ซื้อกองทุนอย่างไร ให้คุ้มค่า


ซื้อกองทุนอย่างไรให้คุ้มค่า

2 days ago



Manulife Airline Column
กัปตันแห่งสายการบิน Manulife ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุนต่างประเทศ จะพาทุกคนไปทัวร์ทั่วโลก

Facebook | ดูประวัตินักเขียน
ซื้อกองทุนอย่างไรให้คุ้มค่า






เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักลงทุนทุกท่าน หลังจากที่ Manulife Airline ของเราได้พาไปทัวร์รอบโลกมาด้วยกัน ผมกัปตันแมนูไลฟ์ ก็ได้ทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในแต่ละภูมิภาคกันไปเรียบร้อยแล้ว



หลาย ๆ ท่านคงเข้าใจแนวคิดในการกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น และเริ่มสนใจที่จะลงทุนในต่างประเทศบ้างแล้ว ซึ่งอย่างที่ผมได้เคยกล่าวไปแล้วในบทความก่อนๆ(อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ) ว่าถ้าหากเรามีพอร์ตการลงทุนในต่างประเทศบ้าง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทน รวมถึงได้กระจายความเสี่ยง และลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวมจากการลงทุนเพียงแต่ในประเทศอย่างเดียวอีกด้วยครับ



มาถึงตรงนี้แล้ว..จุดสำคัญจากการได้ศึกษาและเข้าใจเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ

เพราะสิ่งที่สำคัญต่อจากนั้นก็คือ “การเริ่มต้นลงทุน”



ดังนั้นประเด็นที่สำคัญในลำดับต่อไปที่ผมจะเล่าให้ฟังครั้งนี้นั่นคือ เราจะเริ่มต้นลงทุนกับกองทุนเหล่านี้อย่างไรดี หรือจะเริ่มต้นอย่างไรจึงจะได้รับผลตอบแทนตามที่เราคาดหวังไว้ได้ แต่ก่อนอื่น เรามาทบทวนถึงแนวคิดของการลงทุนในกองทุนต่างประเทศกันสักเล็กน้อย เผื่อว่าใครที่เพิ่งจะเข้ามาอ่านซีรีย์การลงทุนของ Manulife Airline นี้จะได้พอเข้าใจกันครับ



เริ่มจากการตรวจเช็คความพร้อมของนักลงทุนก่อนจะบินไปลงทุนทั่วโลกกันครับ คือ



ตรวจสอบเงินในกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่องว่า มีเงินสำรองฉุกเฉิน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเงินส่วนที่เอามาลงทุนนั้น ควรที่จะเป็นเงินที่ไม่มีภาระใด ๆ (ที่เรามักจะเรียกกันว่า “เงินเย็น” นั่นเองครับ)
เลือกจุดหมายปลายทาง (ภูมิภาค หรือ กลุ่มอุตสาหกรรม) ที่ตนเองชอบ เลือกที่ใช่สำหรับตนเอง และต้องสามารถติดตามข่าวสารได้ จุดสำคัญคือ ต้องเข้าใจประเทศที่เราจะไปลงทุนด้วยนะครับ ถ้ายังไม่ทราบ สามารถอ่านได้จากบทความในซีรีย์ครับ
อ่านบทความ : จะลงทุนกับกองทุนต่างประเทศทั้งที ไปที่ภูมิภาคไหนดี
อ่านบทความ : เปิดโหมดการลงทุนกองทุนต่างประเทศในเอเชีย

อ่านบทความ : อินเดีย อนาคตของเอเชีย
อ่านบทความ : ทำไมจึงไม่ควรพลาดการลงทุนในยุโรป (EU) และสหรัฐฯ (US)
อ่านบทความ : กองทุน “Healthcare” Trend การลงทุนที่ “ต้องลงทุน”

ต้องมีการจัดสรรเงินลงทุนให้ถูกต้อง กระจายการลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน และ ลดความเสี่ยงไปในตัว
อ่านบทความ : ลงทุนให้แฮปปี้ต้องมีพอร์ตต่างประเทศ



เมื่อตรวจสอบความพร้อมทุกอย่างแล้ว เรามาดูกันต่อเลยครับ ว่าจะลงทุนอย่างไรให้มีความสุขกันไปตลอดช่วงระยะเวลาการลงทุนของท่านครับ


วิธีแรกคือ “ซื้อด้วยเงินก้อน”

วิธีนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพราะว่าแค่มีเงินก้อนก็สามารถลงทุนได้เลย แต่ต้องเข้าใจหลักการลงทุนเสียก่อนว่า การลงทุนแบบนี้มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ถ้าหากเราเข้าซื้อไม่ถูกจังหวะ ก็อาจจะทำให้เราต้องลงทุนเป็นระยะเวลานานกว่าจะเห็นผลตอบแทน

โดยส่วนใหญ่วิธีนี้ เราจะใช้ร่วมกับวิธีการจัดพอร์ต กระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ร่วมด้วย เพราะว่าการมีแต่สินทรัพย์เสี่ยง เช่น กองทุนหุ้น เพียงอย่างเดียว ก็อาจจะทำให้เรามีโอกาสขาดทุนได้ง่ายครับ

เมื่อลงทุนไปแล้ว นักลงทุนเองก็ควรที่จะมีเวลาติดตามการลงทุน รวมถึงทำการปรับพอร์ต หรือ การทำ rebalancing ไปด้วย เนื่องจากเมื่อลงทุนไปแล้วซักพัก เราจะเห็นว่า สินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนดีจะเริ่มมีสัดส่วนที่สูงขึ้น เช่น จากพอร์ตเดิมของเราที่มีสัดส่วน กองทุนหุ้น 60% กองทุนตราสารหนี้ 40% พอลงทุนไปประมาณ 1 ปี อาจจะพบเห็นสัดส่วนที่เพี้ยนไปเช่น กองทุนหุ้นเพิ่มเป็น 65% กองทุนตราสารหนี้ 35% เพราะว่ากองทุนตราสารหนี้โตช้ากว่าเลยมีสัดส่วนลดลงไปโดยปริยายครับ

ดังนั้นเราเองก็ต้องมีการปรับพอร์ตให้มีสัดส่วนเท่าเดิมครับ เพราะว่าความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นไปด้วยถ้าเราไม่ได้มีการปรับสัดส่วนให้อยู่ในรูปแบบเดิมนั่นเอง



วิธีที่สอง “ซื้อแบบ DCA”

การลงทุนแบบ DCA (Dollar Cost Average) หรือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย วิธีการนี้ง่ายมากครับ เพียงแค่ซื้อกองทุนด้วยจำนวนเงินที่เท่าๆ กันทุกเดือนครับ ทำไปเรื่อยๆ เราก็จะได้ราคาหน่วยลงทุนที่เป็นแบบถัวเฉลี่ย ซึ่งมีโอกาสทำให้เราได้ผลตอบแทนที่ดี อาจจะไม่ได้กำไรสูงสุด หรือ ขาดทุนยับเยิน ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนมาก ๆ อย่างกองทุนหุ้น หรือ กองทุนหุ้นต่างประเทศ ได้เป็นอย่างดีเลยครับ



ถ้ายัง งงๆ สงสัยล่ะก็ ลองดูตัวอย่างจากตารางด้านล่างก็ได้ครับ


ca ซื้อกองทุนอย่างไรให้คุ้มค่า ca

จะเห็นได้ว่า ถ้าหากเราลงทุนเป็นเงินก้อนในตอนต้นปีล่ะก็ ณ สิ้นปี เราจะขาดทุนจากการลงทุนอยู่ประมาณ -10% ครับ แต่ถ้าเราลงทุนแบบ DCA ละก็จะพบว่า ณ สิ้นปีแล้ว เราจะยังได้รับผลตอบแทนประมาณ 8.5% (ส่วนต่างผลตอบแทนสูงถึง 18.5% เลยทีเดียว)

ทั้งนี้ก็เพราะว่า เมื่อเวลาที่ราคาหน่วยลงทุนของกองทุนปรับตัวลดลงนั้น ด้วยเงินที่เท่า ๆ กัน เราจะได้จำนวนหน่วยลงทุนที่มากขึ้น เวลาที่ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ราคาหน่วยลงทุนเมื่อคูณกับจำนวนหน่วยลงทุนที่เราสะสมมาก็จะทำให้เราได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นครับ



ดังนั้นการลงทุนแบบ DCA จะเหมาะกับสินทรัพย์ หรือ กองทุนที่มีความผันผวนมาก ๆ เพราะนอกจากเราจะได้ทยอยสะสมหน่วยลงทุนแล้ว การลงทุนแบบนี้ยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากการผันผวนของตลาดหรือสินทรัพย์ที่ลงทุนได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนน้อยอย่างพวกกองทุนตราสารหนี้ หรือกองทุนตลาดเงิน อาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้ก็ได้ครับ เนื่องจากกองทุนเหล่านี้มีการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนน้อยมากๆ จนอาจไม่เห็นความแตกต่างหากเลือกใช้แบบ DCA นอกเสียจากว่าอยากจะลงทุนแบบทยอยสะสมเองก็สามารถทำได้ครับ

ข้อดีของการลงทุนแบบนี้คือ เราไม่ต้องมานั่งคอยจับจังหวะเพื่อเข้าลงทุน หรือพูดง่ายๆ ก็คือเหมาะกับท่านที่ไม่มีเวลาติดตามอัพเดทข่าวสารบ้านเมือง ภาวะเศรษฐกิจมากนัก เพราะอย่างที่ผมเกริ่นไปบ้างแล้วว่า การทยอยลงทุนเป็นก้อนเล็กๆ นั้น เหมือนท่านได้ทำการกระจายความเสี่ยงของเงินลงทุนไปด้วย นอกจากนี้ ควรเลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเหมาะสมกับความต้องการของท่านเอง แนะนำว่าควรศึกษาข้อมูลของกองทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนฯ ให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง อย่างน้อยท่านจะได้รู้ว่าเงินลงทุนของท่านกำลังจะไปลงทุนในสินทรัพย์ใด ประเทศไหน และควรทำความเข้าใจความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาการลงทุน ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวนักลงทุนเอง จะได้ไม่อ่อนไหวตามสถานการณ์การลงทุนที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานะครับ



นอกจากการพิจารณาตามที่ผมบอกไปข้างต้นแล้ว อีกสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ ก่อนลงทุนในกองทุนหุ้นด้วยนั่นก็คือ “กลยุทธ์ในการบริหารกองทุน” ที่ผู้จัดการกองทุนหรือบริษัทจัดการกองทุนเลือกใช้ (สามารถหาดูได้จากข้อมูลที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนฯ) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากทีเดียว โดยกลยุทธ์การลงทุนที่นิยมใช้กันจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ แบบ Active Management และ Passive Management หรือเราอาจะเรียกกันว่า Active Fund หรือ Passive Fund ก็ได้ครับ



เรามาดูแบบ Passive Fund กันก่อนนะครับ การบริหารกองทุน Passive Fund นั้น ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ ก็คือ การบริหารกองทุนให้มีผลตอบแทนเหมือนหรือใกล้เคียงกับดัชนีของตลาดหุ้น หรือ สินทรัพย์อ้างอิงนั่นเองครับ เช่น ถ้า 1 ปีที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 10% กองทุน Passive Fund นั้น ก็ควรจะต้องทำผลตอบแทนให้ได้ที่ 10% เช่นกันครับ อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้ แต่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะครับ

ทั้งนี้ การที่มีการบริหารกองทุนแบบ Passive นั้นก็เพราะมีทฤษฏีที่เชื่อว่า ในระยะยาว ๆ แล้ว ไม่มีใครสามารถที่จะลงทุนแล้วชนะดัชนีตลาดได้เสมอไป (ต้องมีพลาดบ้างแหล่ะ) ดังนั้นการลงทุนลักษณะนี้จึงเป็นที่นิยมพอสมควร

ข้อเสียของแบบ Passive Fund นั้น ก็คงหนีไม่พ้นในกรณีที่ตลาดอยู่ในภาวะตกต่ำหรือผันผวน แน่นอนว่าผลตอบแทนของกองทุนอาจต้องดิ่งลงตามดัชนีชี้วัดไปด้วย เพราะมีการถือครองทรัพย์สินหรือน้ำหนักการลงทุนที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกับดัชนีมาก ดังนั้น ผลตอบแทนที่ได้รับจึงต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันเสมอครับ



สำหรับกองทุนแบบ Active Fund ก็ง่ายๆ ครับ คือ ผู้จัดการกองทุนพยายามบริหารพอร์ตของกองทุนให้มีผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนี หรือหากดัชนีติดลบก็ต้องบริหารพอร์ตให้มีผลตอบแทนเป็นบวก หรือไม่ก็ติดลบน้อยกว่าครับ จึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในการบริหารกองทุนแบบ Active Fund ครับ



ดังนั้น เมื่อตัดสินใจเลือกกองทุนได้แล้ว ท่านก็ควรที่จะต้อง “เลือก” ครับ ว่าอยากได้รูปแบบการบริหารกองทุนแบบไหนด้วย เพราะอันนี้ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุนของแต่ละบุคคลแล้วครับ ซึ่งอาจจะชอบสไตล์เหมือนกัน หรือไม่เหมือนกันก็เป็นได้



แน่นอนครับว่า การลงทุนในกองทุน Active Fund โดยมีผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้บริหารพอร์ต และคอยปรับลดพอร์ตเพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนชนะดัชนีอยู่เสมอนั้น ย่อมที่จะมีค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ากองทุนแบบ Passive Fund ครับ แต่สิ่งที่เราต้องดูให้ละเอียดมากขึ้นไปกว่าการดูแค่ค่าธรรมเนียมว่าสูงหรือไม่สูง เช่น หากกอง Active Fund สามารถทำผลตอบแทนได้ที่ 15% และมีค่าธรรมเนียม 2% ในขณะที่กอง Passive Fund ทำผลตอบแทนได้ที่ 12% แต่ค่าธรรมเนียม 1% เมื่อเทียบกันแล้วจะเห็นได้ว่า กองทุน Active Fund ก็ยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าถึงแม้จะมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า Passive Fund ก็ตาม และในทางกลับกัน หากกอง Active Fund ที่เราเลือกนั้นเกิดทำผลตอบแทนได้ต่ำ บวกกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าด้วย เราก็อาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ไว้ เหตุการณ์แบบนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยที่เข้ามากระทบกับการสถานการณ์การลงทุนในขณะนั้นด้วยครับ



ดังนั้นเราก็ควรที่จะต้องเลือกกองทุนที่มีราคาเหมาะสมครับ ไม่ใช่ว่าเลือกที่ค่าธรรมเนียมต่ำเพียงอย่างเดียว เหมือนกับเวลาที่เราไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า หรือ ซื้อรถยนต์ ซื้อบ้านครับ ควรที่จะพิจารณาถึงความคุ้มค่าของสิ่งที่ได้มาด้วยเหมือนกัน



เห็นไหมครับว่าการเลือกกองทุนนั้น ถ้าเราลงลึกในรายละเอียดให้มากหน่อย เราก็ย่อมที่จะได้ของดีมาอยู่ในมือ ยิ่งมีกลยุทธ์ในการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเรา และเข้าใจสิ่งที่เรากำลังจะลงทุนเป็นอย่างดีแล้วล่ะก็ ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราลงทุนแล้วไม่มาเสียใจภายหลังและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างแน่นอนครับ





เมนูไลฟ์เครืองบิน [Recovered] ซื้อกองทุนอย่างไรให้คุ้มค่า manulife

สุดท้ายนี้ การลงทุนจะสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ “ลงมือทำ” ดังนั้น ขอให้ทุกท่านเริ่มต้นอย่างถูกต้อง และประสบความสำเร็จในการลงทุนทุกท่านนะครับ และโปรดอย่าลืมว่า..

“ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

“การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนสูงกว่าหรือต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้” และ

“ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต”

สวัสดีครับ :)

ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนก่อน ตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนสูงกว่าหรือต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก

http://www.aommoney.com/manulife-airline/ซื้อกองทุนอย่างไรให้คุ#gs.null

newyorknurse



Create Date : 13 สิงหาคม 2559
Last Update : 13 สิงหาคม 2559 20:42:14 น. 0 comments
Counter : 450 Pageviews.
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 121 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ
BlogGang Popular Award # 12 - 2559


BlogGang Popular Award # 11 - 2558



BlogGang Popular Award # 10 - 2557



BlogGang Popular Award # 9 - 2556



BlogGang Popular Award # 8 - 2555





ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2559
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.