Let's start part III




รอบบ่าย สัมภาษณ์เดี่ยว ที่นี่จะเรียก Afternoon tea แต่ไม่มีชาให้ดื่มนะคะ.. ก็จะมีแนะนำ แจ้งเกี่ยวกับbenefit ต่างๆ รวมถึงรายได้ด้วย

เราแทบไม่ได้ฟังเลยค่ะ.. ฟังแล้วจะยิ่งยากได้ เพราะคิดว่าตัวเองคงไม่ได้หรอก

เค้าให้ถามอะไร คนนู้น คนนี้ ยกมือถาม น้องนิ้งนั่งเงียบ.. ฮ่าๆๆ



แล้วก็ถึงคิวค่ะ สัมภาษณ์กับกรรมการออสซี่ 1ต่อ1 โอเคนะ ไม่กดดันดี มีประมาณ8โต๊ะ

ระหว่างรอ ก็จะมีพวกพี่ๆมาคุยด้วย ถามนั่นถามนี่ได้



รอไม่นาน ก็มาเรียกเราไปค่ะ

รอบนี้เจอผู้ชาย ผอมๆใส่แว่น จำได้ว่าฟังคนนี้พูดเรื่องสวัสดิการไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วจะรอดไหมน๊า...

เค้าแนะนำตัวเค้า .. พร้อมบอกเราว่าขอบคุณที่รอหลายเดือนแล้วมาวันนี้ วันนี้มีเวลาเยอะ ไม่เหมือนวันที่วอลค์อิน เราจะคุยกันเยอะหน่อย ถ้าคำถามไหนอยากคิด อยากใช้เวลาให้บอกได้เลย ไม่รีบ



คำถามประมาณนี้นะคะ.. จริงๆถามเยอะมาก เราก็ตอบเยอะ พูดมาก และคุยนานมาก แต่อาจจะจำและเรียงไม่ครบเพราะผ่านมาเป็นเดือนๆแล้วค่ะ



เค้าดูโปรไฟล์เก่าที่เราเคยตอบไว้ ถามว่ายังทำงานอยู่นกแอร์รึเปล่า ทำมากี่ปีแล้ว เป็นไงมั่ง

เราก็บอกว่าประมาณ5ปี สนุก เรายังสนุกกับงานที่นก สนุกเวลาไปบินไปเจอเพื่อน เจอผู้โดยสาร



แล้วทำไมถึงอยากมาทำงานกับเจตสตาร์

เราก็บอกขำๆว่าตอบแบบตามฟอร์มก็คืออยากทำงานกับสารการบินอินเตอร์ฯ แต่ถ้าจริงๆเลยเนี่ย ที่นกแอร์ด้วยภาพลักษณ์และนโยบายขององค์กร บริษัทต้องการเด็กๆเน้นที่ความสดใสร่าเริงของพนักงาน ที่เราอยู่มาเกือบ5ปีก็เป็นเวลานานพอสมควรแล้ว เพราะตามสัญญานกแอร์ต้องการให้ลูกเรือทำงานกับบริษัทแค่6ปีเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้และต้องยอมรับตั้งแต่วันที่เข้ามา ยังไงปีหน้าถ้าสัญญาหมด เราก็คงต้องออกอยู่ดี แล้วเราก็รู้สึกว่าเรายังสนุกกับงานนี้อยู่ จังหวะพอดีกับที่เจตสตาร์รับสมัคร เราถึงมาลองสมัครดู เผื่อมีโอกาสได้ร่วมงาน จริงๆก่อนมาที่นี่ เราไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ตั้งแต่วันที่สมัคร คุณคงจำได้ว่าคนเยอะมาก เรานั่งรออยู่มากกว่า4-5ชม.บนนี้กว่าจะได้สำภาษณ์ แต่ในระหว่างที่รอ เราได้เห็นการทำงานของทุกคน ทุกคนดูมีความสุข ดูสนุกสนาน แม้ว่าจะเหนื่อยก็ตาม พูดคุย เป็นมิตร ให้คำแนะนำที่ดี ทำให้เรารู้สึกอยากทำงานด้วย

แล้วเราก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่แคร์เรื่องอายุ เน้นที่ประสบการณ์ และความสามารถ อย่างที่บอกว่าเราตอนนี้ลูกเรืออายุ50กว่าก็ยังมีบินอยู่ เรารู้สึกว่าตรงจุดนี้ค่อนข้างแฟร์กับทุกคนจริงๆ



เค้าถามเราว่าที่นกบินเครื่องอะไร ขายของด้วยใช่ไหม มีค้างที่ไหนไหม สั้นสุดกี่ชม. นานสุดกี่ชม. เราอยู่มานานก็ต้องเป็นซีเนียร์แล้วใช่ไหน

ตรงนี้ฮา นิดนึง เราบอกไฟลต์สั้นสุดเนี่ย ประมาณ45นาที ไปพิษณุโลก ก็บอกเค้าว่าจังหวัดเนี้ยอยู่ไม่ไกล ขับรถไป4-5ชม.ก็ถึง แต่ส่วนมากผู้โดยสารเป็นMP พนักงงานบริษัท อาจารย์ คนญี่ปุ่นเพราะที่นั่นมีบ่อน้ำมัน มหาวิทยาลัย ผู้โดยสารกลุ่มนี้ส่วนมากขึ้นฟรี และเยอะมาก ไฟลต์นี้จะเต็มตลอด มีชั้นบิสิเนสซึ่งต้องเสิร์ฟด้วย เต็มตลอดเวลา และทุกคนก็กิน เหนื่อยแต่ก็เร็วดีเพราะเราได้เงินเท่ากันไม่ว่าจะบิน45นาที หรือบินชม.ครึ่ง



เวลาทำงานมีปัญหาจะแก้ยังไง

ทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันจะจัดการยังไง

คำถามเหล่านี้ส่วนมากเรายกตัวอย่างทั้งหมดเลย ก็ยกตัวอย่างจากงานที่ทำ ซีเรียสบ้าง ขำบ้าง



ถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ตรึงเครียด เรามีวิธีจัดการยังไง

อึ้งไปเลยค่ะคำถามนี้.. บอกเค้าว่าขอเวลาคิดแป๊บนึงนะคะ ยาก.. สุดท้ายเราก็ยกตัวอย่างเรื่องงานเราไป ว่าที่เราทำงานมา สิ่งที่เรารู้สึกว่าเครียดที่สุดคือเวลาเจอผู้โดยสารป่วย ที่ผ่านมาเราเจอประมาณ4ครั้ง ทุกครั้งที่เจอก็ต้องพยายามควบคุมสติตัวเองให้ดี แบ่งหน้าที่ ทำงานของตัวเองให้ได้ตามที่เรียนมา แล้วก็ยกตัวเองเคสนึงที่เจอแล้วยุ่งมากๆให้เค้าฟัง มีการแต่งเติมนิดหน่อยให้ดูดีขึ้นค่ะ ฮ่าๆๆ



ถ้าต้องทำงานกับคนที่ไม่ชอบจะทำยังไง

เราบอกว่าถ้าง่ายๆเลยก็ต้องแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้ได้ แต่ในความเป็นจริงก็ทำยากนะ อย่างเพื่อนร่วมงานเราถึงจะมีไม่เยอะ แต่บอกตามตรงก็มีทั้งที่ชอบและไม่ชอบ แต่เวลาทำงานเราก็ต้องรับผิดชอบงานในส่วนของเรา พยายามไม่ก้าวก่ายและยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน... อันนี้ก็ตอบมั่วมาก เพราะในความเป็นจริง ไม่มีใครที่เรารู้สึกไม่ชอบจนไม่อยากทำงานด้วยเลย



คิดว่าถ้าได้ร่วมงานกับเจตสตาร์จะต้องปรับตัวยังไงบ้าง

เราคงต้องปรับตัวเยอะมากๆ เพราะว่าเราทำงานในองค์กรของไทย บริษัทเรามีคนไม่เยอะ เพื่อนร่วมงานก็รู้จักกันเกือบหมด แต่ที่เจตสตาร์เป็นสายการบินต่างชาติ รูปแบบวัฒนธรรมองค์กร รูปแบบการทำงาน อะไรหลายๆอย่างคงจะเปลี่ยนไปคนละด้านแน่ๆ เราก็คงต้องใช้เวลาสักพักในการเรียนรู้ รวมถึงการทำงานที่ทุกวันนี้เราออกจากบ้านแล้วก็กลับทุกวัน ต่อไปเราก็จะออกไปนานขึ้น เปลี่ยนที่ เปลี่ยนเวลา เปลี่ยนอากาศ



จะมีปัญหาอะไรไหมถ้าต้องไปไกลๆจะมีวิธีปรับตัวยังไง

เราก็บอกว่าคงไม่มีอะไรน่าห่วง เรายังโสด พ่ออยู่ต่างจังหวัดซึ่งก็ไม่ไกลจากกรุงเทพ น้องชายก็ทำงานอยู่กับพ่อ ส่วนแม่เราเสียไปแล้ว ถ้าเราได้งานที่นี่พ่อกับน้องชายน่าจะดีใจเพราะจะไม่ต้องห่วงว่าปีหน้าเราจะตกงาน(ฮา) ถ้าห่วงอาจจะห่วงแมวที่เราเก็บมาเลี้ยง แต่ว่าก็ให้เพื่อนบ้านดูแลให้ได้ เพราะแมวไม่เหมือนสุนัข ถ้าเราไม่อยู่ก็หาอะไรกินเองได้ ที่จะต้องปรับตัวให้ชินก็คงเป็นเรื่องปรับเวลา เรื่องการทำงานในไฟลต์ที่ยาวขึ้น ดีที่เราเป็นคนกินง่ายนอนง่าย ที่ไหนเราก็หลับได้ สนามบินเราก็เคยนอนมาแล้ว



มองชีวิตการทำงานในอนาคตของตัวเองไว้ยังไง

ถ้าเราได้รับโอกาสตรงนี้เราก็คงจะตั้งในทำงานตรงนี้ให้ดีที่สุด พยายามเรียนรู้งานอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทำงานออกมาได้ดี ไม่เป็นภาระใคร ไม่อยากโดนว่าด้วยว่าเลือกเรามาแล้วเราทำงานไม่ดี ส่วนในอนาคตจากที่มีการพรีเซ้นท์ให้ดูถึงcareer pathในการทำงาน วันนึงถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะก้าวหน้าไปมากกว่าcabin crew (ที่นี่จะมีตำแหน่งที่สูงกว่านี้ ซึ่งท่าจะยาก แต่เราก็ตอบไปก่อน) แต่ก็คงไม่ง่ายนักในตำแหน่งที่สูงกว่านี้ เราคงต้องเรียนรู้อีกเยอะ รวมถึงเรื่องสำคัญที่สุดที่เราคิดว่าต้องปรับปรุงเป็นอย่างแรกคือเรื่องภาษา เราทำงานไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษเรารู้สึกทักษะการฟังของเรายังดีอยู่ แต่การพูดแย่ลงมาก เราไม่สามารถพูดได้ทุกอย่างตามที่เราคิด..(ตรงนี้กรรมการก็ชมเราว่าไม่นะ เราก็ภาษาดีอยู่.. ดีใจ ^^)



จบ ก็บอกว่าขอให้เราโชคดี และหวังว่าจะได้ร่วมงานกัน



เดินออกมาจากกรรมการแบบโล่งๆ แวะนั่งคุยกะพี่ๆและเพื่อนที่รอสัมภาษณ์สักพักเราถึงขอตัวกลับ..

บอกว่าจะแจ้งผลในวันศุกร์(วันนั้นวันพุธ)เพราะรอสัมภาษณ์อีกวันพฤหัส สอบว่ายน้ำวันเสาร์



คิดว่าทำดีที่สุดหล่ะ รู้สึกว่าพูดมากไปหน่อยด้วย เพราะไร้ความเครียดไงคะ ถามไรตอบ ถามไรพูด พูดเยอะ ยาวด้วย เล่าไปเรื่อยเลยค่ะ



รีบกลับ ห่วงรถ นั่งรถไฟฟ้ามาต่อมอเตอร์ไซค์ เพราะไม่รู้จะบอกแท็กซี่ว่าไปไหน พยายามอธิบายพี่มอไซว่าเราจอดรถไว้ปั๊บตรงนี้ๆๆนะ ปั๊มไรไม่รู้รีบมาก ไม่ได้ดู พี่มอไซส่งเราถูกด้วย เย้ๆ

ถึงรีบกระโดดขึ้นรถขับออกไปเลยก่อนจะโดนด่า.. จอดตั้งแต่แปดโมงกว่าจนเกือบสี่โมงเย็น



กำลังขับรถกลับบ้าน.. ไม่ได้เปิดเสียงโทรศัพท์ เพราะขึ้นบีทีเอสค่ะ เกรงใจคนรอบข้าง

หยิบโทรศัพท์มาดู มีมิสคอล2สาย โทรกลับ.. เป็นผู้ชายรับ ถามเราว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ เราก็ใคร(วะ)จะแกล้งชั้นหรอออ... แอบกวนๆไปนิดนึงว่าจะพูดกับใครหล่ะค่ะ..

จนเค้าบอกว่าโทรจากเจตสตาร์นะครับ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

งั้นรู้แล้วใช่ไหม มาว่ายน้ำวันเสาร์นะ เอาเอกสารมาด้วยตามนี้นะครับ บลาๆๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

ไหนบอกรออีก2วัน

กลายเป็นรู้ผลเลยตั้งแต่ยังไม่ถึงบ้าน

แอบขอโทษพี่แจ๊คด้วยนะคะที่วันนั้นตอนรับโทรศัพท์รู้สึกพูดไม่ค่อยดี นู๋ไม่รู้ว่าใครอะค่ะ นึกว่าโดนแกล้ง



แล้วก็มาว่ายน้ำค่ะ ผ่านมา19ชีวิต

ว่ายน้ำ50เมตร

ลอยตัว 2 นาที.. อันนี้ฟังดูง่าย แต่ เหนื่อยมากกกกก ลอยแบบลูกหมาตกน้ำ หัวห้ามจม ว่ายๆน้ำแข็งๆแบบเรายังแทบไม่รอดเลยค่ะ ถ้าดำผุดดำว่ายได้ ให้ลอยครึ่งชม.ยังสบายๆเลย



จากนั้นก็ไปตรวจร่างกาย.. เหลือกัน15สาว รวมกับสำรองจากรุ่นก่อนหน้าอีก5คน เลยเป็นทั้งสิ้น20คนค่ะ



อ่อๆๆ หลังจากผลตรวจร่างกายออกแล้ว ก็โดนให้ไปเทสเรื่องส่วนสูงด้วยคร่า.. เนื่องจากว่ารอบของเราเป็นบรรดาสาวๆผู้มีความสามารถแต่ส่วนสูงไม่ถึงที่เค้ากำหนด(เป็นผู้ที่สูงระหว่าง160-163 อิอิ)

พวกเราจึงต้องไปเอื้อมหยิบของ ปิดบิน บนเครื่องเป็นการเทสขั้นสุดท้าย....



กว่าจะผ่านมาได้ ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ..

แต่ขั้นตอนต่อไป เหนื่อยกว่าแน่นอน เทรนนิ่งค่ะ...

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ..




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2554
0 comments
Last Update : 8 ตุลาคม 2554 17:34:32 น.
Counter : 730 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


n_nink
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใด ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add n_nink's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.