Group Blog
 
 
มกราคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 มกราคม 2557
 
All Blogs
 

จอมขวัญ >> 1. คุณอามือใหม่




ทันทีที่เท้าแตะพื้นจอมขวัญก็ถอนใจเซ็ง เธอไม่ได้อยากจะมาอยู่ในความดูแลของคุณอาซึ่งแทบไม่รู้จักกันเลยจนนิดเดียว แต่ในเมื่อเป็นคำขาดของคุณปู่ หากไม่อยู่กับอาธันว์ก็ต้องไปอยู่กับลูกสาวลูกชายของคุณป้า หรือไม่ก็ต้องเรียนมหาวิทยาลัยแถวบ้าน นี่จึงเป็นทางเลือกที่เธออึดอัดใจน้อยกว่า

หญิงสาวลากกระเป๋าใบเขื่องมายืนรอคนที่คุณปู่บอกว่าจะมารับตรงที่เห็นคนเขามารอรับกันเยอะๆ หันซ้ายหันขวาอยู่หลายรอบจนเห็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งแข็งแรงในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนยืนกอดอก มองมาที่เธอคล้ายไม่แน่ใจ เซนส์มันบอกว่าเขาน่าจะใช่

ร่างเล็กบางลากกระเป๋าเข้าไปหาชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้ม “คุณคืออาธันว์ใช่มั้ยคะ”

“จอมขวัญ?” ธันวาถามด้วยความแปลกใจ

ภาพสุดท้ายของหลานสาวที่เขาจำได้คือเด็กหญิงรูปร่างอ้วนฉุ แก้มยุ้ย ผมเปีย แต่เด็กสาวที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ไม่มีอะไรใกล้เคียงเด็กผู้หญิงที่เขาเคยเห็นเลย จอมขวัญเติบโตขึ้นเป็นเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นตามสมัยนิยม ถ้าเธอไม่ทักเขาก่อนมีหวังได้คลาดกันแน่นอน

“สวัสดีค่ะอาธันว์ รบกวนด้วยนะคะ” จอมขวัญรีบพนมมือไหว้เขาเมื่อแน่ใจว่าทักไม่ผิดคน

ผู้ชายคนนี้คือคุณอาของเธอจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอจำหน้าเขาได้หรอก ครั้งสุดท้ายที่เจอกันมันนานมากแล้วนี่ ตั้งแต่เธออยู่ชั้นประถมเห็นจะได้ แต่สถานการณ์แวดล้อมมันบอกต่างหาก เขากำลังมองหาใครสักคนและเธอก็กำลังรอใครคนหนึ่งมารับ ง่ายๆ แค่นั้นเอง

ธันวาบอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกอย่างไรที่มีสาวน้อยวัยสิบเจ็ดมาเรียกตนเองว่า ‘อา’ ปีนี้เขาเพิ่งจะสามสิบสองเท่านั้น

“เราจะกลับกันรึยังคะ” เธอถามเมื่อเห็นเขาเงียบไป

ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ พยักหน้าหงึกหงัก “ไปสิ ตามมาทางนี้”

จอมขวัญส่งหูกระเป๋าลากให้เขาช่วยถือ แต่คุณอาหนุ่มเดินตัวปลิวไปโน่นแล้ว เธอเลยได้แต่ย่นจมูกแล้วรีบลากกระเป๋าวิ่งตามไปก่อนจะถูกทิ้งไว้ที่สนามบิน



บ้านของธันวาไม่ต่างจากที่จอมขวัญจินตนาการไว้มากนัก คุณอาของเธอเป็นสถาปนิกหนุ่มดีกรีดอกเตอร์แถมจบนอกอีกต่างหาก บ้านของเขาย่อมไม่ธรรมดา เมื่อเดินเข้ามาเพียงก้าวแรกก็ให้ความรู้สึกเรียบหรู ทุกอย่างดูดีลงตัวไปหมด ไม่มีสิ่งใดไม่เข้าพวกเลย ถ้าคุณป้าได้มาเห็นว่าน้องชายที่ท่านจงเกลียดจงชังนักหนามีชีวิตที่หรูหราสุขสบายเพียงใดคงได้อกแตกตายด้วยความขัดเคืองใจแน่

จะว่าไปแล้วหญิงสาวก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อยที่ได้มาอาศัยอยู่กับธันวาในระหว่างที่เรียนมหาวิทยาลัย แทนที่จะต้องไปอยู่คอนโดมิเนียมร่วมกับลูกสาวลูกชายของธัญทิพย์ ไม่รู้เป็นไง แต่เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่มีวันจะเข้ากับธนิกและธนัชชาได้เหมือนขมิ้นกับปูนอย่างไรก็อย่างนั้น

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สาวน้อยหันไปมองประตูที่เปิดกว้าง คุณอาหนุ่มของเธอยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น สีหน้าลำบากใจอย่างไรบอกไม่ถูก

“มีอะไรเหรอคะ”

“อยู่ได้ใช่ไหม” เขาไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร นี่เป็นคำถามพื้นๆ โดยแท้

“สบายมากค่ะ บ้านอาธันว์สวยมากเลยนะคะ ถ้าคุณปู่มาเห็นต้องทึ่งแน่”

“ชอบก็ดีแล้ว จัดของให้เสร็จแล้วลงไปคุยกันข้างล่างหน่อย เดี๋ยวจะได้ออกไปหาอะไรกินข้างนอกด้วย” ชายหนุ่มตัดบทรวบรัดแล้วรีบเดินจากไป

จอมขวัญมองตามคุณอายังหนุ่มงงๆ ท่าทางเขาเหมือนกลัวว่าเธอจะกัดเอาอย่างนั้นแหละ

เธอฉีดยาแล้วนะ เอ๊ย...ไม่ใช่สิ เธอไม่ใช่หมาสักหน่อย!



“เราต้องตั้งกฎในการอยู่ร่วมกันซักหน่อย เธอ...เอ่อ...จอมคิดว่างั้นมั้ย” ธันวาเริ่มสวมบทคุณอาตามที่ได้รับมอบหมายมาจากพ่อ

จอมขวัญนั่งเอามือเท้าคางบนโต๊ะอาหาร มองชายหนุ่มตาแป๋ว และคอยพยักหน้าเมื่อเขาตั้งคำถามที่ต้องการให้คำตอบเป็น ‘ใช่’

“ดีมาก แล้วเริ่มเรียนเมื่อไหร่”

“ต้นเดือนหน้าค่ะ แต่พรุ่งนี้ต้องไปรายงานตัวที่มหา’ลัย”

ชายหนุ่มพยักหน้าขรึมๆ รู้สึกประดักประเดิดไม่น้อยยามที่ต้องใช้สรรพนามแทนตัวว่า ‘อา’ กับหลานสาวที่เขาต้องเริ่มทำความรู้จักนับจากนี้

“อาจะไปส่ง แต่แค่พรุ่งนี้หรือวันที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นนะ เราต้องเรียนรู้ที่จะไปเรียนเอง ไม่มีรถคอยรับคอยส่งทุกวัน อามีงานต้องทำ และบางคืนก็...ไม่ได้กลับมาค้างที่บ้าน เราอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

จอมขวัญพยักหน้าว่าเข้าใจ จนกระทั่งคำถามท้ายๆ ก็ขมวดคิ้ว “แต่คุณปู่ไม่ได้บอกนี่คะว่าอาธันว์จะไม่กลับบ้านเป็นบางคืน”

“นั่นอาก็ไม่ได้บอกปู่เราเหมือนกัน และมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่อาไม่จำเป็นต้องรายงานใคร”

เจอสวนกลับมาแบบนี้สาวน้อยเลยทำปากเป็นรูปตัวโอ ก่อนจะรีบหุบฉับและรีบหลบตาเมื่อถูกสายตาดุดันจ้องมองมา เธออดตำหนิธันวาในใจไม่ได้ที่เขาเรียกพ่อตัวเองว่า ‘ปู่เรา’ ถึงจะรู้ว่าชายหนุ่มเป็นพวกต่อต้านครอบครัวก็เถอะ แต่คุณปู่ของเธอเป็นคนดีและน่ารักมากๆ ด้วย ถ้าเขารู้จักกลับบ้านเสียบ้างก็คงจะรู้เอง แต่ก็ช่างมันเถอะ ใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจเหตุผลที่คุณอาไม่อยากกลับบ้านเสียเมื่อไร

“เอาละ ต่อไปก็เป็นเรื่องเรียนของเรา”

“เดี๋ยวค่ะ” เธอยกมือขอแทรกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนและมีข้อสงสัยอยากถามอาจารย์ พอเขาเลิกคิ้วแทนคำถามจึงว่าต่อไป “ถ้าวันไหนอาธันว์ไม่กลับบ้านแล้วจอมจะอยู่กับใครล่ะคะ”

“อาว่าเราโตพอที่จะอยู่คนเดียวได้แล้วนะ”

ที่เขาพูดมามันก็ถูก แต่นอกจากจะมาอาศัยอยู่กับธันวาในระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว คุณปู่ยังให้เธอช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของเขาด้วย เรียกให้ถูกใจวัยรุ่นหน่อยก็เป็น ‘สปาย’ นั่นแหละ จะทำเฉยมันก็ไม่ค่อยดี ก็งานนี้ดันมีค่าจ้างด้วยน่ะสิ

“แต่จอมไม่เคยอยู่คนเดียวนี่คะ ที่บ้านน่ะมีทั้งคุณปู่ คุณป้า แล้วก็คนในบ้านอีกตั้งเยอะ”

“งั้นก็ถึงเวลาที่เราต้องเรียนรู้การอยู่คนเดียวบ้างแล้ว”

สาวน้อยทำหน้ามุ่ย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็มองเขาอย่างวิงวอน “อาธันว์กลับบ้านทุกวันไม่ได้เหรอคะ อย่างน้อยก็ให้จอมคุ้นเคยกับที่นี่ซะก่อน บ้านหลังใหญ่ออก อยู่คนเดียวแถมหมาแมวซักตัวก็ไม่มี จะหันหน้าไปคุยกับใครก็ไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจอมจะทำยังไงล่ะ”

ชายหนุ่มถอนใจยืดยาวกับเหตุผลที่เถียงไม่ขึ้นของหลานสาว ครู่ใหญ่จึงยอมพยักหน้า “ก็ได้ งั้นช่วงนี้อาจะกลับบ้านให้ได้ทุกวันก็แล้วกัน”

จอมขวัญยิ้มร่า ต่อรองเพิ่มอีกหน่อย “จอมเลี้ยงหมาได้มั้ยคะ”

เขาทำหน้าเครียด เธอเลยหดคอลง แต่ยังอ้อนอีกหน่อย

“แมวก็ได้ ตัวเล็กๆ รับรองว่าจอมจะดูแลอย่างดี ไม่ให้มันทำบ้านอาธันว์สกปรกเด็ดขาด สัญญาค่ะ”

“เอาไว้เราเริ่มคุ้นเคยกับที่นี่จนอาไม่จำเป็นต้องกลับบ้านทุกวันเมื่อไหร่ค่อยคิดเรื่องเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว มาว่าเรื่องกฎของเราต่อ เราทำกับข้าวกินเองได้ไหม”

ชายหนุ่มพยายามรักษามาดคุณอาผู้เคร่งขรึมไว้สุดกำลัง เขาไม่คุ้นเคยกับเด็กผู้หญิง ให้มาดูแลยิ่งแล้วใหญ่ แค่เข้ากับคนในครอบครัวให้ได้ยังไม่มีปัญญาเลย แต่นี่ต้องมาทำหน้าที่ผู้ปกครอง ตลกร้ายชัดๆ

“พอได้ค่ะ”

“ดี งั้นวันไหนอากลับดึกจะโทร. บอก ถ้าไม่กินมาจากข้างนอกก็ทำอะไรกินเองไปเลย ไม่ต้องรออา แต่ถ้าวันไหนกลับเร็วจะซื้อของกินมาฝาก เดี๋ยววันอาทิตย์เราไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตกัน ซื้อของสดมาตุนไว้ อาจะไปด้วยแค่ครั้งแรก หลังจากนั้นเราต้องไปเอง ทำได้ใช่ไหม”

จอมขวัญพยักหน้าหงึกหงักเพราะรู้ว่าชายหนุ่มอยากให้เธอตอบว่า ‘ใช่’ สถานเดียวเท่านั้น

“ต่อไปก็เรื่องกลับบ้าน เราต้องกลับบ้านก่อนสองทุ่มทุกวัน ถึงบ้านเมื่อไหร่โทร. เข้ามือถืออาโดยใช้เจ้านั่น” เขาชี้นิ้วไปที่โทรศัพท์บ้าน นั่นจะเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าจอมขวัญถึงบ้านแล้วจริงๆ

“นี่จอมมีเคอร์ฟิวตั้งแต่เทอมแรกเลยเหรอคะ” เธออดท้วงเสียงแห้งไม่ได้

“ถ้าเราจะคิดอย่างนั้นก็ใช่”

“แต่อาธันว์คะ จอมอยากทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียน” หญิงสาวโพล่งออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด จะปิดปากก็ไม่ทันเสียแล้ว

เขาเลิกคิ้ว “ทำไมต้องทำงานพาร์ทไทม์ ปู่เราจ่ายค่าเล่าเรียนให้อยู่แล้วนี่ หรือว่าไม่ใช่?”

“ใช่ค่ะ แต่จอมอยากทำงานหาประสบการณ์ชีวิตไปด้วย” เธออ้อมแอ้มตอบเสียงเบา ไม่สบตาคนถาม

“ไว้เรียนจบก่อนค่อยคิดเรื่องทำงาน ตอนนี้เราอยู่ในความรับผิดชอบของอา อาเป็นผู้ปกครองของจอม ถ้าจอมเกเรเหลวไหลแล้วเรียนไม่จบ อาจะซวยไปด้วย เพราะฉะนั้นอาไม่อนุญาตให้เราทำอะไรนอกจากเรียนให้จบ”

“จอมเรียนจบอยู่แล้วน่า อาธันว์รู้รึเปล่าว่าจอมเรียนเก่งแค่ไหน คะแนนติดอันดับท็อปเท็นของประเทศเชียวนะ จอมสัญญาว่าจะเรียนให้จบด้วยคะแนนดีๆ แค่ทำงานหลังเลิกเรียนวันละสองสามชั่วโมงเท่านั้น ให้จอมทำเถอะนะคะ”

“อาไม่สนว่าเราจะได้คะแนนสูงลิ่วแค่ไหน แต่เรามีหน้าที่เรียนก็เรียนอย่างเดียว ประสบการณ์ชีวิตไว้ค่อยหาหลังจากนั้น เรายังเด็กมีเวลาอีกมาก”

“แต่จอมสัญญากับเพื่อนว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกันตอนปิดเทอมก่อนขึ้นปีสอง จอมต้องเก็บเงินให้ทันนะคะ ไม่งั้นก็อดไปสนุกกับเพื่อน” ในที่สุดเธอก็ต้องคายจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา

ธันวาเลิกคิ้ว มองหลานสาวอย่างพินิจพิจารณาเป็นครั้งแรก “ไปญี่ปุ่นแค่นี้ทำไมไม่ขอปู่ล่ะ”

สาวน้อยทำหน้ามุ่ย ทั้งที่คิดว่าตัวเองคงจะชอบธันวามากกว่าธนิกกับธนัชชา เพราะเธอเข้าใจดีว่าชายหนุ่มรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่บ้าน แต่ตอนนี้เธอเริ่มจะไม่ชอบเขาแล้วละ

“ว่ายังไง อาถามทำไมไม่ตอบ”

“อาธันว์ก็รู้นี่คะว่าทำไมจอมถึงไม่ควรขอเงินคุณปู่ไปเที่ยว ยังจะให้สาธยายอีกเหรอ”

ชายหนุ่มชะงัก ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งจึงเข้าใจ

ธัญทิพย์ย้ายกลับไปอยู่บ้านพ่อหลังแยกทางกับสามีเมื่อหลายปีก่อน แน่นอนว่าการอยู่ร่วมชายคาเดียวกันคงไม่ง่ายสำหรับจอมขวัญ เขาเองเป็นน้องชายแท้ๆ ยังได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดีเสมอมา แล้วจอมขวัญที่เป็นแค่ลูกบุญธรรมของพี่ชาย ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันแม้แต่น้อย มีหรือจะไม่โดนธัญทิพย์เล่นงาน

จริงสิ หากจอมขวัญเป็นหลานสาวแท้ๆ ธัญทิพย์คงไม่ยอมให้มาอยู่กับเขาแน่ คงจะให้ไปอยู่กับลูกชายลูกสาวที่คอนโดมิเนียมที่เธอซื้อเอาไว้มากกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเอ็นดูหลานสาวคนนี้อย่างแท้จริง

“ดีแล้วที่รู้จักคิดเก็บเงินเอง งั้นดูก่อนแล้วกัน อาอาจจะหางานพาร์ทไทม์ที่น่าไว้ใจให้จอมทำได้ แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนี้วันหลัง ไปหาอะไรกินกันเถอะ อาหิวแล้ว”

ธันวาตัดบทง่ายๆ แล้วเดินนำออกไปข้างนอก

จอมขวัญรู้สึกดีขึ้นที่เขาเข้าใจและไม่ห้ามปรามเรื่องทำงานพิเศษอีก เธอเลยรีบวิ่งตามธันวาออกไปที่รถ จะว่าไปก็รู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน



หลังอิ่มกับมื้อเย็นจนพุงกางจอมขวัญก็มานอนกลิ้งคุยโทรศัพท์กับคุณปู่บนเตียง เธอรายงานทุกอย่างเกี่ยวกับคุณอาหนุ่มเท่าที่พอจะหาข้อมูลได้

“ดีมากเจ้าจอมหลานรักของปู่ คอยจับตาดูอาธันว์ของเราไว้ให้ดี โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ถ้ามีสาวๆ เข้ามาพัวพันต้องรายงานปู่ทันทีเข้าใจไหม”

“เข้าใจค่ะ รับรองเลยว่าจอมจะดูแลอาธันว์อย่างดี ไม่ให้ผู้หญิงไม่ดีเข้ามาเกาะแกะวุ่นวาย อาธันว์จะต้องรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้คุณป่านคนเดียว” หญิงสาวรับคำแข็งขัน

“ดีๆ แล้วปู่จะให้ค่าขนมเพิ่มเป็นสองเท่าตามสัญญา”

“จอมรักคุณปู่ที่สุดในโลกเลยค่ะ”

“ถึงจะพูดอย่างนี้ปู่ก็ไม่เพิ่มค่าขนมให้อีกหรอกนะ”

“คุณปู่น่ะ รู้ทันจอมทุกทีเลย” จอมขวัญทำเสียงง้องแง้งไปตามสายแล้วก็หัวเราะคิกคัก

ผู้เป็นปู่หัวเราะร่วนแล้วไม่นานก็วางสายไป คืนแรกในบ้านหลังใหม่เธอจึงหลับไปอย่างมีความสุข



หลังวางสายจากหลานสาว พ่อเลี้ยงธารก็มานั่งเอนหลังที่ริมเฉลียง ทอดอารมณ์ไปกับสายลมเอื่อยอ่อนของบ้านไร่ มีแสงจันทร์กับแสงดาวเป็นเพื่อนคลายเหงา

เขาอยากให้ลูกชายคนเล็กกลับมาอยู่บ้านเพื่อช่วยสานต่อกิจการไร่ชาสืบไป เพราะรู้ดีว่าธัญทิพย์ทำหน้าที่นี้ไม่ได้ ขืนยกไร่ชาให้ก็คงขายกินเท่านั้นเอง ส่วนธัญเทพลูกชายคนโตก็เสียชีวิตด้วยโรคร้ายไปก่อนวัยอันควร จะหวังพึ่งหลานชายอย่างธนิกก็ยังเด็กนัก แถมความคิดอ่านยังไม่เป็นโล้เป็นพายเพราะได้รับการปลูกฝังที่ผิดๆ จากคนเป็นแม่ ขณะที่ธนัชชาก็พอกันกับพี่ชาย คนที่เขาพอจะหวังพึ่งได้จึงมีแต่ธันวากับจอมขวัญเท่านั้น

ชายชรามีแผนจะจับจองลูกสาวเจ้าของรีสอร์ตใกล้บ้านไว้ให้ลูกชาย เผื่อความรักจะทำให้ธันวาอยากกลับมาอยู่บ้าน อยู่ใกล้พ่อ อยู่ที่ไร่ชาแห่งนี้โดยไม่คิดดิ้นรนหนีไปไหนอีก เมื่อส่งหลานสาวไปกรุยทางที่กรุงเทพฯ ได้สักระยะแล้วเขาจะส่งปานไพลินไปกะเทาะเปลือกหัวใจเจ้าลูกชาย

ก็ได้แต่หวังว่าความรักจะชักนำธันวาให้เจอทางกลับบ้านละนะ...



เที่ยงคืนครึ่งเข้าไปแล้วคุณอามือใหม่ยังนอนก่ายหน้าผากและพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงรอบแล้วรอบเล่า คิดไม่ตกจริงๆ ว่าผู้ชายที่ปฏิเสธครอบครัวมาตลอดเช่นเขาจะดูแลหลานสาววัยสิบเจ็ดปีที่เพิ่งจะรู้จักกันได้อย่างไรให้ตลอดรอดฝั่ง นับเป็นเรื่องที่น่ากังวลขนาดหนัก กว่าเขาจะผล็อยหลับไปได้ก็ค่อนรุ่ง แถมยังรู้สึกเหมือนเพิ่งจะหลับตาลงแค่ครึ่งนาทีก็มีเสียงเคาะประตูรัวๆ ที่หน้าห้องแล้ว

ชายหนุ่มสะดุ้งตื่น ยังไม่อยากลืมตาเลยแต่ก็รำคาญเสียงรบกวนจนต้องสะบัดผ้าห่มทิ้ง ลุกไปกระชากบานประตูเปิดอย่างหงุดหงิด แค่อ้าปากจะต่อว่าใครก็ตามที่บังอาจมารบกวนเวลาพักผ่อนของตนก็ต้องรีบหุบฉับด้วยความตื่นตระหนก เด็กสาวผมม้าในชุดนักศึกษาที่เห็นอยู่นี้เรียกความทรงจำที่หลับใหลให้ตื่นตัว

ตายห่า! เขาต้องไปส่งหลานสาวรายงานตัวที่มหา’ลัยนี่...

“อาธันว์ยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ ไหนบอกว่าจะไปส่งจอมรายงานตัวไง นี่จะสายแล้วนะ” สาวน้อยโวยวายพลางเคาะนิ้วที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองยิกๆ

ไม่มีอะไรที่เขาจะพูดได้นอกจาก “ขอโทษ เมื่อคืนทำงานดึกไปหน่อย”

จอมขวัญทำหน้างอใส่คนไม่รักษาคำพูดนิด แต่หงุดหงิดไปก็เท่านั้น ถ้าไม่รีบออกจากบ้านตอนนี้เธอได้สายจริงๆ แน่

“งั้นจอมไปเองก็แล้วกัน รออาธันว์ไม่ไหวหรอก ยังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัวเลยนี่คะ”

“แล้วไปเองถูกรึไง” คุณอาหนุ่มทำเสียงอ่อย ยอมรับว่าตัวเองผิดจริงๆ

“ก็คงไม่ยากเท่าไหร่ จอมมีเพื่อน เดี๋ยวโทร. ถามเขาก็ได้”

ธันวาทำหน้ายุ่ง “เขา?”

“ค่ะ งั้นเจอกันเย็นนี้นะคะ จอมต้องไปแล้ว” เธอไหว้เขาแล้วรีบหันหลังวิ่งลงบันได

“เดี๋ยวๆ จอมขวัญ อาจะไปส่งเอง ขอหยิบกุญแจรถก่อน” ชายหนุ่มตะโกนตามอย่างไว

จอมขวัญชะงัก หันกลับมามองคุณอาหนุ่ม แต่เขาวิ่งเข้าห้องนอนไปแล้ว เธอได้แต่กะพริบตางงๆ เมื่อร่างสูงเดินออกมาอีกทีพร้อมกุญแจรถ

“รีบไปกันเถอะ” เขาว่าพลางซอยเท้าลงบันไดนำไปก่อนอย่างว่องไว

สาวน้อยวิ่งตามไปติดๆ ไม่วายสงสัย “ไปทั้งอย่างงี้เลยเหรอคะอาธันว์”

“อาส่งเราที่หน้ามหา’ลัยก็แล้วกัน เสร็จเมื่อไหร่ก็โทร. บอก จะไปรับเอง”

จอมขวัญเริ่มรู้สึกผิดที่แอบเหวี่ยงใส่เขาไปเมื่อครู่ เสียงเลยอ่อยลงถนัด “ความจริงจอมกลับเองก็ได้นะคะ จะได้ฝึกกลับบ้านเองด้วย เดี๋ยวอาธันว์ทำงานก็ไม่มีเวลารับส่งจอมอยู่แล้ว”

“เราตกลงกันแล้วไง วันแรกอาไปรับไปส่ง วันต่อไปเราต้องเดินทางเอง”

เขาตัดบทและเริ่มออกรถ สีหน้าเรียบขรึมจนจอมขวัญไม่กล้าท้วงอะไรอีก

ชายหนุ่มลอบถอนใจที่แม่หลานสาวหมดข้อสงสัยเสียได้ เขาลืมคิดเรื่องเพื่อนชายของจอมขวัญไปสนิทใจ เย็นนี้คงต้องมีกฎใหม่เพิ่มอีกสักข้อ

ห้ามมีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ!


!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เรื่องนี้จะว่าไปก็เหมือนยัยพริกขี้หนูอีกเวอร์ชั่นนึงเลยนะคะ
อย่าแปลกใจหากจะมีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายเรื่องนั้น
มั่นใจว่าเรื่องนั้นไร้สติกว่าเรื่องนี้แน่นอนค่ะ เพราะคนเขียนโตขึ้น ฮา..
แต่ก็ใช่ว่าคนเราโตแล้วจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกันทุกคนเนอะ
มันก็ต้องมีมุมที่ง้องแง้งบ้างอะไรบ้าง ถ้านิสัยดั้งเดิมเป็นอย่างนั้น

เอาละ ออกตัวไปเยอะแล้ว ขอให้สนุกกับนิยายค่ะ
แต่อย่าคาดหวังความต่อเนื่อง ซึ่งหวังได้ยากยิ่งจากป้าพวง ^^








 

Create Date : 23 มกราคม 2557
1 comments
Last Update : 23 มกราคม 2557 0:19:52 น.
Counter : 1050 Pageviews.

 

เกือบคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน(ยัยพริกขี้หนู)กลับมาเขียนใหม่เสียอีก

 

โดย: ดอกฝิ่น IP: 124.122.31.212 23 มกราคม 2557 11:49:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nawapat
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




...เขียนเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก หนักก็หยุด สนองนี้ดมันไปตามอารมณ์ ^^"...
Friends' blogs
[Add nawapat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.