ชีวิตที่มึความสวยงามนั้น อาจไม่ได้หมายถึงชีวิตที่มีความ "เต็ม" ในทุกๆด้าน แต่มันเป็นเพียงการที่เรารู้จัก "เติม" สิ่งที่สร้างสรรค์ให้กับชีวิตวันละนิดละหน่อย เหมือนการสร้างประโยคเล็กๆที่ดีๆให้กับชีวิต จนกลายเป็นเรื่องราวที่มีคุณค่าและน่าอ่านในท้ายที่สุด
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

9.medical physic & medical chemistry

สองวิชานี้เป็นหนึ่งในหลายๆวิชาของเทอมนี้ที่พวกเราข้ามฟากมาเรียนกันที่คณะวิทยาศาสตร์ รู้สึกแปลกดีเหมือนกันที่ได้นั่งเรียนในห้องเลคเชอร์อันเก่าแก่

และอาจารย์ยังคงใช้วิธีปิ้งแผ่นใสสอน ต้องเรียกว่าปิ้งอ่ะเพราะเค้าไม่ได้เขียนใหม่ เหอๆ


งงกับคำว่า medical physic ไหม คือเค้าจะสอนแต่หลักฟิสิกส์ที่ใช้ในทางการแพทย์อ่ะ เช่น คำนวณว่ากล้ามเนื้อแต่ละมัด ออกแรงกี่นิวตัน หรือไม่ก็อากาศในหลอดลมมีความเร็วเท่าไร
เราว่า เอาจริงๆทุกอย่างในร่างกายคนเรามันก็คือระบบในทางฟิสิกส์อ่ะนะ
แต่เรียนแบบนี้ก็ตลกๆ ดี เพราะว่าไม่มีแคลคูลัสอ่ะ เป็นการเรียนในมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างจะแปลก


อ่ออ ใครๆที่ไม่ชอบเลข นี่ถือเป็นโอกาสอันดีเลยนะที่จะเข้าหมอ จุฬา เพราะว่าคณะเราไม่มีเรียนแคล อ่ะ
ลงเป็นวิชาเลือกก็ไม่ได้ด้วยเพราะว่าเวลาเรียนตรงกับวิชาในคณะ
ส่วนคนที่อุตส่าห์ร่ำเรียนเลขมาซะเยอะมากมายแล้วอยากจะใช้ แนะนำให้ไปมหาลัยอื่นดีกว่า เพราะอย่างน้อยก็จะได้เรียนแคล และ ฟิสิกส์อย่างเมามันในช่วงปีหนึ่ง


ส่วนเคมีก็ใช้หลักการเดียวกับฟิสิกส์ ประมาณว่าสอนแต่เรื่องที่สำคัญๆในทางการแพทย์เป็นหลัก ซึ่งส่วนมากก็คือ organic chem. นั่นแหละ ตั้งแต่ hydrocarbon carbohydrate protein และปิดท้ายด้วย spectroscopy



เราเรียนสองวิชานี้อย่างเพลิดเพลิน เหมือนเบาๆ สบายๆ แต่พอใกล้สอบกลางภาคแล้วนั่น ก็ได้รู้ว่ามันไม่เบาเรย

กับเคมีที่ทั้งไม่รู้เรื่องในห้องและไม่รู้ว่าจะเอาหนังสือที่ไหนมาอ่าน บวกกับฟิสิกส์ที่บางเรื่องรู้เรื่องอยู่แล้วแต่อาจารย์สามารถทำให้งงได้


เรารู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเพียงแป๊บเดียว ก็ถึงวันสอบกลางภาคเสียแล้ว
วิชาหนักๆตามตารางสอบของเราอยู่เรียงกันสามวันติด ได้แก่ phy med behavioral science และ chem. Med


เราประเดิมการกลางภาคกับฟิสิกส์เป็นวิชาแรก แอบกลัวอยู่เหมือนกันนะเนี่ย เพราะคาดว่าน่าจะเป็นวิชาเดียวที่พอทำได้บ้าง ถ้าทำไม่ได้นี่อีกสองวิชาที่เหลือก็เตรียมตัวทำใจได้เรย


เราตะกายขึ้น BTS แบบตื่นเต้นๆ คือวิชานี้เราสอบบ่ายอ่ะ เลยออกมาได้ก่อนเวลานิดหน่อย ขึ้นมานั่งเรียบร้อยก็ค่อยรู้ว่าลืมเอาเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์มา
เหอๆ แล้วจะเอาอะไรไปสอบฟะตรู เลยต้องรีบร้อนกลับมาเอา แล้วค่อยกลับไปสอบใหม่ เลยเข้าสายเกือบสิบห้านาที อืมมม นะ คือตอนปีหนึ่งยังไม่รู้จักเรียกแท็กซี่ ถ้าโบก taxi ไปคาดว่าน่าจะเข้าไปสอบทันพอดี

เริ่มต้นการสอบครั้งแรกในมหาลัยแบบใจหายใจคว่ำดีมั้ย
เข้าไปนั่งในห้องสอบแล้วเหงื่อตก ต้องตั้งสติดอยู่สักพักจึงค่อยเข้าที่เข้าทาง แถมข้อสอบข้อแรกทำไม่ได้ด้วยนะ ทั้งๆที่ใช้หลัก คาน ธรรมดาๆ เหมือนมอปลาย แต่เราคิดแล้วงงๆ คือเราลืมนึกไปว่าเวลางอแขนแรงจาก tricep มานจะเป็นศูนย์อ่ะ ยังดีที่ว่าข้อต่อๆมาทำได้บ้าง และได้ใช้เครื่องคิดเลขให้เป็นประโยชน์ด้วย แต่แค่วันแรกก็เหนื่อยแร้วนะเนี่ยยย


สอบเสร็จวันต่อมาเป็น behavioral science วิชานี้ถึงจะเป็นวิชาเลือก แต่ก็เป็นวิชาที่เปิดโดยคณะของเราเอง
และมีอาจารย์จิตเวชเป็นผู้สอน ในอดีตวิชานี้เคยเป็นวิชาบังคับเลือกของแพทย์ด้วย นะ งงมั้ยว่าทำไมถึงมาเรียน
อันที่จริง ทุกวันนี้เราก็ยังงงกับตัวเองอยู่เหมือนกันแหละ
เราเริ่มต้นเตรียมสอบวิชานี้กับชีทซึ่งแทบจะขาวสะอาดชนิดที่เห็นชีทแล้วลมจะใส่
เลยไม่ลืมที่จะดูข้อสอบเก่าไปสอบด้วย
ปรากฏว่าสถานการณ์โดยรวมๆพอทำได้อยู่ แหะๆ

วันสุดท้ายก็คือเคมีสุดโหด ซึ่งคนส่วนใหญ่จะได้หยุดกันวันนึงก่อนสอบแต่เรา เปล่า
เข้าไปแล้วสถานการณ์ก็เลวร้ายตามคาด อืมม นะ


หลังสอบกลางภาคแล้ววิชาเคมีที่เราเคยคิดว่าเคยชอบนักหนาสมัยเรียนอยู่มอปลาย
ก็แปลงร่างเป็น organic chem. แบบเต็มตัว
ซึ่งในสายตาเราก็ไม่ต่างจากสัตว์ประหลาด มีสองหัวหกแขนดีๆนี่เอง เฮ้อออ
แถมเวลาเรียนอาจารย์ก็จะสอนแบบติดจรวดเร็วปื๊ด แต่เพื่อนๆ จำนวนไม่น้อยรู้เรื่องมาแล้วจากค่ายสอวน เคมี
ส่วนเราก็ได้แต่นั่งอึ้งๆ งงๆ กับเจ้าพวกสารทั้งหลาย แต่ไม่เข้าใจอะไรเลย สักกะนิดนึง


เราว่าเราเรียน chem. Med จบมาแบบมีความรู้เคมีอินทรีย์ติดหัวมาเพียงน้อยนิด
ส่วน phy med ก็มีความรู้เพิ่มเติมเพียงนิดๆหน่อยๆ เพราะส่วนมากจะใช้ความรู้เก่าทำข้อสอบเสียมากกว่า


วิชาที่ดูเหมือนจะได้เรื่องได้ราวกลับกลายเป็น behavioral science (ที่เข้าเรียนแทบจะนับครั้งได้ )แต่เราว่าตอนอ่านหนังสือสอบก็ได้รู้อะไรแปลกๆใหม่ๆเยอะดีนะ
แถมได้ทำความเข้าใจกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนมากขึ้นอีกนิดๆหน่อยๆด้วย




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2552
0 comments
Last Update : 4 สิงหาคม 2552 0:45:59 น.
Counter : 854 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


MsBrenda
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




blog นี้ดูจะเกิดขึ้นมาได้เนื่องด้วยเจ้าของบล็อกเกิดอยากจะเขียน
แล้วอยากให้คนอื่นๆอ่านเรื่องที่ตัวเองเขียนด้วย
การมีบล็อกเป็นของตัวเองก็เลยดูจะลงตัวดี
และแม้ว่าช่วงนี้ถึงชีวิตการเรียนที่เป็นอยู่ไม่ค่อยเอื้อให้เรามานั่งเขียนบล็อกสักเท่าไร
แต่การที่ได้พักจากชีวิตที่วุ่นวายมาทำอะไรที่ชอบสักพัก ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน


บางเรื่องที่เราเขียนก็ดูจะบ้าๆบอๆไร้สาระไปหน่อย
จนเหมือนยึดเป็นที่ระบายอารมณ์ในบางครั้ง
อย่างไรก็ตาม
เราต้องขอขอบคุณทุกคนมากๆนะคะที่เข้ามาอ่าน


ปล .
เราใช้ชื่อ N3K เป็นชื่อ blog เนื่องจากชื่อนี้เป็นชื่อกลุ่มเราสมัย ม.ต้น
แล้วเราสมัครพันธุ์ทิพย์ช่วงมอต้นพอดี ก็เลยใช้ login เป็นชื่อนี้แล (( ง่ายดีมั้ย ))

((( ปล จริงๆแร้ว )))

ตอนนี้เรากำลังจิตตกกับการเข้าสู่แผนกทำคลอดเป็นวันแรก

แอบกลัวอยู่อ่ะ เราไม่อยากทำคลอดเรย

ทำไงดีอ่ะ??




Friends' blogs
[Add MsBrenda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.