"อยากสุขแล้วได้สุขสมหวัง ภายหลังจะทุกข์เพราะได้สุขอีก เห็นทุกข์เเล้วละเหตุแห่งทุกข์ได้ ภายหลังจะสบายเพราะหายอยากสิ้น"
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
6 กุมภาพันธ์ 2551
 
 
วิปัสสนากรรมฐาน แปดวัน เจ็ดคืน กับ คุณแม่สิริ กรินชัย

วิปัสสนากรรมฐาน แปดวัน เจ็ดคืน กับคุณแม่สิริ กรินชัย เกือบ 24 ปีที่ลืมตามาดูโลก ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ สุขทุกข์ คละเคล้ากันไป ชีวิตไม่ได้ลำบากเกินกว่าจะทนไม่ได้ แต่ก็นั่นละ มันไม่รู้ว่าจะจบลงแบบไหน มีคนเคยบอกว่าถ้าอยากรู้ว่าชีวิตจะดำเนินไปแบบไหน เราจะต้องถามคำถามว่า อะไรคือเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของเรา หรือตั้งคำถามว่าในที่สุดแล้วการเดินทางของมนุษย์มันจะไปสิ้นสุดลงที่ไหน

คนมากมาย อาจจะตอบว่าชีวิตที่สำเร็จ คงจะต้องมีบ้านซักหลัง มีครอบครัวที่อบอุ่น คนที่รักที่เข้าใจ ที่จะสามารถเดินไปด้วยกัน จากการเป็นเด็กตัวเล็กๆ เติบโต เล่าเรียน วันนึงอาจจะแต่งงาน มีลูก เลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน แก่ตัวลง และตายจากไปในที่สุด แต่ถ้าเรามองตามความเป็นจริง ชีวิต มันจะจบลงแค่นี้จริงๆหรือ ถ้าชีวิต มันมีแค่นั้น ทุกอย่างที่เป็น หน้าที่ของมนุษย์คงจบตรงที่ทำชีวิตตามใจตัวเองให้มีสุข ทุกๆวัน แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันไม่ได้จบแค่นี้ละ คำถามยอดฮิตคือ มันมีอะไรก่อนหน้าที่เราจะเกิดมา และ เราจะไปไหน


ในโลกที่เราอยู่ใบนี้ หลายสิ่งหลายอย่าง เกิดขึ้นมาได้ อย่างที่เราไม่มีวันเข้าใจ ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ หลายชีวิต โดนแรงซัดส่งจากมือที่มองไม่เห็น บางคนพิการแต่เกิด ในขณะที่บางคนเกิดมาไม่ทำอะไรแต่ก็มีกินมีใช้ไม่อดอยาก คำถามคือว่า ถ้าชีวิตไม่ได้จบลงแค่ชีวิตนี้ หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเลือกที่จะทำผิดกฎเพียงเพราะอยากจะมีความสุข บางคนเลือกผิดลูกผิดเมียคนอื่น เพื่อสนองความอยากของตัวเอง บางคนขโมยของคนอื่นทั้งที่ไม่ได้ลำบาก บางคนฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพียงเพื่อเป็นเกมส์กีฬา คือสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ ถ้าชีวิต ไม่ได้เป็นแค่เกมส์ที่มีชีวิตเดียว แต่ต้องเล่นต่อไปเรื่อยๆ วนเวียนอยู่แบบนี้ เราทั้งหลายอาจจะไม่เคยคิดถึงผลตอบแทนที่เราจะได้รับเลยเหรอ ถ้าผลตอบแทนกลับมาจากธรรมชาติ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สุดท้ายมันจะเกิดผลกับเราในอนาคตละ จะมีสักคนเบื่อมันบ้างไหม จะมีใครอยากจะออกจากเกมส์นี้บ้างไหม และมันถูกต้องและจำเป็นไหม ที่เราต้องหาวิธีที่จะออกไป


ฉันเรียนรู้มาว่า มีคนหลายคนที่อยากจะหาทางออก หนึ่งในนั้นทำสำเร็จ และออกไปได้ คนๆนั้นคือพระพุทธเจ้าสมณโคดมของเรา ทางสายเอกที่หลายคนเดินตาม คือทางสายที่พระพุทธเจ้าเดินนำไป แต่กฎก็คือ จะไม่มีใครรู้คำตอบหรอก นอกจากการปฏิบัติด้วยตนเอง นั่นคือเหตุผลที่ฉัน เข้ามาที่นี่ สถานที่นี้คือยุวพทธิกสมาคม สมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ส่งเสริมการวิปัสสนากรรมฐาน หลักสูตรของคุณแม่สิริ กรินชัย
ต่อไปนี้จะเป็นบันทึกการเดินทางตลอด แปดวัน เจ็ดคืน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ ร่างกาย และอุปสรรคตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่คะ


วันแรก
วันแรกของการเข้ากรรมฐาน เริ่มมาถึงที่นี่เวลาแปดโมงเช้า เข้าลงทะเบียนที่ตึกสิริ กรินชัย และรับบัตรประจำตัว YBAT CARD จ่าย 50 บาท ค่าบัตร และซื้อเสื้อผ้าชุดขาวเพิ่มอีก2ชุด ชุดละ 130 บาท เพราะคงไม่ได้ซักผ้า ต้องขาวล้วน ไม่บาง ควรจะเป็นขายาว และอาจจะมีเสื้อหนาว หรือว่าผ้าพันคอ เพราะอากาศในห้องกรรมฐานเปิดแอร์ตลอด และบางครั้งมีเปิดพัดลมช่วยด้วย จะหนาวพอสมควร เราควรกินข้าวเช้าไปก่อน แต่เพราะไม่ได้กิน ฉันเลยซื้อไวตามิ้ลและขนมปังกินรองท้องไปก่อน น่าจะแวะหาอะไรกินก่อนนะเนี่ย

เสร็จแล้วแวะเข้าที่พัก เป็นที่พักรวมพัดลม ห้องที่เราได้เป็นเตียงสองชั้น ต้องปูที่นอนเอง แวะดูห้องน้ำรวม สภาพห้องก็ดี มีสัปปายะ พอสมควร ( แปลว่าเหมาะแก่การปฏิบัติ ) บางคนได้ห้องต้องนอนพื้น แต่มีเบาะรองนอน ไม่ลำบากอะไรเลย
เริ่มเข้าพิธีการ จากฟังปฐมนิเทศจาก ประธานโครงการ เจ้าภาพ ทั้งหลาย จบแล้วก็ไปทานข้าว เป็นข้าวและกับข้าว 3 อย่างในถาดหลุม อร่อยดี มีแกงเทโพ ไข่พะโล้และผัดผัก วันแรกทานตามสบาย ช่วงบ่าย พระราชวรมหามุนี รองเจ้าอาวาส วัดดุสิตารามมาให้สมาทานกรรมฐานกับลูกโยคี ที่นี่ ผู้ปฏิบัติธรรมจะถูกเรียกว่า “ลูกโยคี” มาจากคำว่า “โยคีมาวจร” คือผู้เพียรเพ่งเพื่อเผากิเลส ฉํนแอบง่วงมาก เผลอชะโงกไปฟังไปสองสามที มีอยู่ตอนนึงพระอาจารย์หันมาเห็น ก็ยิ้ม และพูดขึ้นมาว่า ในเวลาปฏิบัตินั้น ถ้ารู้ว่าอะไรเป็นอุปสรรค ให้เรากำหนดว่ารู้สิ่งนั้น เช่นรู้ว่าง่วง ก็กำหนดรู้ว่าง่วง การกำหนดรู้เหมือนกับยา เมื่อกำหนดรู้ คือการเอาสติไปกำกับ มันจะหายไปเอง ฉันคิดตาม ตาสว่างไม่กล้าหลับไปซะงั้น พระอาจารย์เหมือนจะรู้ 555



ตอนบ่ายพัก เพื่อดื่มน้ำปานะ ครูเริ่มให้เรากำหนดรู้กับการดื่มน้ำ ยื่นมือ-ออกไป-จับแก้ว-ยก-อ้า-ดื่ม-รสหนอ-เย็นหนอ คิดถึงว่าเราเป็นคนรู้ กับสิ่งที่เรารู้คืออะไร เท่านั้นพอ ผู้รู้ กับผู้ถูกรู้ เกิดเป็นผัสสะ ผ่านอายาตนะทั้ง6 เราก็ยังรู้สึกว่าน้ำปานะกระเจี๊ยบอร๊อยอร่อย ๆ คนอื่นรีบดื่มเชียว ยังติดใจอยู่เลย เลยพาลต้องรีบกรึ๊บให้หมด
รอบบ่ายแก่ๆ หัดเดินจงกรมระยะที่ 1 มีแค่ ขวา นั่งสมาธิ ฉันง่วงงง มากกก ถึงมากที่สุด ครูบอกว่ากิเลสแบบต่างๆนั้น คนไหนมีกิเลสแบบไหนเยอะ เวลาทำกรรมฐาน มันจะออกมาขัดขวางเป็นอุปสรรคให้เราเห็น ซึ่งอาจจะเป็นความโกรธ ความรำคาญ ของฉันคงจะเป็นความง่วงละมั้ง เพราะเดินจงกรมยังเซเลย ครูต้องบอกให้ออกไปล้างหน้า แต่แปลกนะ ความเมื่อยนี่น้อยกว่าตอนไปทำที่วัดพิชญญาติการามเยอะเลย



หลังจากเดินรอบบ่ายแล้ว ฉันและลูกโยคีอื่นได้รับการปล่อยตัวให้ไปทานข้าว พร้อมทั้งพิจารณาอาหารไปด้วย โดยการปฏิบัติที่นี่ จะเน้นให้ความสำคัญกับอิริยาบถปัจจุบันเป็นที่หนึ่ง เดินจงกรมเป็นที่สอง ส่วนการนั่งสมาธิ เป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งก็ลึกแค่อัปปนาสมาธิ หรือสมาธิระดับกลางเท่านั้น ไม่ต้องลงลึกเหมือนการฝึก สมถกรรมฐาน (ขั้นของสมาธิ มี3ขั้น คือ ขณิกสมาธิ อัปปนาสมาธิ และอุปจารสมาธิ ซึ่งเป็นสมาธิชั้นสูง ที่จะทำให้ได้ฌานเช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ เป็นต้น)


เมื่อถึงเวลาทานอาหารเย็น เราต้องพูดขอบคุณผู้ที่บริจาคอาหารให้เราทาน อาหารทุกอย่างที่เราทาน จะทานเพื่อบำรุงร่ายกายให้แข็งแรง มีชีวิตอยู่เพื่อทำความดี ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น ทำความเพียรตราบจนก้าวผ่านวัฎสงสารสู่ฝากฝั่งนิพพานที่ปลอดภัยได้ จะไม่รับประทานเพื่อบำรุงกิเลส ตัณหา อุปาทาน เวลาเรากินอาหารในชีวิตประจำวัน เราใช้เงินซึ่งเป็นเสมือนเครื่องหมายของอำนาจหาซื้ออาหารมาทาน ทานด้วยความอยากและหิว ไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องทานอาหารเพื่อให้ร่างกายอยู่ได้ต่อไป จนถึงเราควรใช้ชีวิตนี้ อยู่เพื่ออะไร

การฉุกคิดขึ้นทำให้สำนึกบุญคุณผู้บริจาคว่าตั้งใจสนับสนุนให้เราได้เข้าถึงซึ่งสิ่งที่เป็นความดี ให้มีชีวิตอยู่เพื่อทำความดีให้ได้ เป็นการบริจาคทานให้เราได้รู้จักบุญที่แท้จริง อาหารมื้อนี้เป็นมาม่าราดหน้า เวลาปกติคงไม่มีทางเหลียวแล แต่ในวันนี้ทานอย่างรู้สึกดีจริงๆ

ครู ได้สอนให้เราพิจารณาอาหารแต่ละคำ ค่อยๆทานทีละคำ ตัก-ยก-ทาน-วางช้อน-เคี้ยว-กลืน แล้วก็เริ่มรอบใหม่ ห้ามทำเสียงดัง ห้ามยกขึ้นกัด ไม่น่าเชื่อว่าเวลาทานอาหารด้วยจิตจดจ่อ พิเคราะห์ถึงกิริยาอาการ รสชาติอาหารอย่างละเมียดละไม และสำนึกบุญคุณของผู้ให้แล้ว อาหารที่น่าจะมีรสชาติธรรมดา จะอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันบอกตัวเองให้ทานช้าๆ เพื่อจะได้มีโอกาสสังเกตร่างกาย สังเกตจิตใจเวลาทาน แอปเปิ้ลของตบท้ายก็กรอบอร่อยนุ่มลื้นเหลือเชื่อจริงๆ อยากจะทานอีก แต่ก็นั่นละ มันหมด .... แป๋ว !?! กินมากจะง่วงด้วย


พัก 1 ชม.ในรอบเย็น บางคนเลือกอาบน้ำ แต่ฉันตัดสินใจอาบรอบค่ำ เพื่อที่จะได้มีเวลาเขียนบันทึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันมักจะทำทุกวันในช่วงเข้ากรรมฐานนี้ 6.15ก็ได้เวลาเตรียมตัวรอบต่อไป คิดถึงที่รักขึ้นมาซะงั้น เคยอ่านหนังสือคุณดังตฤณที่บอกว่า เวลาคนเราคิดถึงกันเนี่ย เหมือนเราเอาใจเข้าไปยึดติด คนที่เคยใช้ชีวิตด้วยกัน คนนึงคิดถึง กระแสจิตจะไปรบกวนอีกคนให้อยู่ๆก็คิดถึงด้วย เหมือนเป็นสายใยผูกพัน ฟุ้งซ่านเลย คิดวนไปวนมา เฮ้อ !!



วันที่ 1 การบันทึกจบแค่นี้ เพราะ เหนื่อยยย สุดๆ สำรวจตัวเอง วันนี้เห็นถึงคุณค่าของการให้ การเจือจุนกัน ที่เค้าบอกว่าเมตตาธรรมค้ำจุนโลก คงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด มนุษย์โลก ถ้าลองเอาเงิน ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจออกไปแล้ว เราคงจะเห็นได้ชัดว่า ทุกชึวิต ต่างอยู่ได้ด้วยการค้ำจุนและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน บะหมี่แค่ถ้วยเดียว ต้องใช้ถึงกี่ชีวิต เพื่อทำมันขึ้นมา ถ้าไม่ได้เข้ามาที่นี่ คงไม่มีโอกาสนั่งคิดเลย เพราะใช้เงินซื้อตลอด ทุกชีวิตในสังคมเกี่ยวพันถักทอเป็นใยลูกโซ่ เกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในที่สุดการกระทำของคนๆหนึ่ง จะกระทบต่อคนอื่นอยู่ดี คนเราจึงควรมีเมตตา กรุณา เพราะถ้าเราไม่มี ไม่คิดถึงคนอื่น สุดท้าย เราเองที่จะได้รับผลร้ายในที่สุด












Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2551 21:29:32 น. 19 comments
Counter : Pageviews.

 


โดย: นายแจม วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:46:47 น.  

 
สวัสดีครับนิ้ม ขอบคุณนะครับที่แวะไปอ่าน :}

ก่อนอื่น ก็อนุโมทนาด้วยนะครับ ดีจริง ได้มีโอกาศไปปฏิบัติธรรม เป็นกิจจะลักษณะด้วย ผมเคยไปสมัครปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ปราโมทย์ ที่สวนสันติธรรม ศรีราชา แต่คิวเต็มถึงปลายปี

ยินดียิ่งเช่นกันครับ ที่มีเพื่อนร่วมทาง :}

ผมเข้าใจว่าคุณดังตฤนก็เจริญวิปัสสนาเป็นหลักนะครับ จะเห็นได้ว่า ท่านไม่ค่อยให้ความสำคัญนิมิตสมาธิ ที่เกิดจากการเจริญสมถะมากนัก

การเจริญวิปัสสนานั้น มี ๔ สายครับ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม บางครั้งการเจริญวิปัสสนาที่คุณนิ้มศึกษามา อาจจะเป็นคนสายกันกับที่คุณดังตฤนท่านแนะนำผมใน website

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเดินทางไหน ก็ไปได้เหมือนกันแหละครับ สุดแล้วแต่จริตนิสัยของแต่ละคน เท่าที่ฟังมา ผมว่า คุณนิ้มนี่ คล้ายแฟนผมนะครับ ประเภทง่วงเหงาหาวนอนง่าย... น่าจะเป็นคนกลุ่มโมหะจริต กับทั้งที่คุณนิ้มเล่ามา ตอนทานน้ำกระเจี๊ยบน่ะครับ ดูคุณนิ้มเห็นความอร่อยชัดนะครับ... ความอร่อยเป็นรูปแบบนึงของเวทนา มาเจริญวิปัสสนา สายเวทนา น่าจะ Work นะครับ... แต่ก็ระวังติดเพ่งซะหน่อยนะครับ

อีกอย่างนึง... เริ่มต้นด้วยวิปัสสนานี่ก็ดีนะครับ คุณนิ้มจะมาเจริญสมถะนี่ ไม่ยากหรอกครับ วิปัสสนาเป็นเรื่องยาก... สมถะนั้นง่าย เป็นเพียงที่พัก ให้จิตเรามีแรง พอสงบแล้วก็มาเจริญวิปัสสนาต่อ...

คุณดังตฤนสอนสติปัฏฐาน ๔ และตอบคำถามในการปฏิบัติอยู่ ใน ลานธรรมนะครับ ถ้าสนใจ ก็เชิญนะครับ http://larndham.net/index.php?showforum=17


ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ แล้วจะแวะมาบ่อยๆ up blog บ่อยๆ นะครับ

เจริญในธรรมครับ


โดย: เบียร์ (Pormaid ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:12:28 น.  

 
ปล. blog สวยนะครับ แต่งได้สวย พอเหมาะดีจริงครับ


โดย: Pormaid วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:14:27 น.  

 
สวัสดีครับคุณนิ้ม... ผมก็นึกว่าใคร...

ดีแล้วล่ะครับ มองลงเป็นไตรลักษณ์ เกิดขึ้นเดี๋ยวก็ดับไป... แต่เอาล่ะ เรื่องนี้คงไม่ได้ดับไปง่ายๆ พยายามมีสติรู้ทันตัวเองเข้าไว้นะครับ แล้วเดี๋ยวก็คงผ่านไปได้ เอาใจช่วยครับ


โดย: Pormaid วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:55:05 น.  

 
ขออนุโมทนาด้วยนะคะ

พี่กำลังหาข้อมูลจะไปปฏิบัติธรรมของคุณแม่สิริอยู่พอดีเลย

ดีใจนะคะ ที่ได้เจอคนอายุน้อยๆ สนใจธรรมะ
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

ปล. แอบทราบว่าเจ้าของblogอายุน้อยกว่า เลยขอเรียกตัวเองแทนว่าพี่ล่ะกันนะคะ

เจริญในธรรมคะ


โดย: พี่ใจดี (jaidee.jaidee ) วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:23:42:11 น.  

 
เราเคยไปปฏิบัติธรรมที่วัดสนามใน อ.บางกรวย ที่นั้นวิธีปฏิบัติแปลกดี แต่สนุก และไม่ง่วงนอนเท่าไหร่ ท่านสอนเจริญสติ ให้รู้สึกตัวตลอดเวลา นั่งปฏิบัติแบบลืมตา สนุกดี อยากเข้าปฏิบัติธรรมหลักสูตรคุณแม่สิริเหมือนกัน แต่ไม่ทราบสถานที่ วานคุณนิ้มช่วยอนุโมทนาด้วยนะค่ะ ที่กรุงเทพนะ tawan-20@hotmail.com ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: ตะวัน IP: 58.137.57.169 วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:15:59:41 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณนิ้ม

ยินดีด้วยค่ะ ได้ไปปฏิบัติธรรมตามที่ตั้งใจ อนุโมทนาด้วยนะคะ เปิ้ลก็ไปลงชื่อสมัครไว้เหมือนกันค่ะแต่เต็ม พอโทรไป confirm ก็ยังเต๊ม เลยไม่ได้ไปค่ะ

แล้วคุณนิ้มไม่เล่าถึงวันอื่นๆหรือคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันสุดท้ายของการปฏิบัติรู้สึกอย่างไรค่ะ


โดย: เปิ้ล IP: 203.154.15.217 วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:14:51:38 น.  

 
เธฅเธญเธ‡เน€เธ‚เน‰เธฒเน„เธ›เธ”เธนเนƒเธ™ http://www.kondee.com


โดย: เธ„เธ™เธ”เธต IP: 202.183.181.133 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:14:43:38 น.  

 
อยากเข้าบ้างจัง
สักวัน


โดย: คนขับช้า วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:14:31 น.  

 
ดีใจจังที่มีคนเลื่อมใสการปฏิบัติธรรมโดยการฝึกฝนมาจากการปฏิบัติของคุณย่าเรา แอบมาดูความสำเร็จของคุณย่าที่น่าภาคภูมิใจคะ เราเองก็ทำประจำนะ และอยากให้คนสนใจด้านนี้เยอะ มันจะดีมากๆเรื่องการเรียน และด้านอื่นๆ สิ่งที่คุณแม่สิริ พูดนั้น ถ้าไม่ทำเองจะไม่มีทางรู้เลย


โดย: หลานคุณย่า IP: 202.89.166.147 วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:2:39:06 น.  

 
หนูอายุ 18 ค่ะ

กะว่าสอบเอ็นทรานเสร็จจะไปลองปฏิบัติธรรม/วิปัสสนากรรมฐานบ้างคะ

เพราะว่ารู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยสงบ จิตไม่ค่อยอยู่กับตัว

แต่ก็แอบหวังผล..ผลการเรียนจะได้ดีขึ้น ฮิๆๆ


โดย: nert_amp IP: 118.174.52.195 วันที่: 15 มกราคม 2552 เวลา:16:34:24 น.  

 
อยากไปค่ะ..แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี

มีที่ไหนจะแนะนำรึเปล่าคะ

อยู่จังหวัดอยุธยา


โดย: nert_amp IP: 118.174.52.195 วันที่: 15 มกราคม 2552 เวลา:16:42:15 น.  

 
ได้เข้าปฎิบัติธรรมทียุวพุทธ ได้พบ ได้รู้จักตัวเอง รู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมา เรามัวทำเรื่องไร้สาระ โชคดีที่ได้ปฎิบัติธรรม ได้พบสัจจะธรรมหลายๆ อย่าง ได้รู้จักกิเลสตัวเอง ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเรากำลังถูกกิเลสครอบงำจิตใจ


โดย: แทม แทม IP: 118.175.86.61 วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:9:34:11 น.  

 
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มา สัมผัสกับธรรมะในหลักสูตรของ คุณแม่ศิริ ที่วัดผาณิต จังหวัดฉะเชิงเทรา
ก็ถือว่าตัวผมเองมีบุญ ที่ได้มารู้จักกับหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ในชีวิตประจำวันเราต้องเจอสิ่งเล้าต่างๆเข้ามาทุกวัน เราจะทำไงที่จะไม่ให้หลงมัวเมาไปกับสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามา กระทบจิตใจของเรา ก็เห็นจะมีแต่หลักธรรมคำสั่งสอนของพุทธศาสนาที่จะช่วยเราได้ ได้มากได้น้อยก็แล้วแต่บุญบารมีของแต่ละคนครับ ว่ามีความเพียรแค่ไหนเข้าใจกับหลักธรรมยังไงแล้วนำมาประยุคใช้กับตัวเราได้อย่างไรสุดท้ายนี้ผมก็ขออนุโมทนากับเพื่อนโยคีทุกท่านและท่านที่กำลังจะก้าวเข้ามาสู่ทางธรรม ด้วยนะครับ


โดย: วิช IP: 119.31.7.87 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:13:19:28 น.  

 
เพิ่งกลับมาจากการเข้าวิปัสสนาค่ะ เอาบุญมาฝากทุกๆคนนะคะ ขอเอาใจช่วยให้ทุกๆคนได้เข้าปฏิบัตินะคะ


โดย: ลูกโยคี IP: 124.120.236.227 วันที่: 18 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:32:41 น.  

 
ก็ขออนุโมทนาบุญด้วยคนน่ะครับ...


โดย: นิสิต IP: 202.28.52.221 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:55:24 น.  

 
โมทนาสาธุค่ะ


โดย: วิว IP: 112.142.8.56 วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:59:00 น.  

 
สนใจต้องการอยากไปปฏิบัติธรรมแบบการปฏิบัติอย่างจริงๆ ไม่อนุโลมต่อกิเลส แต่ไม่ทราบจะต้องสมัครหรือติดต่ออย่างไร


โดย: นำฝน ปิยะ IP: 222.123.199.24 วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:51:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ
พอดีตอนนี้ได้เปลี่ยนทที่อยู่ใหม่นะคะ
9/584 ที พี แมนชั่น ลาดปลาเค้า 78
บางเขน กทม.10220
ชอบมากค่ะปฎิบัติธรรม ของคุณแม่ดอกเตอร์สิริ กรินชัย
ถ้ามีใกล้ๆ แถวบ้านช่วยแนะนำด้วยค่ะ ถ้ามีโอกาสจะไปค่ะ


โดย: สิริมา ชัยวิวัฒน์ปัทมะ(คำใสอินทร์ IP: 180.183.116.89 วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:2:40:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
nimmanoradee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หนูนิ้มเข้ามาที่นี่เพราะพระพุทธเจ้า บุคคลผู้ซึ่งให้สิ่งที่ทำให้หนูเจอกับความสุขที่ยิ่งใหญ่ ในการรู้จักตัวเอง รู้จักความสุขที่มาจากข้างในตัวเอง
โอ๊ค สมิทธิ์ - ควา...
[Add nimmanoradee's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com