7 ข้อ “เรื่องวางแผนการเงิน” ที่ทุกคนต้องใส่ใจ




7 ข้อ “เรื่องวางแผนการเงิน
” ที่ทุกคนต้องใส่ใจ







หลังจากได้มีโอกาสไปให้คำปรึกษาในงาน SET in the City 2017 ให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมบูธออมมันนี่ ก็มักจะเจอคำถามเรื่องจะลงทุนยังไงดี กองทุนนี้ดีมั้ย เป็นต้น ซึ่งผมเองในฐานะที่ทำงานในเชิงวางแผนการเงินทั้งระบบให้กับผู้รับคำปรึกษามาหลายปี ก็เลยได้มีโอกาสอธิบายการวางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงปลายทาง
ซึ่งการวางแผนการเงินก็คือการจัดสำรับทางการเงินให้เหมาะสมกับทุก ๆ เป้าหมายทางการเงินของลูกค้าตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายในชีวิต

โดยต้องจัดการตั้งแต่ฐานรากที่มั่นคงก่อนคือ การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การจัดการความเสี่ยง เรียงต่อไปเป็นการจัดการเรื่องการออมเพื่อเกษียณ แล้วมีเงินเหลือก็ไปลงทุน แล้วสุดท้ายคือการจัดการส่งมอบทรัพย์สินให้กับทายาทรุ่นต่อไปตามที่ต้องการ


ดังนั้นเพื่อให้หลาย ๆ คนที่กำลังจะเริ่มวางแผนการเงิน หรือคิดว่าเราได้วางแผนการเงินการลงทุนบ้างแล้ว เห็นเป็นแนวทางของตัวเองว่าถ้าต้องการแผนการเงินที่จะสามารถเดินหน้าต่อไปในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ควรจะต้องเช็คเรื่องอะไรบ้าง โดยผมได้รวบรวมมาได้ 7 ข้อ ดังนี้นะครับ




1. รู้จักตัวเองก่อน

โดยข้อแรกนี้ก็คือ การที่เรารู้สถานะการเงินของเราเองว่าวันนี้เรามีสถานะทางการเงินอยู่ในระดับดีมาก ดี พอใช้ หรือ ยังต้องปรับปรุง ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบกับชีวิตคนเราก็เหมือนเราไปตรวจเช็คสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาล แน่นอนว่าหลายคนก็คงไปตรวจแบบคิดว่าเราน่าจะยังแข็งแรงดี เพราะ ก็ไม่ป่วย ไม่เหนื่อยง่าย หายใจก็ปกติ ไม่ปวดท้องอะไร แต่พอตรวจสุขภาพเสร็จก็มีจำนวนไม่น้อยเพิ่งรู้ว่าตัวเองป่วย บางคนป่วยหนักเลยก็มี เช่น ตรวจเสร็จก็รู้เลยว่าความดันสูง หรืออาจพบเจอเซลล์ผิดปกติก็เป็นได้ หรือบางคนก็อาจจะป่วยแบบเบา ๆ หรือมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ความดันเริ่มสูงพอดีเกณฑ์ หรือคลอเรสเตอรอลเกินมาตรฐาน ซึ่งลักษณะนี้ก็เรียกว่าสุขภาพเราเริ่มมีความเสี่ยงแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ตรวจแล้วสุขภาพดีก็ดีไป แต่คนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองป่วยก็คงต้องกลับไปรักษาหรือปรับปรุง ให้ร่างกายดีขึ้น

เรื่องการเงินก็เช่นเดียวกันที่เราทุกคนควรต้องรู้ถึงสถานะการเงินของตัวเองก่อนว่าตอนนี้เรามีสถานะทางการเงินอยู่ในระดับใด ซึ่งก็เรียกว่า “การตรวจสุขภาพทางการเงิน (Financial Check Up)” หลาย ๆ คนอาจคิดเหมือนกันว่า ก็วันนี้ยังไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย ยังมีเงินใช้สบาย ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สุขภาพการเงินของเราจะดีตลอดไป ดังนั้นการตรวจสุขภาพทางการเงินก็คือการตรวจสอบว่าเรามีรายรับรายจ่ายเป็นอย่างไร มีรายจ่ายรายการไหนที่ต้องจ่ายประจำมั้ย หรือมีรายจ่ายรายการใดเป็นรายจ่ายแบบทั่วไป ซึ่งถ้าเทียบกับรายรับแล้ว เรามีรายเหลือเท่าไหร่ แล้วเรามีการไปลงทุนอะไรบ้าง ซึ่งเราก็ควรตรวจสอบถึงสินทรัพย์และหนี้สินของเราด้วยว่า ตอนนี้เรามีแหล่งเงินของเราในส่วนไหนบ้าง เช่น มีในเงินฝากเท่าไหร่ หรืออยู่ในกองทุนบ้างมั้ย หรือ มีสินทรัพย์ประเภทส่วนตัวของเรามั้ย ซึ่งจะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว ตอนนี้เรามีสินทรัพย์ทั้งหมดเลย มูลค่าเท่าไหร่แล้ว รวมถึงมีหนี้สินบ้างหรือไม่ ซึ่งอย่างน้อยเราก็ควรมีมูลค่าของสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน เพราะ ไม่เช่นนั้นเราก็จะต้องมีภาระเรื่องการจัดการหนี้สินที่ถือว่าเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่อันตรายมากทีเดียว

2. มองเห็นอนาคต

ข้อนี้คือ การตั้งเป้าหมายทางการเงินของตัวเราเองในอนาคต นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่คนส่วนใหญ่มักจะผิดพลาดในเรื่องนี้ เช่น ไม่เคยรู้เลยว่าตอนเกษียณเราควรต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ หรือ ถ้าจะส่งลูกเรียนเราควรต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ เป็นต้น ซึ่งข้อนี้ ก็อยากให้ทุก ๆ ท่านจัดลำดับเป้าหมายตามความสำคัญ และ ตามระยะเวลาด้วย เช่น ถ้าเป้าหมายระยะยาวเกินกว่า 10 ปีนี้ เรามีเรื่องอะไรที่กังวล อาจจะเป็นเรื่องการเกษียณอายุ หรือการเก็บเงินให้ลูก เป็นต้น หรือถ้าเป้าหมายระยะกลาง ๆ ได้แก่ ต้องการแต่งงานในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือ อยากซื้อบ้านใหม่ใน 3 ปี ควรต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ดี เป็นต้น

นอกจากนั้นการมองอนาคตอาจจะไม่ได้มองแค่เรื่องเป้าหมายการเงินเรื่องสำคัญเท่านั้น ควรจะมีเป้าหมายในเรื่องที่สำคัญน้อย ๆ บ้าง แต่ก็ถือว่าจำเป็นในชีวิต เช่น เป้าหมายว่าอยากไปเที่ยวกับครอบครัวในที่ ๆ เราอยากไป หรือ อยากได้มีโอกาสพาคุณพ่อคุณแม่ไปแสวงบุญที่อินเดีย เป็นต้น ซึ่งแม้ว่าอาจจะไม่สำคัญ แต่ก็ต้องมีเงินเช่นกัน


3. ถามตัวเองว่าวันนี้เรามีวิธีการ
ที่จะไปสู่เป้าหมายที่ต้องการแล้วหรือยัง

ข้อนี้เป็นการตรวจสอบตัวเองว่าที่เราใช้ชีวิตแบบที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือการออมที่ทำอยู่นั้น มันสามารถ นำเราไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการหรือไม่ ซึ่งถ้ามั่นใจว่าได้ ก็ขอแสดงความยินดีว่าคุณเริ่มเข้าใจคำว่าวางแผนการเงินดีขึ้นแล้วครับ แต่ถ้าใครยังตอบไม่ได้หรือไม่มั่นใจ ก็ควรต้องรีบกลับไปตรวจสอบแผนการเงินของตัวเองแล้วว่าเราต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง เราต้องไปลงทุนตรงไหนเพิ่ม หรือ เราต้องลดค่าใช้จ่ายในส่วนไหนหรือไม่

4 ถ้าวันนี้ใครมีรายได้มากกว่ารายจ่ายแล้ว ก็ควรต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินที่มากพอด้วย
ข้อนี้คือพื้นฐานลำดับแรกของการวางแผนการเงิน เราต้อง มีเงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Cash) เป็นบัญชีแรกซึ่งควรต้องมีตามหลักการสากลอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน ( ซึ่งคิดเฉพาะค่าใช้จ่าย ประจำและค่าใช้จ่ายผันแปร ) และควรต้องมีสภาพคล่องสูงพร้อมถอนได้ทันที รวมถึงต้องมีความเสี่ยงต่ำ เช่น ในธนาคาร หรือกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) หมายความว่าถ้าจะต้องถอนวันนี้ ก็จะสามารถได้เงินออกมาได้ทันที และจะต้องไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ มูลค่าเงินก็ควรต้องไม่ลดลงเสมอ

ข้อนี้บางคนอาจจะคิดว่าไม่สำคัญ แต่อยากให้ทุกท่านลองมองในมุมของการเจอวิกฤติบ้าง เช่น เกิดวิกฤติเศรษฐกิจจนทำให้บริษัทที่เราทำงานต้องปิดตัวลงกะทันหัน หรือ ร้านขายของของเราเกิดถูกปิดกะทันหัน ไม่สามารถขายได้เนื่องด้วยอยู่ในอาคารที่ถูกไฟไหม้ ทำให้รายได้หยุดลงทันที หากไม่มีเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนก็เท่ากับว่าท่านจะต้องเอาสินทรัพย์อื่นขายออกไป เพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่าย แม้ว่าสินทรัพย์นั้นอาจจะเป็นหุ้นหรือทองคำที่ยังขาดทุนอยู่ก็ต้องขาย รวมไปถึงอาจต้องขายรถก็เป็นได้ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการประมาทจึงควรให้มีเงินส่วนนี้อย่างเพียงพอ อาจจะมากกว่า 6 เท่าของค่าใช้จ่ายก็ได้ และจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สบายใจอีกด้วย ซึ่งถ้ามีเพียงพอแล้ว เงินส่วนที่เกินค่อยไปหาวิธีการลงทุนต่อไป


5 .ถ้ามีหนี้สิน เราได้จัดการอย่างเหมาะสมมั้ย

ข้อนี้คือข้อที่มาเตือนคนที่ยังมีหนี้สินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินบ้าน รถ หรือบัตรเครดิต รวมไปถึงหนี้สินนอกระบบเราได้จัดการมันอย่างเหมาะสมมั้ย เช่น หนี้สินบ้าน นั้นเราผ่อนมาครบ 3 ปีหรือยัง ถ้าครบแล้วเราได้ลองหาวิธี Refinance มั้ย ซึ่งก็ทำได้ไม่ยาก แค่ลองไปติดต่อกับทางธนาคารต่าง ๆ ดู แล้วก็ดูว่าเงื่อนไขที่ไหนดีที่สุด

แต่ที่น่าจะเป็นห่วงก็คือการเป็นหนี้นอกระบบกับหนี้บัตรเครดิตเพราะ หนี้ประเภทนี้ดอกเบี้ยสูงมาก ๆ เช่น หนี้บัตรเครดิตจะอยู่ที่ประมาณ 18-20% ต่อปี ดังนั้นถ้าเราชำระขั้นต่ำตลอดก็เท่ากับว่า เรากำลังจะเพิ่มยอดหนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นหากใครที่มีหนี้สินประเภทนี้ สิ่งแรกที่ควรต้องทำคือปิดยอดหนี้ให้หมดเร็วที่สุด โดยอาจจะลองหาแหล่งเงินรอบ ๆ ตัวว่าพอมีบ้างมั้ย รวมไปถึงอาจจะรีบวางแผนผ่อนหนี้ในยอดที่ต่ำที่สุดก่อนก็ได้ครับ เพื่อเป็นกำลังใจในการผ่อนหนี้ของส่วนอื่น ๆ ต่อไป ดังนั้นข้อนี้ก็แค่ย้ำว่า ถ้าใครมีหนี้นอกระบบหรือหนี้บัตรเครดิตก็ควรต้องรีบจัดการด่วนที่สุด แม้ว่าอาจจะต้องขายสินทรัพย์บางอย่างที่อาจจะไม่สำคัญออกไปก็ควรต้องทำเพื่อลดอัตราการเติบโตของยอดหนี้ในอนาคตครับ



6 .จัดการความเสี่ยงเรื่องทรัพย์สิน 
ชีวิต และ สุขภาพ ดีพอหรือยัง

ข้อนี้คือส่วนสำคัญมาก ๆ ของแผนการเงินแบบองค์รวมเช่นกันเพราะในชีวิตของคนเราทุก ๆ คนอาจจะต้อง ประสบกับเรื่องไม่คาดฝัน ทั้งอาจจะใหญ่บ้าง รุนแรงบ้าง เช่น ไฟไหม้โรงงาน รถชน รถหาย เป็นโรคร้ายแรง หรือ กลายเป็นคนพิการทุพพลภาพ หรือ อาจจะเล็กน้อยบ้าง เช่น หกล้ม รถเฉี่ยว ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งความเสียหายดังกล่าวนั้น ถ้าหากมันเกิดขึ้นแล้วไม่มีผลกับสถานะการเงินของเรา ก็แสดงว่าเราวางแผนดีแล้ว แต่ถ้ามันเกิดกับเราแล้วมีผลทำให้การเงินของเราเสียหาย ก็แสดงว่าแผนการเงินของเราน่าจะยังจัดการเรื่องนี้ไม่ดี

ซึ่งเรื่องนี้สำคัญเพราะเป็นเรื่องที่ถ้าเกิดความเสียหายแล้ว เราไม่สามารถจะกลับไปแก้ได้ทัน เช่น ถ้าต้องเป็นมะเร็งแล้วเรากลับไม่มีประกันคุ้มครอง แถมต้องเสียเงินค่ารักษามากมาย รวมถึงอาจจะมีผลทำให้ทำงานได้ลดลง ก็อาจจะทำให้การเงินมีปัญหาได้ แถมเราจะกลับไปเริ่มทำประกันคุ้มครองใหม่ก็คงไม่สามารถทำได้แล้ว ข้อนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ที่ทำให้หลาย ๆ ครอบครัวมีปัญหาทางการเงินแบบล้มทั้งยืน

ดังนั้นการจัดการที่เหมาะสมกับเรื่องนี้ก็คือการโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกันรับผิดชอบไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประกันรถ ประกันไฟไหม้บ้าน ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรง ซึ่งก็ควรจัดให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของเราด้วย ไม่ทำมากเกินไปจนจ่ายเบี้ยไม่ไหว หรือ ทำน้อยเกินไปจนไม่สามารถช่วยอะไรได้หากต้องเจอเหตุการณ์ร้ายแรงจริง ๆ

7.  ต้องมีการออมและการลงทุนอย่าง
เหมาะสมกับทุกเป้าหมายของเรา

ข้อนี้เป็นข้อสำคัญที่หลาย ๆ คน อาจจะคิดเป็นเรื่องแรก ๆ เกี่ยวกับเรื่องการเงิน เช่น เงินเหลือจะเอาไปทำไรดีที่ผลตอบแทนมากกว่าธนาคาร เป็นต้น ซึ่งจริง ๆ แล้วอยากให้ทุก ๆ คนควรต้องจัดการใน 6 ข้อแรกอย่างดีพอก่อน ซึ่งข้อนี้ก็อยากให้ตรวจสอบการออมการลงทุนของตัวเองว่า มีอัตราส่วนการออมการลงทุนคิดเป็นกี่ % ของรายได้ น้อยไปหรือไม่ รวมถึงการลงทุนของเรานั้นมันไปตอบโจทย์เป้าหมายอะไรของเราบ้าง เช่น บางคนอาจจะมีรายได้ปีละ 1,000,000 บาท ก็อาจจะลงทุนในกองทุน RMF หรือ LTF หรือ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งอาจจะได้ทั้งการลงทุนเพื่อเป้าหมายเกษียณ และยังสามารถเอาไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ดังนั้นการออมและการลงทุนกับอะไรจึงต้องมีความรู้จริงใน
สิ่งนั้นด้วย อย่าลงทุนตามข่าวลือหรือตามกระแสเพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวก็ได้ สรุปข้อนี้ก็คือ ถ้ามีเงินเหลือจากทุกข้อข้างต้นแล้ว ควรนำไปลงทุน แต่ต้องเป็นการลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินของเราก่อน เท่านั้น

ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลทั้ง 7 ข้อนี้ จะเป็นประตูให้กับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จทางการเงิน ได้เริ่มลงมือวางแผนการเงินของตัวเองอย่างถูกต้อง และสามารถก้าวไปอย่างมั่นคงได้แน่นอนครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.aommoney.com/kevindaddy/

สาขา Business Blog


newyorknurse




 

Create Date : 20 เมษายน 2560
0 comments
Last Update : 20 เมษายน 2560 4:41:11 น.
Counter : 441 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณmoresaw, คุณninicraft


newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 122 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ
BlogGang Popular Award # 12 - 2559


BlogGang Popular Award # 11 - 2558



BlogGang Popular Award # 10 - 2557



BlogGang Popular Award # 9 - 2556



BlogGang Popular Award # 8 - 2555





ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2559
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
20 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.