Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
4 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 

รักเล่ห์บุพเพลวง @ 4 @ เพราะโลกมันกลม




ภาวิกากลับมาถึงบ้านเกือบหกโมงเย็น หนุ่มคนรักก็โทร. มาเตือนว่าคืนนี้เธอต้องไปงานวันเกิดมารดาของเขา หญิงสาวตื่นตระหนกเพราะยังไม่ได้เตรียมตัวให้สวยพร้อม ก่อนปรากฏตัวในฐานะ ‘คนรัก’ ของคุณหมอสุดหล่อต่อหน้าคุณหญิงเปรมจิตและสาวๆ ทุกคนในงานเพื่อประกาศให้รู้ว่าเธอนี่แหละคือหวานใจของเขา เมื่อชายหนุ่มบอกว่าจะมารับตอนทุ่มครึ่งเธอจึงปฏิเสธอย่างร้อนรน

“วิกกี้ขับรถไปเองดีกว่านะคะหมอ วันเกิดคุณแม่ของหมอทั้งทีหมอคงจะวุ่นวายกับการช่วยท่านต้อนรับแขก วิกกี้ไม่อยากรบกวนค่ะ”

“แน่ใจนะครับว่าไม่ให้ผมไปรับจริงๆ คุณมาถูกแน่นะ”

เสียงถามอาทรของคนรักยิ่งทำให้หญิงสาวหัวใจพองโต มีความสุข ต่อให้ยุ่งยากวุ่นวายยิ่งกว่านี้อีกร้อยเท่าเธอก็ไม่หวั่น สิบเตชิตก็มาเถอะ ภาวิกาซะอย่าง จัดการได้อยู่แล้ว!

“แน่ใจสิคะ วิกกี้ของหมอเก่งจะตาย ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ แต่งตัวหล่อๆ รอรับวิกกี้ที่บ้านก็พอ แล้วเจอกันคืนนี้ บายค่ะ”

หญิงสาววางสายด้วยความอิ่มเอมเปรมใจ แต่ครั้นนึกได้ว่าเธอยังมีภารกิจสำคัญต้องทำก่อนไปงานวันเกิดมารดาของแฟนหนุ่มก็ตาลีตาเหลือกเข้าไปในบ้าน เมื่อตรวจเช็กว่ากล่องของขวัญที่ตระเตรียมไว้ทำคะแนนกับว่าที่แม่สามีนั้นยังอยู่เรียบร้อยดีก็กระวีกระวาดมาเลือกชุดสวยเพื่อแจ้งเกิดตัวเองอย่างสวยสดงดงามในฐานะว่าที่ศรีสะใภ้ของคุณหญิงเปรมจิต

ถ้าไม่ติดว่าต้องขับรถหนีโจทก์รายล่าสุด ป่านนี้เธอคงแต่งหน้าแต่งตัวและสวยพร้อมสำหรับคืนนี้แล้ว เป็นเพราะไอ้ผู้ชายซาดิสม์คนนั้นทีเดียว ทำให้แผนการของเธอเกือบพังไม่เป็นท่า น่าโมโหนัก!

ภาวิกาเลือกชุดไปก็สาปแช่งเตชิตไปด้วยอย่างไม่ลดราวาศอก กว่าเธอจะได้ชุดราตรีสั้นสุดเลิศที่ดูทั้งเปรี้ยวและหวานในเวลาเดียวกัน คนที่โดนแช่งชักหักกระดูกแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็จามถี่ยิบราวกับโรคภูมิแพ้กำเริบ

“ไหวมั้ยเต แม่ไม่อยากกวนลูกเลย แต่แม่ไปไม่ไหวจริงๆ ปวดหัวยังกะจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ สงสัยไมเกรนจะขึ้นอีกแล้วละ” คุณพรรษาบ่นพลางมองลูกชายด้วยความห่วงใย

ใจจริงเธอยังไม่อยากให้เขาออกงานหรือออกสื่อในช่วงนี้ แต่คุณหญิงเปรมจิตซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมอุตส่าห์โทร. มาชวนด้วยตัวเองจึงไม่อยากเสียมารยาทเลยต้องวานเตชิตเอาของขวัญไปมอบให้แทน

“ไม่เป็นไรครับแม่ ผมเอาของขวัญไปให้คุณหญิงเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ แม่กินยาแล้วนอนพักเถอะ แล้วผมจะรีบกลับ ถ้ายังไม่ดีขึ้นผมจะพาแม่ไปหาหมอนะครับ”

เขาว่าพลางใช้มือถูจมูกไปมาเพราะรู้สึกคันไม่หยุด จากนั้นก็ฉวยกล่องของขวัญเดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้ามุข



ภาวิกาจำต้องจอดรถไว้นอกรั้วคฤหาสน์พินิจนันท์เพราะเธอมาถึงงานค่อนข้างช้า ที่จอดรถด้านในจึงเต็มหมด ริมรั้วด้านนอกสว่างไสวด้วยแสงนีออนตามกำแพงไว้เป็นระยะ มี รปภ. คอยดูแลหาที่จอดรถให้แขกผู้มาทีหลัง เธอจึงวางใจว่ามินิคูเปอร์เอสสุดรักจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

คุณหมอรูปหล่อเดินออกมารับหญิงสาวถึงหน้าบ้าน เธอส่งยิ้มหวานให้เขาแล้วเดินเข้าไปหาพร้อมกล่องของขวัญ

“รอวิกกี้นานมั้ยคะหมอ”

“นางเอกมักจะมาทีหลังเสมอไม่ใช่เหรอครับ วันนี้คุณสวยสดใสมากจนคุณแม่อาจมีเคืองเชียวละ” เขามองเธอด้วยแววตาชื่นชม

ภาวิกาอยู่ในชุดเกาะอกยาวเหนือเข่าสีเขียวมรกตจากห้องเสื้อชื่อดังและคาดเข็มขัดลูกไม้สีดำที่เอวบาง ชุดนั้นเน้นอวดไหล่เนียนกับช่วงขาเพรียวสวยสีขาวอมชมพู รองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ดสีเดียวกับเข็มขัดยิ่งขับให้รูปร่างเพรียวระหงดูโดดเด่นและสง่างามยิ่งขึ้น

ผมยาวสลวยถูกมัดรวบสูงไว้ด้านหลังเผยให้เห็นใบหน้างดงามผุดผาดเต็มตา เครื่องประดับชิ้นเดียวบนร่างกายคือต่างหูเงินแท้รูปดาวฝังเพชรเม็ดเล็กไว้โดยรอบ ตรงกลางเป็นมรกตเม็ดใหญ่เข้ากับสีชุดที่สวมใส่ เน้นให้เห็นว่าอัญมณีคู่นั้นมีค่าล้ำโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมชิ้นอื่นเข้าไปอีก

“งั้นวิกกี้ก็แย่สิคะ วันนี้คุณแม่ของหมอต่างหากที่ควรเป็นนางเอก” เธอยิ้มเขินกับคำชม แต่แอบหัวเราะอย่างชั่วร้ายอยู่ในใจ

‘ของมันแน่อยู่แล้วละค่ะหมอ วันนี้วิกกี้มาเพื่อประกาศให้ผู้หญิงทุกคนที่อยู่รอบตัวหมอทราบโดยทั่วกันว่าหมอน่ะมีเจ้าของแล้ว โฮะๆๆ’

“งั้นคุณก็ตกที่นั่งลำบากแล้วละครับ เพราะวันนี้คุณสวยมากจริงๆ แต่ไม่ต้องกลัวนะวิกกี้ ผมจะอยู่ข้างๆ คุณเอง” เขาว่าพลางยื่นมือไปหาหญิงสาว

ภาวิกาส่งมือให้ชายหนุ่มกุมไว้ รู้สึกว่าหัวใจพองโตเหมือนลูกโป่งอัดลมจวนระเบิด คิดว่าถ้าไม่มีมือของเขาคอยเกาะกุมไว้ เธอคงจะลอยละล่องไปบนปุยเมฆแล้วแน่ๆ

คุณหมอรูปหล่อจับจูงมือคนรักเข้าไปในงานเพื่อแนะนำให้มารดารู้จัก ระหว่างทางที่เดินไปหาเจ้าของวันเกิดด้วยกันก็มีสายตาหลายสิบคู่จ้องมองมาด้วยความสงสัยใคร่รู้

“พวกเขาคงทำให้คุณอึดอัดบ้าง แต่ไม่ต้องใส่ใจนะครับ ไม่ใช่ปัญหาของเรา” หมออิสระกระซิบให้กำลังใจหญิงสาวข้างกาย

หลายครั้งเขาพยายามสานสัมพันธ์กับใครสักคนที่ไม่ได้มาจากการแนะนำของมารดา หากก็มีอันต้องล้มเหลวทุกทีไป เพราะพวกหล่อนมักจะทนไม่ไหวกับสังคมของเขา ซึ่งมีคุณหญิงเปรมจิตเป็นผู้ควบคุมอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งเขายังมีเวลาให้คนรักน้อย สุดท้ายถ้าไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ต่อกันมากพอ ความรักก็มักจะหมดอายุในเวลาอันรวดเร็ว แต่เขาไม่อยากจะล้มเหลวอีกแล้ว

ภาวิกายิ้มหวาน กระซิบเสียงเบาเช่นกัน “วิกกี้ไม่สนใจหรอกค่ะ แค่มีหมออยู่ข้างๆ ก็พอ”

ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจที่คนรักไม่มีอาการเคอะเขินหรือประหม่าอายต่อสายตาคนรอบข้างให้เห็น แต่เขาหารู้ไม่ว่านอกจากจะไม่หวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อยแล้ว นางละครพันหน้าอย่างภาวิกายังกระดี๊กระด๊ายิ่งกว่ามีใครเอาเงินล้านมาฟาดหัว ทั้งที่ปกติแล้ว ‘เงิน’ คือสิ่งโปรดปรานลำดับที่หนึ่งของเธอเสมอมา

ใครจะสนเงินล้านกันล่ะ ในเมื่อมีผู้ชายแสนดีที่หล่อ รวย และรักจริงอยู่ตรงนี้แล้ว!



เตชิตจอดรถชิดกำแพงตามที่ รปภ. ส่องไฟให้ มินิคูเปอร์เอสสีแดงคาดดำที่จอดอยู่ข้างหน้านั้นเตะตาตั้งแต่แวบแรกที่เห็น เขาเขม้นมองป้ายทะเบียนรถด้วยความสนใจ แล้วก็รู้สึกเหมือนโชคดีหล่นทับหัวจังเบ้อเริ่ม

“โลกมันกลมแบบนี้นี่เอง ดวงเราท่าจะสมพงษ์กันจริงๆ นะยายตัวแสบ” เขาพึมพำอย่างเหลือเชื่อ จู่ๆ แม่สาวตีนผีก็มาโผล่ในงานวันเกิดของคุณหญิงเปรมจิตเสียได้

ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร มีความเกี่ยวข้องอะไรกับคนที่นี่ แต่คราวนี้เขาไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีกแน่!

นัยน์ตาคมกริบส่องประกายมุ่งมั่น ถือกล่องของขวัญเข้าไปในงานด้วยความเร่งรีบ หากระหว่างทางก็ระมัดระวังตัวแจ ไม่ให้ประจันหน้ากับแม่สาวตัวแสบก่อนเวลาอันควร คืนนี้เขาต้องสะกดรอยตามไปให้ถึงรังของเธอให้จงได้



เมื่อมองเห็นมารดายืนจับกลุ่มคุยอยู่กับบรรดาเพื่อนคุณนายไฮโซที่บริเวณหน้าโต๊ะวางของขวัญ หมออิสระก็พาคนรักเข้าไปแนะนำ ด้วยรู้ดีว่าคืนนี้ผู้เป็นแม่ตั้งใจจะยัดเยียดลูกสาวของเพื่อนคนใดคนหนึ่งให้เขารู้จัก ซึ่งตัวเขาเองไม่คิดจะเล่นด้วยอยู่แล้ว ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใคร

“สวัสดีจ้ะหนูวิกกี้ ตามสบายเลยนะจ๊ะ คิดซะว่าปาร์ตี้อยู่บ้านตัวเองก็ได้ วันนี้มีแต่คนกันเองทั้งนั้น”

คุณหญิงรับไหว้พลางทักทายยิ้มแย้ม หากดวงตาคมลอบสำรวจหญิงสาวที่หมอพามาแนะนำต่อหน้าเพื่อนของเธออย่างถี่ถ้วน รูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าหล่อนถือว่าสวยเตะตามากทีเดียว

“ขอบพระคุณค่ะคุณหญิง ได้ยินหมออิสเล่าว่าคุณหญิงชอบสะสมน้ำหอม วิกกี้ไม่แน่ใจว่าคุณหญิงจะมีแล้วรึยัง แต่รุ่นนี้เพิ่งเข้ามาเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง หวังว่าวิกกี้คงไม่ช้าไปนะคะ สุขสันต์วันเกิดค่ะ”

หญิงสาวยื่นของขวัญกล่องเล็กไปให้ว่าที่แม่สามีพร้อมรอยยิ้มน่ารัก ฝีมือการแสดงขั้นเทพอย่างเธอไม่ว่าจะตีสีหน้าชนิดไหน คนดูก็อินและเชื่อสนิทใจในความใสซื่อที่แสดงออก รับรองว่าคุณหญิงแม่จะต้องปลื้มแน่ๆ ไม่มากก็น้อย

“เอ๊ะ...รุ่นไหนนะ ฉันชักอยากรู้ ขอแกะเลยแล้วกันนะจ๊ะ”

คุณหญิงว่าพลางแกะของขวัญจากภาวิกาเป็นชิ้นแรกเพราะอยากจะรู้เหมือนกันว่าสาวสวยผู้นี้จะเทสตรงกับเธอมากน้อยสักแค่ไหน พอเห็นขวดน้ำหอมด้านในก็คลี่ยิ้มหวานทันที

“รุ่นนี้เพิ่งมาใหม่ ดังที่ฝรั่งเศส กำลังคิดจะหามาเก็บไว้ในคอลเล็คชั่นอยู่พอดี ขอบใจหนูวิกกี้มากนะจ๊ะ รู้ใจคนแก่จริงๆ”

“คุณหญิงยังดูสวยมากนะคะ ถ้าหมออิสไม่บอก วิกกี้เดาไม่ถูกแน่ว่าคุณหญิงอายุเลยเลขสี่แล้ว สมัยนี้อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ ค่ะ” หญิงสาวหยอดคำหวานอีกนิดหน่อยเพื่อขอคะแนนจิตพิสัยเพิ่ม

“ต๊าย...ปากหวานซะด้วย ขอบใจนะจ๊ะหนู ใครๆ ก็บอกฉันอย่างนั้นแหละ” คุณหญิงว่าพลางหัวเราะหน้าบาน คำพูดคำจาบอกชัดว่าเป็นคนชนิดเดียวกับคนชมนั่นแหละ หลงตัวเอง!

“ถ้างั้นผมพาวิกกี้ไปทานอะไรก่อนนะครับคุณแม่” ชายหนุ่มว่าพลางส่งยิ้มให้คนรัก เมื่อเห็นว่ามารดามีท่าทีนิยมชมชอบในตัวเธออยู่มากเขาก็โล่งใจเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก

“ตามสบายเถอะจ้ะ ทานให้อิ่มนะจ๊ะหนู ไม่ต้องเกรงใจ อีกเดี๋ยวจะมีการเต้นรำด้วย หมออย่าไปไหนไกลนะลูก อยู่เปิดฟลอร์กับแม่ก่อน”

“ครับ” คุณหมอหนุ่มรับคำ ก่อนจะเดินเคียงคนรักไปที่ซุ้มอาหารซึ่งจัดไว้มุมหนึ่งริมสระว่ายน้ำอันกว้างขวางของคฤหาสน์หลังงามแห่งนี้

เมื่อคล้อยหลังหมออิสระกับหญิงสาวไปแล้ว บรรดาเพื่อนๆ ของคุณหญิงก็เข้ามารุมล้อมถามไถ่ด้วยความกระหายใคร่รู้จนตัวซี้ตัวสั่น

“ตกลงว่าคนนี้แฟนหมออิสใช่มั้ยหญิงเปรม” หนึ่งในนั้นเปิดประเด็น

“นั่นสิ สวยดีนะ แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ไม่รู้ว่าลูกสาวบ้านไหน เธอรู้จักมั้ย” อีกคนว่าแล้วหันไปถามคนข้างๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ไม่เคยเห็นเหมือนกัน แต่ท่าทางไม่เลวเลย เห็นตุ้มหูเพชรคู่นั้นมั้ยล่ะ ของแท้แน่นอน เจ้าของร้านเพชรอย่างฉันฟันธง”

“พอเถอะพวกเธอก็...สนใจอะไรนัก ก็แค่เพื่อนคนนึงของหมอเท่านั้น ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้ สมัยนี้แค่สวยอย่างเดียวคิดจะจับสามีรวยๆ น่ะมันไม่ได้หรอกนะเธอ อย่างดีฉันก็ให้หมอคบแก้เบื่อเท่านั้นแหละ ถ้าเอาจริงมันต้องลูกสาวนายพลประภัทรโน่น ฉันเล็งไว้แล้ว แต่ตอนนี้ก็ปล่อยๆ เขาไปก่อน เป็นหนุ่มหล่อมันก็ต้องมีสาวๆ มาติดกันบ้าง เรื่องธรรมดาย่ะ”

คุณหญิงว่าพลางยกมือป้องปากหัวเราะระริกระรี้

“อ้าว...ฉันเห็นเธอเป็นปลื้มกับของขวัญก็นึกว่าจะโอเค”

“แหม...เธอนี่ น้ำหอมขวดไม่กี่พัน คิดจะจับลูกชายฉันมันก็เกินไป ต่อหน้าเขาต้องนิ่งไว้หน่อย ไม่งั้นต่อไปหมอก็เชื่อเมียมากกว่าแม่น่ะสิ”

“ต๊าย...หญิงเปรมนี่ฉลาดสุดๆ”

เสียงหัวเราะครื้นเครงของบรรดาคุณนายไฮโซว่างงานดังประสานกันจนแสบแก้วหู เตชิตยืนฟังเงียบๆ อยู่พักหนึ่งและต้องพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ทั้งที่ได้ยินเต็มสองหูว่าพวกเธอเอ่ยถึงหญิงสาวคนหนึ่งอย่างไม่ให้เกียรติ เขาไม่ชอบสุงสิงกับผู้หญิงแบบพร่ำเพรื่อก็เพราะอย่างนี้แหละ

เมื่อไม่เห็นทีท่าว่าคุณหญิงคุณนายทั้งหลายจะหยุดพล่ามสิ่งน่ารังเกียจออกมาเสียที ชายหนุ่มก็กระแอมในลำคอเพื่อขัดจังหวะ

“อุ๊ย...ตายจริง มีอะไรรึเปล่าคะคุณ” เจ้าของวันเกิดหันมาถาม เห็นกล่องของขวัญในมืออีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าเขาคงตั้งใจเอาของขวัญมาให้ แต่เธอนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าหนุ่มมาดดีคนนี้เป็นใครกันแน่

“สวัสดีครับคุณหญิง ผมเป็นลูกชายของคุณพรรษา วันนี้แม่ไม่ค่อยสบายก็เลยให้ผมนำของขวัญวันเกิดมามอบให้คุณหญิงแทน ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ” เขายื่นกล่องของขวัญให้อีกฝ่ายพร้อมฝืนยิ้มเท่าที่ทำได้

“อ้อ...ลูกชายคุณพรรษนี่เอง ฝากไปบอกแม่ของเธอด้วยว่าฉันขอบใจมาก น่าเสียดายที่ไม่ได้เจอกันวันนี้ ขอให้แม่เธอหายไวๆ นะจ๊ะ แล้วนี่ทานอะไรมารึยัง เชิญทางโน้นก่อนสิ ตามสบายเลยนะ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง”

คุณหญิงรับกล่องของขวัญไปยื่นให้หญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่จัดเรียงของขวัญกองโตไว้บนโต๊ะขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังของเธอ

“ขอบคุณมากครับ แต่ผมคงต้องขอตัวเพราะแม่ไม่ค่อยสบาย อยากกลับไปดูแลท่านมากกว่า ผมลาเลยนะครับ” เขายกมือไหว้แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่รอฟังคำทัดทาน

“คนนี้ใช่มั้ยเธอที่ข่าวว่าทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับ เกิดเรื่องอื้อฉาวในงานแต่งจนต้องยกเลิกกลางอากาศน่ะ ก็น่าอยู่หรอก รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาแบบนี้คงมีผู้หญิงติดกันตรึม น่าอายแทนแม่จังเลย ถ้าเป็นฉันคงเอาปี๊บคลุมหัวเดิน เธอว่ามั้ย”

เสียงซุบซิบนินทานั้นไล่หลังเตชิตมาติดๆ เขาได้แต่ส่ายหน้าและถอนใจอย่างเบื่อหน่าย แล้วก็นึกเห็นใจลูกๆ ของคุณหญิงคุณนายกลุ่มนี้ ถ้าเขามีแม่พูดมากปากไม่สร้างสรรค์แบบนี้ก็อยากเอาปี๊บคลุมหัวเดินเหมือนกัน!

ชายหนุ่มสลัดศีรษะขับไล่คำพูดร้ายกาจที่ได้ยิน เขาไม่อยากใส่ใจ เก็บไว้ก็เปลืองพื้นที่ในสมองเปล่าๆ

ขณะที่เดินกลับออกไปหน้าบ้าน นัยน์ตาคมก็กวาดมองไปรอบๆ เพื่อสแกนหาผู้หญิงสักคนที่อาจจะใช่แม่สาวชุดดำตัวร้าย ในงานมีผู้หญิงหลายคนที่รูปร่างใกล้เคียงกับเจ้าหล่อน หากเขาก็ยังเห็นหน้าเธอไม่ชัดสักทีจึงมองไม่ออกว่าควรจะเป็นคนไหนเลยตัดสินใจกลับไปซุ่มรอด้านนอกตามแผนเดิม



เมื่อตักขนมใส่จานพอเป็นพิธีแล้วหมออิสระก็พาหญิงสาวไปนั่งชมจันทร์กันสองคนที่สวนหย่อมข้างคฤหาสน์ อาชีพหมอทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาให้ใครแม้แต่ตัวเอง ถ้าไม่รักกันจริงคงไม่มีผู้หญิงคนไหนจะทนผู้ชายที่มีเวลาน้อยแบบเขาได้

ภาวิกาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตลอดเวลากว่าห้าเดือนที่รู้จักกันเธอเป็นผู้หญิงที่มั่นคงมากแค่ไหน เขารู้สึกชื่นชมหญิงสาวมากและไม่อยากจะเริ่มใหม่กับใครอีกแล้ว เมื่อมีเวลาเพียงน้อยนิดจึงอยากอยู่กับเธอให้มากที่สุดเป็นการตอบแทน

“ดูเหมือนคุณแม่จะชอบวิกกี้มากเลยนะครับ” เขาเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ

“หมอคิดแบบนั้นเหรอคะ”

เธอยิ้มหวานจ๋อย ยิ่งดูใกล้ๆ หมออิสระก็ยิ่งหล่อเหลาไร้ที่ติ เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองโชคร้าย มันจึงเหมือนความฝันเมื่อวันหนึ่งได้เจอผู้ชายที่แสนดีคนนี้ เขาเป็นผู้ชายครบสูตรตามแบบฉบับพระเอกในฝันของสาวๆ เลยละ

“ครับ แต่ผมไม่แปลกใจหรอก คุณน่ารักแบบนี้ ใครไม่รักก็ใจแข็งเกินไปแล้ว หรือไม่ก็สมองทื่อเกินเยียวยาเลยมองไม่เห็นความน่ารักของคุณ”

“เล่นชมกันซึ่งหน้าแบบนี้วิกกี้เขินนะคะหมอ”

หญิงสาวนั่งบิดเอียงอายอยู่บนม้านั่งยาวเคียงข้างเขา บรรยากาศแสนจะเป็นใจขนาดนี้เธอเลยอดฝันถึงเฟิร์สคิสดูดดื่มเหมือนในละครไม่ได้ แต่หมออิสระเป็นสุภาพบุรุษมากเกินไป หากจะรอให้เขาเริ่มเธอก็อาจเฉาตายเสียก่อน เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วใบหน้างามจึงค่อยๆ เงยขึ้นสูง ดวงตาคู่สวยจับจ้องใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างมีความหมาย

“หมอคะ วิกกี้ดีใจที่ได้รู้จักหมอนะคะ”

ชายหนุ่มจ้องมองดวงหน้าสวยเก๋ของคนรัก บรรยากาศเป็นใจขนาดนี้เขาเองก็มีความคิดไม่ต่างจากเธอนัก ริมฝีปากอิ่มตึงสีชมพูระเรื่อนั้นอยู่ใกล้เหลือเกิน ใกล้จนเขาไม่ควรถอยห่างออกไปเฉยๆ

หญิงสาวพริ้มตาหลับตามสัญชาตญาณ หากแล้วเสียงกรีดร้องของโทรศัพท์มือถือก็กระชากเธอให้ตื่นจากฝันหวานอย่างโหดร้าย และเมื่อลืมตาขึ้นเขาก็ไม่ได้นั่งอยู่ข้างๆ แล้ว

“ครับๆ ได้ครับ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมจะรีบไปนะครับ”

ภาวิกากลอกตาไปมา เซ็งสุดขีดเมื่อได้ยินคำพูดของคุณหมอรูปหล่อชัดเจน

‘อีกนิดเดียวก็จะมีเฟิร์สคิสที่น่าจดจำที่สุดกับหมอแล้ว ใครโทร. มาขัดจังหวะกันนะ ขอแช่งชักให้อกหักตลอดชาติเลย!’

วางสายแล้วหมออิสระก็เดินกลับมาหาคนรักด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “วิกกี้ครับ ที่โรงพยาบาลมีเคสด่วน ผมต้องรีบไป”

“ตอนนี้เลยเหรอคะ?” เสียงนั้นฟังดูผิดหวังอย่างควบคุมไม่ได้

“ครับ มันด่วนมากจริงๆ ผมขอโทษนะ”

สีหน้าของเขาเป็นทุกข์และทรมานใจจนเธอรู้สึกได้ นั่นทำให้ความขัดใจลดระดับลงนิดหน่อย และสามารถกลับมาสวมบทคนรักที่เข้าอกเข้าใจเขาทุกสถานการณ์ได้เช่นเคย

“หมอรีบไปเถอะค่ะ ชีวิตคนไข้สำคัญที่สุด วิกกี้เข้าใจ ให้วิกกี้ไปส่งที่โรงพยาบาลมั้ยคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมขับรถไปเองดีกว่า ฝากบอกคุณแม่ด้วยว่าวันนี้ผมคงอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งคืน ผมไปก่อนนะครับวิกกี้ ขอบคุณที่เข้าใจผมเสมอ”

ชายหนุ่มกุมมือหญิงสาวไว้พร้อมยิ้มอย่างขอบคุณที่เธอช่างเข้าอกเข้าใจเขายิ่งกว่าผู้เป็นมารดาเสียอีก

“ช่วยคนไข้ของหมอให้ได้นะคะ สู้ๆ”

เธอชูกำปั้นเลียนแบบนางเอกซีรีส์เกาหลีได้อย่างน่ารัก ทั้งที่ในใจเริ่มรู้สึกว่าคนไข้แย่งเวลาจากคนรักของเธอไปเกือบหมด ฝีมือแนบเนียนระดับนี้สามารถเป็นนักแสดงมืออาชีพได้เลย หากหญิงสาวก็เซย์โนเมื่อมีโอกาส เพราะไม่ต้องการให้ใครมาคอยขุดคุ้ยประวัติในวัยเด็กมาทำข่าว

เมื่อเขาเดินแกมวิ่งจากไปแล้วภาวิกาก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างเบื่อหน่าย หมออิสระไม่อยู่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะอยู่ต่อจึงคิดจะกลับบ้านเลย แถมพรุ่งนี้ก็ต้องทำงานอีก

พนักงานสาขาบริการน่าเห็นใจก็ตรงที่มีวันหยุดแค่หนึ่งวันต่อสัปดาห์ แถมยังไม่ใช่วันเสาร์หรืออาทิตย์อย่างอาชีพทั่วๆ ไปด้วย นับว่าโชคดีที่เธอมีแฟนเป็นหมอ ดูเหมือนว่าเขาจะมีเวลาน้อยกว่าเธอเสียอีก ขืนมีแฟนที่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ทุกสัปดาห์ เธอมั่นใจว่าคงถูกชะนีอื่นฉกหมออิสระไปจากอกแน่ๆ

เป็นพนักงานบริการว่าแย่แล้ว เป็นพนักงานใหม่อย่างเธอแย่ยิ่งกว่า คนอยู่ก่อนล็อกวันหยุดที่ตัวเองอยากได้ แล้วเหลือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีลูกค้าเยอะๆ ไว้เป็นหน้าที่ของเด็กใหม่แทน นี่แหละชีวิต!

หญิงสาวคิดอย่างเซ็งจิต การเป็นคนดีมีอาชีพสุจริตทำมันไม่ง่ายสำหรับเธอเลยจริงๆ เฮ้อ!

ร่างบางก้าวฉับๆ กลับเข้าไปในงานเพื่อบอกลาคุณหญิงเปรมจิตและบอกให้ทราบว่าหมออิสระต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถอยู่เปิดฟลอร์และรอจนถึงเวลาเป่าเค้กได้

คุณหญิงได้ยินแล้วก็ทำหน้าผิดหวังไปอีกคน “น่าเสียดายจังเลย หมอก็เห็นคนไข้ดีกว่าแม่เสมอแหละ”

“คุณหญิงอย่าน้อยใจไปเลยนะคะ วิกกี้ไม่เคยเห็นหมอที่ไหนใจดีเท่าหมออิสเลยค่ะ เขาเป็นหมอที่น่านับถือมากจริงๆ” หญิงสาวปลอบเพราะคิดว่าคุณหญิงก็หัวอกเดียวกับเธอ

“นั่นสิ ลูกชายฉันก็ใจดีกับทุกคนเสมอแหละ หนูเองก็เหมือนกันนะจ๊ะ แค่หมอทำดีด้วยนิดๆ หน่อยๆ หนูคงไม่คิดว่าเขารักและอยากจะแต่งงานด้วยหรอกใช่มั้ย นี่ฉันเตือนเพราะความหวังดีนะ ฉันน่ะเล็งลูกสาวท่านนายพลไว้เป็นสะใภ้เรียบร้อยแล้ว ขอบใจอีกครั้งสำหรับของขวัญนะจ๊ะ ขับรถกลับบ้านดีๆ ล่ะ”

คุณหญิงเปรมจิตยิ้มเย็นเชือดเฉือน เมื่อลูกชายไม่อยู่ตรงนี้เธอก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร และเพราะแยกตัวออกมาคุยกันสองคนจึงจัดหนักเต็มที่

ภาวิกาอึ้งงันด้วยนึกไม่ถึงว่าคุณหญิงจะพูดแบบนี้กับเธอจนต้องถามซ้ำอย่างไม่แน่ใจ “คุณหญิงว่าอะไรนะคะ?”

“ฉันรู้ว่าหนูเข้าใจ ฉันดูๆ แล้วหนูก็สวย แต่งตัวดี รสนิยมใช้ได้ ที่บ้านคงมีฐานะพอสมควร แต่บ้านฉันรวยแล้ว อยากได้สะใภ้ผู้ดีมากกว่า อย่างหนูนี่คงเป็นครอบครัวเศรษฐีใหม่เพราะไม่รู้สึกคุ้นหน้าเลย สมัยนี้นอกจากเงินก็ต้องมีเกียรติด้วยถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน พูดตรงๆ นะ ถ้าหนูอยากได้ค่าเสียเวลาก็บอกฉัน เดี๋ยวฉันเซ็นเช็คให้ ขออย่างเดียว อย่าคิดจับลูกชายฉันก็พอ”

เมื่อพูดจบคุณหญิงก็เชิดหน้าเดินกลับเข้าไปในงานอย่างนางหงส์

ภาวิกาเม้มปาก กำมือแน่นด้วยความโมโหแกมเจ็บใจ เล็บที่จิกลงไปในเนื้อนิ่มไม่ทำให้หญิงสาวสะดุ้งสะเทือนกับความเจ็บปวด

นับเป็นครั้งแรกที่มีคนจะเอาเงินมาฟาดหัวแล้วเธอไม่รู้สึกยินดีเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันเจ็บและแสบไปทั้งใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรให้บรรเทา หากเป็นยามปกติเธอคงกลับเข้าไปเอาคืนนางละครรุ่นใหญ่อย่างคุณหญิงเปรมจิตให้แสบสันไปถึงทรวง แต่ความเป็นจริงที่เธอหนีไม่พ้นไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนหลบหลีกสักเท่าไรกลับทำให้ร่างบางก้าวช้าๆ ออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าของหมออิสระอย่างง่ายดาย



แม้คืนนี้เตชิตจะขับเลกซัสคันหรูมางาน แต่ชายหนุ่มไม่ต้องการให้หญิงสาวรู้ตัวว่าถูกตามจึงเลือกที่จะซุ่มรอในรถเงียบๆ เขาขยับตัวด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาและขึ้นรถเป้าหมายที่กำลังจับตามองอยู่ สักพักมินิคูเปอร์เอสคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไป ชายหนุ่มจึงขับรถตามอย่างระมัดระวังเต็มที่

เหตุเพราะคำพูดของคุณหญิงเปรมจิตทำให้ภาวิกาเฮิร์ตหนักจนลดความระมัดระวังลงโดยไม่รู้ตัวจึงไม่ทันเห็นเลกซัสสีดำที่ขับตามมาห่างๆ จนถึงบ้านของเธอ หญิงสาวเข้านอนทั้งชุดที่สวมอยู่โดยไม่คิดจะทำอะไรอีกในค่ำคืนนี้

เตชิตจอดรถเยื้องหน้าบ้านของหญิงสาวด้วยความประหลาดใจยิ่ง ประเมินจากสายตาเขาคิดว่าบ้านของเธอราคาไม่น่าจะต่ำกว่าห้าล้านบาทไม่รวมค่าตกแต่ง รถยนต์ที่เธอขับนั่นราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ ไหนจะคนที่เธอคบหาอีกล่ะ นั่นมันระดับคุณหญิงเชียวนะ

เห็นได้ชัดว่าจำเลยของเขามีฐานะค่อนข้างดีทีเดียว แล้วเหตุใดเธอจึงต้องรับจ้างใครก็ตามมาทำลายงานแต่งของเขาด้วย?

ชายหนุ่มขับรถกลับบ้านด้วยความข้องใจ ตอนนั้นคุณพรรษาเข้านอนแล้ว เขาสบายใจขึ้นที่รู้ว่ามารดาไม่เป็นอะไรมาก แต่ตัวเองกลับนอนไม่หลับเพราะมัวขบคิดเรื่องของแม่สาวชุดดำที่โผล่เข้ามาในชีวิตเขาพร้อมปริศนาตัวโตที่จะต้องหาคำตอบให้ได้

“พรุ่งนี้เราต้องเจอกันอีกแน่” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ เมื่อความง่วงงุนเข้าจู่โจมในเวลากลางดึกแล้วก็ผล็อยหลับไปจนถึงเช้า










 

Create Date : 04 มิถุนายน 2558
0 comments
Last Update : 4 มิถุนายน 2558 10:33:46 น.
Counter : 269 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nawapat
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




...เขียนเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก หนักก็หยุด สนองนี้ดมันไปตามอารมณ์ ^^"...
Friends' blogs
[Add nawapat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.