[Y]มาแชร์ประสบการณ์ความรักให้ฟังครับ 25
วลาดำเนินต่อไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

เช่นเดียวกับผมและเขาที่ยังคงเดินหน้าความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี้ต่อไป

ผมไม่รู้ครับ ไม่เคยรู้ และไม่เคยคิดจะเข้าไปรับรู้ ว่าในขณะที่เขาอยู่กับผม เขาจะมีคนเข้ามาจีบ หรือมีคนเข้ามาคุยด้วยหรือเปล่า

แต่สำหรับผม

มีครับ!!! 555555

“กินข้าวยัง”
“หาไรกินด้วยนะ”
“ไปไหนรึเปล่า”
“นอนรึยัง”

คำถามเหล่านี้เวียนมาให้ผมตอบอยู่เสมอ

เอาจริงๆ ผมค่อนข้างเบื่อนะ

ไม่รู้เป็นเพราะผมไม่รู้จะคุยอะไรกับคนเหล่านั้น หรือเป็นเพราะคนเหล่านั้นไม่หาเรื่องใหม่ๆคุยกับผม

แต่ผมว่า มันคงไม่ใช่ไอ้คนที่นั่งกุมมือผมอยู่หรอกเนอะ

“ไหนเอาบีบีมรึงมาดูดิ๊”

เขาคลายมือผมออก พยายามจะเอื้อมมือผ่านตัวผมไปคว้าไอเจ้าบีบีเครื่องโปรดที่ส่งเสียงดังอยู่

แต่มีหรือ ผมจะยอม

“โน้ววววว!!!!”

ผมรีบเอื้อมมือไปผลักบีบีให้ไถลไกลออกไป

ก็ถ้าเอามาถือไว้ ต้องโดนแย่งแน่ๆเลย

เขากลับไปนั่งที่เดิม แต่ไม่จับมือผมเหมือนเดิม!!!!

ชิ!!! อย่านึกว่ากูจะง้อ!!!

“เอาไป จะดูก็ดู”

อ้าวเชรี่ย!!! แล้วทำไมกูยื่นบีบีให้เขาเองอย่างนั้นหร่ะ!!!!

เขาหันมามองหน้าผมด้วยสายตานิ่งเรียบทีนึง ก่อนจะหยิบบีบีไปจากมือผม แล้วก้มหน้าลงดู

ผมรีบเขยิบเข้าไปใกล้เขา เผื่อจะได้อธิบายอะไรได้ หากเขาเข้าใจผิด จนไหล่เราสองคนเกยกัน

เขานั่งไล่รายชื่อทั้งหมดที่มีอยู่ในบีบี บ้างก็ถามว่าคนนี้เป็นใคร ได้มากจากไหน บ้างก็กดเข้าไปดูว่าคุยอะไรกันบ้าง

บ้างก็กดเมนู แล้วจะกด delete ทิ้ง !!!!

ผมร้องห้ามไว้ก่อนเพราะว่าผมไม่ชอบให้ทำอย่างนั้น เพราะผมรู้สึกว่าถ้าเป็นผมเองที่โดนอีกฝ่าย delete ใส่ ผมคงรู้สึกแย่พอสมควร ถึงแม้บางคนที่แอดมาจะไม่ได้คุยกันแล้ว แต่ถ้าจะลบจริงๆ ก็ควรจะบอกเหตุผลให้เขารู้ก่อน

เขาเงยหน้ามายิ้มให้ผมราวกับว่าที่ทำลงไปก็แค่จะแกล้งผมเท่านั้น ก่อนจะก้มลงไปดูต่อ

ผมลุกขึ้น เดินไปหาของกินในตู้เย็น ปล่อยให้เขาเช็คตามความต้องการ 

แล้วผมก็พบว่า ในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย นอกจากน้ำเปล่า!!!! 5555555

ก็ผมไม่ชอบไปซื้ออะไรมายัดตู้เย็นเยอะๆนี่นา

อยู่ก็อยู่คนเดียว ถึงแม้จะมีไอ้บ้านี่เข้ามาอยู่ด้วยบ่อยๆก็เถอะ

เรื่องจะให้ทำครัวกินคนเดียวหน่ะ ไม่มีทาง

อย่างมากสุดก็ซื้อกับข้าวแล้วมาหุงข้าวกินเอง

ผมดื่มน้ำเสร็จเรียบร้อย ก็เดินไปนั่งที่เดิม ที่ของสองเรา แอร๊ยยยยยยยย >.,<

เขาเลิกสนใจบีบีแล้วครับ หันมานั่งดูทีวีแทน

ผมยังไม่ทันหย่อนตูดลงบนโซไฟ เขาก็คว้าเอวผมไปนั่งบนตักเขา

!!!! ท่านี้ล่อแหลมนะมรึง!!!!

ผมดิ้นเบาๆพอเป็นพิธีให้เขารู้ว่า จริงๆแล้วผมไม่ง่ายขนาดนั้นนะ ก่อนจะหยุดดิ้น ปล่อยให้สองแขนจากคนด้านล่าง สอดผ่านเอวผมเข้ามาประสานกัน

เข้าเอาหน้าเนียนๆจมูกโด่งๆแถมมีเครานิดๆมาถูไปถูมาที่หลังผม พร้อมกับเอ่ยประโยคเบาๆออกมา

“เยอะนะมรึง”

ผมรู้ครับว่าที่เขาพูดออกมา ไม่ได้โกรธหรือจริงจัง เพราะน้ำเสียงที่เขาใช้ออกแนวกวนตีนซะมากกว่า

ผมไม่ตอบอะไร ทำได้แค่หัวเราะออกมา

ปฏิเสธก็จะหาว่าโกหก แต่จะให้บอกว่าไม่มีอะไร ดูท่าเขาก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ผมก็เลยเลือกที่จะปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่า

เรานั่งดูทีวีกันในท่านั้น ท่าที่ผมนั่งอยู่บนตักเขา ส่วนเขาสอดแขนมาโอบรัดผม 

แต่ผ่านไปพักหนึ่ง ผมก็ย้ายตัวเองลงไปนั่งข้างๆเขาแทน

เขาเปลี่ยนจากมือที่สอดเอวผม 

มาจับมือผมแทน!!!!!

!!!! มรึงจะนั่งนิ่งๆเฉยๆไม่ได้เลยใช่มะ ห๊ะ!!!!!

บ่นไปงั้นแหละ สุดท้าย ผมก็ให้เขาจับมืออยู่ดี

วันนี้เป็นวันเสาร์ครับ เขาแวะมาหาผมตอนบ่าย

จริงๆคำว่าแวะนี่มันจะต้องใช้กับ ทางผ่านอะไรแบบนั้นใช่มะ

งั้นขอเปลี่ยนๆ

เขาขับรถมาหาผมตอนบ่ายก่อน เพราะตอนเย็นเขาต้องเข้าบริษัทที่อยู่แถวบ้านจนถึงดึก ไม่รู้ว่าจะมาหาผมได้หรือเปล่า

เขาบอกอย่างนั้น

แต่จริงๆแล้วผมว่านะ ต้องแอบมีนัดกับกิ๊กแน่ๆ

“หึหึ จะไปกับกิ๊กก็บอก”

ผมพูดพร้อมกับทำท่าทางประชดประชันใส่เขา

เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบกลับมา

“กูว่าน่าจะเป็นมรึงแล้วแหละแบบนั้น”

ผมหันหน้าไปหาเขา หรี่ตา ยักคิ้วสองข้างให้สองที ก่อนจะไม่พูดอะไร หันไปดูทีวีต่อ

เขายกมือข้างที่จับมือผมอยู่ มากระแทกหัวผมเบาๆ

ผมหดคอหลับตารับแรงกระแทก แล้วเอามือข้างที่ว่างเปล่าอยู่ขึ้นมาลูบหัวป้อยๆ

“อูยยยยยยยยยยย”

ผมครางออกมาเบาๆพอทีเขาจะได้ยิน

เราสองคนนั่งอยู่ในห้องไม่ได้ออกไปไหน บางทีก็อ่านหนังสือ บางทีผมก็มานั่งเล่นคอม และบางที……

เราก็เข้าไปนอนกอดกัน แอร๊ยยยยยยยยยยย >///<

จนเวลาล่วงมาจนถึงตอนเย็น ผมก็เริ่มหิวข้าว

เขาบอกจะพาออกไปกินที่ห้างใกล้ๆ แต่ผมก็รีบปฏิเสธก่อน เพราะถ้าให้กินกันแบบนี้ทุกมื้อ คงได้ไส้แห้งก่อนแน่ๆ

อันนี้หมายถึงผมคนเดียวนะนะ เพราะเขาคงไม่สะทกสะท้านหรอก

ผมบอกเขาว่าวันนี้เราจะซื้อกับข้าวมานั่งกินกันที่ห้อง เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมหรอก ไม่อยากให้ผมต้องมาหุงข้าว ล้างจาน แต่สุดท้าย ผมก็ชนะเขาได้ ด้วยคำพูดง่ายๆของผม

“ให้กูฝึกไว้หน่อยดิ เผื่อต่อไปกูมีสามีใช้เงินเก่ง กูจะอาจจะต้องสมัครงานล้างจาน”

เขาหัวเราะลั่นออกมาหลังจากได้ฟังคำตอบผม ก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้หัวผมเบาๆ แล้วพูดว่า

“โอเค งั้นกูจะเริ่มประหยัดหล่ะ”

!!!!!! ม่ายยยยยยยย มรึงกำลังเข้าใจผิดดดดดดดดด กูไม่ได้หมายถึงมรึงสักหน่อยยยยยยยยยยยยย!!!!! อย่ามาเนียนนนนนนนนนนนนน!!!!!

ผมตกใจกับคำพูดของเขาที่มันพลิกมาชนะผม!!!

“อะไร กูไม่ได้หมายถึงมรึง”

ผมรีบพูดดัก เผื่อจะเก็บคะแนนมาตีเสมอได้

เขาได้ยินก็ไม่พูดอะไรต่อ หัวเราะอย่างเดียว

“ไอฟายยยยยยยยยยยย”

ผมด่าออกมาเบาๆให้ตัวเองได้ยินเพียงคนเดียว

โอเค ตอนแรกที่บอกว่าผมชนะ ครั้งนี้ผมยอมแพ้ก็ได้

ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในรถบีเอ็มคันสวยกลับคอนโดหลังจากออกไปซื้อกับข้าวกันมา

เราสองคนซื้อกับข้าวที่ชอบมา2-3อย่าง

พอรถจอดเสร็จ เขาก็คว้าอาหารทั้งหมดไปถือเองหมดเลย

!!! กูแลดูเป็นสาวน้อยใสๆมากเลยนะ!!!!

พี่ยามมองมาที่กับข้าวที่เขาถือ แล้วเอ่ยปากถาม

“พ่อหนุ่มย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วหรอเนี่ย”

ยงย้ายอะไรหร่ะค๊าบบบบบบ!!!! แค่มาหาเกือบทุกวัน นอนเกือบทุกคืน แค่นั้นเอง!!!!!

ผมกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ก็ไม่ทันเขาทุกที

“ยังครับผมๆ”

พี่ยามยิ้มรับคำตอบเช่นเคย

และผมก็ไม่แก้ตัวอะไรเช่นเคย

เพลีย!!!!!

เราสองคนเดินตรงเข้าไปในคอนโด ชินกับสายตาคนที่เดินผ่านไป หรือนั่งอยู่ที่ล็อบบี้ ก่อนจะขึ้นลิฟท์ไปยังห้องผม

ผมสั่งให้เขาไปตักข้าวสวยร้อนๆที่ผมเพิ่งหุงก่อนออกไปซื้อกับข้าว ส่วนผมยืนแกะถุงเทกับข้าวลงใส่ถ้วยใส่จาน

เขาเดินถือจานข้าวสองจานตรงมาหาผม

จานนึงมีข้าวสวยร้อนๆพอประมาณ

แต่อีกจานนึง แมร่ง!!!แทบจะล้นจานออกมาหล่ะ!!!!

!!!!สัส!!!!นี่มรึงตักมาหมดหม้อเลยหรอเนี่ย

ผมอ้าปากค้างมองดูภาพตรงหน้า

เขาเดินไปวางจานบนโต๊ะญี่ปุ่นที่ผมกางเตรียมไว้ ก่อนจะเดินกลับมาหาผม

เอามือมาดันปากผมที่อ้าค้างอยู่ขึ้น แล้วขยี้หัวผมเบาๆ

“เดี๋ยวไม่หมด คนหุงเสียใจ”

!!!!! กูจะเสียใจก็ไอตอนที่มรึงแดกไม่หมด แล้วกูต้องกวาดทิ้งเนี่ยแหละ!!!!!

เราสองคนนั่งกินข้าวไปก็คุยกันไป

ผมค่อยๆตักข้าวเข้าปากทีละคำอย่างช้าๆ เพราะผมไม่ชอบข้าวร้อนเอาซะเลย

ส่วนเขาก็ตักกินๆ

ผมแอบเห็นว่าเวลาเขาตักต้มจืด เขาจะเลี่ยงผักที่ลอยอยู่

“มรึงไม่กินผักหรอ”

ผมถามเขา

เขาละสายตาจากจานข้าวเงยหน้ามามองผม แล้วตอบว่า

“อืม กูไม่ค่อยชอบผักลอย”

พอผมได้ยินเสร็จ ผมก็พยักหน้ารับ แล้วหันไปตักผักที่มันลอยๆอยู่ในต้มจืดออกมาตั้งไว้ที่จานผม

อิอิ ผมเป็นคนดีป่ะหล่ะ

เขายิ้มให้กับการกระทำของผม ก่อนจะหันไปตักกระดูกอ่อนของโปรดผม มาใส่ในจานผม

อืมมมมม ดี รู้งานนะ

เราสองคนไม่เอ่ยขอบคงขอบคุณใดๆทั้งสิ้น

ผมไม่ต้องการให้เขาซึ้งหรือขอบคุณในสิ่งที่ผมทำ เพราะที่ผมทำลงไปนั้น

ผมอยากทำ ไม่ใช่ ผมต้องทำ

พอเราจัดการอาหารตรงหน้าหมด

หมด!!! หมด!!! แมร่งแดกหมด!!!!

ผมตกใจกับภาพข้างหน้าที่เห็น จานข้าวที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยข้าสวยร้อนๆล้นจาน แต่ตอนนี้ ไม่เหลือสักเม็ดเลย

ผมมองหน้าเขา เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เขาส่งมาให้ผมพร้อมกับยักคิ้วข้างนึง2ที

น่าหมั่นไส้!!!!

“เป็นไง กูหุงข้าวอร่อยใช่มะ”

ผมรีบชิงพูดเปิดก่อน

แต่เขาไม่ตอบครับ เอาแต่หัวเราะลูบท้องตัวเอง

ผมเห็นดังนั้นก็เลยลุกขึ้นเก็บจานไปไว้ในซิงค์ แล้วกะว่าจะลงมือล้างจาน

เขาช่วยผมยกจานมาตั้งไว้ แล้วก็ยืนดูมองว่าผมจะทำอะไรต่อ

แหมมมมมม!!! มรึงไม่เคยสินะแบบนี้!!!!

ผมเอื้อมไปหยิบผ้ามาชุบน้ำ บิดให้หมาดๆ ก่อนจะยื่นไปให้เขา

เขาทำหน้างงใส่ผม

“เอาไปเช็ดโต๊ะ”

ผมตอบคำถามที่ออกมาทางสีหน้าของเขา

เขารับผ้าแล้วเดินหายไป

ผมมองตามแผ่นหลังอันใหญ่โตและมั่นคงแผ่นนั้น ก่อนจะหันกลับมาสนใจหน้าที่ของตัวเองต่อ

อืม รวมครั้งนี้กับครั้งก่อน จานไม่กี่ใบ สบายกู

ผมเริ่มต้นด้วยการบีบน้ำยาล้างจานลงบนฟองน้ำ เปิดน้ำให้ฟองน้ำพอชุ่ม แล้วลงมือล้างจาน

ผมล้างไปได้2ใบ เขาก็เดินมาเก็บผ้าเช็ดโต๊ะ แล้วยืนมองผมล้างจาน

ผมหน่ะ ก็อยากจะรู้จริงๆ ว่าไอ้คนร่ำคนรวยเนี่ย เขาจะล้างจานกันเป็นรึเปล่า

คิดได้ดังนั้น ผมก็เลยหันไปเรียกเขา

“ไหน มาล้างจานให้กูดูหน่อยซิ”

เอาดึงแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น แล้วเดินตรงมาหยิบฟองน้ำไปจากมือผม

เขาหยิบจานใบหนึ่งขึ้นมา เปิดก๊อกล้างน้ำเปล่า ปิดก๊อก แล้วก็จัดการถูฟองน้ำลงจาน เปิดก๊อก แล้วก็ล้างน้ำเปล่า ปิดก๊อก แล้วก็เริ่มหยิบจานใบที่สอง

!!!!!!!!!!!!!! สราดดดดดดดดดดดดด ล้างอย่างนี้ ตูดกูบาน เอ้ย!!!!!!!! ค่าน้ำกูบานนนนนนนนนนนนนนน!!!!!!!

ผมยืนอึ้งกับการกระทำที่ผมเห็น ไม่คิดไม่ฝันว่าการล้างจานมันจะสามารถมีขั้นตอนมากมายได้ขนาดนี้

ผมเดินไปแย่งฟองน้ำกลับมา แล้วจัดการเปิดก๊อกให้เขาล้างมือ

เขาล้างมือไปพลางหัวเราะไป ถามว่าทำไมไม่ให้เขาล้างต่อ

ผมได้แต่ส่ายหัว แล้วตอบกลับไป

“มันไม่เหมาะกับมรึงจริงๆ”

เขาจัดการล้างมือเสร็จก็ถอยออกมาให้ผมเข้าแทนที่ แล้วก็ยืนมองผมจากด้านหลังอยู่อย่างนั้น

“เข้าไปดูทีวีไป เดี๋ยวกูตามไป”

ผมพูดทั้งๆที่ไม่ได้หันไปมองหน้าเขา

แต่แทนที่เขาจะทำตามที่ผมบอก

เขากลับเดินตรงเข้ามาหาผม

ทางด้านหลัง!!!!!

โน้วววววววววววววววววววววววววววววววววว !!!! ขอบนเตียงงงงงงงงงง!!!!

ผมยืนล้างจานไม่ได้สนใจเขา ก่อนจะสะดุ้งตัวเพราะมีสองมือสอดเข้ามาโอบรัดเอวผม พร้อมกับคางที่ตั้งอยู่บนไหล่ผม

ผมเบี่ยงหน้าหนี เพื่อไม่ให้แก้มเราชนกัน

!!!!!! กูเขินนนนนนนน ออกปายยยยยยยยยยยยย!!!!

ผมพยายามดิ้นนิดๆเพื่อให้เขารู้ว่าผมขัดขืนนะ ผมไม่ง่ายนะ อิอิ

แต่เขาก็ไม่ปล่อย กลับรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม จนผมต้องยอมปล่อยให้เขากอดต่อไป

ผมยืนล้างจานอยู่ เขาก็เอาคางถูไหล่ผมไปมาอยู่นั่นแหละ จนผมต้องพูดบอกเขา

“ถ้าจะไม่อยู่นิ่งๆ ก็ไปนั่งรอที่โซฟาไป”

เขาหยุดทันที

หึหึ กูชนะ!!! เปล่าวะ ???!!!!

ผมจัดการล้างจานทั้งหมด แล้วก็ล้างมือให้เรียบร้อย

แต่เขาไม่ยอมปล่อยแขนออกจากผมสักที จนผมต้องเอามือเปียกๆ เอื้อมไปลูบหน้าเขา

“โหหหหหห เล่นไรเนี่ย หน้ากูพังหมด”

ได้ผมครับ เขาปล่อยมือออก ถอยไปยกเสื้อเชิ้ตมาเช็ดหน้า

ผมหัวเราะสะใจ ก่อนจะตอบกลับไป

“ก็มรึงไม่ยอมปล่อยกู”

พูดเสร็จผมก็วิ่งหนีออกมา เพราะดูจากสายตาเขาแล้ว

กูไม่รอดชัวร์!!!!!

ผมออกตัววิ่งแบบ ยูเซียนโบลท์

รอดแน่กู

!!!! หมับ!!!

อะไรวะเนี่ย!!!!!

เขาคว้าเข้ามาที่เอวผม

แล้วดึงเข้าไปหาตัว

ตอนนี้ ตัวผมงอลงไป เพราะพยายามพุ่งตัวไปข้างหน้า แต่ถูกเขากอด ไม่ใช่กอดสิ รวบตัวจากด้านหลัง 

“ปล่อยกู~~~~”

ผมลากเสียงยาวให้เขาปล่อย แต่มีหรือ เขาจะยอม

เขายกผมลอยขึ้น ทำท่าเหมือนจะอุ้ม

ซึ่งท่าเป็นผู้หญิงคงเสร็จไปแล้ว

แต่เพราะนี่ผมเป็นผู้ชาย เขาเลยอุ้มไม่ไหว

เขาวางผมลง ก่อนจะผลักให้ผมเดินไปข้างหน้าทั้งๆที่กอดผมอยู่

ผมเซนิดๆเพราะแรงดันจากด้านหลัง >///<

แล้วก็เดินตรงไปยังโซฟา

เขาปล่อยผมออก ราวกับว่า ถึงที่ของมรึงหล่ะ

ผมนั่งลงทันที เขานั่งตาม

ผมก็เลยค่อยๆเขยิบห่างเขา เขาหันมามอง 

ก่อนจะเขยิบตาม

!!!!!!!! โว้ยยยยยยยยยยยย ถ้าจะขนาดนี้!!!!! ไม่พากูเข้าห้องหล่ะ!!!!

ผมทำเสียงฟึดฟัดออกมาทางจมูก ก่อนจะรู้ตัวว่าควรทำอะไร

ผมยกมือขวาของตัวเองขึ้น หงายมือแบออก

เขารู้เช่นกันว่าควรทำอย่างไร

เขายกมือซ้ายของตัวเองขึ้น คว่ำมือกางออก

แล้ววางลงบนมือผม

นิ้วของทั้งผมและเขา งอเข้าสอดประสานกัน แล้วเขาก็ยกมือผมไปวางบนตักเขา

“อืมมมม เยี่ยม”

ผมพูดเบาๆออกมา

“อืม กูเก่ง”

เขาพูดตอบผม!!!!

เห้ย!!!! นี่ไม่ใช่ประโยคคำถามมมมมมมม กูพูดลอยๆๆๆๆๆ มรึงต่อทำไม อ๊ากกกกกกกกกกก!!!!

พอผมได้ยินดังนั้น ผมก็เลยหันไปด่าเขา

“ไอฟายยยยยยยยยยยย”

เราสองคนนั่งดูทีวีกันไป จับมือกันไป บางทีผมก็คลายมือออกลุกไปเข้าห้องน้ำ บางทีก็เป็นเขาเอง แต่เมื่อไหร่ที่เรานั่งอยู่ด้วยกัน เราจะต้องจับมือกันตลอด 

จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงจบ.......

ของวัน ^^

เขาคลายมือผมออก ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ

“กูคงต้องไปจากมรึงแล้วว่ะ”

ทำไมพูดอย่างนั้นวะ แล้วทำไมต้องใช้น้ำเสียงอย่างนั้นด้วยวะ!!! พูดเหมือนเราจะไม่ได้พบกันอีกเลย!!!!

ผมจุกครับ รู้สึกมีอะไรมากดทับที่อกข้างซ้ายตัวเอง

จริงๆถ้าไม่คิดอะไร คำพูดนั้นมันก็ไม่มีความหมายอะไรมากหรอกนะครับ แต่พอมันมาพร้อมกับน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างนั้น ทำเอาผมใจหายเลย

ผมหน้านิ่วคิ้วขมวดทันที

“ดูพูดซะ”

เขาก้มลงมายิ้มให้ผม ก่อนจะขยี้หัวผมเบาๆ แล้วพูดว่า

“555555555 กูแซวเล่น ทำเป็นเครียด กูไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นสักหน่อย”

ผมไม่สนใจเขาครับ ก็อารมณ์มันมาแล้วอ่ะ จะให้ทำไง!!!

ผมเด้งตัวขึ้นยืน เดินผ่านตัวเขาไป เดินตรงไปยังประตู ก่อนจะเปิดประตูเชิญให้เขาออกไป

ทีแรกเขามองตามไม่ขยับไปไหน พอเห็นผมเปิดประตู เขาก็เลยเดินตามมา

เขามาหยุดตรงหน้าผม ไม่ยอมเดินออกไปข้างนอกห้อง

ผมก้มหน้าไม่มองหน้าเขา ไม่ใช่เพราะโกรธหรืองอลอะไรนะ แต่ผมแค่รู้สึกไม่ดีกับตัวเองกับสิ่งที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้

ไม่รู้เรียกว่าเศร้า น้อยใจ หรือ อะไร แต่ผมรู้สึกแปลกๆโหวงๆในใจ

เขายังคงยืนมองผมไม่ขยับไปไหนอยู่สักพัก ก่อนจะเดินออกไป โดยไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ

!!!! โอยยยย ไม่ไหวแล้ว ไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นอะไร!!! รู้อย่างเดียว!!! อยู่แบบนี้ไม่ได้!!!!

แทนที่ผมจะปิดประตูลงหลังจากที่เขาเดินออกไปจากห้อง แต่ผมกลับ เดินตามเขาออกไป

ผมมองแผ่นหลังที่ผมเคยเห็นว่าเป็นแผ่นหลังที่ยิ่งใหญ่และมั่นคง

แต่ทำไมตอนนี้ มันดูเล็กลงผิดตา

“มรึง”

ผมเรียกเขาเบาๆ แต่ก็พอให้เขาได้ยิน

เขาหันหลังมามองหน้าผมแบบงงๆ

ผมไม่ได้เอ่ยปากตอบคำถามที่ปรากฏอยู่บนสีหน้าเขา แต่ผมเลือกที่จะเดินตรงไปหาเขาแทน

เขายืนอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับไปไหน ไม่เดินมาข้างหน้า และก็ไม่ก้าวถอยหลัง

ผมเดินไปเรื่อยๆ ค่อยๆเดินช้าๆ จนไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

ผมมองหน้าเขา ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ตัวเองเดินมาทำไม เดินมาเพราะอะไร รู้แค่อย่างเดียว อยากเดินมา

สุดท้ายผมก็เลิกคิด ปล่อยให้หัวใจเป็นนายแทน

ผมเอื้อมมือไปจับแขนเขาทั้งสองข้าง แล้วกางมันออกกว้างๆ

ผมปล่อยมือออกเมื่อเห็นว่ามันกางได้ขนาดที่พอเหมาะ

แต่ก็ต้องเงยหน้าไปมองเขาด้วยสายตาดุๆ เพราะพอผมปล่อยมือออกปุ๊ป แขนเขาก็ตกลงมาข้างลำตัวเหมือนเดิม

ผมไม่พูดอะไรต่อ ปล่อยให้เขาทำหน้างงอย่างนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปทำเหมือนเดิม

แต่คราวนี้พอผมปล่อยมือออก เขาก็ยังคงกางแขนไว้อย่างนั้น

ผมยืนมองพื้นที่โล่งตรงหน้า

พื้นที่ๆผมเคยเข้าไปอยู่

และตอนนี้ผมกำลังจะเข้าไปอยู่อีกครั้ง

ผมค่อยๆเดินไปข้างหน้า ก้าวช้าๆอย่างมั่นคง

แล้วก็สวมกอดเขาเหมือนที่เขาเคยทำกับผม พร้อมกับเอาแก้มไปทาบวางบนแผงอกแกร่งๆแผงนั้น

เหมือนเขาจะรู้ครับว่าเขาต้องทำอะไรต่อ

เขาหุบแขนที่กางออกมารัดตัวผม ทำให้ร่างผมแนบชิดกับเขาเข้าไปอีก

เราสองคนกอดกันไม่นานครับ แต่ความรู้สึกผมตอนนั้นอ่ะ เหมือนนานมากเลย

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนแรกหายไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ความอบอุ่น ความสบายใจ และความมั่นคง

พอผมรู้ตัวว่าควรจะพอแล้ว เพราะเขามีงานต่อ ผมก็ผละตัวออกจากอ้อมแขนเขา แล้วก็พูดออกมา

“ขอโทษนะ รีบไปทำงานเถอะ”

เขายิ้มรับให้กับคำขอโทษของผม

เขาคงรู้ครับ ว่าคำขอโทษที่เอ่ยมาจากปากของผมหน่ะ ไม่ใช่เป็นเพราะการที่มากอดเขาทำให้เขาเสียเวลา แต่เป็นเพราะเหตุการณ์ที่ประตูต่างหาก ยิ่งคำพูดกับการกระทำที่ตอบกลับมา ก็ยิ่งทำให้ผมแน่ใจ ว่าเขาไม่ได้โกรธอะไรผมเลย

“อืม กูก็ขอโทษ กลับเข้าห้องไป เดี๋ยวบีบีหา”

เขาเอ่ยคำขอโทษออกมาเช่นกัน พร้อมๆกับขยี้หัวผมเบาๆ

ผมหดคอรับเช่นเคย

เราสองคนโบกมือลาให้กัน ก่อนจะเป็นเขาที่เดินหันหลังจากไป

แผ่นหลังที่ผมเห็นว่าเล็กลงนั้น ตอนนี้ มันกลับมาใหญ่โต และมั่นคงอีกครั้ง

ผมยิ้มให้กับภาพที่ผมเห็น ก่อนจะหันหลังกลับ เดินเข้าห้องของตัวเอง



Create Date : 03 ธันวาคม 2555
Last Update : 3 ธันวาคม 2555 2:03:16 น.
Counter : 3989 Pageviews.

3 comments
  
คอมเม้นแรกเลย กิสๆๆๆๆ
ตอนนี้อ่านแล้วในพันทิพ เดี๋ยวกระโดดไปอ่านตอนต่อไปก่อน
โดย: Ch_fox IP: 124.169.48.105 วันที่: 3 ธันวาคม 2555 เวลา:7:50:19 น.
  
โอ๊ยยย น่าร๊ากกก ฟินนนน
โดย: สาววายเลือดพุ่ง! IP: 182.53.180.7 วันที่: 10 ธันวาคม 2555 เวลา:15:10:43 น.
  
ไม่ต้องไปรงไปเรียนมันหล่ะ นั่งอ่านอยุ่ตั้งแต่เมื่อคืน 555
โดย: โดดเรียน IP: 180.183.174.133 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:13:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แนวนิ้วนิ้วแนว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



New Comments
ธันวาคม 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog