Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 

รักเล่ห์บุพเพลวง @ 2 @ พลิกแผ่นดินไล่ล่า




เมื่อกลับถึงบ้านในตอนเที่ยงคืนเศษๆ เตชิตก็พบว่ามารดายังนั่งรอเขาอยู่ด้วยสีหน้าเรียบจัด ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่เกิดเรื่องงามหน้าขึ้นขนาดนี้

“หายไปไหนมา อย่าบอกนะว่ามัวไปตกลงกับแม่คนนั้นอยู่” ผู้เป็นแม่ถามเสียงเขียว จ้องตาลูกชายอย่างตำหนิ เรื่องที่เกิดขึ้นคงกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้แน่ แต่อะไรก็ไม่แย่เท่ามิตรภาพระหว่างครอบครัวของเธอกับคุณอรุณต้องขาดสะบั้นอย่างต่อไม่ติด

คุณพรรษานับเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทำงานอย่างมาก กิจการมินิมาร์ทที่ทำอยู่ในปัจจุบันเธอรับช่วงต่อจากสามีซึ่งเสียชีวิตไปกว่าสิบปีและต้องประคับประคองมันมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยความเหนื่อยยากและอดทน

ตอนที่คุณตะวันจากไปด้วยโรคหัวใจ เตชิตเพิ่งจบมัธยมปลายและกำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย นั่นคือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเธอและลูก หากความสูญเสียก็หล่อหลอมให้เธอเข้มแข็งและกล้าแกร่งขึ้น แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอได้เพื่อนเก่าของสามีอย่างคุณอรุณเป็นที่ปรึกษา คอยแนะนำ รวมถึงให้ความช่วยเหลือต่างๆ จนเธอสามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจอย่างทุกวันนี้ หากจะพูดว่าคุณอรุณคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเธอก็คงไม่ผิดนัก

ดังนั้นการที่มีผู้หญิงมาประกาศว่าเป็นภรรยาของเตชิตในวันแต่งงานของเขากับมนสิการ์ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณอรุณจึงไม่ต่างอะไรกับการเนรคุณผู้มีพระคุณอย่างล้นเหลือ เรื่องนี้เธอย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา

“โธ่...แม่ครับ มันไม่เป็นความจริงเลยนะ ผมไม่รู้จักยายปีศาจนั่นเลย และผมก็ไม่มีใครนอกจากมิ้ง เชื่อผมนะครับ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น แม่ก็รู้นี่นา”

ชายหนุ่มโอดครวญอย่างหมดอาลัยตายอยาก พอนึกถึงมนสิการ์ก็ยิ่งเครียดจัดเข้าไปอีก ป่านนี้เธอคงเสียใจ ร้องไห้เป็นเผาเต่าอยู่แน่ๆ ครั้นจะตามไปปรับความเข้าใจกันว่าที่พ่อตาคงไม่ยอมให้เขาพบเธอ และตัวมนสิการ์เองก็คงไม่อยากเห็นหน้าเขาในเร็ววันนี้ด้วย

ทั้งหมดเป็นเพราะยายปีศาจชุดดำนั่นแท้ๆ เธอทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก แถมยังทำให้แม่เขาต้องอับอายไปด้วย คราวหน้าถ้าจับตัวได้ ต่อให้ต้องบีบคอข่มขู่ เขาก็จะทำให้เธอพูดความจริง!

“แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงอ้างว่าเป็นเมียแถมกำลังจะมีลูกด้วยกันอีก คนไม่รู้จักกันจะมาทำร้ายกันทำไม หรือว่าเราไปมีศัตรูที่ไหน” ผู้เป็นแม่ถามอย่างไม่เชื่อน้ำมนต์ลูกชายนัก เตชิตไม่ใช่คนเจ้าชู้ก็จริง แต่ขึ้นชื่อว่าผู้ชายก็ไว้ใจไม่ค่อยได้นักหรอก ยิ่งอยู่ต่างบ้านต่างเมืองต่างวัฒนธรรมเสียหลายปี โอกาสพลาดก็มีสูงทีเดียว

“ศัตรู?” เขาทวนคำมารดาอย่างครุ่นคิด “แต่ผมไม่เคยมีเรื่องกับใครนะครับ ตั้งแต่กลับจากอเมริกาก็ทำแต่งาน แทบไม่ได้พบปะใครเลย ขนาดมิ้งยังเจอกันนับครั้งได้ แล้วผมจะเอาเวลาที่ไหนไปมีเรื่องได้ครับแม่”

“ถ้าผู้หญิงคนนั้นพูดโกหกก็แปลว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มีคนกลั่นแกล้งลูก แต่ใครจะทำเรื่องแบบนั้น มันเหลือเชื่อเกินไป นี่กะเล่นกันให้อับอายคนทั้งประเทศเชียวนะ”

“นี่แหละครับที่ผมอยากรู้ ผมไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนั้นจริงๆ แล้วทำไมเธอต้องมาอ้างว่าเป็นเมียผมด้วย ไม่เข้าใจเลย”

“เอ๊ะ...เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือว่าจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเรา?” คุณพรรษานึกสงสัย เพราะฝ่ายนั้นเล่นแรงถึงขั้นทำให้ครอบครัวของเธอเสียชื่อเสียง ต้องอับอายขายหน้าเป็นข่าวใหญ่ แถมยังถูกคุณอรุณคว่ำบาตรเอาอีก แบบนี้ก็เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ

คิ้วเข้มขมวดมุ่น มองหน้ามารดาคล้ายเพิ่งนึกออก “ก็ไม่แน่นะครับแม่ แต่เล่นแบบนี้มันแรงเกินไป ผมขอเวลาสืบหน่อย ถ้ารู้ตัวเมื่อไหร่ละน่าดู ผมเอาคืนอย่างสาสมแน่!”

ผู้เป็นแม่ถอนใจยาว เริ่มเชื่อใจลูกชายขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเธอจึงเปลี่ยนเป็นเห็นใจและใส่ใจ จึงพบว่าเตชิตมีสภาพเหมือนเพิ่งไปฟัดกับใครมา “แล้วทำไมเสื้อผ้าหน้าผมมันเละเทะอย่างนี้ล่ะ เตไปมีเรื่องกับใครมา”

คำถามนั้นทำให้เขากัดฟันกรอด “ก็ผู้หญิงชุดดำคนนั้นน่ะสิครับแม่ เกือบจะจับตัวได้อยู่แล้วเชียว น่าโมโหชะมัด แต่แม่วางใจเถอะครับ งานนี้ผมไม่ยอมจบง่ายๆ แน่ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตามล่า ผมก็ต้องหาตัวยายนั่นให้พบ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่จะบอกได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ อย่าให้รู้นะว่าใคร มันไม่ได้ตายดีแน่!”

“เอาเถอะ ไปอาบน้ำอาบท่านอนซะ คืนนี้ดึกแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่” คุณพรรษาตัดบทเมื่อเห็นแววตาอาฆาตของลูกชาย เธอต้องการรู้ความจริง แต่ไม่อยากให้มีเรื่องมีราวถึงขั้นฆ่าแกงกัน

“ครับ” ชายหนุ่มรับคำอย่างไม่มีทางเลือก ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยจนกว่าจะตามหาแม่สาวชุดดำพบ ถึงตอนนั้นเรื่องราวทุกอย่างคงกระจ่าง แล้วเขาก็จะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา มนสิการ์และคุณอรุณคงจะยอมยกโทษให้เขากับมารดา คิดๆ ไปแล้วก็เจ็บใจไม่หาย เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง แต่กลับต้องพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

เถอะน่า เป็นตายร้ายดียังไงยายปีศาจชุดดำก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย!



วันต่อมาเตชิตไปพบมนสิการ์ที่บ้าน เพื่ออธิบายความจริงและขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง หากบ้านชลธรที่เคยเข้าออกได้สบายราวกับบ้านของตัวเอง บัดนี้กลับกลายเป็นพื้นที่สีแดงสำหรับเขาเสียแล้ว

คุณอรุณไม่ยอมเปิดประตูต้อนรับเขา โทร. หาคนรักก็มีแต่เสียงตอบรับอัตโนมัติให้ได้ยิน เมื่อรออยู่หนึ่งชั่วโมงเต็มแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้นชายหนุ่มจึงล่าถอยกลับไปด้วยความผิดหวัง

เขาคิดว่าเธอคงปิดมือถือหนีจนกว่าจะใจเย็นลง โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมนสิการ์ถึงกับหักซิมการ์ดทิ้งเลยทีเดียว

“ลูกแน่ใจแล้วนะมิ้งว่าอยากให้เรื่องเป็นแบบนี้จริงๆ” คุณอรุณถามลูกสาวที่นั่งซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนาบนเตียงนอนหลังจากประกาศให้ทุกคนในบ้านรับทราบว่าบ้านชลธรไม่ต้อนรับเตชิต หากเขามาก็ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด หรือถ้าโทร. มาก็วางสายไปเลย ไม่ต้องพูดด้วยให้เสียเวลา

หญิงสาวซุกหน้าลงกับอกของบิดา ตอบด้วยเสียงสั่นเครือ “ค่ะคุณพ่อ มิ้งขอโทษนะคะที่ทำให้คุณพ่อต้องอับอายขายหน้าไปด้วย มิ้งเป็นลูกที่ไม่ดีเลย”

“อย่าพูดแบบนั้น เป็นความผิดของพ่อเองที่อยากได้เขาเป็นลูกเขย พ่อน่าจะเปิดโอกาสให้มิ้งรู้จักคนอื่นบ้าง เพราะความเชื่อใจแท้ๆ ที่ทำให้พ่อคิดน้อยไปหน่อย พ่อเสียใจจริงๆ” คุณอรุณกอดลูกสาวพลางลูบศีรษะของเธออย่างปลอบประโลม

มนสิการ์น้ำตาไหลพราก ได้แต่กอดบิดาร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ ที่เรื่องราวเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอแท้ๆ เลย...



เตชิตไปหาเพื่อนที่เป็นตำรวจเพื่อให้ช่วยสืบหาเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สสีเหลืองพร้อมป้ายทะเบียนที่จดจำได้ขึ้นใจ คุยกันไปคุยกันมาก็หลุดปากเล่าถึงฉากตีกันอุตลุดระหว่างตนกับแม่สาวชุดดำ ตอนนี้เขาหนักอกหนักใจ อยากหาที่ระบายออกบ้าง ไม่อย่างนั้นต้องประสาทกินแน่ๆ

สารวัตรปริญญ์กุมท้อง หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อทราบว่าแม่สาวชุดดำทำยังไงเพื่ออำพรางใบหน้าจากเพื่อนเขา ทั้งที่เห็นใจเตชิตอยู่มาก แต่สาบานได้ว่าเขาไม่เคยได้ยินอะไรที่ทั้งขบขันและพิลึกพิลั่นขนาดนี้มาก่อน

ผู้เสียหายแยกเขี้ยว ถลึงตาขุ่นเขียวใส่เพื่อนอย่างหงุดหงิด “หยุดเลยนะไอ้ปริญญ์ ถ้าแกยังไม่หยุดหัวเราะเยาะฉัน วันนี้ได้มีการต่อยปากสารวัตรบนโรงพักแน่”

สารวัตรหนุ่มจึงหุบปากฉับ กลั้นหัวเราะแทบตาย แต่พอเห็นสีหน้าของเพื่อนที่เปลี่ยนจากโมโหเป็นเจ็บปวดจึงขำไม่ออก “โทษทีว่ะเต ฉันแค่ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้ ชักสนใจแม่สาวชุดดำของแกแล้วละ รับรองว่างานนี้ฉันช่วยเต็มที่ เสียใจด้วยนะที่งานแต่งของแกต้องเป็นแบบนี้”

ปริญญ์ไม่ได้ไปร่วมงานแต่งงานของเตชิตเพราะเพิ่งบินกลับจากภูเก็ตเมื่อเช้า หลังได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามนายกรัฐมนตรีลงไปทำงานที่ภาคใต้เป็นเวลาเจ็ดวัน

เจ้าบ่าวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งค่อยมีสีหน้าดีขึ้นบ้าง “ขอบใจ แต่ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก เจอตัวยายนั่นเมื่อไหร่ฉันจะเค้นคอเอาความจริงแล้วพาไปสารภาพทุกอย่างกับมิ้งให้ได้ ฉันไม่ยอมถูกทิ้งทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแน่ ยายปีศาจนั่นต้องรับผิดชอบ!”



“ฮัดเช้ย!” ภาวิกาจามเสียงดัง ขณะเดินกะเผลกมาทรุดร่างลงที่โซฟาตัวหรูภายในห้องรับแขกของเธอ ทันทีที่ก้นแตะเบาะนุ่มก็สะดุ้งโหยงจนต้องยืนตรงก่อนแล้วค่อยๆ นั่งลงใหม่ด้วยความระมัดระวังยิ่งยวด ใบหน้าสวยใสปราศจากเครื่องสำอางกำลังบิดเบ้เพราะความเจ็บปวดที่เข้าจู่โจมบริเวณสะโพกด้านขวา ในขณะที่มือคว้ารีโมตคอนโทรลมากดหารายการทีวีดูแก้เซ็ง ริมฝีปากอิ่มตึงก็ขมุบขมิบด่าทอต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวด้วยความแค้นฝังหุ่นไปด้วย

“จำไว้เลยนะไอ้ผู้ชายซาดิสม์ ถ้าเจออีกเมื่อไหร่แม่จะเอาคืนให้น่วมเลย หน็อย...เล่นกันถึงสะโพกเคล็ด ถูกเจ้าสาวทิ้งก็สมควรแล้วละ สมน้ำหน้า คนอย่างนายนะถ้าผู้หญิงคนไหนได้ไปเป็นแฟนก็แปลว่าโชคร้ายสุดๆ โชคร้ายแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ทำบุญล้างซวยเก้าวัดยังไม่รู้จะหมดเคราะห์รึเปล่าเลย ไอ้ผู้ชายบ้า แค้นๆๆ ฮึ่ย!”

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือทำให้ใบหน้าบิดเบ้เหยเกพลันสดใสขึ้นทันตา รีบคว้าเครื่องมือสื่อสารมากดรับฉับไวพร้อมกรอกเสียงทักทายหวานหยด ผิดกับเมื่อครู่เป็นคนละคน “สวัสดีค่ะหมอ วิกกี้กำลังคิดถึงหมออยู่พอดีเลย”

“เป็นยังไงบ้างครับ ไม่สบายรู้สึกดีขึ้นรึยัง ตอนนี้คนไข้ที่โรงพยาบาลเยอะมาก ผมปลีกตัวไปเยี่ยมคุณไม่ได้เลย”

เสียงนุ่มทุ้มของคุณหมอหนุ่มรูปหล่อเป็นยิ่งกว่ายาดีใดๆ ในโลกนี้สำหรับภาวิกา หญิงสาวอมยิ้มกับมือถือแล้วตอบกลับไปด้วยสุ้มเสียงอ่อนหวานน่ารัก “ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ วิกกี้นอนพักวันสองวันก็หาย ไม่ต้องห่วงนะคะ วิกกี้ดูแลตัวเองได้ หมอรักษาคนไข้ไปเถอะ อย่าให้วิกกี้เป็นต้นเหตุให้หมอต้องเสียงานเลยค่ะ”

“เอางั้นก็ได้ครับ งั้นผมไม่กวนแล้วนะ พักผ่อนเยอะๆ ล่ะ เดี๋ยวจะไปงานวันเกิดคุณแม่ไม่ไหว ผมอยากพาวิกกี้ไปพบครอบครัวในโอกาสนี้ เป็นห่วงนะครับ”

ภาวิกาอายม้วนเมื่อจินตนาการถึงความนัยที่ซุกซ่อนอยู่ในการที่หมอหนุ่มจะพาเธอไปพบครอบครัว จิกหมอนอิงที่วางอยู่ข้างๆ จนยับย่น “โอเคค่ะ วิกกี้จะดูแลตัวเองดีๆ แล้วก็หายไวๆ เพื่อหมอนะคะ บายค่ะ”

ทันทีที่กดวางสายแล้วหญิงสาวก็แทบกรี๊ดลั่นบ้าน โยนมือถือทิ้งแล้วลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นระบายความสุขที่มันล้นทรวง หากเพียงแค่ยืนตรงเท่านั้นเสียงลั่นเปรี๊ยะที่บั้นเอวก็ดังขึ้น ร่างบางชะงักกึก ใบหน้าบิดเบ้ ห่อปากครางโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลงท้ายด้วยการกล่าวโทษตัวต้นเหตุอย่างแค้นใจ

“เป็นเพราะไอ้ผู้ชายบ้านั่นคนเดียวเลย ถ้าฉันไปงานวันเกิดคุณแม่ของหมออิสไม่ไหวล่ะก็...นายต้องชดใช้อย่างสาสม คอยดู๊!”



“พี่หมองานยุ่งไหมคะ มิ้งมากวนรึเปล่า” มนสิการ์เงยหน้าขึ้นถามชายหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ที่เดินกลับเข้ามาในห้องทำงานหลังขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ครู่หนึ่ง

นายแพทย์อิสระ พินิจนันท์ เป็นหมอประจำตัวที่รักษาโรคหืดหอบของเธอมาได้ปีเศษๆ แล้ว

“ไม่กวนหรอกครับ คุณมิ้งก็เป็นคนไข้ของผมเหมือนกัน ว่าแต่คุณมิ้งเป็นยังไงบ้าง ไม่สบายใจรู้สึกดีขึ้นแล้วรึยัง” หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลใส่ใจ

เขาเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์แล้วและรู้สึกเห็นใจหญิงสาวมาก มนสิการ์ดูเปราะบาง น่าทะนุถนอม ไม่ควรต้องมาเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจเช่นนี้เลย

“ก็ดีกว่าเมื่อวานค่ะ แต่มิ้งรู้สึกแย่ที่ทำให้คุณพ่อต้องพลอยขายหน้าไปด้วยมากกว่า” หญิงสาวก้มหน้ามองมือบนตักตัวเอง นัยน์ตาแดงๆ น้ำตารื้นขึ้นมาอีกแล้ว

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณมิ้งนะครับ ผู้ชายไร้ความรับผิดชอบคนนั้นต่างหากที่ต้องรู้สึกผิดและเสียใจ คุณมิ้งทำใจให้สบายเถอะนะ ผมเชื่อว่าท่านอรุณเป็นห่วงคุณมิ้งมาก พอทราบว่าวันนี้คุณมิ้งจะมาพบผมก็โทร. มาฝากฝังแต่เช้า ท่านรักคุณมิ้งมากนะครับ ถ้าคุณมิ้งสบายใจ ท่านก็จะสบายใจด้วย” เขาปลอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นให้กำลังใจ

หญิงสาวสบตาคมที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาดีนั้นแล้วก็ยิ้มได้กว้างขึ้น “ขอบคุณพี่หมอมากนะคะ ได้คุยกับพี่หมอทีไร มิ้งก็สบายใจขึ้นทุกที”

เขายิ้ม “ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของหมอทุกคนอยู่แล้ว”

“วันนี้พี่หมอเลิกงานกี่โมงคะ ให้มิ้งเลี้ยงข้าวตอบแทนได้ไหม” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเขามองนาฬิกาที่ข้างผนังห้อง

“เรื่องเล็กน้อยครับ คุณมิ้งไม่ต้องลำบากหรอก”

“ไม่ลำบากเลยค่ะ มิ้งอยากได้เพื่อนคุย โดยเฉพาะคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจอย่างพี่หมอ แต่ถ้าพี่หมอมีธุระก็ไม่เป็นไรนะคะ มิ้งเข้าใจค่ะ”

“ผมมีนัดคนไข้ที่รักษาประจำอีกสองราย แต่กว่าจะถึงตอนนั้นพอมีเวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ ครับ ถ้าคุณมิ้งไม่รังเกียจโรงอาหารของโรงพยาบาล ผมก็ยินดี”

“ไม่รังเกียจหรอกค่ะ” มนสิการ์ฝืนยิ้มอย่างขมขื่น การที่เธอป่วยด้วยโรคหอบหืดมาตั้งแต่เด็กทำให้ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบิดาและคนในบ้านเป็นพิเศษ ในสายตาคนอื่นคงมองว่าเธอเป็นลูกคุณหนู เปราะบางและแตกหักง่าย จนบางทีเธอก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนป่วยอยู่ตลอดเวลาแต่เธอไม่เคยชอบมันเลย

“งั้นก็เชิญเลยครับ” เขายิ้มด้วยความเต็มใจ รู้สึกเอ็นดูมนสิการ์ไม่ต่างจากน้องสาว นั่นอาจเป็นเพราะเธอดูเปราะบาง สมควรได้รับการปกป้องคุ้มครองอยู่ตลอดเวลาก็ได้



“ว่าไงนะ รถคันนั้นเป็นรถเช่า!” เตชิตร้องลั่นด้วยความเจ็บใจเมื่อวันต่อมาปริญญ์โทร. บอกเขาว่าฮอนด้าแจ๊สคันนั้นเป็นรถเช่าจากเต็นท์ของเสี่ยคนหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี

“เออ แกได้ยินไม่ผิดหรอก ผู้หญิงคนนั้นวางแผนมาเป็นอย่างดี เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่”

ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวอย่างโมโห “เป็นอย่างที่แม่คิดจริงๆ ด้วย แล้วแกไม่ได้ข้อมูลอะไรของคนเช่ารถคันนั้นเลยเหรอวะ”

“เสี่ยธวัชชัยบอกว่ามันเป็นข้อมูลของลูกค้าซึ่งเป็นความลับบริษัท เรื่องนี้ยังไม่เป็นคดีความ ฉันใช้อำนาจหน้าที่จัดการไม่ได้ แกจะแจ้งความไหม ฉันจะได้จัดการต่อ”

“ยังๆ อย่าเพิ่ง ขอตามหายายตัวแสบนั่นให้เจอก่อน ถ้าเจอผู้หญิงคนนั้นฉันจะให้เธอไปสารภาพความจริงกับมิ้งและจะได้ถามว่าใครอยู่เบื้องหลัง ด้วย ถ้าแจ้งความตอนนี้เธออาจไม่ยอมให้ความร่วมมือก็ได้”

“งั้นจะเอายังไง”

“ฉันจะใช้เงินง้างปากไอ้เสี่ยนั่น เท่าไหร่ไม่อั้น ขอแค่ได้ชื่อจริงกับนามสกุลจริงของผู้หญิงคนนั้นก็พอ ขอบใจแกมากนะปริญญ์ ฉันขอที่อยู่เต็นท์เช่ารถของเสี่ยธวัชชัยหน่อย ที่เหลือจะจัดการเอง”

เมื่อสารวัตรปริญญ์บอกที่อยู่ของเต็นท์เช่ารถโดยละเอียดให้ เตชิตก็จดไว้ในสมุดบันทึกที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว

“ขอบใจมากนะเพื่อน”

“ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรให้ช่วยอีกก็บอกแล้วกัน”

“โอเค แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว” ชายหนุ่มวางสายแล้วรีบรุดออกจากบ้าน

เนื่องจากเพิ่งจะมีข่าวว่าเขาทำผู้หญิงท้องแล้วไม่ยอมรับจนงานแต่งต้องล่มกลางคัน คุณพรรษาจึงสั่งห้ามไม่ให้เตชิตเข้าออฟฟิศหลักซึ่งเป็นที่ทำการของสยามมาร์ทในช่วงนี้ รอให้ข่าวอื้อฉาวเงียบไปสักพักแล้วค่อยกลับไปทำงาน

อันที่จริงเตชิตจะทำงานในออฟฟิศแบบจริงๆ จังๆ ก็แค่ช่วงต้นเดือนเท่านั้น เพราะต้องประชุมวางแผนงานประจำเดือนร่วมกับมารดาและพนักงานระดับหัวหน้าของแผนกต่างๆ ส่วนใหญ่เขาต้องออกต่างจังหวัดเพราะมีหน้าที่วิเคราะห์และตัดสินใจว่าจะขายแฟรนไชส์ให้ผู้ที่อยากทำธุรกิจมินิมาร์ทภายใต้ชื่อเดียวกันหรือไม่

เวลานอกเหนือจากนั้นคือออกตรวจคุณภาพมินิมาร์ทแต่ละสาขาทั่วทั้งประเทศอยู่เรื่อยๆ เรื่องนี้คุณพรรษาเน้นหนักเพราะมินิมาร์ทที่เปิดสาขาตามต่างจังหวัดล้วนเป็นแฟรนไชส์ที่มีคนอื่นเป็นเจ้าของ ภายใต้ชื่อเดียวกันนี้คุณภาพต้องได้มาตรฐานสากล เพราะนั่นหมายถึงภาพรวมของ Siam mart ในสายตาคนทั้งประเทศ

เตชิตใช้เวลาเดินทางร่วมสองชั่วโมงจึงไปถึงที่หมายเนื่องจากไม่รู้จักเต็นท์เช่ารถของเสี่ยธวัชชัยมาก่อน แม้จะทราบที่ตั้งหากก็ยังต้องถามคนพื้นที่อยู่เรื่อยๆ จนเมื่อเห็นป้ายชื่อตามที่เพื่อนบอกจึงหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถ และเมื่อเดินลงมาเห็นฮอนด้าแจ๊สสีเหลือง ป้ายทะเบียนเดียวกับที่แม่สาวชุดดำคนนั้นใช้ จอดรวมอยู่กับรถอีกหลายคันก็ถึงกับเลือดลมขึ้นหน้า

“ยายตัวแสบ อย่าคิดนะว่าใช้รถเช่าแล้วฉันจะตามหาเธอไม่เจอ เราได้พบกันอีกแน่” ชายหนุ่มกัดฟันอาฆาต ก่อนจะผลักประตูออฟฟิศเข้าไปแล้วแจ้งความประสงค์ต่อพนักงานสาวที่ส่งเสียงทักทายมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์บริการ

“ผมมาขอพบเสี่ยธวัชชัยครับ ไม่ทราบว่าอยู่รึเปล่า”

“นัดไว้รึเปล่าคะ หรือว่าคุณเป็นเพื่อนของเสี่ย”

“ไม่ได้นัดครับ แต่ขอผมพบเจ้านายคุณหน่อย คือผมอยากติดต่อเรื่องธุรกิจรถเช่า คิดว่าเขาอาจจะสนใจข้อเสนอของผม” ชายหนุ่มพูดปดหน้าตาเฉย แนบเนียนจนพนักงานสาวเชื่อสนิทใจ

“รอซักครู่นะคะ” เจ้าหล่อนเอ่ยเสียงหวาน รีบยกหูต่อสายถึงเจ้านายทันที คุยกันสักพักก็หันมาส่งยิ้มให้เตชิตและผายมือเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปในห้องทำงานซึ่งอยู่ฝั่งขวามือของเธอ “เชิญค่ะ”

“ขอบคุณมากครับ”

เขาก้มศีรษะเป็นเชิงขอบคุณพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้พนักงานสาวอดเขินไม่ได้ นานทีปีหนหรอกถึงจะมีหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างเพอร์เฟกต์ขนาดนี้มายิ้มให้ แม้จะเป็นเรื่องงานก็เถอะ แต่เธอก็อดปลื้มไม่ได้อยู่ดี

เมื่อเข้ามาในห้องทำงานของเสี่ยธวัชชัยแล้วเตชิตก็พบกับชายวัยห้าสิบต้นๆ รูปร่างอวบท้วมสมคำนำหน้านั่งรออยู่หลังโต๊ะทำงานพร้อมรอยยิ้มแสนยินดี

“เชิญนั่งก่อนครับ ผม...เสี่ยธวัชชัย ยินดีที่ได้รู้จัก ได้ยินว่าคุณมาติดต่อเรื่องงาน” อีกฝ่ายแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง

“ผมอยากทราบว่าใครเช่ารถคันนี้ไปในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ขอชื่อและที่อยู่ตามบัตรประชาชนด้วยครับ” เตชิตไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา ส่งข้อมูลของรถคันดังกล่าวให้อีกฝ่ายดูทันที

เสียใหญ่จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะก้มดูรายละเอียดของรถที่หนุ่มหน้าตาดีคนนี้ให้มา คิ้วขมวดมุ่นเมื่อนี่นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่มีคนมาตามหาคนเช่ารถคันนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เตชิตหยิบสมุดเช็คในกระเป๋าขึ้นมาเซ็นชื่อตัวเองลงไป ก่อนจะสบตาอีกฝ่ายพร้อมเอ่ยถามเสียงเรียบ “ห้าหมื่นพอไหม?”

เสี่ยใหญ่ถอนใจยาว สีหน้ากระอักกระอ่วนเป็นที่สุด ช่วงนี้เศรษฐกิจฝืดเคือง ไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งนั้น ตอนที่ได้ยินว่ามีคนมาติดต่อเรื่องธุรกิจรถเช่าเขาดีใจแทบตาย เพราะคิดว่าจะมีรายได้เข้ามาต่อยอดกิจการให้อยู่รอดต่อไป

หากเมื่อรู้แล้วว่าไม่ใช่อย่างที่คิดก็รู้สึกผิดหวัง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เนื่องจากหนุ่มคนนี้เสนอรายได้แบบกินเปล่ามาให้ เพียงแค่ยอมบอกชื่อของคนที่เช่ารถเจ้าปัญหาเท่านั้น แต่เขาจะทำได้อย่างไร ในเมื่อผู้เช่ารายนี้เป็นลูกค้าประจำมานานแรมปี และเธอก็ขอให้เขาเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด ลูกค้าประจำกับเงินห้าหมื่นบาททำให้เขาลังเล

เตชิตเซ็นเช็คอีกใบส่งให้พร้อมปั้นน้ำได้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างน่าทึ่ง “รวมเป็นหนึ่งแสน เพียงแค่บอกชื่อที่อยู่ของเธอมา เสี่ยก็รับเงินนี่ไปฟรีๆ ผมรับรองว่าไม่มีเรื่องร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นแน่นอนครับ ผมเป็นผู้กำกับหนัง อยากตามหาเธอเพราะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เหมาะกับบทนางเอกของผมมาก ถ้าไม่ได้เธอมาเป็นนางเอก หนังของผมต้องถ่ายทำไม่ได้แน่ ขอร้องเถอะครับ ช่วยผมหน่อย”

เสี่ยธวัชชัยเริ่มเอนเอียงไปทางเงินหนึ่งแสน เขาไม่รู้หรอกว่าค่าตัวนักแสดงภาพยนตร์หนึ่งเรื่องเทียบกับเงินหนึ่งแสนนั้นอันไหนจะมากกว่ากัน การลงทุนตามหาตัวนางเอกด้วยเงินหนึ่งแสนแล้วยังต้องมาจ่ายค่าตัวในการแสดงให้เจ้าหล่อนอีกมันจะคุ้มไหม แต่สิ่งที่เขารู้คือตอนนี้กลิ่นของธนบัตรลอยอวลอยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง

“ว่ายังไงครับเสี่ย เยสหรือโน?” เขาถามซ้ำ กระตุ้นให้อีกฝ่ายตัดสินใจเร็วขึ้นเพราะเห็นแววลังเลในดวงตายิบหยีของเสี่ยใหญ่

“แต่ข้อมูลตรงนี้เป็นความลับของลูกค้า ผมเกรงว่า...”

“อีกห้าหมื่นขาดตัว ผมมีเวลาไม่มาก ถ้าไม่เอาผมกลับนะครับ เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง” ชายหนุ่มแสร้งทำท่าทีรำคาญกับการรอคอย และตั้งท่าจะเก็บเช็คทั้งสามใบคืน

“โอเคครับโอเค ผมบอกก็ได้” เสี่ยธวัชชัยรีบตะครุบเงินแสนห้าไว้แทบไม่ทัน ก่อนที่มันจะปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา

เตชิตอมยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ

สุดท้ายเงินก็ง้างได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง!










 

Create Date : 02 มิถุนายน 2558
0 comments
Last Update : 2 มิถุนายน 2558 11:29:22 น.
Counter : 376 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nawapat
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




...เขียนเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก หนักก็หยุด สนองนี้ดมันไปตามอารมณ์ ^^"...
Friends' blogs
[Add nawapat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.