“ซื้อประกันสุขภาพแล้ว แต่ทำไมต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่ม”








“ซื้อประกันสุขภาพแล้ว แต่ทำไมต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่ม”



ในขณะที่เราสไลด์หน้า Facebook ดูความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ว่าวันหยุดนี้แต่ละคนกำลังทำอะไรบ้าง เลื่อนไปเรื่อยๆ ก็สะดุดกับภาพเพื่อนสาวนักขายอสังหาฯมือทอง โพสต์ภาพตนเองใส่ชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมกับบอกราคาค่าตรวจครั้งนี้ 9,000 บาท และต้องเตรียมเงินอีก 88,000 บาทเป็นค่าผ่าตัดในสัปดาห์ต่อไปด้วย #ปาดเหงื่อ



เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ…

เพื่อนคนนี้ทนกับอาการปวดขาเพราะเส้นเลือดขอดมา 10 กว่าปี เพราะไม่อยากผ่าตัดและ จ่ายค่ารักษาพยาบาลแพงๆ ก่อนหน้านี้เคยฉีดยารักษามาบ้าง แต่มันก็ยังไม่หาย เพราะงานที่ทำต้องเดินและยืนคุยกับลูกค้าตลอดเวลา ตอนนี้ทนปวดขาต่อไปไม่ไหวแล้ว เพื่อนก็ต้องยอมเสียเงินเพื่อรักษาตัวเอง #ปาดน้ำตา



จ่ายเงินเองเท่าไหร่

การรักษาผ่านไปด้วยดี แต่ที่ตื่นเต้นกว่านั้น คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เพื่อนต้องมานั่งลุ้นว่าประกันสุขภาพที่ทำพ่วงกับประกันชีวิตไว้ มันจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือต้องเสียเงินเองเพิ่มขึ้น

หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์ทุกอย่างครบแล้ว สรุปว่าค่าผ่าตัด 88,000 บาท สามารถส่งเคลมประกันที่ประกันสังคมและประกันกลุ่มของบริษัทได้ทั้งหมด #เหมือนฟ้ามาโปรดจริงๆ



จากเรื่องของเพื่อนก็ทำให้คิดต่อไปว่า ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับ…

คนที่ไม่มีประกันสังคม ไม่มีประกันกลุ่มของบริษัท ไม่มีประกันสุขภาพ หรือคนที่เป็นข้าราชการ แล้วสามารถเบิกค่าใช้จ่ายนั้นกับหน่วยงานต้นสังกัดได้เพียงบางส่วน มันอาจจะทำให้เขาต้องดึงเงินเก็บออกมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล ถ้าไม่พอก็อาจจะต้องไปกู้ยืมเงินมาจ่ายค่ารักษาก็ได้
คนที่ทำประกันชีวิตพ่วงด้วยประกันสุขภาพ จ่ายเบี้ยรายปีสูงๆ แล้วคิดว่าจะคุ้มครองครอบจักรวาล แต่พอสรุปค่าใช้จ่ายในการรักษาออกมาแล้วยังต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะแพ็กเกจประกันสุขภาพที่ซื้อไว้มันเบิกได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด
คนที่ซื้อประกันสุขภาพ แบบแยกซื้อความคุ้มครองเป็นส่วนๆ เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าเครื่องมือแพทย์ ฯลฯ เวลาใช้บริการแต่ละครั้งก็จะต้องมาเปิดอ่านกรมธรรม์หรือสอบถามตัวแทนว่า ประกันสุขภาพที่ทำไว้ มันครอบคลุมการเจ็บป่วยครั้งนี้หรือไม่ มีเพดานค่าใช้จ่ายสูงสุดไว้เท่าไหร่ จะได้พยายามไม่ให้เกินกว่านั้นเพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม




ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่

จากการผ่าตัดเส้นเลือดขอดของเพื่อน หลายคนอาจจะมองว่า “โชคดีจังที่ไม่ต้องจ่ายเงินเอง” ทั้งที่จริงแล้วความโชคดีนั้นมาจากระบบประกันที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่มีใครอยากทำประกันสุขภาพให้คุ้มค่าด้วยการเจ็บป่วยบ่อยๆ แต่เราทำเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับสุขภาพตนเองและซื้อความสบายใจกับสิ่งที่ไม่แน่นอนในอนาคต ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เราสามารถจ่ายได้



ทำประกันสุขภาพแบบไหนถึงคุ้มค่า

กรณีที่ 1 ผู้เริ่มทำประกันสุขภาพ

เมื่อเรารู้แล้วว่าประกันสุขภาพสามารถลดความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลให้เราได้ ต่อไปก็จะเป็นการเลือกแบบประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเอง แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร เพราะมีแบบประกันให้เลือกเต็มไปหมด ซึ่งประกันสุขภาพจะมีทั้งแบบแยกประเภทค่าใช้จ่ายและแบบเหมาจ่าย แตกต่างกันอย่างไรดูได้ในตารางข้างล่าง

ตัวอย่างเปรียบเทียบประกันสุขภาพแบบแยกประเภทค่าใช้จ่าย กับ แบบเหมาจ่าย

แบบประกันสุขภาพ (เพศชายอายุ 35 ปี)

ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน (อุบัติเหตุ)

ค่ารักษาพยาบาล อื่นๆในโรงพยาบาล

ค่าผ่าตัดและหัตถการ

แบบแยกประเภทค่าใช้จ่าย : ค่าเบี้ยประกันภัยต่อปี

●       แบบสัญญาเพิ่มเติม : 7,xxx บาท

3,400 บาท

25,000 บาท

80,000 บาท

●       แบบสัญญาเพิ่มเติม : 8,xxx บาท

4,000 บาท

30,000 บาท

90,000 บาท

●       แบบสัญญาเพิ่มเติม : 10,xxx บาท

5,000 บาท

40,000 บาท

100,000 บาท


แบบเหมาจ่าย: วงเงินคุ้มครอง : ค่าเบี้ยประกันภัยต่อปี

●       คุ้มครองสูงสุด 2,000,000 บาท : 17,xxx บาท

เหมาจ่าย

●       คุ้มครองสูงสุด 4,000,000 บาท : 27,xxx บาท

●       คุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท : 37,xxx บาท


จากตารางเป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น เพื่อต้องการเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันสุขภาพ แบบแยกประเภทค่าใช้จ่ายกับแบบเหมาจ่าย เราจะเห็นว่า “แบบเหมาจ่าย” นั้นมีความยืดหยุ่นมากกว่า

ตัวอย่าง ลูกค้าเพศชาย อายุ 35 ปี เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน

นาย A ทำประกันสุขภาพแยกประเภทค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยประกันภัย 10,xxx บาท/ปี เป็นแบบแยกประเภทค่าใช้จ่าย ถ้าเข้ารับการรักษา ค่ารักษาพยาบาลอื่นๆเกิน 40,000 บาทต่อครั้ง หรือ ค่าผ่าตัด และหัตถการเกิน 100,000 บาทต่อครั้ง ลูกค้าต้องจ่ายเงินเพิ่ม
นาย B ทำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย วงเงินคุ้มครองสูงสุด 2,000,000 บาท ค่าเบี้ยประกัน 17,xxx บาท/ปี หากเข้ารับการรักษา ถ้าหักค่าใช้จ่ายที่คุ้มครองต่างๆ แล้วเกินวงเงิน 2,000,000 บาทต่อปี หรือมีค่าแพทย์เยี่ยมไข้ ค่าห้อง ค่ายากลับบ้าน เกินกำหนดตามแผนความคุ้มครองที่เลือก จึงจะต้องจ่ายเงินเพิ่ม


กรณีที่ 2 ผู้ที่มีประกันสุขภาพ ประกันสังคม ประกันกลุ่มของบริษัท ข้าราชการ

แม้ว่าจะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ แต่อาจจะมีบางรายการยังไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะค่าเอ็กซเรย์ และแล็บ ก่อนเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่จะต้องเฝ้าระวัง โดยให้คุณหมอตรวจอาการป่วยเป็นระยะๆ จนกระทั่งเข้าพักรักษาตัวและวันที่ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน คุณหมอก็จะต้องให้เอ็กซเรย์ หรือตรวจแล็บ เพื่อ ติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ประกันสุขภาพแบบเดิม และสวัสดิการสุขภาพที่ได้รับอาจจะเบิกค่าใช้จ่ายได้ในวงจำกัดหรือบางครั้งอาจจะเบิกไม่ได้ สุดท้ายภาระหนักจะตกอยู่กับผู้ป่วยที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนเกินนี้เอง แต่ถ้าไม่อยากมานั่งลุ้นว่าจะมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มเท่าไหร่ อาจจะทำเป็น “ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย” ที่จะทำให้ชีวิตของเรายืดหยุ่นมากขึ้น

ตัวอย่าง : จากตารางช่อง “รักษาพยาบาล ก่อนเข้า ร.พ.”

เปรียบเทียบความคุ้มครองการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ชื่อบริษัท

ก่อนเข้าโรงพยาบาล

หลังออกจากโรงพยาบาล

บริษัทประกัน A

ไม่มี

คุ้มครอง 30 วัน

บริษัทประกัน B

ค่าเอ็กซเรย์ และแล็บ ช่วง 30 วัน ก่อนเข้ารักษาใน ร.พ.

ค่าเอ็กซเรย์ และแล็บ ช่วง 60 วัน หลังออกจาก ร.พ.

ดังนั้น เราควรตรวจดูสิทธิประโยชน์จากประกันของเดิมหรือสวัสดิการสุขภาพที่ได้รับว่ายังขาดอะไรบ้าง แล้วค่อยซื้อประกันสุขภาพแบบใหม่เพิ่มเข้าไปให้ครอบคลุมมากขึ้น เพราะในหลายๆครั้งที่คนมักสับสนว่าทำไม ซื้อประกันสุขภาพแล้ว แต่ทำไมต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่ม นั่นก็เพราะว่าเราอาจซื้อประกันสุขภาพแล้วค่ารักษาพยาบาลส่วนนั้นๆอาจเกินวงเงินต่อรายการที่เรามีจำกัดนั่นเอง







สรุปว่า…

ถ้าเราเลือกโอนความเสี่ยงของสุขภาพให้กับบริษัทประกันรับผิดชอบ ควรนำรายละเอียดผลประโยชน์ของหลายๆ บริษัทมาเปรียบเทียบกัน ดูวงเงินคุ้มครองและเบี้ยประกันรายปี เพื่อเลือกแบบประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ในราคาเบี้ยประกันภัยที่เราสามารถจ่ายได้ สิ่งสำคัญที่ห้ามลืม คือ แม้ว่ามีประกันสุขภาพแล้ว เราควรรักษาสุขภาพด้วยการแบ่งเวลามาออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงตลอดเวลาด้วยนะจ๊ะ



“ประกันสุขภาพ ปลดล็อค เอ็กซ์ตร้า” ของ Allianz AYUDHYA เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของความคุ้มครองสุขภาพที่เราควรมีข้อมูลเก็บไว้ หากสนใจสามารถโทรสอบถามได้ที่ 1373 หรือ คลิก http://www.azay.co.th/MHPextra/Aware-Aom-Arti4.aspx


http://www.aommoney.com/pajaree/ซื้อประกันสุขภาพแล้ว-แต#gs.XZhjVds

newyorknurse






Create Date : 10 กันยายน 2559
Last Update : 16 กันยายน 2559 7:33:50 น. 0 comments
Counter : 338 Pageviews.

BlogGang Popular Award#13


 
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 127 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ
BlogGang Popular Award # 12 - 2559


BlogGang Popular Award # 11 - 2558



BlogGang Popular Award # 10 - 2557



BlogGang Popular Award # 9 - 2556



BlogGang Popular Award # 8 - 2555





ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2559
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
10 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.