*ขอบคุณ..ที่ผ่านมาให้กำลังใจกัน*
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
18 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
คอนถม - ราดรี - เพ็ดรี - หมุดสงคราม (ตอนจบ)




ทริปมหากาพย์...เดินทางมาถึงตอนจบซ๊ากกกาที...
หลังจากตระเวณมาสามจังหวัดแล้ว...
คราเน้..เป็นจังหวัดสุดท้าย....
ซึ่งวันนี้เริ่มออกจากที่พักที่ราชบุรี...
ไปไหว้พระ ที่วัดมหาธาตุ ราชบุรี...




แรกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ วัฒนธรรมเขมรจากราชอาณาจักรกัมพูชาได้แพร่เข้าสู่ดินแดนราชบุรี จึงได้มีการก่อสร้างและดัดแปลงศาสนสถานกลางเมืองราชบุรีขึ้นเป็นพระปรางค์ และสร้างกำแพงศิลาแลงล้อมรอบเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเมืองตามคติความเชื่อเรื่องภูมิจักรวาลของเขมร ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๑ ได้มีการก่อสร้างพระปรางค์แบบอยุธยาขึ้งซ้อนทับและสร้างพระปรางค์บริวารขึ้นอีก ๓ องค์บนฐานเดียวกัน



ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองราชบุรีจากฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออก ประชาชนก็ย้ายตามความเจริญไปด้วย วัดมหาธาตุจึงกลายเป็นวัดร้างไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. ๒๓๓๘ พระภิกษุองค์หนึ่งชื่อพระบุญมา ได้ธุดงค์มาเห็นวัดนี้มีสถานที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมจึงได้ขอความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนช่วยกันปัดกวาดซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆ ในที่สุด วัดมหาธาตุจึงกลับมาเป็นศูนย์กลางของศาสนาเช่นเดิม และยังคงเป็นมาจนถึงปัจจุบัน



ตอนไปกำลังบูรณะอยู่เลยอ่ะ...คาดว่าเสร็จแล้วคงสง่างามเช่นเดิม....



จากนั้นก็ไปสักการะหลวงพ่อแก่นจันทร์
พระคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวราชบุรีนับถือกันที่วัดช่องลม...






แล้วก็ลัดเลาะเลียบแม่น้ำแม่กลองไปทางทิศตะวันออกมุ่งตรงสู่อัมพวา
จากราชบุรี ไปอัมพวา ก็ประมา ๑๕ - ๑๗ กิโลเห็นจะได้

สถานที่แรกของเมืองแม่กลอง..สมุทรสงคราม...
ที่ไปคือค่ายบางกุ้ง
ไปชมโบสถ์ปรกโพธิ์หนึ่งในอันซีนไทยแลนด์



ในอดีตแต่เดิมค่ายบางกุ้งเป็นค่ายทหารเรือในสมัยแผ่นดิน สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ แห่งกรุงศรีอยุธยา พม่ายกกองทัพมารุกรานบ้านเมืองไทย สมัยนั้น พระเจ้ามังระ กษัตริย์พม่า ให้เกณฑ์กองทัพ ๒๕,๐๐๐ นาย ยกเข้าตีเมืองไทย ๒ ทาง ให้มังมหานรธาเป็นแม่ทัพยกเข้าตีทางทิศใต้ ให้เนเมียวสีหบดียกเข้ามาตีทางทิศเหนือให้มาตีบรรจบกันที่กรุงศรีอยุธยาเป็นศึกขนาบกันสองข้างกองทัพของเนเมียสีหบดีเข้าตีเมืองเชียงใหม่ เมืองกำแพงเพชรจนแตก แล้วตั้งค่ายมั่นต่อเรือสะสมเสบียงอาหารอยู่ ฝ่ายกองทัพมังมหานรธายกเข้าตีเมืองมะริด เมืองตะนาวศรีซึ่งเป็นของไทยแตกทั้งทั้งสองเมืองหุยตองจา เจ้าเมืองหนีไปอยู่ที่เมืองชุมพร พม่าก็ยกทัพตามมาตีเมืองชุมพรแตกแล้วเผาเมืองเสีย แล้วยกเข้าตีกองทัพของ พระพิเรนทรเทพ ที่ตั้งค่ายอยู่เหนือเมืองกาญจนบุรีแตกอีก แล้วยกเข้าตี เมืองราชบุรี เพชรบุรีแตกทั้ง ๒ เมือง แล้งยกกลับไปตั้งกองทัพต่อเรือสะสมเสบียงอาหารอยู่ที่ ดงรังหนองขาว เมืองกาญจนบุรี พระเจ้าเอกทัศน์ทรงทราบข่าวข้าศึก จึงโปรดให้เกณฑ์กองทัพออกต่อสู้ ให้กองทัพบกไปตั้งค่ายรับข้าศึกที่ตำบลตำหรุ เมืองราชบุรีแห่งหนึ่ง ให้กองทัพเรือยกมาตั้งค่ายอยู่ที่ ตำบลบางกุ้ง เมืองสมุทรสงครามแห่งหนึ่ง ให้พระยารัตนาธิเบศยกทัพเมืองนครราชสีมามาตั้งค่ายอยู่ที่เมืองธนบุรีอีกแห่งหนึ่ง

ใน พ.ศ. ๒๓๐๘ ทัพมังมหานรธาก็ยกทัพเรือเข้ามาตีค่ายทหารเรือบางกุ้งแตก แล้วยกไปตีเมืองธนบุรี พระยารัตนาธิเบศก็ยกทัพหนี พม่าก็ยกไปตีค่ายเมืองนนทบุรีแตกอีก แล้วยกเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ด้านหนึ่ง จนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ แล้วตั้งให้นายทองอินทร์ คนไทยที่จงรักภัคดีต่อพม่ารักษาเมืองธนบุรี และสุกี้ นายกองคุมกองทัพพม่ารักษากรุงศรีอยุธยา ณ ค่ายโพธิ์สามต้น แล้วยกทัพหลวงกลับไป

ใน พ.ศ. ๒๓๑๐ พระยาวชิรปราการ(พระเจ้าตากสินมหาราช)ได้ถูกเรียกให้เข้ามาช่วยราชการในกรุงศรีอยุธยา แต่เมืองเห็นแม่ทัพไทยมีผีมือไม่เข้มแข็ง ทหารไทยแตกความสามัคคีกันเห็นจะสู้พม่าไม่ได้ จึงพาทหารประมาณ ๕๐๐ นาย ตีฝ่าออกจากกรุงศรีอยุธยา ไปยังหัวเมืองชายทะเลด้านตะวันออกเฉียงใต้ จากปราจีนบุรี สู่ระยอง และจันทบุรี พระยาจันทบุรีไม่อ่อนน้อม จึงยกทัพเข้าตีเมืองจันทบุรีแตก แล้วตั้งกองสะสมสะเบียงอาหาร ต่อเรือรบเห็นว่าได้มากเพียงพอแล้วจึงยกทัพมาตีค่ายเมืองธนบุรีและทัพสุกี้นายกองที่รักษาอยู่กรุงเก่าแตกพ่ายไป กู้กรุงศรีอยุธยาคืนมาได้ และ ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่ แล้วในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ นั่นเอง พระเจ้าตากสินหมาราช ได้โปรดให้คนจีนจาก ระยอง ชลบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี รวบรวมพลพรรค มาตั้งเป็นกองทหารรักษา ค่ายบางกุ้ง ซึ่งยังไม่มีทหารรักษาหลังจากที่พม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก ค่ายนี้จึงเรียกว่า "ค่ายจีนบางกุ้ง"

เหตุที่เกิดสงครามค่ายบางกุ้งนั้นปรากฏในประชุมพงศาวดารกล่าวว่า"พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต"เมืองเวียงจันทร์วซึ่งฝักใฝ่อยู่กับพม่าในสมัยนั้นไปทูลพระเจ้าอังวะว่า ได้ทราบว่าในเมืองไทยพระยาตากตั้งตัวเป็นใหญ่ กลับตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ฝ่ายพระเจ้าอังวะเวลานั้นกำลังกังวลด้วยเกิดสงครามกับจีน ไม่เชื่อว่าเหตุการทางเมืองไทยจะเป็นการใหญ่โตมากมาย ด้วยเห็นว่าเมืองไทย ยับเยิน ผู้คนก็หลืออยู่น้อย จึง เป็นแต่ให้มีท้องตราสั่งแมงกี้มารหญ่าเจ้าเมืองทวายให้คุมกำลังให้มาตรวจตราดูในเมืองไทยว่ายังเรียบร้อยดีหรือไม่ ถ้ามีใครกำเริบตั้งตัวขึ้นก็ให้มีการปราบปรามเสียใหเรียบร้อย พระยาทวายจึงส่งโปมังเป็นกองทัพหน้าคุมพล ๓,๐๐๐ นาย เข้ามาทางเมืองไทรโยค เมื่อฤดูแล้งปลายปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ขณะนั้นเมืองกาญจนบุรีและเมืองราชบุรี อันเป็นที่อยู่ในทางพม่าเดินทัพยังร้างอยู่ทั้ง ๒ เมือง เรือรบของพม่ายังอยู่ที่เมืองไทรโยคและค่ายคูของพม่าไม่มีใครไปรื้อถอน พระยาทวายจึงยกทัพมาตามสบาย ครั้นถึงบางกุ้งเห็นค่ายทหารจีนของพระเจ้ากรุงธนบุรีตั้งอยู่ พระยาทวายก็ให้กองทัพล้อมไว้ กรมการเมืองสมุทรสงครามบอกเข้ามายังกรุงธนบุรี

ตามพงศาวดารกรุงธนบุรี กล่าวว่า พระเจ้าตากสินทรงทราบข่าวข้าศึก ด้วยความยินดียิ่ง ได้โปรดให้พระยามหามนตรี(บุญมา)จัดกองทัพเรือ ๑๐๐ ลำเศษ แล้วพระองค์ก็ทรงเรือพระที่นั่งสุวรรณพิชัยนาวา ขนาดเรือ ยาว ๑๘ วา ปากเรือกว้าง ๓ ศอกเศษ พลกรรเชียง ๒๘ น าย พร้อมด้วยศาสตราวุธมายังค่ายบางกุ้ง โดยลัดมาทางคลองบางบอน ผ่านคลองสุนัขหอน และมาออกแม่น้ำแม่กลอง พระยามหามนตรีคาดการณ์ว่าค่ายบางกุ้งล่อแหลมกำลังจะแตกอยู่แล้ว จึงรีบเดินทัพเข้าโจมตีพม่าที่ล้อมค่ายไทย-จีนบางกุ้งโดยฉับพลัน ในตอนเรียกประชุมนายทัพนายกองเพื่อปลุกใจและบงการเข้าตีนั้นได้เน้นว่า "ถ้าช้าไปอีกวันเดียวค่ายบางกุ้งจะแตกและขวัญทหารไทยจะไม่มีวันฟื้นคืนได้ การรบทุกครั้งการแพ้อยู่ที่ขวัญและกำลังใจ ถ้าไทยแพ้อีกในครั้งนี้ พม่าจะฮึกเหิม พวกไทยจะครั้นคร้ามและกู้ชาติไม่สำเร็จ กรารักษาค่ายบางกุ้งไว้ให้ได้ในครั้งนี้ ได้ชื่อว่าท่านทั้งหลายได้ช่วยขวัญของไทยในการรบครั้งต่อไป"



การรบครั้งนี้ตะลุมบอนกันด้วยอาวุธสั้น ออกพระมหามนตรีควงดาบสิงห์สุวรรณาวุธ ซึ่งทำด้ามและฝักกนกหัวสิงห์ใหม่ไล่ฆ่าฟันพม่า ข้าศึกแตกกระจาย แมงกี้มารหญ่าแม่ทัพพม่า ครั่นคร้า มพระมหามนตรีจึงเลี่ยงเชิงดูศึกได้ยินเสียงในค่ายที่ล้อมไว้จุดประทัด ตีม้าล่อเปิดประตูค่าย ส่งกำลำดีกระทุ้งออกมา ทำให้พม่าอยู่ในศึกกระหนาบ ซ้ำยังเห็นผงคลีมืดครึ้มได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวทัพหนุนเนื่องของไทยอีก แน่ใจว่าทัพหลวงของไทยติดตามมายิ่งเสียขวัญ ฝ่ายไทยกลับฮึกเหิมไล่ฟันแทงข้าศึกล้มตายเป็นอันมาก ที่เหลือก็พากันแตกหนี พระยาทวายเห็นเหลือกำลังที่จะต่อสู้ จึงสั่งทัพถอยรวบรวมไพร่พลกลับไปเมืองทวายทางด่านเจ้าขว้าว(เป็นด่านเมืองราชบุรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำพาชี) กองทัพไทยได้เรือรบศัตรูทั้งหมด และได้เครื่องศาสตราวุธตลอดจนเสบียงอาหารเป็นอันมาก

ชัยชนะในการรบที่ค่ายบางกุ้งนี้มีผลต่อชาวไทยหลายประการ อามิ ไทยยังคงเป็นชาติเอกราชต่อไป ไม่ถูกย่ำยทำลายล้าง เช่นสงครามเสียกรุงครั้งที่๒ อีก ถ้าหากคนไทยแพ้จะต้องถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย ทรัพย์สินเงินทองจะต้องถูกกวาดเก็บไปอีกเป็นจำนวนมาก เพราะคนไทยสมัยนั้นนิยมสร้างวัด จังหวัดสมุทรสงคราม ที่เป็นที่ตั้งของค่ายบางกุ้งก็เช่นเดียวกัน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่ประเมินค่ามิได้อยู่มากมายและที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ขวัญและกำลังใจของคนไทยทั้งชาติที่พลอยฮึกเหิมขึ้นด้วย คนไทยทั้งชาตต่างมีความเลื่อมใส่กองทัพกู้ชาติ อันมีพระเจ้ากรุงธนบุรีเป็นผู้นำ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่ปรากฏว่ามีข้าศึกล่วงล้ำมาถึงเมืองสมุทรสงครามอีก จึงสงบ ร่มเย็นเป็นสุขมาจนถึงปัจจุบัน






จากนั้นก็ไปกราบพระและชมความงามของ
พระอุโบสถไม้สักทองแกะสลัก..ที่วัดบางแคน้อย...





แล้วก็กลับกรุงเทพฯ..ด้วยความปลอดภัย...
คราวนี้ไม่ได้วัดความกว้างความยาวของถนนไหนเลย....
ปลอดภัยและประหยัดตลอดการเดินทาง

ขอบคุณการรถไฟแห่งประเทศไทย...ที่ให้นั่งรภไฟฟรี
ขอบคุณพี่ป้าน้าอาที่พาเที่ยว..โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย...

(คราวหน้าจะไปรบกวนอีกครับ...)






ป.ลิงปิ้งกล้วย... วันเน้ การถ่ายเหลวยังไม่หยุดเลยอ่ะครับ...แต่ไปหาหมอมาแระ...
คาดว่า...คงหายซ๊ากกกกกกกะที.....

ก้นจาเน่าอยู่แร้วววววววววววววววววววววววววว






Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2552 10:03:18 น. 19 comments
Counter : 1075 Pageviews.

 
มีสาระ....




โดย: เหนือฟ้า พาไป วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:41:18 น.  

 


..


มาก ๆ ..


..


โดย: ทิ .. (Ka - Ti ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:19:19 น.  

 
ไม่เห็นพากลับไปบ้าน
เจ้มาลัยเลยอ่ะ

...อืม น่าเห็นใจควรจะหายได้แล้วนะหลายวันแล้วนี่

...ส่วนนาห์ขายเสียงไปเรียบร้อยแล้ว
ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องโทรมาภายในวันสองวันนี้นะคะพี่
ไม่มีเสียงจะคุยด้วย


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:06:17 น.  

 
oho แล้วพรุ่งนี้จะอัพอารายฟระเนี่ย นึกว่าจะจบไปแล้ว


โดย: butbbj วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:30:01 น.  

 

แวะมาทัวร์ไหว้พระครับ..

ป.ล. รูปสวยเหมือนเดิมครับ




โดย: Mega-Batt วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:05:16 น.  

 
รูปปั้นนักรบ เหมือนมีวิญญาณ เลย


โดย: eath IP: 203.209.78.109 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:16:37 น.  

 
ดีๆ เดทกะพระกะเจ้า กะโบราณสถาน


โดย: runch วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:32:33 น.  

 
แง้วเข้ามารู้สึกผิดว่า
เป็นคนราดรี แท้ๆ ยังไม่เคยไปที่วัดมหาธาตุเลยค่ะ


โดย: แม่ภูมิ (Artagold ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:36:30 น.  

 
ถ่ายภาพได้อารมย์จังเลย


โดย: endless man วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:23:16 น.  

 
แว๊กก พม่ามาตีเมืองนนท์แตกกะเค้าด้วยเหรอเนี่ย
เศร้าใจ

ภาพสวยเหมือนเดิม


โดย: Shallow Grave วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:16:00 น.  

 
ใกล้ยังๆๆ มีประกันชีวิตป่ะ



โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:56:38 น.  

 
หวัดดีครับซุงกัง



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:06:43 น.  

 
ซุงกัง ที่ป๊าก๋ากะหมิงหมิงเรียกเนี่ย...ทำให้นึกถึง ลิงอุรังอุกังอ่ะ...


โดย: ป้าคนงาม IP: 58.11.72.143 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:44:32 น.  

 
+ อื่มมม ... ประวัติศาสตร์ยาวเหยียดเชียะ แต่ก็อ่านเพลินดีอ่ะครับ

+ อุโบสถไม้สักทอง งามแต๊ๆ เน้อเจ๊า

+ น่านจิ แล้วรูปที่บ้าน กับเจ๊กร ลุงจวบ หายไปไหนอ่า ... อยากเห็นน้องโนว์ล่วย อุๆ

+ ซังกุง ยัง ไหลอยู่อีกเหรอเนี่ย อาการหนักเจงๆ อ่า สงสัยโดนใครเสกสลอดเข้าท้องซะละม้าง เหอๆๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:38:54 น.  

 
เสียดายพระที่โดนขโมยเนอะ แล้วไปคราวหน้าจะดูอะไรเนี่ย


โดย: butbbj วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:48:49 น.  

 
ทำไมรูปเซ็มนี้ดูแล้ว แอบน่ากัว--'


โดย: ซซ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:48:18 น.  

 
เป็นไงวันนี้
หายป่วยยังเอ่ย


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:02:45 น.  

 
ภาพถ่าย งามจังค่ะ
.
.
.
แต่เนื้อหายาวววว มาก ทีแรกก็อ่านหรอก แต่หลังๆ ชักขี้เกียจแระ


โดย: ละอองหญ้า ในสายหมอก วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:57:23 น.  

 
โอ้ยย ตกลงมันเกียวไรกับซุงกังเนี่ย
อธิบายมาด้วยจามาอ่าน ด่วน


โดย: พลอย IP: 180.180.147.85 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:44:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นายรถซุง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




หัวใจดวงน้อย
ที่คอยจะมอบความรัก
ให้กับใครซักคน..หมดหัวใจ

(โอ้ว..น้ำเน่าคอด..คอด..)


* ข้อควรระวัง *

เจ้าของบ้านสันดานเสีย
ไม่ค่อยชอบตอบบล๊อกนะครับ


start 8 Dec.08
free counters คุณชลอ ครับผม

Friends' blogs
[Add นายรถซุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.