ธารรักสีเงิน :: บทที่ 14









 บทที่ 14
....แต่งงานกันเถอะ...





เช้ามา ทุกอย่างปกติดี บงกชรีบลงมาด้านล่างแต่เช้า กลัวว่ามารดาตื่นมาแล้วจะแปลกใจว่าทำไม ต้นธารและคนงานของเขามาอยู่ที่นี่กันทั้งคืน ลงมาถึง ลูกน้องเขากลับไปแล้ว เหลือเพียงชายหนุ่มคนเดียว  ตามองตา ทำได้เพียงกล่าวขอบคุณในน้ำใจของเขา  กำลังจะรีบไล่ให้เขากลับบ้านตนเองก่อนคุณกานดาตื่น แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว

"อ้าว พ่อธาร มาทำอะไรแต่เช้ามืด" คุณกานดาตะโกนถามลงมาจากด้านในห้องครัว เมื่อชะโงกหน้ามา เห็นเขายืนอยู่ ณ ลานบ้าน

บงกชรีบเอานิ้วจุ๊ปาก เป็นนัยว่าอย่าบอก

"อ๋อ ผมมา..." ยิ้มมีเลศนัยใส่ตาหญิงสาว "รับบัวออกไปข้างนอกครับ" ตะโกนบอกไป

บงกชตาเขียว กระซิบกระซาบ "ไปไหน ไม่ไป ใครจะไปกับคุณ"

"จะไปไหนกันรึ" มารดาถามอีก

"เมื่อวานแต่งกิ่งลำไยเสร็จ วันนี้บัวอยากเข้าเมือง ผมเลยอาสาจะขับรถให้ครับ"

คุณกานดาโผล่มามองจริงจัง  "จริงเหรอบัว"  น้ำเสียงไม่เชื่อ

"บัว เอ่อ.." ค้อนขวับใส่คนข้างตัว เขาตาพราว "ค่ะแม่ เมื่อคืนบัวอยู่งานเลี้ยงดึกไปหน่อย คาดว่าวันนี้จะเพลีย เลยขอให้พี่ธารมาขับรถให้น่ะ จะไปทำธุระและซื้อของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย"

เยส...
ต้นธารทำท่าชนะ

"มาดื่มกาแฟกับน้าก่อนไหมธาร แล้วค่อยไปกัน"

"ก็ได้ครับ" รับคำ แล้วก็เดินเข้าไปด้านใน เพื่อช่วยคุณกานดาชงกาแฟ ส่วนบงกชยืนงงๆ อยู่ที่เดิม เขาเลยตะโกนออกมา  "ไปแต่งตัวสิบัว ช้าอยู่ทำไม เดี๋ยวพี่ไปดื่มกาแฟกับคุณน้าก่อน"

...มาทำเป็นสั่ง...
...คนฉวยโอกาส...




**********




รถกะบะคันเล็ก สีชมพูเขียวพาสเทล โดยมีผู้ขับเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ อาจจะดูประหลาดตาไปซักหน่อย แต่เพราะเมื่อคืนต้นธารเดินมาสวนศิริกุลจากทางท้ายสวน วันนี้ บงกชจึงเอารถตัวเองออกมา

"ข้ออ้างมีตั้งเยอะ โกหกอะไรก็ได้ แล้วมาบอกว่า มารับฉัน แล้วจะไปไหนกันล่ะทีนี้" บงกชต่อว่า 

"ไปไหนดีล่ะ ถือโอกาสไปซื้อของในเมืองอย่างที่เธอว่าก็ได้"

"แต่ฉันไม่ได้อยากได้อะไร"

"งั้นก็ไปธุระของฉันก่อนละกัน ถ้าเธอนึกออกว่าอยากไปไหนก็ค่อยบอก"

พูดแล้ว เมื่อรถเลี้ยวออกมาจากสวนศิริกุลสู่ถนนสายหลัก แว๊บเดียว เขาก็เลี้ยวเข้าสู่สวนต้นตระการทันที

"ไปสวนคุณทำไม"

"ก็ธุระส่วนตัวของฉันไง" หันมามองหน้าคนข้างตัว ก่อนจะชี้ตัวเอง "ตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันเลย"
ก็จริงของเขา...หญิงสาวจึงไม่กล่าวอะไรอีก


..


ขณะนั่งรอต้นธารอาบน้ำอยู่ในห้องรับแขกของบ้านต้นตระการ  บงกชก็อดคิดถึงอดีตไม่ได้ บ้านหลังนี้ บูรณีน้องสาวของเธอ เคยมาบ่อยๆ ตอนโต ที่รู้เพราะฟังมาจากมารดา แต่จำได้ว่าสมัยก่อนโน้น ตอนที่เธอยังแอบเป็นแฟนกับต้นธารนั้น ใจเธอใฝ่ฝันอยากมาที่นี่เหลือเกิน แต่ต้นธารก็ไม่เคยชวนเธอมา และบิดาของเธอเองก็ไม่ชอบคนสวนนี้ แม้ไม่ได้พูดอะไรออกมาโต้งๆ  แต่หญิงสาวรู้ดีว่า บิดาของเธอไม่ชอบคนบ้านนี้ ดังนั้น ช่วงที่แอบคบกัน เธอก็ไม่เคยบอกคนที่บ้านเช่นกัน
บ้านหลังใหญ่สองชั้นกึ่งไทยกึ่งยุโรป จัดแต่งได้อย่างลงตัวสวยงาม สมแล้วที่เป็นเจ้าของสวนยิ่งใหญ่  ตามเค้าท์เตอร์มีภาพถ่ายเรียงราย ภาพสมัยต้นธารและต้นหลิวสมัยเด็กๆ ยืนกอดคอกันน่าเอ็นดู จะว่าไป ต้นหลิวก็เปลี่ยนไปมากทีเดียว จากภาพถ่ายปัจจุบันที่เธอเคยเห็นในอัลบั้มรูปของบูรณี ต้นหลิววัยเด็ก ผอมกระหล่อง ตากแดดตากลม ดำปี๋ ตอนช่วงมัธยมปลาย  สูงเก้งก้าง ซอยผมสั้น เป็นนักกีฬาตัวยง โผงผางปากเก่ง ด่าตรงแรง ผู้ชายขยาดไม่อยากเข้าใกล้ แต่ต้นหลิวในวันนั้นเติบโตมาในวันนี้ กลายเป็นหญิงสาวร่างสมส่วน กลมกลึง ผิวแทนเนียนละออ ซอยผมสั้นเก๋ไก๋ ดวงตากลมโตน่ามองน่าชม
มิน่าละ นายเมฆได้เจอครั้งหนึ่ง ยังรำพึงว่า แปลกประหลาด

 แต่น่าสนใจ...



"ได้ข่าวว่าสมัยเรียน เธอไม่ถูกกับยัยหลิวหรือ" เสียงดังมาจากด้านหลังทำให้บงกชตกใจ ว่ารูปลงที่เดิม หันมามอง

"ไม่เชิงหรอกค่ะ ก็แค่มีชีวิตที่แตกต่างกัน ชอบกิจกรรมที่แตกต่างกัน กลุ่มต้นหลิวเขาเป็นกลุ่มนักกีฬา แต่กลุ่มของพวกฉัน เป็นนักกิจกรรม ไม่ค่อยสุงสิงกันเท่าไหร่"

ต้นธารทำหน้าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ว่ากระไร แค่บอก "ดีแล้ว ต่อไป ถ้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน จะได้ไม่มีปัญหา" ว่าแล้วก็ไม่รอฟังหญิงสาวเลย เดินไปหยิบหมวกแก๊ปกับแว่นตากันแดดมาสวม

"ให้เวลาคิดนานแล้ว สรุปว่า คิดออกหรือยังว่าจะไปที่ไหนกันดี"

ตายละหว่า ...เธอไม่ได้คิดอะไรเลย มัวแต่คิดเรื่องอื่น

"แล้วแต่คุณเถอะค่ะ จะพาไปไหนก็ไปจะทำอะไรก็ทำ" ตอบในที่สุด

เขายิ้มมุมปาก "พูดแล้วนะ ห้ามคืนคำ"





เมื่อเห็นเขาพาไปที่รถเขา หญิงสาวจึงแปลกใจ "แล้วทำไม ไม่ใช้รถฉันล่ะคะ"

ต้นธารหันกลับมามองคนข้างตัว สายตาจริงจัง "บัว รถคนนั้น ปกติใครเป็นคนใช้บ่อยที่สุด" คำถามจริงจัง ทำให้บงกชรู้สึกถึงลางไม่ดี

"ปกติก็บุ๋มใช้ค่ะ บุ๋มกับแม่ใช้คันนั้นตลอด เพราะลุงสนมีรถสำรองอีกสองคันที่แม่เอาไว้ให้ใช้ แต่นานๆ ที แม่จะไหว้วานให้ลุงสนไปส่ง...ทำไมหรือคะ?"

"ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวฉันจะตรวจเช็คให้แน่ใจก่อนแล้วกัน"

ว่าแล้วก็เปิดประตูรถให้เธอ หญิงสาวขึ้นไปนั่ง เมื่อเขาจะปิดประตู เธอยั้งไว้ จ้องตา

"บอกฉันมาค่ะ ว่ามีอะไรกันแน่?"

"รถคนนั้นไม่ปกติ ตอนขับมานี่ ฉันรู้สึกได้ แต่ก็พยายามประคองมาจนถึงนี่ แต่จะต้องให้ช่างมาดูอีกที ว่ารถเป็นอะไร แต่ถ้าเป็นอย่างที่ฉันคิด มันต้องไม่ธรรมดาแน่ แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง"

"ไม่ค่ะ ..ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เราจะจัดการมันด้วยกัน"

คำว่า เรา ทำให้เขาพยักหน้า


***********



"เมื่อคืน ไอ้ต้นธารมันมาเฝ้าบ้านศิริกุลทั้งวันครับนาย " เสียงหนึ่งดังมาจากมุมมืด "จะให้ผมจัดการอย่างไรดีครับ"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะเข้าไปเจรจากับคุณกานดาอีกที ถ้ายังยืนยันคำเดิม ก็คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด... นายไปได้"  พูดจบ ก็หันไปเซ็นต์เอกสารอีกมากมายก่ายกองบนโต๊ะ



************



เส้นทางที่ไม่เคยเหยียบย่างมานาน แต่เมื่อรถเลี้ยวเข้าซอย บงกชก็จำมันได้ดี ว่ามันคือที่ไหน รถจอดลง สถานเดิม แต่ตัวบ้านเปลี่ยนไป ความเป็นอยู่ ฐานะของเจ้าของบ้านดีขึ้น ป้าอรกุลีกุจอออกมาต้อนรับหญิงสาวอย่างสนิทสนม แม้ห่างหายไปนานจนแทบลืมเลือน แต่เมื่อเจอกันอีกครั้ง สายสัมพันธ์เก่าที่เคยแน่นแฟ้นก็กลับมาอีกครั้ง


"ดีใจที่คุณธารมาค่ะ หนูบัวด้วย ป้าแก่ลืมวันคืนเก่าๆ ไปบ้าง แต่เห็นหนูมาด้วยกันอีกแบบนี้ คิดถึงวันโน้นจัง" ดึงหญิงสาวมานั่งที่แคร่ หาน้ำหาท่ามาวางให้ "คุณธารโทรมาบอกว่าหนูบัวอยากมาหา ป้าดีใจ๊ ดีใจ เสียดายที่เจ้าแทนไม่อยู่ มันไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนมัน"

บงกชอยากหยิกคนข้างๆ ที่มาเจ้ากี้เจ้าการบอกว่าเธออยากมา ทั้งที่เธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย "นี่แทนคงโตมากแล้วล่ะนะคะ ตอนนั้น เจ็ดหรือแปดขวบเอง"

"โตแล้วจ้า โตเร็วมากๆ ปีนี้ ย่างเข้าสิบห้าแล้วสูงเก้งก้าง หล่อเชียว สาวๆ มาหาไม่ขาด" ชมหลานแล้วก็นึกได้ "เดี๋ยวไปนั่งรอกันตรงโน้นดีกว่า ป้าจัดไว้ให้แล้ว ไปทางโน้น สวนร่มรื่น มีสวนดอกไม้ของเจ้าแทนด้วย คุณธารคงรู้ นำหนูบัวไปเลยค่ะ เดี๋ยวป้าจัดอาหารตามไปให้"

ตรงโน้นที่ป้าอรเอ่ยถึง คือเสื่อสาดที่ถูกปูไว้อย่างดี มีอุปกรณ์สำหรับทานอาหารครบครัน รอก็แต่อาหารเท่านั้น นั่งลงแล้วบงกชก็แปลกใจ

"แปลกดีนะ อย่างกับมืออาชีพแน่ะ  คุณมาสั่งให้ป้าทำอาหารแบบนี้ ไม่รบกวนป้าเขาหรือไง ฉันเห็นเขาขายของอยู่ตลาดเมื่อวันนั้น"

คนนั่งข้างๆ หันมาอธิบาย "ไม่หรอก แกไปขายของ ยามแกว่าง ไม่มีอะไรทำน่ะ ปรกติ เวลามีแขกมาลงทัวร์ที่สวนของฉันหรือมาดูสวนดอกไม้ของอารัก ยัยหลิวเขาก็จะให้ป้าแกจัดอาหารไปให้ หรือถ้ามาน้อยคน ก็เปลี่ยนบรรยากาศมากินที่นี้และเดินเล่นในตลาดน่ะ ป้าแกไม่ได้ทำคนเดียวหรอกนะ ถ้ามีลูกค้าเยอะๆ ป้าแกก็ให้เพื่อนๆ บ้านแกมาช่วยด้วยและแบ่งๆ กำไรกันไป"

ดีจัง ...
หญิงสาวคิด


ชายหนุ่มและทุกคนทำงานกันเป็นระบบ แถมยังสร้างอาชีพให้คนในเมืองนี้อีกด้วย  ทั้งคนงานในสวน คนงานในโรงงาน คนขายของในตลาด และยังคนทำอาหารอย่างป้าอรและเพื่อนบ้านอีก

ครู่เดียวป้าอรก็ลำเลียงอาหารมาหลายชนิดจนเต็มเสื่อ อาหารหน้าตาน่าทานทั้งนั้น ทั้งของคาวของหวาน มาวางแบบพร้อมเพรียงให้เลือกสรรค์  แล้วป้าอรก็หายไปราวกับธาตุอากาศ ปล่อยให้ทั้งคู่ นั่งทานอาหารกันไปสองคน บรรยากาศในวันนี้ช่างดีเหลือเกิน ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทานอาหารกับใครบางคนที่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสนี้อีกครั้ง  ทานอาหารด้วยความเป็นมิตร เป็นมิตรจริงๆ คล้ายความขุ่นมัวในหัวใจจางลง หัวใจเปิดกว้าง จนแทบลืมอดีตไปเสียสิ้น ราวกับไม่เคยมีช่องว่างเวลาเจ็ดปีมาขวางกั้น

พี่ธารกับน้องบัว
คิดแล้วเสียดายเหลือเกิน...



มองคนตรงหน้าช้าๆ ชัดๆ จมูกโด่งคมสัน เหลี่ยมกรามชัดเจน ขอบคุณแว่นตากันแดดคู่นั้นที่ทำให้เธอไม่ได้เห็นสายตาคมเข้มของเขา ...บรรยากาศช่างเป็นใจ จนเธออยากรู้บางสิ่ง...

บางสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจ...

"ทำไมคุณถึงมาอยู่ตรงนี้คะ ตอนนั้นคุณกำลังเรียนกฏหมาย คุณกำลังจะมีอนาคตไกล คุณน่าจะทำฝันของครอบครัวให้สมบูรณ์เหมือนที่เคยพูดไว้ แต่ทำไม...."

"อยากรู้จริงๆ เหรอ" เขาถาม ถอดแว่นตาออก ตาสบตากัน "เพราะเธอไง"

คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวงุนงง "ฉันไม่เข้าใจ"

เขาดึงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง คลี่ออก บงกชจำมันได้

"คุณยังเก็บไว้?"

ความหวั่นไหวเกาะกุมใจ รู้สึกถึงความพร่ามัว เมื่อพยายามเพ่งมองดูทะเบียนสมรสปลอมที่พวกเขาทำมันเล่นๆ เมื่อเจ็ดปีก่อน ความยับย่นของมัน บ่งบอกให้รู้ ว่ามันไม่ได้รับการทนุถนอมนัก

"ใช่"

แต่มันยับ เพราะมันถูกล้วงออกมาดูบ่อยๆ หลายครั้งที่เขาโกรธ โมโห คิดถึงหล่อนในอ้อมกอดของผู้ชายคนนั้น เขาก็อยากจะขย้ำให้มันแหลกลาน เขาอยากทิ้ง แต่เขาก็ไม่กล้าพอ

"บอกพี่ได้ไหม ว่าทำไมถึงทิ้งพี่ไป " เขากลับมาเป็นพี่ธารอีกแล้ว "พี่ไม่เข้าใจ ว่าทำไมบัวถึงหนีพี่ หลบหน้า ไม่ติดต่อ ทำไมถึงทำให้พี่คิดว่าเธอมีคนอื่น และที่พี่ไม่เข้าใจมากกว่า คือเจ็ดปีผ่านไป ทำไมเธอกับเขาถึงยังเป็นแค่เพื่อนกัน "

".."

"หรือเธอเคยคบกันแล้วไปไม่รอดใช่ไหม  และตอนนี้ เธอเป็นแค่เพื่อนกันใช่หรือเปล่า?"

"ฉัน..."

"หรือเธอไม่อยากคบพี่ต่อ เพราะเรื่องที่แม่ของเธอ เคยเป็นคนรักของพ่อพี่ใช่หรือเปล่า เพราะแบบนี้ใช่ไหม เธอถึงไม่เคยให้พี่ไปพบพ่อของเธอ"

"ไม่ใช่นะคะ ..ไม่ใช่ ... โอ๊ย บัว..เอ้ย ฉันงงไปหมดแล้ว พ่อคุณ แม่ฉัน...อะไรกัน"

คำพูดนั้น ทำให้ต้นธารเงียบไป ...หรือเธอจะไม่รู้????? ถ้าเธอไม่รู้ เขาจะปล่อยผ่านไป

"แต่ไม่ว่าเหตุผลในวันเก่าจะเป็นอะไร พี่จะไม่สนใจ พี่จะสนใจแต่ปัจจุบัน ทะเบียนสมรสบ้าๆ อันนี้ มันผูกติดเราไว้เหมือนกัปดัก " เขาพูด พร้อมกับฉีกกระดาษแผ่นนั้นออกเป็นสองส่วน "พี่จะปล่อยให้ตัวเองเป็นอิสระ และเธอเองก็เช่นกัน เราหย่ากันเถอะ"


"พี่ธาร.." บงกชอึ้งไปกับกระทำของเขา ไม่เข้าใจ และขณะที่เธอกำลังมองกระดาษรุ่งริ่งใบนั้นอยู่ด้วยหัวใจที่ร่วงหล่น
สายสัมพันธ์สุดท้ายที่เชื่อมเธอและเขาไว้ ได้ขาดลงแล้ว

ไหนเขาบอกอยากเริ่มต้นใหม่กับเธออีกครั้ง แต่ทำไมเขาทำลายมัน !!!!!!!!




แต่อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ดึงมือเธอขึ้นมาจับไว้  ตรึงสายตาเธอไว้ด้วยสายตาของเขา

"ให้อาหารทั้งหมดนี้เป็นพยาน ในฐานะของผู้ชายที่หย่าแล้วเมื่อกี้และเป็นโสด พี่ขอถามเธอว่า เธอยินดีจะแต่งงานกับพี่อีกครั้งไหม"

อึ้ง..งง....

"...."

"แต่งงานกันจริงๆ เถอะ"















 

Create Date : 21 มกราคม 2560
1 comments
Last Update : 21 มกราคม 2560 6:06:44 น.
Counter : 465 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

ปูเสื่อรออยู่นะคะ

 

โดย: Ama_jung IP: 1.20.186.137 8 เมษายน 2560 20:54:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nikanda
Location :
จันทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]




ลายปากกา









New Comments
Group Blog
 
 
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
21 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nikanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.