ขอบคุณค่ะที่เข้ามาอ่าน^_^
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
สู่แดนกระจกเงา 4

เราก็พยายามจะคุยกันใหม่ เค้าก็ไม่ยอมคุยแล้ว ว่าเราว่าโลเล ปากอย่างใจอย่าง เดี๋ยวเลิกเดี๋ยวไม่เลิก ไม่อยากคุยกับเราแล้ว เราก็อึ้งสิ เค้าทำเสียงรำคาญเรามากๆ

นี่เลาซานจริงๆเหรอ เลาซานที่เราเคยรู้จักจริงๆเหรอ

ช่วงนั้นทรมานใจ จมกับคราบน้ำตาและความไม่แน่นอน

พยายามที่จะคุยกับเค้าหลายครั้ง


แต่ละครั้งก็โดนด่ามาทุกครั้ง ไม่ใช่ว่าด่าหรอก ว่ามากกว่า และตัดบทไปทุกครั้ง ไม่เคยที่จะได้คุยกันดีๆ

จนวันหนึ่ง โทรไป แต่ไม่รับ ก็คิดว่าเช้าอยู่ ยังไม่ตื่นมั้ง

แต่กลับเป็นผู้หญิงที่โทรกลับมาโดยใช้เครื่องเค้า

เราก็ถามว่าเป็นใคร ฝ่ายนั้นบอกว่า “แฟน”

เราแทบตกเก้าอี้ อะไรนะ เราก็แฟนเค้า ไม่รู้เหรอ ทางนั้นก็บอกว่ารู้ แต่พี่เหลาบอกว่าเลิกกันแล้ว เพราะแม่พี่ไม่ชอบเค้า

เอาอะไรมาโกหกนะเลาซาน

เรางง ขอคุยกับเลาซาน มันก็ไม่คุย

เราก็โทรไปถามแม่ ถามอนงค์ ก็บอกแต่ว่าไม่มี ไม่รู้สิ แต่เค้าก็ช่วยเหลือเรา คุยพร้อมกัน 3 คน ปรึกษากัน เราคุยกับพี่แคะ พี่แคะก็บอกใจเย็นๆ พี่คิดว่าเข้าใจผิดนะ

เราก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง

จนได้คุยกับเลาซานอีกครั้ง

เค้าก็ยอมคุย

เราก็ถาม จริงเหรอที่เด็กคนนั้นเป็นแฟนเลาซาน

มันก็บอกว่า จริง

เราก็ได้แต่ร้องไห้ ทำไมทำกับเราแบบนี้

เค้าก็บอกว่าใครกันแน่ที่บอกเลิกก่อน

เราก็บอกเราจะไปเชียงราย

มันก็ว่า ไม่ต้องมา มามันก็ไม่อยู่หรอก มันจะไปลำปาง

เราไม่มีเงินไปเชียงรายหรอกวันนั้น เราโทรขอยืมเงินพี่ เพื่อนไปทั่ว พอทุกคนรู้เรื่องก็ไม่มีใครให้เราไป

จนบ่าย เราเหนื่อย เราไม่ไปแล้ว ยอมแล้ว เค้าอยากเลิกกับเรามานานแล้ว

เพื่อนที่ทำงานเป็นห่วงเรามาก ร้องไห้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นพี่โฟน หนิง ไอ้โอ๋ พี่เอิร์น

เราซาบซึ้งน้ำใจทุกคนมาก

แต่เราก็ไม่เห็นค่า


ตกบ่ายก็บอกเลิกไป

สิ่งที่ได้กลับมา คือคำว่าขอบใจ

พี่แคะบอกจะให้เลาซานไปหาที่บ้าน จะสั่งสอนเอง ใจเย็นๆนะ อย่าเพิ่งวู่วาม

ช้าไปแล้ว

เราทรมานใจที่สุดในวันนั้น เสียใจและสะเทือนใจมาก

เพราะเราแบกความหวังมากไป พอผิดหวังก็เจ็บมากกว่าคนปกติ

กลับไปบ้านด้วยความสะเทือนใจ อยากหายจากความทรมานนี้ ทำยังไงดี ไม่อยากเสียใจ ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว

ไปแวะซื้อยาแก้แพ้

ก่อนกินก็โทรหาเลาซาน ไม่ติด พี่แคะก็ไม่ติด โทรหาแม่ ร้องไห้กับแม่ แม่ก็บอกใจเย็นๆ อย่าทำอะไรนะ เลาซานเค้าลงไปหาพี่แคะแล้ว

เราก็ร้องไห้ พอวางสายจากแม่ กรอกยาไป 14-15 เม็ด

นกพาไปโรงบาล ล้างท้อง

เหตุการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม เผยธาตุแท้เลาซานชัดเจนเลยทีนี้

การที่เรากินยา ไม่ใช่เพราะอยากตาย หรือเรียกร้องความสนใจอะไรทั้งนั้น แต่เป็นเพราะเราเหนื่อย เราเจ็บ มันทรมาน เราไม่อยากรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว เราอยากลืม อยากหลับ หลับนานๆสักพัก ให้มันไม่รู้สึกอะไรสักพักก็ดี

ยานอนหลับเค้าไม่ขายกัน ยาแก้แพ้ก็ได้ว่ะ

เป็นความคิดที่โง่ เรารู้ แต่ตอนนั้น คิดอย่างเดียวว่าต้องกินๆๆ

แต่พอกินไป ก็กลัว กลัวว่าจะเป็นอะไรไป กลัวตาย เลยโทรหาพี่ หานก

นกพาไปโรงพยาบาลกรุงไทย เรามึนๆแล้วละ เพราะยาคงออกฤทธิ์แล้ว หนักหัวมาก ปวดหัว มึน พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง อายคนก็อาย อายหมอ อายพยาบาล พอเค้ารู้ว่าเราเป็นอะไร เราก็ยิ่งอาย

มันน่าสมเพชมาก เป็นเราเราจะทุเรศผู้หญิงคนนี้เอามากๆเหมือนกัน


เราไปนอนรอการล้างท้องที่ห้องฉุกเฉิน ก่อนนกจะออกไป เรายังคิดถึงแต่บักเวรนั้น ขอร้องให้นกช่วยโทรบอกแม่เค้าที ว่าเราอยู่โรงบาล

นกทำหน้าเหม็นบูด ตอบเออๆๆๆๆ ได้ๆ

เราก็นอนรอพยาบาลไป ตอนนี้เราอยู่คนเดียว กับผู้ป่วยข้างๆ มีม่านกั้น

เรานอนมองเพดานห้อง มองหลอดไฟนีออน จ้องมัน เหมือนมันจ้องตอบ

เราเหมือนจะคิดได้ เราทำอะไรลง

เราทำร้ายตัวเองทำไม เพราะผู้ชายคนเดียว เรากำลังโง่ เหมือนที่เราชอบว่าคนอื่น เค้าไม่แคร์เราเลย ทำไมเราต้องทำขนาดนี้ มันไม่ได้มีประโยชน์เลย มันโง่บรมโง่

พยาบาลเดินมา พร้อมสายยาง ขวดวาสลีน กับอ่างสแตนเลส

เรามองอย่างหวาดๆ กลัว

มันจะเจ็บขนาดไหนนะ

พยาบาลก็บอก พร้อมนะคะ คนไข้ช่วยกันนะ ช่วยยังไงอ่ะ

แล้วเค้าก็เอาวาสลีนทาที่ปลายสายยาง

และแทงลงรูจมูกข้างซ้ายของเราทันที เราตกใจมาก เจ็บจนถึงสมอง พยาบาลก็แทงๆๆ กลืนลงไปๆ บอกเราไปด้วย

เจ็บ เจ็บมากๆ ก็พยายามแต่มันไม่ได้จริงๆ

ทำอยู่ 2-3 ครั้ง ก็ไม่ได้เรื่อง แถมเรายังกระชากออก

พยาบาลหงุดหงิด เดินหนีเรา คนไข้ดึงออกทำไม

คราวนี่คนใหม่มา คงเป็นระดับสูงกว่า เค้าก็ว่าเราทันทีว่าเราปฏิเสธการรักษา


ดึงสายยางออกทำไม ยังไงก็ต้องรักษาด้วยวิธีนี้ หรือจะปฏิเสธการรักษา ได้นะ

เค้าดุมาก

เราร้องไห้ ส่ายหน้า เราไม่ได้ตั้งใจกระชากออก มันไม่ได้จริงๆ

พยาบาลก็ดุไปงั้น สงสารเรา

เลยเสียงอ่อนลง เดี๋ยวจะเปลี่ยนเบอร์เล็กลงเนอะ ช่วยกันนะ

ก็เปลี่ยนเบอร์เล็กลง เออ ทำไมไม่เปลี่ยนว่ะ ใช้เบอร์เล็กแต่แรก คงง่ายกว่านี้

คราวนี้เริ่มรู้จังหวะ

พยาบาลบอกให้เราแหงนหน้าขึ้น หายใจเข้า อ้าปาก หายใจทางปาก เค้าก็แทงๆๆๆ พอบอกให้กลืนก็กลืนนะ เอ้ากลืน กลืนๆๆๆๆ

เออ มันค่อยๆลง พยาบาลบอกว่าเริ่มได้แล้ว ยิ่งมีกำลังใจ ก็กล้ำกลืนๆลงไป จนสำเร็จ

สายยางผ่านลงไปถึงช่องท้องที่กระเพาะแล้ว

พยาบาลก็เอาน้ำอะไรสักอย่าง ผ่านท่อลงไปล้างท้อง รู้สึกเย็นท้องวาบ

แล้วก็ดูดออก ปล่อยเข้า ดูดออก ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆๆ สิบกว่าครั้งได้

พยาบาลตกใจ ไม่มีอาหารอะไรเลย แสดงว่า วันนี้ไม่กินอะไรเลย

เรากินอะไรไม่ลงเลย ทั้งวัน

พอทุกอย่างเสร็จสิ้น

เราก็นอนร้องไห้ เสียใจมาก เสียใจกับการกระทำตัวเอง ร้องไห้จนเหนื่อย จนหมอ นก พี่ เดินเข้ามา ก็พบว่าเราร้องไห้

หมอก็ยิ้มกับเรา อย่างนี้ทุกครั้งแหละ

บอกกับญาติผู้ป่วย ว่าร่างกายคงไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะเป็นยาแก้แพ้ อาจจะงงๆเบลอๆ ปวดหัว แต่ไม่กัดกระเพาะ ทำลายตับ ทำลายอวัยวะส่วนอื่น เหมือนยาพารา ลดไข้ ยาล้างห้องน้ำ ยาฆ่าหญ้า ถ้ากินพวกนี้ตายจริงแน่ๆ

นกหันมาด่า จำไว้ ทีหลังแดกยาฆ่าหญ้านะมึง

เออ รู้แล้ว เข็ดแล้ว

กลับมาบ้านคุยโทรศัพท์กับพี่แคะ นาน พี่แคะปลอบใจกันอยู่นาน เลาซานก็อยู่ แต่เราไม่ได้ขอคุยกับเค้า เค้าก็ไม่อยากคุยกับเราหรอก เค้ายังไม่พร้อม

จนตี 2 ละมั้ง เค้าถึงโทรมาหา

ว่าเราเป็นชุด เราปวดหัวมาก แต่ก็คุย

แต่............................................ทุกอย่างหลังจากนี้ไป มันมีแต่เลวลงๆ ไม่มีอะไรดีสักอย่าง เค้ายิ่งตีตัวออกห่างเรา จากที่ห่างอยู่แล้ว ยิ่งห่างกว่าเดิม

เสียใจที่เค้าไม่เคยสนใจเราเลย

เราไปหวังอะไรมากมายเกินไป

ก็ยังหวัง ถ้าเราได้เจอกัน ความสัมพันธ์เราอาจจะดีขึ้นกว่านี้

แต่มันยิ่งตอกย้ำให้เรารู้ว่า เค้าเปลี่ยนไป และเค้าจะเลิกกับเราจริงๆ ที่มาอยู่กับเราเพียงเพราะว่าจะหาที่อาศัยในกรุงเทพ

แค่นั้น

แต่เราก็ยอม แค่นั้นก็ยังดี

อย่างน้อยยังได้เห็นหน้าเค้า

โอ้ยยยยย โง่โว้ยยยย



เอ๊ะ........มาคิดดูดีๆแล้ว ที่เลาซานทำมาทั้งหมด

มันแก้แค้นเรารึเปล่านะ

คือจริงๆมันแอบแค้นเราก็เป็นได้ ตั้งแต่คราวพี่เต้ย จริงอยู่ว่าพี่เต้ยไม่ได้คิดอะไรกับเรา

ก่อนที่จะคบเลาซาน เราก็ลังเลพอสมควร สับสน เราไม่แน่ใจว่าตัวเองรักใครกันแน่ เลาซานก็สัมผัสได้ถึงความไม่แน่นอนของเรา

มันคงกะว่า ถ้ามันทำให้เรารักมันแล้ว มันจะมีกิ๊กให้เราเสียใจซะเลย ไม่แน่ๆนะ

แต่............มองโลกในแง่ร้ายไปรึเปล่า

แต่ตอนนี้ก็ช่างเถอะ เพราะคำตอบมันมีอยู่แล้ว ตอนนี้ควรทำยังไง เราก็ต่างรู้แล้ว
ไม่มีใครเป็นเจ้าของชีวิตใครได้

เค้าเลือกที่จะทำความชั่ว มันก็ช่วยไม่ได้นี่หว่า อย่าไปทำตามเค้าละกัน

เขียนแต่เรื่องเจ็บปวดมากไปรึเปล่า เรื่องกระจกเงายังไม่หมดเลย

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน นี่เป็นกลไลที่ซับซ้อนที่สุดที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา

ชีวิตที่กระจกเงา ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ได้เรียนรู้ ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เติบโต แต่....ไม่ใช่ทั้งหมด

จากที่เคยเงียบหงาในกรุงเทพมานาน ทำให้เราไปคว้าอะไรมาผิดๆไป ทำสิ่งที่ผิดพลาดไปมากมาย เราไปหวังพึ่งแต่เพื่อน คนอื่น แฟน เพราะเราอยากได้ความรัก

จริงๆสิ่งที่เราต้องการ มันใกล้แสนใกล้แต่ว่าเรามองข้ามมัน นั้นก็คือครอบครัว

ถ้าเราใจเย็นเรื่องความรักอีกหนึ่ง ไม่ต้องรีบตกลงใจเป็นแฟนกับเลาซาน บางที อาจจะได้เจอคนดีๆกว่านี้ มีความสุขกว่านี้

แต่...........ชีวิตอาจจะถูกกำหนดให้เจอเรื่องแบบนี้ สิ่งๆนี้จากคนๆนี้ก็เป็นได้ ถ้าเรามีสติพอเราก็จะผ่านมันมาได้ ไม่ว่ามันจะร้ายแนงแค่ไหน เราจะอยากเจอมันหรือไม่ก็ตาม อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ขอให้เรามีสติ ก็เท่านั้นเอง

ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรัก มันก็เป็นเรื่องที่ดี เราจะได้รู้อย่างแท้จริงว่า โลกนี้ไม่มีใครสมหวังไปซะหมดทุกคน ทุกอย่าง ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราเองก็เปลี่ยนไปทุกวัน นับประสาอะไรกับคนอื่น

ที่เราคอยแต่คิดที่จะเลิกกับเลาซาน เพราะใจเรามองความเป็นจริงไว้อยู่ครึ่งหนึ่ง เราถึงต้องต่อสู้กับความคิด 2 ความคิดนี้มาตลอด

ต่อสู้กับความจริงครึ่งหนึ่ง ความรัก โลภ โกรธ หลง ครึ่งหนึ่ง

เรายังไม่สามารถเอาชนะมันได้เลย

หลายครั้งที่ต้องมีอารมณ์ร่วมไปกับความรู้สึกพวกนั้น มันมีทั้งสุข เศร้า ปนๆเปๆกันไป แต่ไม่เคยสุขได้นาน แค่ประเดี๋ยวประด๋าว

เลาซานคนที่แท้จริงค่อยๆปรากฎตัวให้เราเห็นทีละน้อยๆ จนรู้หมดว่าเป็นคนยังไง

แท้จริง เค้ารักแต่ตัวเอง และครอบครัวเค้า เท่านั้นเอง

เราเป็นแค่สิ่งที่เค้าจะก้าวข้ามผ่านไปยังสิ่งที่เค้าต้องการ พอเค้าได้ในสิ่งที่เค้าต้องการ สมหวัง เราก็หมดประโยชน์ทันที

ก็ไม่ควรปล่อยให้เค้าทำอย่างนั้นได้ดี ไม่ควรทำบาปกับตัวเอง ให้ตัวเองเสียใจทุกข์ใจไปกว่านี้

เมื่อวานไปดูเพื่อนตั้งศาลพระภูมิหน้าบ้าน เลยได้มีโอกาสเจอน้าเอื้อ

น้าเอื้อ จากที่ได้ยินแต่นกกับหนิงพูดถึง

น้าเอื้อบอกว่าเรามีองค์ มี 2 องค์ด้วย องค์แรก ปู่ชีวกะ องค์ที่ 2 เจ้าแม่กวนอิม ปางอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าถือแจกัน

เราเคราะห์ไม่ดีมาตั้งแต่ สิงหา กันยา และตุลา จนถึงพีคสุดคือเดือนเกิด อาจจะถึงขั้นสิ้นอายุไขได้

สิ่งที่ต้องทำคือ บวชชีพราหมณ์ซะ 5-7 วัน ก่อนเดือนเกิด สวนชินบัญชร 9 จบ ทุกวัน เป็นเวลา 30 วัน จากนั้นพอครบ 30 วันโทรหาน้าเอื้อ ให้ขึ้นธูปวันพฤหัสเช้ามืด ท่องนะโม 3 จบก่อน แล้วบอกกล่าว ขอน้อมรับเทพในกายตัวเองซะ

ไปปล่อยปลาไหล 19 ตัว วัดเกิดตัวเอง วันอาทิตย์

ถวายสังฆทาน 3 วัด วันอาทิตย์

เราฟังแล้วก็อึ้งไป

รู้สึกหนักใจ แล้วก็สับสน เพราะเราไม่เคยชอบอะไรเกี่ยวกับคนทรงเจ้า คนมีองค์เลย เรานับถือแต่การปฏิบัติให้เป็นสมาธิ ตามพระพุทธเจ้า ตามคำสอนที่เราได้รู้มาจากวัดภูย่าอู่ และจากพระอาจารย์คนอื่นๆ

แต่พอเรามาเห็นหนิง

เราถึงได้เชื่อ เพราะว่าเป็นหนิง ถ้าไม่ใช่หนิงเราก็ไม่เชื่อ

สมมติน้าเอื้อคนเดียว หนิงไม่มีองค์ เราคงไม่เชื่อน้าเอื้อเท่าไร

แต่นี่ หนิงเพื่อนเราแท้ๆ หนิงไม่น่าเป็นพวกต้มตุ๋น เราเห็นหนิงเวลาปู่ลงเราจะขนลุกไปหมด กลัวก็กลัว ไม่น่าเชื่อก็ไม่น่าเชื่อ

แต่ก็ต้องเชื่อ ยิ่งวันที่น้าเอื้อมา เราโครตกลัวหนิง

ตอนแรกที่ทุกคนเริ่มนั่งสมาธิ เราไม่นั่งเพราะเราจะคอยสังเกตเวลาปู่ลงน้าเอื้อ ลงหนิง

น้าเอื้อนิ่งมาก เราเดาไม่ออกเลยว่าปู่มาหรือไม่มา แต่หนิงเริ่มเป็นแบบที่เราเคยเห็นทุกครั้ง คือหนิงจะโยก แต่เรานั่งอยู่ข้างหลัง เราเลยดูอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ นอกจากต้องสังเกตมือหนิงเอา ถ้ามือหนิงจับจีบ กวาดมือไปด้านข้าง ถึงจะรู้ได้

แต่ยังไม่ทันได้ดูอะไร

ปู่ใหญ่ก็ลงน้าเอื้อ ไอเสียงดังมาก เหมือนคนอ้วกเลย เสียงดังโขลกๆๆๆ ทุกคนออกจากสมาธิหมด เรายังคิดวุ่นวาย ทำไมกูไม่เตรียมกระโถนหว้าๆๆๆ ทุกทียังเตรียมให้ปู่หนิงคายหมาก

แต่น้าเอื้อก็ไม่ได้อ้วกหรอก

ปู่หันหน้ามา เราสะดุ้ง

ปู่ยังดูแข็งแรง คว้าเทียนออกมาจากห่อ ลืมตาด้วย จุดเทียนเอง

ในขณะที่ทุกคนงงๆ ทำอะไรไม่ถูก

ปู่ก็พูดภาษาอะไรไม่รู้ เหมือนคำสวดมนต์ของพระเลย กาเย..อะไรสักอย่าง แล้วก็บอกปู่หนิงมาให้เต็มร่าง

ตอนแรกก็งงกัน ร่างใคร มาให้เต็มร่าง สรุปก็ต้องหนิงอยู่แล้ว หนิงหันมาหาพวกเรา หายใจหอบมาก หน้าก็ยังเป้นหนิง ตาก็ยังเป็นหนิง แต่ทุกอย่างมันค้างไปหมด นกก็พูดอะไรรู้ เราก็งงๆไม่รู้จะช่วยหนิงยังไง มือหนิงก็จีบแล้ว แล้วปู่ใหญ่ก็มาช่วยให้ปู่หนิงลงหนิงให้เต็มร่าง จับที่หัว หนิงก็สั่นๆๆๆๆๆ สั่นมาก

เราขนลุกไปหมด ปู่สั่นอย่างที่เราไม่เคยเห็น

ปู่มาเต็มตัวก็เริ่มคุยกับปู่ใหญ่ ปู่ใหญ่ก็ถาม ดีใจมั้ยที่ได้เจอปู่ ปู่ดูไม่มีแรงจะพูดอะไรได้มาก ชี้ไปที่ที่นก จะว่านกปากดีทำนองนี้ ระวังปากๆๆ
แล้วก็ชี้มาที่เรา ประมาณว่าร่างใหม่ ปู่ใหญ่ก็พยัดหน้า รู้แล้ว เดี๋ยวปู่จะจัดการให้ ปู่จะบอกเค้าเอง ชี้ไปที่ยาย ดูแลๆๆๆ ดูแลที่นี่ ดูแลทุกๆๆคน
ปู่อยู่ได้ไม่นาน ปู่ก็ไป คืนร่างให้หนิง

หนิงก็งงๆ เราก็ เอ้อ ตกใจ

จากนั้นปู่ก็ลงเมตตา รึเปล่าว้า ให้นก หนิง เรา

เราใจเต้นพอสมควร ตอนปู่เขียนหน้าผากให้ พูดไม่ถูก

เราก้มีองค์เหรอ ไปเล่าให้ใครฟัง ใครเค้าจะเชื่อ

ไม่เล่าจะดีกว่า พี่เรามันยังคิดว่า ถ้างั้นใครไปดูก็มีองค์หมดสิ มันก็ไม่ทุกคน อย่างนิ น้องสาวหนิง คลุกคลีกับหนิงตั้งนาน ยังไม่มีเลย

หนิงบอกว่า หนิงเริ่มรู้ว่าพี่เอ๊าะมี ก็ช่วงเราไปวัดด้วยกัน ไปวัดชลด้วยกัน

น้าเอื้อก็บอกว่าเทพในร่างเรา เค้าไม่เอาเลาซาน เค้าไม่เอาหรอก

ก็คงเหมือนพ่อแม่ที่คอยดูลูก โดยเฉพาะท่านทั้ง 2 อยู่กับเราตลอดเวลา รู้ยิ่งกว่าเราว่าเลาซานมันเป็นยังไง

ท่านก้ไม่อยากให้เอา ก็เลยเป็นอย่างนี้ด้วย เราว่านะ


แต่พอตั้งแต่เจอน้าเอื้อ ก็ไม่เคยคิดถึงเลาซานในทางรักใคร่อีกเลย เฉยๆ

แต่สนใจเรื่องของตัวเองมากกว่า ว่าเราต้องทำบุญ เราต้องบวช แต่เราจะเห็นกรรมตัวเองอย่างที่น้าเอื้อบอกเลยเหรอ เรากลัวอ่ะ

ตอนนี้ได้วัดที่จะไปบวชแล้ว ที่วัดสังฆทานนี่แหละ

เดี๋ยววันพฤหัสจะไม่มาทำงาน เราจะไปปากเกร็ดซื้อชุดขาวสัก 3 ชุด เสื้อซับเอาแบบเสื้อกล้ามผู้ชายเลย แล้วก็ซับในแบบบาติคอดสัก 2 ตัว

เราจะอยู่วัดสัก 5 วัน เต็มที่ก็จะ 7 วัน เริ่มไปวันอาทิตย์ที่ 25 ดีกว่า ก็จะกลับมาสัก วันเสาร์-อาทิตย์

ส่วนกลับอุดร ก็จะกลายมาเป็นสักวันที่ 4-5 ละกัน

กะว่านะ

ส่วนทำบุญ ก็ไปทำที่บ้านก็ได้

ให้พ่อพาไปทำ พ่อต้องว่าเราแน่ๆว่าเรางมงาย

ก็ช่างแกเถอะ บอกไปว่าทำบุญไม่เสียหายหรอก

ตั้งแต่วันาอาทิตย์มานี่ ปวดหัวตลอดเลย เมื่อวานนี้ปวดมาก นึกว่าจะหายไป มันก็ไม่หายไป มีแต่เหลืออยู่นึดนึง ตึ๊บๆในหัว

เฮ้อ ปวดเพราะว่าปู่ หรือปวดเพราะสังขารตัวเองกันแน่ว่ะ มึนน่ะเนี่ย

ตอนนี้ก็เพิ่งมาสังเกตตัวเอง ตั้งแม่เมื่อวาน น่าจะเกี่ยวกัยสายตา จะเห็นอะไรลาง ผ่านตา ลอยไปมา มองตาก็ได้ด้วย พยายาม



Create Date : 21 ตุลาคม 2552
Last Update : 21 ตุลาคม 2552 13:00:56 น. 0 comments
Counter : 223 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คุโระโกะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุโระโกะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.