จะส่งลูกเรียนต้องวางแผนอย่างไร






จะส่งลูกเรียนต้องวางแผนอย่างไร?

14 hours ago



Kevin's Daddy คุณพ่อนักวางแผนการเงิน AomMoney Guru





“จะส่งลูกเรียนคนนึงต้องวางแผนอย่างไร”

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ภาระที่สำคัญที่สุดของการที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ ก็คือ “ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูก” ซึ่งถ้าพ่อแม่ทุกๆ คนเลือกได้คงอยากให้ลูกได้มีโอกาสเรียนในระดับที่สูงที่สุด และ สถาบันที่ดีที่สุด ซึ่งถ้ามีกำลังก็อาจจะส่งเสียไปจนถึงระดับปริญญาโท ปริญญาเอกเลยก็ว่าได้ และถ้าให้ดีก็ต้องมีโอกาสส่งไปเรียนที่ต่างประเทศให้ได้ด้วย เพราะ อนาคตต่อไปการทำธุรกิจก็ต้องติดต่อต่างประเทศมากๆขึ้น ไม่เพียงจะใช้ภาษาอังกฤษ แต่เดี๋ยวนี้ต้องมีภาษาที่ 3 กันแล้วด้วย เช่น ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น

ดังนั้นพ่อแม่ในยุคนี้จึงต้องมีการเตรียมการกันอย่างเป็นแบบแผนเลย ซึ่งให้ดีก็ต้องมีการวางแผนระยะยาวไปเลยจากวันนี้ถึงวันที่ลูกเรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท เลย
ซึ่งการวางแผนการศึกษาบุตรจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญกับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้มากๆ เพราะ หากไม่รู้ว่าเราควรต้องใช้เงินทั้งหมดจนกระทั่งลูกเรียนจบระดับที่เราต้องการ ก็อาจจะมีปัญหาได้ เพราะ ระหว่างการเตรียมเงินเพื่อการศึกษาลูก ก็ยังต้องเตรียมเงินเกษียณอีกด้วย

ซึ่งเราจะประมาณค่าใช้จ่ายการศึกษาทั้งหมดได้ ก็ต่อเมื่อเราประมาณการว่า เราจะส่งลูกให้เรียนสูงสุดถึงระดับไหน

ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ ต้องรีบจัดการคือ

1. เลือกประเภทสถาบันการศึกษาที่ให้ลูกเรียน

ข้อนี้ก็เป็นที่คุณพ่อคุณแม่ จะต้องคิดร่วมกันว่าจะให้ลูกเราเรียนไปทางสายไหน ซึ่งโดยปัจจุบันก็มีอยู่หลายแนว ไม่ว่าจะเป็นสถาบันของรัฐบาล สถาบันของเอกชนและเดี๋ยวนี้ก็มีแบบเอกชนธรรมดา หรือ แบบเอกชน แบบ 2 ภาษา หรือที่เรียกว่า EP : English Program ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบธรรมดาเพราะ ต้องมีครูต่างชาติมาสอนด้วย หรือแบบเอกชนแบบโรงเรียนสายทางเลือก ก็มีค่าเทอมสูงเช่นเดียวกัน หรือ เรียนแบบนานาชาติ ที่มีแต่ครูต่างชาติ 100% เลย ซึ่งแบบนี้ค่าเทอมก็แพงที่สุด

ดังนั้นการเลือกประเภทของสถาบันการศึกษาจะมีผลต่อค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมแน่นอน เพราะ เป็นการเลือกและต้องวางแผนระยะยาวเลยทีเดียว โดยปกติการเลือกเรียนประเภทใดแล้ว ก็จะไม่เปลี่ยนแนวทาง ดังนั้นพ่อแม่คงต้องคิดให้ดีนะครับ

2. เลือกทำเลของสถาบันการศึกษา

ซึ่งหลังจากเลือกประเภทของสถาบันการศึกษาของลูกแล้ว ก็มาดูว่าเราจะให้ลูกเรียนทำเลไหนดี จะใกล้บ้าน จะใกล้ที่ทำงานของคุณพ่อหรือคุณแม่ เพราะ หากเราเลือกสถาบันดังๆที่เราต้องการแต่ต้องเดินทางไกล ก็อาจจะต้องยอมรับว่า ลูกของเราอาจจะต้องตื่นเช้ามากๆกว่าคนอื่น ต้องกินข้าวในรถ ระหว่างไปโรงเรียน แถมตอนขากลับก็ต้องฝ่ารถติดกลับบ้าน กว่าจะถึงบ้านก็อาจจะ 1-2 ทุ่ม ก็ต้องรีบทำการบ้านต่อ หรือจะจ้างรถโรงเรียนเพื่อให้กลับบ้านเร็วขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย แต่บางคนจะเลือกใกล้บ้านก็อาจจะไม่ต้องตื่นเช้ามากเพื่อไปโรงเรียน ซึ่งก็ทำให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ซึ่งข้อนี้ต้องคิดให้ดีนะครับ เพราะ ต้องเรียนหลายปีเลยทีเดียว

ดังนั้นข้อนี้ตามความเห็นผม จึงอยากให้พ่อแม่อาจจะ List ชื่อ โรงเรียนที่ต้องการ และแวะไป เยียมชมโรงเรียนนั้นๆก่อน (แนะนำว่าควรไปช่วงวันที่ทำการเรียนการสอนปกตินะครับ จะได้เห็นแนวทางการสอนแบบสดๆ) จากนั้นก็ค่อยประเมินว่าจะไปกลับอย่างไร ที่เราอยากให้เป็นครับ







อย่าลืมว่า “ ยิ่งเรียนสูงขึ้นไป ยิ่งใช้เงินเยอะ ”

1.ระดับตั้งแต่เตรียมอนุบาลและอนุบาล

โดยถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของการสร้างรากฐานของมนุษย์ โดยหากได้รับการศึกษาและพัฒนาอย่างถูกต้องเหมาะตามวัย ก็น่าจะทำให้ครอบครัวมีความสุขไปด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ ก็จะเป็น ค่าอาหารกลางวัน ค่าเรียนว่ายน้ำ ค่าเรียนคอมพิวเตอร์ และ อื่นๆอีกมากมาย

2. ระดับประถมจนถึงชั้น มัธยมปลาย หรือ ไปสายอาชีวศึกษา

ซึ่งการใช้จ่ายในช่วงนี้ ก็จะมีค่าเรียนค่าเทอมสูงขึ้นกว่าสมัยอนุบาล ส่วนรายจ่ายอื่นๆ ก็ได้แก่ค่าหนังสือ เสื้อผ้า ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเรียนพิเศษและที่พบบ่อยๆ คือ ค่าเรียนติวหนังสือ เพราะ พ่อแม่ก็คาดหวังจะให้ลูกมีโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นต้น

3. ระดับปรัญญาตรีขึ้นไป

ซึ่งช่วงนี้ค่าเทอมก็จะแพงขึ้นไปอีก และ อาจจะมีรายจ่ายเพิ่มมาเช่น ค่าไปอยู่หอ หรือบางทีค่าเดินทางก็แพงกว่าสมัยเรียนมัธยม เพราะ มหาวิทยาลัยอาจจะไกลจากที่พักอาศัยก็ได้ รวมถึงช่วงมหาวิทยาลัยก็มักจะมีค่ากิจกรรมมากกว่าปกติด้วย





จะเห็นว่า ค่าเล่าเรียนจะยิ่งสูงขึ้นๆ ไปเรื่อยๆ แถมค่าเล่าเรียนที่เอามาโชว์นี้ก็ยังเป็นมูลค่าค่าเล่าเรียนในปัจจุบัน ดังนั้น การจะวางแผนทุนการศึกษาบุตร ก็ควรต้องมีการประมาณการเงินเฟ้อด้วย ก็จะได้เป้าหมายค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาในอนาคตแล้วครับ

ดังนั้นการวางแผนจะส่งลูกเรียนนั้นคือสิ่งสำคัญมากๆ เพราะ มันคือการตัดสินใจของพ่อแม่ที่จะตั้งใจวางโปรแกรมการเรียนให้ลูกในระยะยาว ถึง 20-24 ปี เลย และที่สำคัญ สิ่งแรกๆหลังจากได้ประเภทการศึกษาและทำเลโรงเรียนลูกที่ต้องการแล้ว คือ “ค่าใช้จ่ายประมาณการที่ต้องเตรียมทั้งหมด” คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ ต้องคิดทันทีเป็นสิ่งแรกครับ เพื่อวางแผนการเก็บออมถูก และควรพิจารณาในหลายๆ มิติประกอบกัน ตามความพร้อมของเราด้วย ไม่ใช้ต้องถึงกับต้องเป็นหนี้เป็นสิน เพื่อส่งลูกเรียนนะครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.aommoney.com/kevindaddy/ข้อสำคัญที่ต้องวางแผน-เ#gs.UK0RerM


newyorknurse



Create Date : 16 กันยายน 2559
Last Update : 21 กันยายน 2559 1:21:30 น. 0 comments
Counter : 428 Pageviews.
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 121 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ
BlogGang Popular Award # 12 - 2559


BlogGang Popular Award # 11 - 2558



BlogGang Popular Award # 10 - 2557



BlogGang Popular Award # 9 - 2556



BlogGang Popular Award # 8 - 2555





ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2559
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
16 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.