Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
18 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

ประสบการณ์การฝากครรภ์ และ คลอดลูก ในอเมริกา

วันที่ 16 ตุลาคม 2008

เริ่มรู้ตัวว่ามีชิวิตน้อยๆ อยู่ในท้องเรา ซึ่งเป็นวันเกิดของสามีพอดี อาการก่อนหน้าที่จะรู้ตัวคือ เรารู้สึกว่า ไม่อยากอาหาร อยากจะอ้วก เหมือน อยากกินน้ำอัดลมให้เรอ แล้วประจำเดือนก็ไม่มา เลยให้คุณสามีไปซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์ ซึ่งหาซื้อได้ตาม ซีวีเอส ค่ะ

หลังรู้ว่าตั้งครรภ์ เอาหล่ะสิ ทำงัยดี ต้องทำอะไรก่อน ต้องทำอะไรหลัง งง ไปหมด ไม่ได้ตั้งตัวเลยค่ะ

อันดับแรกเมื่อเรารู้ว่าเราตั้งครรภ์นะค่ะ เช็คกับทางประกันว่าเค้าครอบคลุมแค่ไหน สำหรับจู๊และสามี เราสองคนไม่มีประกัน ฉะนั้น ทุกอย่างจ่ายเองหมดค่ะ

อันดับที่สอง ค้นหาข้อมูลว่าจะฝากท้องกับหมอ หรือ ฝากท้องกับ มิดไวฟ์ Midwife

เพื่อนหลายท่านอาจจะคุ้นเคย แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับ มิดไวฟ์

มิดไวฟ์ เค้าจะไม่ใช่หมอแต่จะเป็นประมาณคนที่เรียนด้านพยาบาลมา มีความรู้ ความสามารถประมาณหมอ สามารถทำคลอดได้ (ให้ความรู้สึกเหมือนหมอตำแย ในสมัยก่อนของเมืองไทยเรา) แต่ถ้าในกรณีที่การตั้งครรภ์ complicated อย่างเช่น การผ่าคลอด มิดไวฟ์ก็จะให้หมอเข้ามาช่วย

ข้อดีของมิดไวฟ์ คือ

หนึ่ง เค้าจะมีเวลาคุยกะเรามากกว่าหมอ ให้คำแนะนำ ดูแล เราอย่างใำกล้ชิด ประมาณมีญาติผู้ใหญ่ที่มีดีกรีจบพยาบาลมา

สอง ราคาจะไม่แพงเท่าเราไปฝากครรภ์กับหมอ อันนี้สำคัญ

ข้อเสีย เราจะมีความรู้สึกว่า ฝากครรภ์กะหมอ แล้วเราสบายใจกว่า ด้วยคำว่า หมอ

สำหรับเรา เราฝากครรภ์กะหมอค่ะ ไม่ได้เพราะ เราไม่มั่นใจในมิดไวฟ์ แต่เพราะเราไม่ทราบมาก่อนว่า มิดไวฟ์ คือ อะไร

ถ้าในกรณีไม่มีประกันและมีปัญหาเรื่องการเงิน เรื่องค่าคลอด ลองเข้าไปอ่านในเว็ปนี้ดูนะค่ะ ว่า คุณเข้าข่ายที่ทางรัฐบาลเค้าช่วยเหลือหรือเปล่า

Woman Infant Childrens

http://www.fns.usda.gov/wic/

กลับมาที่เราต่อค่ะ พอเราได้หมอและทำการนัดแล้ว เราก็เริ่มอ่านเว็ปต่างๆๆ เกี่ยวกันเด็ก และ บางเว็ปเค้าจะให้เราสมัครสมาชิกและส่งแมกกาซีนเกี่ยวกับแม่และเด็กมาให้ ลองคลิ๊กเข้าไปดูนะค่ะ

เว็ปฟรีแมกกาซีน
parenting magazine

American baby magazine

เว็ปสำหรับแม่และเด็ก

babycenter.com
pantip.com
แล้วไปที่ห้องชานเรือนเลยค่ะ มีแม่ๆๆ พี่ๆๆ ใจดีหลายท่านค่อยตอบคำถามต่างๆๆ อย่างละเอียด

อันนี้เป็นเว็ปไซด์สำหรับหารายชื่อหมอ ถ้าในกรณีที่เราไม่สามารถถามใครได้ว่า หมอไหนดีไม่ดี ลองเช็คเว็ปนี้ดูนะค่ะ พยายามเช็คหลายเว็ปนะค่ะ ว่าคอมเม้นท์ของหมอที่เราเลือกดีหรือเปล่า

vitals.com
doctor.com

================================oooo====================================================

วันที่ 16 ธันวาคม 2008


วันแรกที่ไปพบหมอ หมอที่เลือกเป็นผู้ชายค่ะื ชือ DOGter David ค่ะ ไม่ต้อง งง ค่ะ เพื่อนๆๆ ไม่ได้สะกดผิด ต้องแกว่า DOG จริงๆๆ เดี่ยวเพื่อนๆๆ ก็จะรู้ค่ะว่าทำไม่ เราหยายคายเช่นนี้กะคุณหมอท่านนี้ อิอิอิ

วันแรกที่ไป ทางเจ้าหน้าทีคลีนิค ก็จะให้เรากรอกประวัติ ว่าประจำเดือนมาวันสุดท้ายเมื่อไร แพ้ยาอะไรมัย เลขโซเชียล และอีืนๆๆ ตามประสาการทำประวัติ ทั่วไป

หลังจากกรอกประวัติเสร็จ ทางเจ้าหน้าทีก็จะแจ้งราคา แพ็คเก็ทที่เราไป คือ 3800 usd ราคานี้ไม่รวม blood test , Ultrasound เป็นฝากครรภ์และทำคลอดล้วนๆๆ เรากับสามีก็โอเค รับราคาได้ ไม่มีปัญหา

อันดับแรก ก็เก็บตัวอย่างปัสสาวะ และ อันดับต่อไปก็ไป วัดความดัน(ทุรัง)และ ชั่งน้ำหนัก ครั้งแรกที่ไปฝากครรภ์จำได้ว่า หนักอยู่ที่ 128 lbs จากที่เคยหนัก 133 lbs แพ้ท้องภายในหนึ่งเดือน น้ำหนักลดไป 5 lbs หลังจากผู้ช่วยหมอตรวจและวัดทุกอย่างเสร็จ ก็พาเราไปอีกห้องหนึ่ง เป็นห้องเล็กๆ ในห้องมีซิงค์ล้างมือ กะ เตียงนอน และ เก้าอี้อีกสองตัว ผู้ช่วยหมอบอกว่า โอเค เดี่ยวคุณหมอจะมาตรวจ "ให้ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด" เราก็ อะไรนะ มองหน้าสามี เค้าบอกให้เราถอดให้หมดเหรอ สามีบอกว่า "ช่ายยที่รัก ยูฟังไม่ผิด" จำได้่ว่าตอนนั้น ใจเต้นตุ๋มๆๆ เอาหล่ะทีนี้ ครั้งแรกในชีวิตกะการขึ้นยาหยั่ง ตรวจภายใน เตรียมตัวเตรียมใจเลยนะค่ะเพื่อนๆ

คุณหมอเข้ามา ก็ทักทาย ดูเป็นคุณหมอที่อารมณ์ดี แอ๊คทีฟ ถึงจะอายุมากแล้วก้อตาม คาดว่า น่าจะอายุประมาณ ห้าสิบต้นๆ ได้ค่ะ คุณหมอ ทำการตรวจ หน้าอก และ ตรวจภายใน ไม่รู้ว่าใช้อะไรแหย่เข้าไป แต่ออกจะเจ็บๆๆ นิดๆๆ ค่ะ แกก้อบอกให้รีแล็ก ใครจะไปรีแล็กได้ หล่ะค๊าา คุณหมอใช้เวลาตรวจประมาณ ห้า นาที เองค่ะ เสร็จแล้ว ก้อไปนั่งคุยกันต่อ

เวลาที่คุยก็ไม่มีอะไร หลักๆๆ คุณหมอ ก็จะพยายามขายวิตามินที่แกเป็นสมาิชิกอยู่ จับเรากะสามีไปตรวจ โดยเอามือ ไปอังที่เครื่อง แล้วก็จะปริ้นผลออกมา ปรากฏว่าสามีเราร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เราแข็งแรงกว่า เราหล่ะ งง สุดๆๆ เพราะสามีเรากินทั้งผักผลไม้ ไอ้เราเนี้ยผักเนี้ย คู่อริกันเลย ไม่กินเลย

คุณหมอทิ้งท้ายว่า สรุป สั่งวิตาิมินเลยมัย สามีก้อ ทำหน้า งง แต่ก้อบอกไปว่า เดี่ยวขอคิดดูก่อน คุณหมอ บอกว่าไปหาข้อมูลได้ วิตามินเนี้ยดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

หลังจากคุยกะคุณหมอไปเกือบสามสิบนาที ห้านาทีคุยเรื่องฝากครรภ์ อีกยี่สิบห้านาทีหรือมากกว่า แนะนำวิตามินอย่างเดี่ยว

สรุป วันแรกที่ไป เสียเงินไป 500 usd กับมีการบ้านให้ไปตรวจ ultrasound เพราะจะได้คำนวนอายุครรภ์ถูก นัดครั้งต่อไป เดือนหน้า

คุณสามีเราบอกว่า เค้าไม่ชอบหมอที่ทำตัวเป็นเซลส์ เลยย ดูไม่ค่อยดี เราก้อบอกว่า เอาเถอะ ถ้าเราไม่ซื้อ ก้อ คือ ไม่ซื้อ คงไม่มีอะไรมาก แล้ว ก้อจ่ายเงินไปแล้วด้วย ตั้ง 500 usd

ที่เล่าละเอียดไม่มีอะไรนะค่ะ คือ จะบอกว่า ให้เชื่อในความรู้สึกของตัวเองค่ะ ว่าถ้าหมอแปลกๆๆ หรือ ทำให้เราไม่สะดวกใจ ก้อเปลี่ยนซะ เพราะว่าเราไม่เชื่อสามี และด้วยความเสียดายเงิน เรื่องมันเลยยย มีปัญหาตามมาอีก ค่ะ

================================oooo====================================================

วันที่ 18 ธันวาคม 2008

นัดกับ Midtown Image เพื่อทำการอัลตราซาวด์ เนื่องด้วยอายุครรภ์ยังอ่อน ทางแล็บทีทำการอัลตราซาวด์ จะให้เราดื่มน้ำประมาณ 30 oz ประมาณสิบห้านามีก่อนทำการซาวด์

พอไปถึงเค้าก้อให้เรานอน แล้ว เปิดท้อง เสร็จก็เอาครีมใส่ๆๆ เย็นๆๆ มาทาที่ท้อง แล้ว ก้อ กดเครื่องนวดไปนวด มาทีท้อง ตอนนี้ เจ้าตัวน้อย ก้อ ตัวน้อย สมชื่อ มองแทบไม่เห็น อิอิอิ

เราเสียค่าทำ Level I Ultrasound ไป 110 usd ค่ะ

อืมมม เดี่ยวไปหารูปก่อนนะค่ะ



รูป





ทางแล๊บจะคำนวนอายุเจ้าตัวน้อย และแจ้งคราวๆๆ ว่า กำหนดคลอดเราน่าจะเป็นเมื่อไหร ของจู๊ ทางแล๊บบอกว่า กำหนดคลอดน่าจะเป็น 8 หรือ 10 มิุถุนายน 2009

================================oooo====================================================

วันที่ 10 มกราคม 2009

จำได้ว่านั่งดูหนังเรื่องสไปร์เดอร์แมน กับสามี แล้วรู้สึกว่า มีอะไรดุ๊กดิ๊กอยู่ในท้อง ตอนแรกนึกว่าประมาณแก๊ช ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร ทิ้งไปสักสิบนาทีรู้สึก อีก ทีนี้ บอกสามีว่า เนี้ยสงสัยลูกจะดิ้นได้แล้ว สามีบอกว่าแน่ใจเหรออ เราบอก เดี่ยวนะ เดี่ยวต้องดิ้นอีก สักพักมาจริงๆๆ อิอิอิอิ มันเป็นความรู้สึกๆๆๆ ที่แปลก บรรยายไม่ถูก ความรู้สึกว่าในท้องเรามีสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวได้ ตอนที่รู้ว่ามีเค้าและไปอัลตราซาวด์ มันยังไม่เหมือนกันตอนที่รู้สึกว่า เค้าดิ้น เค้ามีชีวิตจริงๆๆ ในท้องเรา

เท่าที่อ่านมา เด็กจะเริ่มดิ้นเมื่อเราเข้า วีคที่ 18 หรือบางคนอาจจะช้าหน่อย อาจจะเลยไปจนถึงวีคที่ 20 หรือ 22 อันนี้คุณแม่ไม่ต้องตกใจค่ะ

================================oooo====================================================

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2009

วันนี้ตื่นเต้นเป็นพิเศษกับการไป level II Ultrasound เพราะว่าเจ้าตัวน้อยในท้องพัฒนาไปในระดับที่สามารถดูเพศได้แล้ว อยากรู้ว่าเจ้าตัวน้อยจะเป็นชายหรือหญิง ใจจริงเราชินกับเด็กผู้ชายมากกว่า เพราะว่า เติมโตมาแต่กะพี่น้องที่เป็นผู้ชาย

การทำ level II Ultrasound จะใช้เวลาค่อนข้างนาน และต้องทำโดยหมอ ที่สามารถดูรายละเอียดการเจริญเติบโตของเด็กได้่ว่าปกติมัย

พอเข้าไปในห้องทางผู้ช่วยแพทย์ก็เอาเจลมาทาที่ท้อง เหมือนกับครั้งแรก เสร็จแล้วเราก็จะเป็นเจ้าตัวน้อยของเราที่จอ ครั้งนี้เราเห็นได้ชัดว่า เจ้าตัวน้อยเริ่มมีรูปร่าง หัว แขน ขา และ กระดูกสันหลัง เห็นเค้าขดตัวนอนอยู่ในท้องอย่างชัดเจน ครั้งนี้เห็นแล้วให้ความรู้สึก ตื่นเต้นและตื้นตัน ความรู้สึกของการเป็นแม่คนมันเป็นแบบนี้นี่เอง หลังจากคุณผู้ช่วยถ่ายภาพ เจ้าตัวน้อยในทุกมุม เค้าก้อถามว่าอยากรู้เพศมัย โหหหหห ถามได้ อยากสิค่ะ คุณผู้ช่วยก้อจัดการแนบเครื่องอัลตราซาวด์อีกรอบ ขยับไปขยับมา อืมมมม มองไม่ถนัดแฮะ ติดขา รู้สึกว่าจะขี้อาย แกบอกว่า รอคุณหมอมาละกัน

สักพัก คุณหมอ ก็เข้ามา ตรวจดูพัฒนาการบอก เ้จ้าตัวน้อย แข็งแรงดี หัว แขน และ ขา ได้สัดส่วน คุณหมอมาเขย่าท้องให้เจ้าตัวน้อยขยับ แต่ไม่ได้ผล เจ้าตัวน้อยนอนขึ้เซา ไม่ขยับเลยย สรุป ไม่เห็นกัน พอดี ว่าเป็น เจ้ากระจู๋ หรือ ว่า น้องพีช (peach)

เสียค่าใช้จ่ายสำหรับ level II Ultrasound 300 USD ค่ะ

อันนี้ คือ โฉมหน้าเจ้าตัวน้อยค่ะ




================================oooo====================================================


วันที่ 2 มีนาคม 2009

เดือนนี้ก้อไปหาหมอปกติ กิจวัตร ประจำเดือน คือ เก็บตัวอย่างปัสสาวะ ชั่งน้ำหนัก และ วัดความดัน คุณหมอ ตรวจท้อง ฟังเสียงลูกว่า เฮฮา ร่าเริงดีมัย อิอิ จริงๆๆ ฟังเสียงหัวใจเต้นค่ะ ว่าเต้นปกติมัย สม่ำเสมอหรือเปล่า

สุดท้ายก็ เค้าห้อง นั่งซักถาม ตอบ ข้อสงสัย

ทั้งหมด ใช้เวลาไม่เกิน สิบห้านาที (หมอทีเมกาเนี้ย เวลาเป็ฯเงินเป็นทองงงงงงงงงงงงงง มากกกก)

ปล หลังจากรู้สึกว่า เค้าดิ้น ยิ่งหลายวีคไป จะยิ่งรู้สึกว่า เค้าดิ้นแรงขึ้น และ ถี่ขึ้น สักเกตได้ว่า หลังอาหารทุกมื้อ เค้าจะดิ้น ประมาณ เย้ เย้ อร่อยยย หรือ ถ้าเรากินข้า้วช้า จะรู้สึกว่า โหยมาก และเค้าก้อจะดิ้นด้วย ประมาณ หิววแล้วแม่จ๊าาาา ได้เวลากิน

================================oooo====================================================


วันที่ 22 เมษา 2009 weeks

เดือนนี้ทั้งเดิน รู้สึกว่าน้องเค้าจะิดิ้นแรงมาก บางทีถีบซะท้องเราสะเทือน พยายามเทปตอนเค้าดิ้นไว้ แต่ น้องจีจี้เป็นพวกไม่ชอบกล้อง จะอัดทีได้ หยุดดิ้นทุกที เหมือนเค้ารู้


wait plzz พักก่อน เดี่ยวมาต่อค่ะ



================================oooo====================================================


วันที่ 5 พฤษภาคม 2009 35 weeks

ทุกครั้งที่ไปหาหมอ หมอจะพยายามขายวิตามินตัวนั้นตลอด บางครั้งมองเรากะสามีประมาณว่า ไม่ลงทุนให้ลูก มีการพูด ว่า เอาเงินที่ซื้อเสื้อผ้า หรือ ซื้อบุหรีสูบ มาซื้อวิตามินตัวนี้ให้ลูกดีกว่า เสริมไอคิวให้ลูก เรากะสามีก้อมองหน้ากัน แบบเซ็งๆๆ สามีทำท่าจะสวน ว่า กรูไม่ได้สูบบุหรีโว๊ยยย แต่เราก้อจับมือสามีว่าให้เฉยๆๆ นอกจากขายวิตามิน หมอก็จะสั่งห้ามไม่ให้กินแป้ง เค้าไม่อยากให้เด็กตัวโต เพราะจะคลอดยาก ลำบากแม่ และ ที่สำคัญลำบากหมอ ทุกครั้งที่ไปหาหมอเรากะสามีจะทำใจก่อนเข้าไป

เราฝากท้องกะหมอคนนี้จนถึงวีคที่ 37 หมอก็บอกว่า เีดี่ยวอีกสองอาทิตย์คือ วีคที่ 39 เค้าจะฉีดยาเร่งคลอดให้นะ ให้คลอดวันที่ 1 June 2009 นี้เลย หมอบอกว่า นัดเลยละกันให้ วันที่ 1 ไปที่โรงพยาบาลตอน 6.30 เช้า

เรากับสามีก็ ได้แต่รับฟังและรับทราบ โอเค คลอดวันที่ 1 June ไม่ได้พูดอะไร พอกลับมาถึงบ้านสามีก็ งง ว่าทำไมต้องให้ยาเร่งคลอด โชคดีที่สามี มีญาติเป็นหมอเด็ก ก็เลยโทรไปถามญาติว่า ยาเร่งคลอดคือ อะไร แล้ว ทำไมต้องให้ มีผลดีผลเสียอะไร บ้าง หลังจากคุยกะญาติและหาข้อมูลทางเน็ท ดังนี้นะค่ะ

การเร่งคลอดคือการทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง หรือให้ทารกคลอดออกมา โดยที่คุณแม่ยังไม่ได้เข้าสู่ ระยะการเจ็บครรภ์คลอดเองตามธรรมชาติค่ะ คุณหมอจะเป็นผู้ใช้ยากระตุ้นให้เกิความเจ็บครรภ์คลอด

================================oooo====================================================

วันที่ 12 พฤษภาคม 2009

นัดกับทางโรงพยาบาลเพื่อทำประวัติ และ ไป hospital tour เพื่อที่วันจริง คุณสามีจะได้รู้ว่า ต้องไปจอดรถที่ไหน ไปติดต่อ ใครก่อน ห้องคลอดเป็นแบบไหน เพราะคุณพ่อหลายๆๆ ท่าน ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก งง และ งง เหมือนโดนทุบหัว

================================oooo====================================================

การเร่งคลอด จะใช้ในกรณีที่คุณหมอเห็นสมควร ว่าทารกควรจะคลอดออกมาได้แล้ว เพราะถ้าอยู่ในครรภ์ต่อไป อาจจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่ ซึ่งอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ

ทั้งนี้คุณหมอจะต้องตรวจดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ว่าแข็งแรงดี พร้อมที่จะคลอดออกมา โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ และดูความพร้อมของปากมดลูกด้วย โดยปากมดลูกจะต้องมีความพร้อม มีความนุ่มมากพอ ที่จะตอบสนองต่อการกระตุ้น โดยการให้ยาเร่งคลอด ถ้าปากมดลูกยังแข็ง การเร่งคลอดอาจไม่ประสบความสำเร็จ และต้องสิ้นสุดด้วยการผ่าตัดคลอดต่อไป

สำหรับข้อบ่งชี้ที่พบบ่อยทางสูติกรรมที่จำเป็นต้องเร่งคลอด ได้แก่
การตั้งครรภ์เกินกำหนด หรือเกินอายุครรภ์ 42 สัปดาห์ เพราะอาจจะมีความสัมพันธ์กับภาวะรกเสือม มีแคลเซียมเกาะมาก จนไม่สามารภส่งสารอาหาร และออกซิเจนไปให้ทารกให่ตามปกติ จนทารกอาจจะเกิดการขาดสารอาหารได้

ภาวะน้ำเดินมานาน โดยที่ปากมดลูกไม่เปิดเพิ่ม หรือคุณแม่ไม่มีอาการเจ็บครรภ์ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในโพลงมดลูกได้เช่นกัน

ภาวะที่ทารกมีการเจริญเติบโตช้าในครรภ์ ทารกมีน้ำหนักตัวน้อยมาก น้ำค่ำน้อยมาก อาจเกิดอันตรายถึงชีวิต ถ้าทิ้งทารกไว้ในท้องคุณแม่ ก็ควรเร่งคลอด เพื่อนำทารกมาเลี้ยงภายนอก ทารกจะมีอัตราการอยู่รอดที่ดีกว่า

ส่วนภาวะแทรกซ้อนอื่นของคุณแม่ที่สำคัญได้แก่ ภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งคุณแม่จะมีความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงหรือชัก จนอาจเกิดภาวะหลอดเลือดในสมองแตกได้ ส่วนทารกในครรภ์จะีความเสี่บงต่อการเสียชีวิต เนื่องจากรกลอกตัวก่อนกำหนดได้

นอกจากนี้ครรภ์หลังที่เคยมีประวัติคลอดเร็ว คลอดง่าย คลอดในรถ บ้านอยู่ไกลมาก และไม่สามารถมาโรงพยาบาลได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ในกรณีที่เจ็บครรภ์ ก็อาจจะมีความจำเป็นที่ต้องให่มาเร่งคลอดก่อนมีการเจ็บครรภ์คลอด เพราะถ้าหากมาโรงพยาบาลไม่ทัน อาจจะเกิดอันตรายต่อทารกและคุณแม่ได้

สำหรับคุณแม่ที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อน หรือมีแผลที่บริเวณมดลูก ไม่ควรใช้วิธีการเร่งคลอด เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะมดลูกแตกได้

นอกจากนี้คุณแม่ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ จากการที่รกเกาะต่ำ ไม่สามารถคลอดได้เองทางช่องคลอด ก็ควรพิจารณาเรื่องการผ่าตัดคลอดแทนค่ะ

สำหรับทารกที่มีขนาดใหญ่มาก น้ำหนักตัวมาก และอุ้งเชิงกรานคุณแม่แคบจากการประเมิณโดยสูติแพทย์ หรือทารกอยู่ในท่าที่ผิดปกติ เช่น อยู่ในท่าก้น ท่าขวาง ไม่สมควรทำการเร่งคลอด ควรพิจารณาผ่าตัดคลอด เพื่อความปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และทารกเช่นกัน

วิธีที่ไม่ใช้ยา ทำได้โดยคุณหมอจะใช้นิ้วเข้ากระตุ้นที่ปามดลูกโดยตรง เพื่อทำการเซาะแยกถุงน้ำค่ำที่เกาะติดบริเวณปากมดลูกส่วนล่างออก จะได้กระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนพรอสตาแกลนติน ซึ่งช่วยให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอดได้ หรือคุณหมออาจจะทำการเจาะถุงน้ำคร่ำ่ำให้แตกร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ปากมดลูกเปิดได้ดีมากขึ้น เข้าสู่ระยะเจ็บครรภ์คลอดได้เร็วขึ้น

สำหรับวิธีใช้ยา สามารถให้ยาในกลุ่มออกซิโทซิน (oxytocin) เข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อกระตุ้นให้มดลูกมีการบีบรัดตัวดีขึ้น ส่วนยาเหน็บเพื่อเร่งคลอดนั้น ไม่นิยมใช้ค่ะ เพราะมีความเสี่ยงต่อการบีบรัดตัวของมดลูกทีุ่รุนแรงมาก อาจจะเกิดภาวะมดลูกแตกได้ ในกรณีที่วิธีใดวิธีหนึ่งได้ผลไม่ดี ก็สามารถใช้ทั้ง 2 วิธีร่วมกันได้ เช่น การใช้ยาร่วมกับการเจาะถุงน้ำ เป็นต้น

ระหว่างการเร่งคลอด แพทย์จะตรวจดูทารกเป็นระยะ และควบคุมการหดรัดตัวของมดลูก ไม่ให้มากเกินไป และไม่นานเกินไป ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเกิดกับทารก เช่น ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ภาวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือการขาดออกซิเจนในทารก หรือภาวะแทรกซ้อนต่อมารดา เช่น ภาวะตกเลือกหลังคลอด มดลูกแตก หรือน้ำคร่ำไหลย้อนเข้ากระแสโลหิต

หลังจากอ่านข้อมูลข้างต้น เรากับสามีก็สงสัย ว่าเราไม่ได้เข้าข่ายและไม่จำเป็นต้องเร่งคลอดเลย ทำไม่หมอถึงต้องเร่งคลอดให้

สรุป เหตุผลที่หมอ ที่เห็นแก่ความสะดวกส่วนตัว สมัยนี้ทำกัน คือ นัดวันคลอด ฉีดยาเร่งคลอด ถ้าทนปวดได้ก็ทนไปจนปากมดลูกเปิด ทำการคลอด ถ้าทนปวดไม่ไหว ฉีดยาบล๊อกหลัง ทำการผ่าคลอด (ได้เงินมากขึ้น เร็ว ง่าย) เสร็จกลับบ้านไปกินข้าวเย็นกับเมียได้ ดีกว่าต้องวิ่งมากลางดึก เวลาคนไข้โทรไปบอกว่า จะคลอดแล้วววววว

เรากับสามีคุยกันว่า อย่างไรคงไม่ฉีดยาเร่งคลอด เพราะมันเป็นความเสี่ยงของแม่และเด็ก เป็นความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

สามีโทรไปคุยกะหมอ ว่า ตกลง เหตุผลจริงๆๆ ของการเร่งคลอดคือ อะไร หมอ ก็บอกว่า เด็กเกิน 38 วีค ร่างกายสมบูรณ์แล้ว ถ้าอยู่นาน รก อาจจะพันคอ และเค้าก้อทำแบบนี้กะคนไข้เ้ค้าทุกราย ไม่มีปัญหา สามีฟังเสร็จเลยบอกไปว่าเค้าอยากรอให้ครบ ให้เป็นไปตามธรรมชาติ หมอก็พูดประมาณ ตามใจละกัน แต่ถ้าเกิน 40 สัปดาห์ไม่ปวดท้องคลอด เค้าก้อจะฉีดยาเร่งคลอดนะ

หลังจากวางโทรศัพท์ คุณสามี บอกว่า ไม่ไหวแล้วว เหมือนหมอจะพยายาม เอาสะดวกตัวเอง เค้าอยากเปลี่ยนหมอ เราก็ อาไรนะ จะคลอดอยู่อีกอาทิตย์ สองอาทิตย์แล้วนะ พูดจบก้อมานั่งเปิดเน็ทค้นหาหมอใหม่ ได้มาสามสี่ราย ที่อยู่ละแวกบ้าน โทรไป ไม่มีหมอคนไหนรับเลย เค้าให้เหตุผลว่า อายุครรภ์แก่เกินไปแล้ว และ ก็กลับคนไข้จะไม่สะดวกใจกะหมอ เพราะไม่ได้ฝากกันมาแต่แรก

อ้อ ลืม บอกไป หมอเคยถามเราว่า ตกลง เราจะให้ฉีดยาบล๊อคหลัง(Epidural) เปล่า เราก็บอกว่า ไม่เราอยากได้แบบธรรมชาติสุดๆๆ หมอก็บอกว่า ยาบล๊อคหลัง ดีนะ ทำให้ไม่เจ็บ (แค่จ่ายเพิ่มอีก 1200 usd)

ในระหว่างที่หาข้อมูล คุณสามีก็ไปเจอ เว็ปเด็ดๆๆ มีคอมเม้นท์ของหมอท่านนี้ สามีอ่านแล้วแทบช๊อกกกกกก โอ๊ยยย มายก๊อด ชิท มีผู้หญิงสาม คอมเม้นนท์หมอท่่านี้ว่า

คนแรก เป็นหมอที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ เวลาตรวจภายใน ไม่ใส่ถุงมือ นอกจากนั้น ยังคอมเม้นท์รูปร่างของเค้า

คนสอง เป็นหมอหน้าหม้อ เค้าไปตรวจร่างกายกับหมอท่านนี้ แล้วหมอ ถามว่า ช่วยตัวเองบ่อยมั้ย

คนที่สาม หมอนัดฉีดยาเร่งคลอด เธอทนปวดอยู่ห้าชั่วโมง มดลูกก็ไม่เปิด จนในที่สุด ต้องทำการผ่าคลอด

คนที่สามนี้ ตรงใจสามีมากมายๆๆ เค้าบอก ว่า ถ้า เรายังคงให้หมอท่านนี้ทำคลอดให้ มีหวังเราต้องโดนผ่าท้องแน่นอน

ถ้าไม่ให้หมอคนนี้ทำคลอด แล้วจะให้ใครทำคลอดให้หล่ะ ไม่มีหมอคนไหน ในระแวกบ้านรับคนไข้ใหม่เลยย
================================oooo====================================================

สรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆๆ ของการคลอดลูกในอเมริกาดินแดนแห่ง ปัญหา health care

================================oooo====================================================




เดี่ยวมาต่อค่ะ พอดีลูกร้องงงงง




 

Create Date : 18 สิงหาคม 2552
3 comments
Last Update : 30 กันยายน 2552 9:40:01 น.
Counter : 5284 Pageviews.

 

ส้มรออ่านอยุ่น่ะค่ะ

 

โดย: somphoenix 19 สิงหาคม 2552 2:45:35 น.  

 

ขออนุญาติเก็บข้อมูลไว้ก่อนนะค่ะ
เพราะว่าปีหน้าวางแผนมีเจ้าตัวเล็ก

รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ

 

โดย: latenight_lovesong 22 สิงหาคม 2552 7:07:27 น.  

 

โจแอบมาอ่านข้อมูลอีกรอบคะ
พออ่านไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ 10 กุมภา
เห็นภาพ Ultrasound แล้วเจอโฉมหน้าเจ้าตัวน้อยๆ
ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าจะเป็นน้องจีจี้แก้มยุ้ย

ได้ข้อมูลเยอะมากเลยค่ะ
แต่คิดว่าต้องกลับมาอ่านอีกหลายรอบแน่นๆคะ

 

โดย: โจโจ้เองจร้า (latenight_lovesong ) 16 กันยายน 2552 15:56:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ju_FL
Location :
ฟรอริด้า United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ju_FL's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.