Group Blog
 
 
ตุลาคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 

แผนร้าย อุบายรัก - 11 - น้ำตาหยดนั้น




มุกตาภาออกมาเดินเล่นรับลมที่สนามหญ้าด้านล่างเพราะยังไม่รู้สึกง่วง และอยากให้เวลาภวัตได้คิดทบทวนในสิ่งที่พูดไปวันนี้ด้วยว่ามันถูกหรือผิดอย่างไร

เธอเดินปลดปล่อยอารมณ์เรื่อยเปื่อยเข้าไปในสวน มองฟ้ามองดาวไปพักหนึ่งก็รู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม จึงหยุดแล้วหันหลังกลับอย่างสงสัย

ร่างสูงที่ยืนปั้นหน้าเคร่ง จ้องเธอด้วยนัยน์ตานิ่งลึกยากจะอ่านทำให้หญิงสาวต้องถอนใจออกมาดังๆ อย่างเบื่อหน่าย แสดงสีหน้าเซ็งสุดขีดใส่เขาแล้วเดินหนีโดยไม่ทักทายสักคำ

“จะรีบหนีไปไหนล่ะมุกตาภา เห็นรึยังว่าคุณทำให้ครอบครัวเรามีปัญหามากแค่ไหน ผมว่าถ้าคุณยังมีจิตสำนึกบ้างก็ควรจะจากไปดีๆ นะ ไม่ควรให้พวกเราต้องมาปวดหัวเพราะคุณอีก” เสียงห้าวเอ่ยขึ้น ขายาวก้าวตามไม่ลดละ ท่าทีก่อกวนและเอาเรื่อง

เขาจะบีบให้เธอไปให้ได้เลย!

หญิงสาวชะงักกึก เหลือกตาขึ้นมองฟ้า พ่นลมหายใจออกมาอย่างสุดจะทน ก่อนหันกลับไปจ้องตาเขา

“บังเอิญว่าฉันเป็นพวกไร้จิตสำนึกซะด้วยซิคะ เลยไม่ชอบเสียเวลาคิดแทนใครให้วุ่นวาย แต่ฉันว่าคนที่สร้างปัญหาไม่หยุดหย่อนและเป็นตัวปัญหาจริงๆ ของเรื่องก็คือคุณนั่นแหละ ถ้าคุณไม่บังคับให้วัตแต่งงานกับน้ำหวาน ฉันก็คงไม่ต้องมาอยู่ที่นี่หรอก รู้ไหม นอกจากคุณจะสร้างปัญหาให้วัตแล้ว ฉันยังต้องมาพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย ฉันว่าคุณเลิกซะเถอะนะ เอาเวลาว่างไปจัดการกับชีวิตตัวเองจะดีกว่า”

“คุณหมายความว่ายังไงมุกตาภา ที่บอกว่าต้องมาพลอยฟ้าพลอยฝนด้วยแปลว่าอะไร” คิ้วเข้มขมวดมุ่น ดวงตาคมหรี่แคบลงอย่างจับผิด คำพูดของเธอฟังดูแปลกๆ เหมือนมีอะไรแอบแฝง และเขาต้องรู้ให้ได้ ไม่ว่าต้องใช้วิธีไหน

มุกตาภายกมือขึ้นปิดปากอย่างลืมตัว พอเห็นสายตาคลางแคลงใจของเขาก็ยิ่งตื่นตระหนก รีบเอามือลงแล้วไขว้หลังไว้ นึกอยากกัดลิ้นตัวเองนักที่ดันปากโป้งพูดอะไรให้เขาสงสัย พอตั้งสติได้ก็รีบบอกปัดห้วนๆ

“ฉันก็หมายความว่าถ้าคุณไม่บังคับ วัตก็ไม่ต้องรีบพาฉันเข้าบ้านมาตอนนี้หรอก แล้วพอฉันเข้ามามันก็เลยทำให้คุณรวมทั้งคุณน้ำหวานไม่พอใจด้วย พอเป็นแบบนี้คุณน้ำหวานก็เลยชอบหาเรื่องฉันจนวัตทนไม่ไหวต้องพูดแรงๆ ออกไป เห็นไหม ที่ทุกอย่างมันเป็นปัญหาก็เพราะคุณนั่นแหละ ชอบคิดอะไรไม่เข้าท่า” ว่าแล้วก็เดินหนีไปเลย

ท่าทางเขาจะซักฟอกเก่งไม่เบา ขืนเผชิญหน้ากันนานๆ เธออาจเพลี่ยงพล้ำ ถูกเขาจับไต๋เอาจนได้ ทางที่ดีควรรีบเผ่น!

ชายหนุ่มจ้องมองท่าทีเหมือนคนกินปูนร้อนท้องของมุกตาภาอย่างจับผิด ยิ่งเธอเดินเร็วเท่าไร เขาก็ยิ่งก้าวตามเร็วขึ้นเท่านั้น และก่อนที่ร่างบางจะเดินพ้นเขตสวน มือหนาก็คว้าหมับที่ต้นแขนเรียวอย่างเหนียวแน่น กระตุกเพียงเบาๆ เจ้าหล่อนก็เซถลากลับมาปะทะอกเขาอย่างจัง

ปลายจมูกโด่งเกือบชนเข้ากับพวงแก้มนวลของหญิงสาว ต่างคนต่างชะงักนิ่งกับความชิดใกล้แบบไม่ทันตั้งตัว

ดวงตาคู่สวยมองสบนัยน์ตาคมขุ่นอย่างมึนงง ลมหายใจผ่าวร้อนที่เป่ารดแก้มสร้างความรู้สึกประหลาดที่เธอไม่เคยพานพบให้เกิดขึ้น อาการร้อนวูบที่ใบหน้ากับจังหวะการเต้นแปลกๆ ของหัวใจคืออะไรกันแน่นะ...

กลิ่นหอมรวยรินที่โชยมาเตะจมูก พวงแก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มตึง และดวงตาสวยเฉี่ยวที่จ้องมองเขาอย่างมึนงงในระยะเผาขน ทำให้เขาเกิดอาการหายใจติดขัดขึ้นมาโดยเฉียบพลัน

ใช่ว่าจะไม่เคยใกล้ชิดกับสาวสวยมาก่อน หากคราวนี้เขาเองก็ไม่เข้าใจ เหตุใดจึงรู้สึกแปลกๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร ความรู้สึกนั้นทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

มุกตาภามีอะไรดีกว่าผู้หญิงคนอื่นนักหนาหรือ ก็แค่ผู้หญิงราคาต่ำคนนึงเท่านั้น!

“คุณนี่เพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะมุกตาภา พูดอะไรไม่รู้เรื่อง คุณนั่นแหละตัวปัญหา ผมทำทุกอย่างก็เพราะหวังดีกับวัตและน้ำหวาน ถ้าคุณไม่แทรกเข้ามาเรื่องก็คงไม่วุ่นวายแบบนี้ ทำผิดแล้วยังไม่สำนึกอีก”

เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองเกิดความรู้สึกแปลกๆ ไม่มีเหตุผล จึงปกปิดอารมณ์เหล่านั้นเอาไว้ภายใต้สีหน้าเรียบขรึมพอกันกับดวงตา

ถ้อยคำกล่าวหาของเขาทำให้อาการประหลาดๆ ของเธอหายวับไปทันทีราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น รีบขืนตัวออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม ถอนหายใจแรงๆ อย่างเพลียจิต

เขาคงไม่รู้ตัวจริงๆ นั่นแหละ เอาเถอะ จะสงเคราะห์ให้สักครั้งก็แล้วกัน!

“คุณนี่ไม่ยอมรับความจริงเอาซะเลยนะ สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มันไม่ได้เรียกว่า ‘ความหวังดี’ แต่เรียกว่า ‘เจ้ากี้เจ้าการ’ ต่างหาก คุณคิดเองเออเองทั้งนั้น เคยถามวัตบ้างรึเปล่าว่าเขาต้องการอะไร อยากแต่งงานกับน้ำหวานมั้ย คุณก็ไม่เคยถาม เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ แล้วยังมาใช้ข้ออ้างทุเรศๆ ยัดเยียดว่าสิ่งที่ทำลงไปคือความหวังดี ทั้งที่คุณไม่เคยรับฟังความคิดเห็นของใครเลยด้วยซ้ำ”

คำวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมากับท่าทีอวดเก่งของเธอทำให้ฟางเส้นสุดท้ายขาดผึง ความอดทนของเขาสิ้นสุดลงตรงนั้น คนใจเย็นจนเกือบเป็นเย็นชาฉุนจัดจนแทบขาดสติ

เธอกล้าดียังไงมายืนลอยหน้าลอยตาต่อว่าเขาฉอดๆ คิดว่าตัวเองเป็นใคร?

มือหนาเอื้อมคว้าต้นแขนเรียวอีกครั้ง กระชากอย่างไม่ปรานีจนร่างบางเซกลับมาปะทะอกแกร่งของเขา นัยน์ตาสีเข้มขุ่นมัวไปด้วยโทสะที่เธอเป็นคนปลุกขึ้น

“รู้ไหมว่าแม้แต่คนที่ผมรักที่สุดก็ยังไม่เคยท้าทายผมเหมือนที่คุณทำ คิดว่าตัวเองเป็นใครหรือมุกตาภา กล้าดียังไงมาว่าผมแบบนี้!”

“ฉันไม่คิด ไม่ใช่คนบ้านี่ที่ต้องคอยคิดว่าตัวเองเป็นโน่นเป็นนี่ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันเป็นใคร ไม่ใช่คนบ้าอำนาจที่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชีวิตของคนอื่นเขาไปหมดอย่างคุณหรอก” เธอตะโกนใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกใครฉุดกระชากลากถูและทำกิริยาหยาบคายใส่แบบนี้มาก่อน นาทีนี้จึงไม่มีความหวาดกลัวใดๆ หลงเหลืออยู่ จะมีก็แต่ความโกรธที่พุ่งทะยานเกินควบคุม และเป็นแรงผลักดันให้เธอกล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่ยอมแพ้

ทำหน้าดุแล้วคิดว่าจะกลัวเหรอ ชิ!

“หึ...คุณกล้ามากนะมุกตาภา!” อีกฝ่ายกระซิบเสียงเครียด ใบหน้าถมึงทึง ตาคมเต็มไปด้วยโทสะเกรี้ยวกราด นิ้วแข็งแรงบีบรัดต้นแขนเรียวด้วยน้ำหนักที่มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เป็นแค่ผู้หญิงราคาต่ำ กล้าดียังไงมาสั่งสอนเขา!

หญิงสาวนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ แต่ยังกระซิบตอบเสียงเข้มลอดไรฟันด้วยอารมณ์ดุจเดียวกัน “ปล่อยฉันนะคุณภรัณยู ถึงคุณจะคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชีวิตของวัตกับน้ำหวาน แต่อย่าลืมว่าฉันไม่ใช่พวกเขา ไม่ใช่คนที่คุณจะมาวางอำนาจบาตรใหญ่ได้ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”

ภรัณยูกระตุกยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาคมดุดันเกรี้ยวกราด ก้มลงกระซิบเสียงเหี้ยมชิดริมหูของหญิงสาว “คิดว่าสั่งผมได้เหรอมุกตาภา ผมว่าคุณยังรู้จักผมน้อยไปนะ”

“ถึงเราจะยังไม่รู้จักกันดีพอ แต่ฉันก็ไม่อยากรู้จักคนบ้าอำนาจอย่างคุณหรอก แค่นี้ก็เกินพอแล้ว” เธอเม้มปาก จิกตาดุใส่เขา ถ้ามือว่างจะขอแปลงร่างเป็นนางร้ายเต็มตัว จิกข่วนใบหน้าคมให้ได้แผลเป็นที่ระลึก

“คิดว่ามันจะจบด้วยคำพูดของคุณงั้นเหรอ คิดอะไรง่ายไปรึเปล่า คิดง่ายๆ เหมือนตอนที่หอบผ้าหอบผ่อนตามน้องชายผมมาละสิ คิดว่าจะได้เป็นเมียที่นายวัตเชิดหน้าชูตาพาออกงานสังคมใหญ่ๆ ดังๆ จนถีบตัวเองให้เป็นสาวสังคมชั้นสูงได้สินะ อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย ผมจะทำให้คุณรู้ว่าการท้าทายผมต้องได้รับผลตอบแทนยังไงบ้าง มานี่!”

สิ้นเสียงข่มขู่เรียบเย็นนั้นร่างบางก็ถูกฉุดให้ตามเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของภรัณยู

หญิงสาวดิ้นรนฮึดฮัดสุดแรงที่มี แต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของคนบ้าอำนาจได้ พออ้าปากจะร้องขอความช่วยเหลือ เขาก็ดันรู้ทัน ใช้มืออีกข้างปิดปากเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา

ดวงตาคู่สวยเริ่มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจกระตุกวูบ สำเหนียกถึงภัยร้ายที่กำลังจะมาเยือนได้ในวินาทีที่สายไป!



ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลงเขาก็เหวี่ยงหญิงสาวลงไปบนโซฟาใหญ่ที่มุมห้อง เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นในทันที แต่ชายหนุ่มตามมายืนประกบชิดจนเธอติดแหง็กอยู่ระหว่างโซฟากับร่างสูงใหญ่ของเขาอย่างไม่มีทางหนี

มุกตาภาเงยหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่ายอย่างโมโหระคนหวาดหวั่น ด้วยมองไม่เห็นทางหนีทีไล่ใดๆ เลย

“คุณจะทำอะไร ถอยออกไปนะ” เธอข่มความกลัว ใช้เสียงแข็งกับเขา ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกจนแทบระงับไม่อยู่ ราวกับกำลังนั่งดูหนังระทึกขวัญสั่นประสาทอยู่สักเรื่อง

เขายิ้มเยาะมุมปาก ดวงตาถากถาง กระซิบถามเสียงเย็นชิดแก้มนวล “ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าตะโกนใส่หน้าผมอย่างที่คุณทำมาก่อนเลยนะมุกตาภา คุณคิดว่าผมควรลงโทษกับความอวดดีของคุณยังไงดีล่ะ”

ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดแก้มเธออย่างใกล้ชิดสร้างความปั่นป่วนให้หญิงสาวจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว เพียงเขาขยับใบหน้าแค่องศาเดียว ใจเธอก็เต้นระทึกรัวจนเกรงว่าอาจจะวายเอาได้ง่ายๆ จะขยับหนีไปทางไหนก็ไม่ได้ รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แต่ยังกลั้นใจตอบโต้เขา พร้อมภาวนาอย่าให้ภรัณยูจับกระแสความสั่นไหวในน้ำเสียงของเธอได้เลย

“คุณไม่มีสิทธิ์ลงโทษใคร ถ้าสิ่งที่เขาทำคือการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา และสิ่งนั้นมันก็ไม่ได้บิดเบือนไปจากความเป็นจริงเลยซักนิด”

“ยังปากดีเหมือนเดิม” เขากระซิบพลางหัวเราะเครียดๆ อย่างน่ากลัว “งั้นมาลองดูวิธีของผมหน่อยซิว่ามันจะทำให้คุณเลิกปากดีได้ไหม”

สิ้นเสียงเย็นเยียบนั้นร่างบางก็ถูกรั้งเข้าไปชิดอกแกร่งด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างบีบคางมนให้อยู่นิ่งๆ รอรับบทลงโทษจากเขา

มุกตาภาเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้นกับการกระทำอุกอาจของผู้ชายหน้าขรึม กรีดร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ “คุณจะทำบ้าอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”

ริมฝีปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มร้ายกาจ ดวงตาหรี่เล็กดุดัน

“ก็คุณมันดื้อด้านนักนี่ ผมจะให้เงินไปตั้งตัวก็ไม่เอา ดื้อจะอยู่ที่นี่ให้ได้ คิดจะโก่งค่าตัวไปถึงไหน ลองข้อเสนอใหม่ของผมบ้างไหมล่ะ ผมมีมากกว่านายวัตไม่รู้เท่าไหร่ ผมให้คุณได้นะ ถ้าคุณทำให้ผมพอใจ แต่จะให้ยกย่องออกหน้าออกตาคงไม่ไหว ผู้หญิงอย่างคุณเหมาะจะเก็บไว้ในห้องนอนเท่านั้นแหละ”

คนฟังตัวแข็ง ตาค้าง ทั้งโมโหและตกใจกับความคิดชั่วร้ายของเขา นึกไม่ถึงว่าพี่ชายของภวัตจะมีความคิดสกปรกและต่ำช้าถึงเพียงนี้

ชายหนุ่มยิ้มเหี้ยมกับท่าทีอึ้งงันของหญิงสาว ริมฝีปากร้อนรุ่มประทับลงกับกลีบปากอ่อนนุ่มของคนหัวรั้นอย่างรวดเร็ว บทลงโทษเต็มไปด้วยโทสะร้าย เกรี้ยวกราด ดุดัน ไร้ซึ่งความอ่อนโยนโดยสิ้นเชิง

ไม่ว่าเธอจะประท้วงหรือดิ้นรนต่อต้านสักเพียงใด เขาก็ไม่นำพา ไม่แยแสว่าหญิงสาวจะเจ็บปวดกับสัมผัสร้อนแรงนั้นหรือไม่ เนื่องจากเข้าใจว่ามุกตาภาเป็นผู้หญิงมากประสบการณ์ในเรื่องทำนองนี้อยู่แล้ว เขาใช้กำลังที่เหนือกว่ากดร่างเธอลงบนโซฟา

มุกตาภาไม่อาจต้านทานเรี่ยวแรงของผู้ชายตัวโตๆ ได้ เธอดิ้นรนจนเหนื่อยหอบ แถมยังหายใจไม่ทันเพราะจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร้อนของเขา มือใหญ่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของเธออย่างสำรวจ ร่างกายใหญ่โตที่ทาบทับลงมาทำให้หญิงสาวกลายเป็นไส้กรอกในแผ่นขนมปังที่ไม่มีทางดิ้นหนี

หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยล้าและหมดกำลังใจจะต่อต้าน ทั้งที่ใจเธอขัดขืนและปฏิเสธจนสุดกำลังแต่ก็ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เลย เธอนอนนิ่งอย่างไร้หนทางสู้ รู้สึกเจ็บระบมไปทั่วริมฝีปากที่ถูกเขารุกรานด้วยสัมผัสหยาบคาย ความเจ็บลามไล่ลงไปถึงก้อนเนื้อเล็กๆ ในอกข้างซ้าย

เธอได้แต่กำมือแน่น ปิดตาให้สนิท แต่ยังไม่อาจปิดกั้นหยดน้ำอุ่นใสที่ไหลรินออกมาจากหางตาด้วยความเจ็บแค้นแน่นอก ราวกับโดนใครสักคนเอามีดกรีดแทงแล้วควักหัวใจออกมาย่ำยีจนแหลกลาญ สัมผัสของเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอะไร นอกจากขยะแขยงและรังเกียจ!

ภรัณยูรู้สึกว่าคนใต้ร่างหยุดดิ้นรนและเลิกต่อต้านเขาแล้วจึงผ่อนแรงลง กลิ่นหอมรวยรินบนผิวเนียนนุ่มละมุนมือทำให้อารมณ์ในด้านมืดของเขาตื่นตัว การที่เธอไม่ต่อต้านทำให้เขาคิดว่าหญิงสาวกำลังมีอารมณ์ร่วมด้วย และตอนนี้เขาก็ต้องการการตอบสนองคืนจากเธอในรูปแบบเดียวกัน

ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ได้รับความร่วมมือใดๆ เลย นัยน์ตาคมขุ่นมัวด้วยความหงุดหงิด ละใบหน้าจากซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาวขึ้นสบตากับเธอด้วยรอยยิ้มแดกดันดูแคลน หากภาพที่เห็นกลับทำให้รอยยิ้มของเขาเลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยเกิดขึ้นจริง

‘ผู้หญิงง่าย’ ในความคิดของเขา นอนนิ่งคล้ายยอมรับชะตากรรมอย่างคนไร้หนทางสู้ ริมฝีปากอิ่มขบกันแน่นเหมือนต้องการปิดกั้นเสียงสะอื้นไห้เอาไว้สุดกำลัง แต่กระนั้นก็ยังปกปิดอาการสั่นระริกไม่มิด แม้ดวงตาปิดสนิทแต่หยดน้ำตารินไหลไม่ขาดสายจนผมเปียกปอน

เหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบศีรษะเต็มแรง เขาอึ้งงันไปหลายอึดใจ หัวใจกระตุกเป็นระลอก เรี่ยวแรงหดหายคล้ายถูกดูดกลืนไปพร้อมกับหยดน้ำตาของเธอจนหมดสิ้น

ความรู้สึกในตอนนี้ยากจะอธิบาย หากสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือจุกแน่นในอกกับความคิดที่ว่า เธอไม่เต็มใจ แต่ไม่ปริปากร้องขอความเห็นใจจากเขาสักคำ!

นี่เขาทำอะไรลงไป?

นั่นคือคำถามเดียวที่เป็นดั่งสายฟ้าฟาดกระหน่ำลงกลางใจ

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปช่วยติดกระดุมเสื้อที่หลุดลุ่ยให้หญิงสาวด้วยกิริยานุ่มนวลอ่อนโยนราวกับกลัวว่าสัมผัสของเขาจะทำร้ายเธอให้ชอกช้ำมากยิ่งขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาหยาบคายผิดเป็นคนละคน

ดวงตาฉ่ำน้ำพลันเปิดขึ้นเมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายหยุดการกระทำอันโหดร้ายลงแล้ว ดวงตาสองคู่สบกันนิ่ง หากไม่นานพอจะทำให้เธอเห็นความรู้สึกผิดบาปละอายใจในดวงตาคม หนึ่งวินาทีก็มีค่าเกินกว่าจะใช้ในการสบตากับเขา!

เขาชะงักมือแล้วบอกเสียงเรียบ “แต่งตัวซะ”

หญิงสาวผุดลุกจากโซฟาอย่างรวดเร็วพร้อมปัดมือใหญ่ออกให้พ้นตัว รีบกระชับสาบเสื้อเข้าหากันแน่น จนบัดนี้น้ำตาก็ยังไม่หยุดไหลแต่เธอร้องไห้โดยไม่มีเสียง รีบหันหลังให้เขา ลนลานติดกระดุมผิดๆ ถูกๆ ด้วยมืออันสั่นเทา

‘ก๊อกๆ’

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งเจ้าของห้องและแขกรับเชิญที่ไม่เต็มใจจะเข้ามาต่างก็สะดุ้งไปตามๆ กัน

ความเงียบงันชวนอึดอัดปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง เขาตั้งใจจะทำเฉยเหมือนไม่มีใครอยู่ในห้องนี้ ทว่าแขกด้านนอกดูเหมือนจะไม่ยอมละความพยายามในการมาเยือน

ชายหนุ่มถอนใจอย่างยอมแพ้ เหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อย เห็นเธอมีอาการตื่นตระหนกเหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และยังติดกระดุมที่หลุดลุ่ยไม่สำเร็จเสียที

เขามองอย่างขัดใจก่อนจะเดินเข้าไปปัดมือที่แกะกะของเธอออก แล้วช่วยจัดการจนเรียบร้อย เสร็จแล้วก็ลุกขึ้น เดินไปแง้มบานประตูเพียงนิดเดียว เนื่องจากไม่ต้องการต้อนรับแขกคนไหนอีกแล้วในยามนี้

“ผมหามุกไม่เจอ พี่รัณเห็นมุกบ้างรึเปล่าครับ” ภวัตมองพี่ชายด้วยสายตาจับผิด หลังจากรออยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะยอมเปิดประตูให้

“เมียหายแล้วทำไมมาถามเอากับพี่ล่ะ” ภรัณยูเอ่ยเสียงเรียบ ห้วน และฟังดูหงุดหงิดเห็นได้ชัด

“แต่ผมหาจนทั่วบ้านแล้ว เหลือก็แต่ห้องนอนกับห้องทำงานของพี่รัณนี่แหละ ขอผมเข้าไปดูหน่อยได้ไหม” ถามพลางจ้องหน้าพี่ชายเขม็ง

เมื่อได้ยินดังนั้นคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาก็ถึงกับน้ำตาร่วง หน้าซีด

มือสั่น รู้สึกกลัวที่จะต้องเผชิญหน้าและสายตาข้องใจของภวัต ใจเต้นโครมคราม ร่ำร้องให้ภรัณยูทำอย่างไรก็ได้ ขอเพียงให้ภวัตรีบไปเสียที เธอไม่อยากให้ใครมารู้เห็นเรื่องนี้ มันน่าอับอายเกินไป

“มุกตาภาไม่ได้อยู่ที่นี่” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง

“แต่ผม...”

“นายไม่เชื่อใจพี่เหรอวัต” คำถามนั้นเป็นอันยุติความสงสัยทั้งมวลของภวัต

“เอ่อ...เปล่าครับพี่รัณ ผมเพียงแต่เป็นห่วงมุกมากไปหน่อย” เขาบอกเสียงอ่อย

“งั้นพี่ขอทำงานต่อ” ภรัณยูเอ่ยพลางจ้องตากับน้องชายนิ่ง

ภวัตยักไหล่ ยอมล่าถอยออกมาโดยดี แล้วจากไปเงียบๆ พร้อมกับความสงสัยที่ยังหาคำตอบไม่ได้

ชายหนุ่มปิดประตูลงอีกครั้ง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่เลอะไปด้วยคราบน้ำตาของหญิงสาว เขาถอนใจอย่างหนักหน่วง ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะพูดอะไรดี

มุกตาภาก้มหน้านิ่ง น้ำตาหยดลงบนพื้นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เธอไม่ยอมปาดมันทิ้ง เพียงเพราะไม่ต้องการให้เขาเห็นแล้วหัวเราะเยาะทีหลัง สองมือยังกำสาบเสื้อตัวเองไว้แน่น พยายามรวบรวมกำลังใจแล้วลุกขึ้น

“อย่าเพิ่งออกไปเลย ขืนคุณออกไปทั้งแบบนี้คนอื่นคงเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” เขาบอกเสียงเรียบโดยไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำ กลัวเหลือเกินที่จะต้องสบตาแดงช้ำของหญิงสาว มันเป็นภาพที่เขาไม่อยากมอง ไม่อยากเห็นอีก

เธอค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับภรัณยูอย่างกล้าหาญ จ้องเขา

ด้วยสายตารังเกียจและชิงชังสุดฤทธิ์ น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงตามร่องแก้ม ความกลัวยังไม่หายไปไหน ประสบการณ์เฉียดถูกผู้ชายขืนใจไม่ใช่เรื่องที่จะลืมกันง่ายๆ

ริมฝีปากที่บวมช้ำสั่นระริก แต่น้ำเสียงกลับมั่นคงและหนักแน่นจนคนฟังถึงกับสะอึก “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร เพราะมันน่าละอายและน่ารังเกียจจนไม่อยากให้ใครมารู้เห็น แล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณทำสำเร็จแล้ว ฉันจะไปโดยเร็วที่สุด และจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย!”

พูดจบก็เดินลิ่วออกไปจากห้องทำงานของเขาโดยไม่เหลียวหลัง ทิ้งเจ้าของห้องไว้กับความรู้สึกผิดที่อัดแน่นในหัวใจเพียงลำพัง

หนึ่งหยดน้ำตากับความชิงชังรังเกียจในดวงตาของมุกตาภาทำให้เขาแทบหมดแรง ร่างสูงทรุดตัวลงบนโซฟาช้าๆ เปลือกตาปิดลง คล้ายพยายามลบภาพนั้นออกไปจากหัว แต่เขากลับทำไม่สำเร็จ

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าของเธอยังคงวนเวียนหลอกหลอนในห้วงคำนึงอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก สายตาที่เธอมองเขาทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นซาตานชั่วร้าย ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป

เขาได้แต่ถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่าทำเรื่องแบบนั้นลงไปได้อย่างไร แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบที่จะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้ การกระทำของเขามันน่ารังเกียจจริงๆ แม้แต่ตัวเขายังรับไม่ได้

หากเขาจะกล่าวหาว่ามุกตาภาเป็นผู้หญิงชั้นต่ำ ราคาถูก เขาเองก็เป็นผู้ชายเลวทราม ต่ำช้า และไม่ได้ดีไปกว่าเธอเลยสักนิด!


____________________________

ตอนที่เหลือจากนี้ติดตามได้ใน e-books นะคะ ^___^

ลงไว้ 2 เว็บคือ e-books.in กับ Meb ค่ะ

เอาลิงค์ที่เมพมาฝากสำหรับคนที่สนใจ

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTY5NDM4IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTc3ODciO30

หน้าปกเป็นแบบนี้ค่ะ หวานมากกกก



ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ ^___^








 

Create Date : 29 ตุลาคม 2557
0 comments
Last Update : 29 ตุลาคม 2557 10:17:07 น.
Counter : 619 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nawapat
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




...เขียนเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก หนักก็หยุด สนองนี้ดมันไปตามอารมณ์ ^^"...
Friends' blogs
[Add nawapat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.