Japan Shopping Haul ช็อปครั้งนี้ล้มละลายถึงปีหน้า


สวัสดีค่ะ NickyOkawa กลับมาเปิดถุงช็อปไปต่างประเทศอีกแล้ว

ปีนี้มีเหตุได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้ง สืบเนื่องจากซื้อทัวร์ไปสองที่ แต่ปรากฏว่า…

แม่กับพี่สาวไปไม่ได้ คืนเงินไม่ได้ แต่เปลี่ยนชื่อคนได้ นิกกี้กับพ่อเลยได้ไปค่ะ

เมืองที่ไปคือนารา เกียวโต โอซาก้า แหล่งช็อปปิ้งหลักของนิกกี้จึงเป็นโอซาก้าค่ะ เน้นที่ชินไซบาชิล้วนๆ

เรทที่แลกได้ตอนนั้น 100 เยน เท่ากับ 32.70 บาท แพงพอสมควร แถมขากลับค่าเงินตกอีก แลกคืนขาดทุนสุดๆ

มาพูดเรื่องการช็อปกันเลยดีกว่า 

การช็อปปิ้งในสุวรรณภูมิ บัตรสมาชิกคิงพาวเวอร์ระดับบัตรเขียวของนิกกี้

ไม่สามารถใช้ลดราคาหลายๆ แบรนด์ได้ เช่น Chanel เป็นต้น

และเดี๋ยวนี้มีบริการฝากของมาเอาตอนขากลับได้นะคะ สะดวกมาก ชอบมากเลย 

เคาน์เตอร์รับของจะอยู่ตรงข้ามสายพานรับกระเป๋าที่ 16 ขอแค่อย่าลืมหรือทำเอกสารหายเป็นพอ 

แต่บางทีก็ฝากเหล้าหรือของบางอย่างที่ซื้อแพ็คคู่ไม่ได้ ต้องสอบถามพนักงานดีๆ ค่ะ


ส่วนการช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่น นิกกี้เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาฝาก

1. ร้านดรัคสโตร์มีป้ายราคาระบุไว้ 2 ราคา นั่นคือราคาก่อนและหลังบวกภาษี
ถ้าจะซื้อของแบบไม่เสียภาษี ใช้เคาน์เตอร์คิดเงิน TAX Free ได้เท่านั้น

2. Matsumoto Kiyoshi ของเยอะสุด ครบสุด ดังสุด และนักท่องเที่ยวเยอะสุด
ดองกิโฮเต้คนเยอะพอกันและของถูกมาก แต่ต้องดูสภาพดีๆ มีของใกล้หมดอายุเหมือนกัน
ส่วน Sun Drug กับ Tsuruha บางสาขาก็ใหญ่และของครบ แถมนักท่องเที่ยวน้อยกว่าด้วยค่ะ

3. นักท่องเที่ยวมีสิทธิ์ในการซื้อสินค้าปลอดภาษีหรือ TAX Free
โดยสินค้าพวกเครื่องสำอางต้องมีราคารวมแล้ว 5,001 เยนขึ้นไป
เครื่องใช้ไฟฟ้ารองเท้าเสื้อผ้าน่าจะ 10,001 เยนขึ้นไป
แต่ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละร้านอีกทีนะคะ อย่าง ABC Mart ร้านขายรองเท้า รู้สึกจะไม่มี TAX Free

4. ซื้อของในห้าง ต้องจ่ายราคาเต็มก่อน แล้วค่อยขึ้นไปขอรีฟันด์ที่แผนกบริการลูกค้าอีกที

5. นักท่องเที่ยวชาวจีนมีมากมายมหาศาลและกำลังซื้อสูงส่ง ร้านดังๆ อย่าง MatsuKiyo 
แถวของเคาน์เตอร์ TAX Free ยาว 20 คน และทุกคนถือกันสองสามตะกร้า
ใช้เวลาในการรอไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง เราเจอมาแล้วที่ห้างทาคาชิมาย่า โอซาก้า
(ห้างที่มีแปรงฮาคุโฮโดขาย) รอรีฟันด์เกินชั่วโมงแต่ยอมเพราะเราซื้อของแพง

6. นั่นเป็นเหตุผลที่เราเลือกไปซื้อเครื่องสำอางที่ร้านดรัคสโตร์ Tsuruha
ซึ่งมีแถวสำหรับ tax ฟรีเหมือนกัน แต่คนน้อยกว่า ไม่ต้องรอคิวนานสามชั่วโมงเหมือนร้านอื่นๆ
ราคาแต่ละร้านแตกต่างกันนิดๆหน่อยๆ อยู่แล้ว อย่าไปเครียดกับราคามาก

7. ที่สำคัญคือ พนักงานของซึรุฮะแพ็กของดีมากกกกกกก พอดีใส่กระเป๋าได้เลย ไม่ต้องรื้อออกมาจัดใหม่
เพราะจริงๆ แล้ว สินค้า
TAX Free แพ็กแล้วห้ามเปิดใช้ ถึงเจ้าหน้าที่เขาจะไม่ตรวจก็เถอะ

8. ใบ TAX Free ร้านจะติดกับพาสปอร์ตของเรา อย่าลืมดึงออกตอนผ่านตม. ญี่ปุ่นขาออกนอกประเทศนะคะ

9. ซื้อรองเท้าในญี่ปุ่นมีการผิดพลาดเกิดขึ้นเยอะมากกกกกก แนะนำว่าทุกคนต้องตรวจอย่างจริงจัง
ดึงรองเท้าทั้งสองข้างออกมาจากกล่อง ตรวจดูสภาพ (มีคนเคยได้รองเท้าเหมือนคู่ที่ให้ลอง)
ตรวจดูสีของทั้งสองข้าง (เคยมีคนได้รองเท้า
Adidas Stan Smith ตรงส้นคนละสี)
ตรวจดูเบอร์ทั้งสองข้างว่าใช่เบอร์เดียวกันมั้ย กรณีนี้น่าจะเจอกันบ่อยสุด
ส่วนของเราเจอหนักสุด คือได้รองเท้าข้างซ้ายมาสองข้าง ข้างขวาไม่มีจ้ะ
ต้องเอาไปเคลม
ใครเที่ยวเองไม่มีทัวร์ไม่มีไกด์คอยช่วย พอกลับประเทศแล้วจะเปลี่ยนลำบากมากเลยนะคะ

10. เจออะไรแล้วชอบให้ซื้อเลย เพราะวันต่อมาอาจจะขายหมดแล้ว โดยเฉพาะกระเป๋าที่กำลังฮิตและรองเท้ากีฬาดังๆ



ตัวอย่างการแพ็คของของร้านซึรุฮะค่ะ เรียงมาเป็นระเบียบเรียบร้อยและแบนแบบใส่กระเป๋าเดินทางได้เลย


มาเปิดถุงกันเลยเนอะ เริ่มต้นที่คิงพาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี สุวรรณภูมิ


Estee Lauder Advanced Night Repair

ขวดใหญ่สุด ราคาขวดละ 6,120 บาท เฮือกกกกก

ซื้อมา 2 ขวด ใช้เองหนึ่ง ให้แม่ไปอีกขวดค่ะ ได้กระเป๋าแดงแถมมา ข้างในมีครีมบำรุงเซ็ตจิ๋วตามสไตล์เอสเต้

ส่วนของที่ไม่มีรูปคือ Erb Underarm Mask ราคา 705 บาท กับ Erb Underarm Toner ราคา 645 บาท

และของที่ซื้อให้เพื่อน ทั้งแป้ง น้ำหอม อายแชโดว์ แจกจ่ายไปหมดแล้วค่ะ เลยไม่มีรูป



แต่แนะนำตัวนี้นะ Bobbi Brown Instant Pretty Eye and Cheek Palette ราคา 1,955 บาท
เห็นมีแต่ที่สุวรรณภูมินะคะ น่าจะเป็น
travel exclusive สวยและพกพาง่าย เพื่อนฝากซื้อ แต่นิกกี้ยังแอบอยากได้เลย


มากันที่ญี่ปุ่นกันเลยดีกว่า เริ่มจากสินค้าพวกเครื่องสำอางจากซึรุฮะและดองกิโฮเต้ 

สาขาในชินไซบาชิ นิกกี้ซื้อมาไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ เผื่อที่ไว้ใส่รองเท้า

ราคาก็จดๆ มา บางอันก็เดาๆ จากบิล ราคาถูกต้องแน่นอนค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่ารวม TAX เข้าไปรึเปล่า

ร้านซึรุฮะสาขาที่ซื้อคือ ถ้าหันหน้าเข้าป้ายกูลิโกะใหญ่ มองตรงไปจะเห็นสตาร์บัคส์ ให้เดินไปหาเลยค่ะ
ผ่านสตาร์บัคส์ ผ่านร้านที่ขายคอนแทคเลนส์ เดินตรงไปเรื่อยๆ ซึรุฮะจะอยู่ทางซ้ายมือเห็นป้าย TAX Free ชัดเจน

ส่วนร้านดองกิโฮเต้ นิกกี้พักที่ IBIS ShinSaiBaShi Osaka ซึ่งห่างจากร้านดองกี้ไม่เกิน 500 เมตร

สาขานี้น่าจะเป็นตึก 8 ชั้น ปิดเที่ยงคืน คนเยอะโคตรๆๆๆๆๆๆๆ

พนักงานบริการดี รวดเร็ว แต่แพ็กของไม่โอเคค่ะ มาเป็นก้อนใหญ่กว่าลูกฟุตบอล

ยัดใส่กระเป๋าไม่ได้ ต้องจำใจรื้อออกมาเป็นชิ้นๆ เสียวโดนตรวจอยู่เหมือนกันนะ




ผงแป้งล้างหน้า
Kanebo Suisai

ราคา 1,512 เยนต่อ 1 กระป๋อง ซื้อแบบแพ็ค 6 กระป๋องมาค่ะ

เริ่มต้นรายการช็อปปิ้งด้วยความเสล่อสุดๆ คิดว่า 1,512 เยนคือได้ทั้งแพ็ค

สรุปคือทั้งแพ็คนี่คือ 9,072 เยน ราวๆ 3,000 กว่าบาท

ไปๆ มาๆ เจ้านี่ไม่ใช่ของราคาถูกที่ซื้อมาแจกทิ้งแจกขว้างได้นะคะ

ใน 1 กระป๋องมีแป้งจิ๋ว 32 อัน หารไปหารมาตกอันละประมาณ 15 บาทค่ะ




สเปรย์น้ำแร่
Avene

ราคาติดไว้พอดี๊ 1,362 เยน น่าจะไม่รวม TAX ค่ะ

ซื้อเพราะสเปรย์น้ำแร่ตัวโปรดของนิกกี้คือ La Roche-Posay ไซส์เล็กใกล้หมดพอดี

แต่ตอนนี้มันก็ยังไม่หมด เลยยังไม่ได้เปิดใช้ค่ะ

สังเกตดูดีๆ เวลาช้อปคือ ยิ่งแพ็คใหญ่ ราคาก็ยิ่งถูก และมีของแถมเล็กๆน้อยๆ ด้วยค่ะ



ยาหยอดตา รุ่นสีน้ำเงิน

ราคา 210 เยน ซื้อมามากกว่า 10 อัน

ใช้ด้วย ให้เพื่อนด้วย ไอเท็มนี้คนขอมาเยอะสุด



Ooshima Tsubaki Hair Oil

ราคา 1,278 เยน ได้มาแค่ 2 ขวด เพราะเหลือเท่านี้

ระวังมีบางยี่ห้อทำเลียนแบบนะคะ แพ็คเก็จคล้ายกันด้วย ต้องดูดีๆ

แต่จริงๆ ราคานี้น่าจะบวก TAX แล้วนะคะ เพราะในบล็อกคุณแป้งราคาแค่ 950 เยนเอง



Loretta Base Care Oil

สารภาพว่าจำราคาตัวนี้ไม่ได้ค่ะ เลยเข้าไปดูในบล็อกคุณแป้งคิราริ อยู่ที่ 2,730 เยน

ก็นั่นแหละค่ะ ซื้อตามคุณแป้ง แหะแหะ เหลือขวดเดียวในชั้นวางด้วยสิ




LuLuLun มาส์คหน้าสูตรสีแดงกับสีทอง ไม่มีขายในไทย

ในห่อมี 7 แผ่น ราคา 400 เยน ซื้อมาอย่างละ 3 ห่อ แบ่งให้พี่สาวกับน้องสาว

เราว่ามาส์คมันพอใช้ได้ แต่ไม่ค่อยอนามัยเท่าไหร่ กว่าจะใช้ครบ 7 แผ่นคงเยินพอดู



Media Translucent Powder

ราคา 845 เยน ซื้อมากระปุกเดียว

แป้งฝุ่นที่เราเคยซื้อมาจากฮ่องกง 3-4 กระปุก ใช้หมดแล้ว เนื้อเบาและพัฟนุ่ม แต่ไม่คุมมันนะคะ

ตอนช่วงหน้าร้อนไม่ชอบเลย เอามาใช้หน้าหนาวค่ะ เข้ากันดีกับคุชชั่น


Canmake แป้งฝุ่นอัดแข็งตลับทอง

ราคา 1,015 เยน แต่ตลับเดียวก็พอ

แถวบ้านนิกกี้ไม่มีแบรนด์นี้ เลยต้องไปสอยถึงญี่ปุ่น



Shiseido ที่ล้างแปรง

ขวดละ 750 เยน ซื้อมาลองขวดเดียวพอ

ถ้าไม่เวิร์ค ก็ใช้แชมพูเด็กหรือของไดโซะต่อไป


Shiseido 123

ราคา 600 เยน ซื้อมา 3 อัน เพราะพัฟไม่มีวันหมดอายุเร็วเท่าเครื่องสำอาง

พัฟใหญ่ในตำนาน นุ่มจริง แต่ก็ใหญ่จริงๆ นะ



กาวติดขนตาปลอม D.UP (ต้องอ่านว่าดีอัพ) รุ่นฮาวาย ลิมิเต็ดเอดิชั่น

แท่งละ 900 เยน ตัวนี้ซื้อที่ร้านดองกี้

ตอนแรกคิดว่าถูกกว่ารุ่นคิตตี้ ไปๆ มาๆ ราคานี้น่าจะยังไม่รวม TAX


กาวติดขนตาปลอม D.UP รุ่นคิตตี้

ราคา 972 เยน ซื้อมาสองแท่ง ภายนอกคนละสีกัน แต่เนื้อกาวเป็นสีใสเหมือนกันนะ


ขนตาปลอม Riri

กล่องละ 880 เยน ซื้อมา 3 เบอร์ แต่ให้คนอื่นไปแล้ว 1 กล่อง

เห็นเป็นสินค้าแนะนำ แต่ไม่มีป้าย Cosme ส่วนตัวเราว่าขนตาปลอมญี่ปุ่นสวยแต่ไม่ใช่ของถูก

ซึ่งเราเป็นคนติดขนตาปลอมครั้งเดียวแล้วทิ้งเลยค่ะ เพราะเคยใช้ซ้ำแล้วมีอาการระคายเคือง 

เลยไม่ซื้อของแพงใช้อีก อันนี้ราคาพอรับไหว ขนตาดูไม่เยอะไม่หนาไม่ฟูมาก เลยซื้อมาลอง



Country & Stream Eye Roll

ราคา 1,080 เยน ซื้อมาแท่งเดียวพอ

โรลใต้ตาให้ความชุ่มชื้น เป็นของแบรนด์นี้ตัวเดียวที่เราเห็น นอกนั้นไม่เจอเลยค่ะ อดได้ครีมทามือตัวโปรดเลย


ลิปมัน DHC

ราคา 514 เยน ซื้อมาแท่งเดียว

ตอนที่เราไปไม่มีลายลิมิเต็ดเอดิชั่นแฮะ เสียดาย


Nivea ลิปมันแบบแท่ง

ราคา 398 เยน ซื้อมา 2-3 แท่ง

หา Country & Stream กับ Muji ไม่เจอ เลยซื้อลิปมันพวกนี้มาแทน


Nivea Crème Care ลิปมันแบบกระปุก กลิ่นน้ำผึ้ง

ราคา 598 เยน

ซื้อเพราะคำว่ากลิ่นน้ำผึ้งแค่นั้นเอง



Nivea Sun Gel ครีมกันแดดทาตัวชนิดถุงเติม

ราคา 800 เยน ซื้อมา 2 ถุง เพราะกลัวหนักกระเป๋า



Biore Cleansing Liquid ชนิดถุงเติม

ราคา 798 เยน ถูกกว่าไทยพอสมควรค่ะ แต่ซื้อมาแค่ 2 ถุงก็พอ

ซื้อเพราะชอบถุงเติม อะไรที่มีถุงเติมได้ก็จะซื้อค่ะ



อายครีมหลอดสีน้ำเงิน

ราคา 1,013 เยน ซื้อมา 2 หลอด ให้พี่สาวไปอันนึง ให้ญาติไปอีกอันนึง

ชื่อเต็มคือ Meishoku PlaceWhiter Mediacal Whitening Eye Cream ยาวมาก

ดูมาจากบล็อกคุณแป้งคิราริเช่นกันค่ะ ใครไปญี่ปุ่นต้องตามดูคุณแป้งเลยนะ



มาสค์เท้า สูตรพริก

ราคา จำไม่ได้จริงๆ ค่ะ

มีแบบซองและมีแบบเป็นกล่องให้เลือก ส่วนตัวใช้แล้วไม่ค่อยเวิร์ค ปวดขาก็ใช้ยานวดไปอ่ะถูกแล้ว


มาส์คตา กลิ่นลาเวนเดอร์

ราคา 980 เยน ซื้อมาสองกล่อง

กลับกันกับอันนี้ นิกกี้ชอบมาก ใช้แล้วฟินมากกกกกกก หลับสบายผ่อนคลายสุดๆ

ใครนอนหลับยากเหมือนกัน แนะนำให้ซื้อมาเยอะๆ เลย ส่วนตัวแอบงกใช้ซ้ำกัน 2-3 ครั้ง

จริงๆ คืนเดียวมันก็หมดฤทธิ์แล้วค่ะ อาศัยว่าหยดน้ำมันลาเวนเดอร์ที่มีลงไปที่แผ่นมาส์คเอา 5555



เยลลี่องุ่น

ห่อละ 118 เยน คิดเป็นเงินไทยไม่เกิน 40 บาท ร้านพรีขายตั้ง 80 บาท

นี่คือเยลลี่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยกินมาค่ะ หน้าตาเหมือนเม็ดองุ่น สัมผัสยังนุ่มๆ หยุ่นๆ เหมือนกันด้วย

ซื้อมา 10 ห่อ ต้องค่อยๆ ถนอมกินด้วยความเสียดาย ไม่แบ่งใครด้วยนะ 55555 มันอร่อยมากค่ะ



Tangle Teezer

ราคาจำไม่ได้ แต่ตกเป็นเงินไทยประมาณ 650 บาทค่ะ

ซื้อมาเพราะคิดว่าถูกกว่าที่ไทย อยากได้มานานแล้วค่ะ Sephora ขาย 850 บาทแน่ะ

ใช้ดีนะคะ เพราะนิกกี้เป็นคนผมยาวและดัดมาจนคลาย มันเลยชอบเป็นสังกะตัง

ใช้หวีอันนี้แล้วไม่เจ็บหัวเลย แต่ผมที่ร่วงแล้วก็ร่วงนะคะ ไม่ถึงขั้นไม่มีผมติดซี่หวีมาเลย บางเจ้าที่พรีออก็โม้ป๊าย


สเปรย์กันน้ำให้รองเท้า

ประมาณ 2,000 กว่าเยนค่ะ จาก ABC Mart

ซื้อเพราะดูจากโมเมวิธยูตอนทำรองเท้าให้น่ามองค่ะ รองเท้ายังไม่เจอฝนจังๆ เลยไม่รู้ว่าได้ผลมั้ย



Three Cleansing Oil

ราคาขวดละ 3,800 เยน

เดินจากชินไซบาชิไปห้างทากาชิมาย่าไม่ไกลค่ะ ทีแรกถ่อเพื่อไปดูแปรงฮาคุโฮโด แต่ในที่สุดก็ทำใจซื้อไม่ลง

ส่วนตัวนิกกี้มองว่า ถ้าทำอาชีพแต่งหน้าหรือเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์คงคุ้มค่ะ แต่ทุกวันนี้ใช้นิ้วแต่งตาเป็นหลัก

ถ้าจะซื้อแปรงใช้เอง เอาเงินไปซื้อเซ็ต Zoeva ไม่ก็ Real Technique ดีกว่า

แต่ถ่อมาแล้ว อย่าคิดว่าจะเดินออกจากห้างไปโดยไม่เสียเงิน

นิกกี้ตัดสินใจซื้อ 2 ขวดเพื่อให้ได้ TAX Free และพบว่าใช้เวลาเกิน 1 ชั่วโมง ได้เงินคืนมา 525 เยน

แต่เอาเหอะ พอคิดเป็นเงินไทยแล้วได้มาในราคาขวดละ 1,166 บาท ก็คุ้มอยู่นะ

ส่วนแฟ้มคิตตี้ ได้ฟรีมาจากการทำรีฟันด์นี่แหละค่ะ โอเคเลย ^^

.............................................................................


ข้าวของจากร้านขายทั้งหลายแหล่ก็เป็นอันจบลงเพียงเท่านี้ค่า

ของกระจุกกระจิกอื่นๆ ก็ซื้อนะคะ เช่น ไอศกรีมชาเขียว ราคา 300 เยน 

แพงนะ คิดเป็นเงินไทยเกือบ 100 บาท กินพอให้รู้รสชาติโคนเดียวก็พอ



ชาเขียวและขนมต่างๆ

แต่ก่อนขนมในญี่ปุ่นค่อนข้างขายจำกัด ออกแนวขนมอันนี้ต้องไปซื้อหน้าวัดนี้เท่านั้น เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว

เช่น ขนมเค้กชาเขียวที่เป็นวงกลมมีรูตรงกลาง นาราก็ขาย เกียวโตก็มี โอซาก้าหน้าวัดน้ำใสยิ่งเยอะมาก

ชอบร้านไหนก็ซื้อร้านนั้นเลย แต่อย่าเก็บไว้นานถ้าจะเอามาฝากที่บ้านนะคะ


แม่เหล็กติดตู้เย็น

ราคา 300 ถึง 500 เยน

บ้านนิกกี้ชอบซื้อมาติดตู้เย็นที่บ้านค่ะ แต่ที่ฮาคือ ข้างบนปราสาทโอซาก้าขายแพงกว่าชั้นล่างแฮะ

ดูดีๆ ก่อนซื้อนะคะ โชคดีที่เราไม่ได้ซื้อ แต่ถ้าพลาดแล้วก็ยักไหล่แล้วก็ช่างมันเนอะ

ส่วนที่เป็นลายพระพุทธเจ้าแบบชินโตคือโพสต์อิทค่ะ 


กระเป๋าเป้ Anello 

เราซื้อรุ่นผ้าแคนวาสไซส์ใหญ่ค่ะ เพราะเราสูง 168 แล้วไม่ได้ผอม

พอสะพายกระเป๋าเล็กๆ แล้วดูแปลกๆ ไม่ชินตัวเอง

ที่เราเห็นในซินไชบาชิ กระเป๋า Anello รุ่นแคนวาสไซส์ใหญ่จะราคาเท่ากันหมดคือ 4,500 เยน แต่ความแตกต่างคือ

สีน้ำเงิน ซื้อจากร้าน Love Style ราคา 4,860 เยนเพราะบวกภาษี แงๆๆๆๆๆ

ที่ซื้อเพราะเราเดินย่านนี้สองวัน วันแรกของเยอะมาก มีครบทุกสีทุกไซส์ แต่ตอนนั้นรีบไปกินข้าวเลยไม่ได้ซื้อ

วันต่อมาเข้าร้านนี้อีกที หมดเกลี้ยง ไซส์เล็กไม่เหลือสักใบ รุ่นสามสีไม่มี รุ่นแคนวาสเหลือสองสี ดำกับน้ำเงิน เราเลยรีบสอยเลย

รุ่นสามสีสุดฮิต เดินมาเจออีกที ที่ร้าน WEGO ติดร้านมิตสึโมโต้เลยค่ะ เหลือ 4,050 เยนเอง ถูกกว่าเพราะได้ TAX Free

แต่รวมๆ แล้ว ตกประมาณ 1,500 บาท ไม่เกิน 1,600 บาทค่ะ

ถูกกว่านั้นไม่แนะนำนะคะ เพราะนิกกี้ว่าคนไม่เคยมีน่าจะดูของจริงของปลอมไม่เป็น 

นิกกี้ก็อาศัยข้อมูลจากในเน็ตเรื่องวิธีดู วิเคราะห์ราคาแล้วก็โอเคค่อยควักเงินจ่าย

จริงๆ Anello มีหลายวัสดุค่ะ ทั้งผ้านิ่มๆ ผ้ายีนส์ ผ้าแคนวาส และหนังพียู สวยหมดเลย

แต่ดูลักษณะการใช้งานอันสมบุกสมบันของตัวเองแล้วผ้าแคนวาสน่าจะเหมาะที่สุดค่ะ

เพราะหนังพียูไม่เคยถูกกับนิกกี้เลย ใช้ไปไม่นานมีอันลอกทุกใบ อาจจะเพราะใช้บ้างเก็บบ้างมั้งคะ

ส่วนรูปรองเท้า ไม่ได้ถ่ายเอาไว้เลย เพราะพอถึงบ้านปุ๊บก็รีบแจกจ่ายให้พี่ให้น้องไปหมด

ที่ซื้อคือ Onitsuka Tiger กับ Asics ค่ะ เพราะเป็นประเทศบ้านเกิดเขา

ส่วนตัวไม่ค่อยมีความรู้อะไร ขอแค่มีไซส์และราคาพอสู้ไหวเป็นพอ

นิกกี้ได้ Onitsuka Tiger มาคู่หนึ่งค่ะ แต่พอลองใส่แล้วรู้สึกว่ามันสวยแต่เดินนานแล้วแอบเมื่อยนะ

สู้รองเท้ากีฬาพวก Reebok ที่นิกกี้ชอบใส่ไม่ได้เลยค่ะ คงไม่ซื้ออีกแล้ว

ดีใจอย่างเดียว ราคาถูกกว่าในเมืองไทยพอสมควรเลย

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากนักช็อปคือ อย่าคาดหวังอะไรกับเอาท์เลทมากนะคะ

กระเป๋ายังพอไหว แต่รองเท้าส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีไซส์เราหรอกค่ะ คิดถูกที่ซื้อในชินไซบาชิก่อนแล้ว



ของที่ระลึกจาก Japan Universal Studio

เราซื้อเฉพาะของ Harry Potter นะคะ แต่ไม่ได้ซื้อไม้กายสิทธิ์เพราะมันแพง 

ราคา 8,000 เยนแน่ะ แถมยังทำอะไรไม่ได้นอกจากเรืองแสงอ่อนเบาด้วยพลังถ่านไฟฉาย (--')

แม่เหล็กลายเฮ็ดวิก ราคา 700 เยน

เยลลี่กับลูกอมรสบัตเตอร์เบียร์ในกล่องเหล็ก กล่องละ 1,200 เยนเท่ากัน 

ซึ่งแพงมากและได้ขนมน้อยมากกกกก ไม่ถึง 20 ชิ้นทั้งสองกล่อง ต้องแบ่งกันชิม

พวงกุญแจรูปแก้วบัตเตอร์เบียร์ ราคา 1,200 บาท ซื้อเพราะชอบบัตเตอร์เบียร์มาก

แต่ของจริงกินเกิน 1 แก้วไม่ไหวค่ะ อิ่มจนไม่สามารถกินข้าวกลางวันได้เลย

เราซื้อแก้วแบบพลาสติกมีหู กินหมดแล้วล้างเอากลับมาด้วย

บัตเตอร์เบียร์แบบธรรมดาถูกกว่าและอร่อยกว่า อย่าสั่งแบบ Frozen นะคะ เลี่ยนมาก

ไดอารี่ลายฮอกวอตต์ ราคา 1,000 เยน ใจจริงอยากซื้อแม่ม 5 เล่ม 5 ลาย แต่พอเหอะ


ณ ดิวตี้ฟรี ขาออกจากสนามบินคันไซ



Royce รส Ghana Bitter 

จำราคาไม่ได้แล้ว แต่ซื้อมา 3 กล่องและยอมจ่ายค่าหีบห่ออีก 100 เยน

ใครซื้อมาฝากที่บ้าน เสียค่าห่อเถอะค่ะ ช็อกโกแลตจะได้คงสภาพได้ในอากาศบ้านเรา

ตั้งแต่ชิมมา ชอบรสนี้ที่สุดแล้วค่ะ ไม่หวานแต่ก็ไม่ขมจนเกินไป



CK Eternity Summer 

ราคา 8,000 เยน

ซื้อเพราะอยากละลายเงินเยนให้หมด 

CK One Summer 

ราคา 5,400 เยน

และซื้อให้ครบ 10,000 เยน ได้น้ำหอมขนาดทดลอง กับกระเป๋ามา 1 ใบด้วย คุ้มอยู่นะ

.....................................................................................


เป็นอันจบหมดแล้วนะค้า สำหรับการเปิดถุงครั้งนี้

ขอบอกว่าเป็นการอัพบล็อกที่เหนื่อยที่สุด ภาพเยอะ เนื้อหาเยอะไม่พอ บล็อกแก๊งยังผีเข้าผีออก

โหลดรูปก็ช้า ต้องค่อยๆ อัพแล้วเซฟแล้วออก เข้าไปแก้ไขแล้วค่อยๆ เซฟไม่รู้กี่สิบรอบค่ะ

ยังไงอ่านแล้วช่วยคอมเมนท์ให้กำลังใจหน่อยนะคะ เอนทรี่นี้หมดพลังงานไปเยอะมากจริงๆ




Create Date : 10 มิถุนายน 2559
Last Update : 10 มิถุนายน 2559 23:54:49 น.
Counter : 7759 Pageviews.

2 comments
  
ดูแล้วอยากไปญุี่ปุ่นบ้างจัง เงินเยนที่แลกไว้ยังมีอีกเยอะเลย.. อิอิ

โดย: Auntie AnT วันที่: 16 มิถุนายน 2559 เวลา:9:21:49 น.
  
เป็นรีวิวที่อ่านเพลินมากค่ะ บอกราคาเสร็จสรรพเลย มีประโยชน์มากๆ ชอบมากๆค่ะ
โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 26 มิถุนายน 2559 เวลา:23:08:54 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

NickyOkawa
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



นักเขียน นักอ่าน และเจ้าของร้านฝึกหัด
มิถุนายน 2559

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
All Blog