neomagic's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.