All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
19 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
*** Black Book *** พลังหญิง และผู้ร้ายตัวจริงในสงคราม

*** Black Book ***






หลังจากทำงานอยู่ใน Hollywood มานานหลายสิบปี ก็ถึงคราวที่ผู้กำกับ Paul Verhoeven ได้กลับไปทำหนังในบ้านเกิดเสียที (ประเทศเนเธอร์แลนด์) ซึ่งกับผลงานชิ้นนี้น่าจะเรียกได้ว่า เป็นผลงานที่ดีที่สุดของ Verhoeven ก็ว่าได้



Black Book เล่าเรื่องราวของ Rachel Stein (Carice van Houten) สาวชาวยิวที่ครอบครัวถูกสังหารโหดโดยทหารนาซีเยอรมัน หลังจากที่ครอบครัวของเธอ และชาวยิวจำนวนหนึ่งพยายามหลบหนีออกจาก เนเธอร์แลนด์ ซึ่งในเวลานั้นถูกยึดครองโดยเยอรมัน

หลังจากเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในการสังหารโหด Rachel พยายามกลับเข้าประเทศอีกครั้ง ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ เธอได้เข้าร่วมกับขบวนการใต้ดินที่คอยต่อต้านพวกนาซี



ด้วยความบังเอิญ Rachel ได้มีโอกาสรู้จักกับ Ludwig Muntze (Sebastian Koch) นายทหารนาซีระดับสูง ขณะเดียวกันกับที่คนของกลุ่มใต้ดินถูกพวกนาซีจับตัวไป

Rachel (ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Ellis แล้ว) จึงต้องใช้โอกาสนี้แทรกซึมเข้าไปในพวกนาซี เพื่อช่วยเหลือพรรคพวกที่ถูกจับ







แม้ Plot เรื่อง รวมถึงเสียงชื่นชม และรางวัลต่างๆที่หนังได้รับ อาจทำให้คิดไปได้ว่า นี่น่าจะเป็นหนังยุโรปเล็กๆ ที่เข้าใจยาก หรือมีความหดหู่และเคร่งเครียดสูง แต่แท้จริงแล้วนี่คือหนังที่มอบความบันเทิงได้อย่างเต็มเปี่ยม เข้าถึงง่าย และมีสไตล์ที่ไม่ต่างจากหนัง Hollywood ทั่วๆไปนัก ขณะที่เนื้อหาสาระของหนังก็ไม่ได้ง่าย และตื้นเขินจนเกินไป


Black Book มีเนื้อหาที่มีมิติความลึกพอสมควร ส่วนเนื้อเรื่องนั้นกลับเต็มไปด้วยความซับซ้อนจนคาดเดาไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ยากที่จะเข้าใจ หนำซ้ำยังเป็นการสร้างความน่าติดตามให้กับเรื่องราวได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย



นอกจากนี้ “สไตล์แบบ Verhoeven” ทั้งฉากเปลือยที่โจ่งแจ้ง (จากการสังเกต พบว่าหนังของลุง Verhoeven จะเน้น “หน้าอก” เป็นพิเศษ ) ด้านมืดของตัวละคร และความรุนแรงเต็มพิกัด ได้ถูกใส่ลงมาในหนังอย่างเต็มที่



แต่มันกลับสอดรับกับเนื้อหาได้อย่างเหมาะเจาะจริงๆ



เพราะฉากโป๊เปลือยทุกฉาก มีที่มาที่ไป มีความสำคัญ และจำเป็นแก่เรื่องราว ไม่ใช่ถูกใส่เข้ามาเพื่อเป็นจุดขายของหนัง หรือสนองตัณหาใครบางคน ขณะที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ก็มีเพื่อช่วยเสริมอารมณ์ของหนัง



ซึ่งนี่ถือว่าดีกว่างานเก่าๆของ Verhoeven ที่บางครั้ง ความโป๊เปลือย และความรุนแรง ถูกนำเสนอออกมาอย่างเกินพอดี






Black Book มีมุมมองที่ค่อนข้างจะเป็นกลาง และไม่ได้มองชาวเยอรมันทุกคนในแง่ร้ายแบบเหมารวม แต่หนังมองไปที่ความเป็นปัจเจกของแต่ละตัวละครมากกว่า


ทุกคนมีทั้งด้านดีและด้านร้าย และการกระทำของแต่ละตัวละครต่างมีเหตุจูงใจที่น่าเชื่อถือ ซึ่งนี่ทำให้ตัวละครมีมิติ จับต้องได้ และดูเป็นมนุษย์จริงๆ


ขณะที่ข้อเสียเล็กน้อยของหนัง ก็คือ หนังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ทำให้ผู้ชมหายสงสัยว่า เพียงแค่ไม่กี่วัน ทำไม Muntze ถึงรัก Rachel ได้ขนาดนี้






Black Book มีทีมนักแสดงที่เล่นได้ดีกันแทบจะทุกคน ไม่ว่าตัวละครเหล่านั้นจะมีบทบาทน้อยเพียงใดก็ตาม



ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้น Carice van Houten ในบท Rachel ตัวละครที่เป็นเจ้าของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่ง Houten ทุ่มเทเต็มที่กับบทบาทนี้ ทั้งฉากเปลือย จนถึงฉากโดนทารุณกรรมทั้งหลาย

และแม้จะไม่มีฉากแสดงอารมณ์ให้เล่นมากมายนัก สาเหตุก็เพราะบทบาทของตัวละครนี้ต้องเก็บซ่อนอารมณ์ แต่ Houten ก็ทำให้ผู้ชมเชื่อว่าลึกๆแล้วตัวละครนี้เจ็บแค้นแค่ไหน และแข็งแกร่งเพียงใด

จะพูดว่า Black Book เป็นหนังโชว์เดี่ยวของเธอก็คงจะไม่ผิดนัก




และคงจะไม่ผิดเช่นกันที่จะบอกว่า นี่คือหนังที่มี “พลังหญิง” เข้มข้นมาก






ขณะที่ฝ่ายชายในเรื่อง มีหน้าที่เป็นแค่นักแสดงสมทบเท่านั้น



Thom Hoffman ในบท Hans Akkermans คุณหมอซึ่งเป็นแกนนำของกลุ่มใต้ดิน มาในมาดผู้นำที่ดูดี และน่าเชื่อถือ ซึ่งการแสดงอันยอดเยี่ยมของ Hoffman นั้น ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของผู้ชมโดยตรง


ส่วน Sebastian Koch ในบท Muntze นายทหารนาซีระดับสูง ให้การแสดงที่อบอุ่น และลบภาพอันเลวร้ายของทหารนาซีออกไปจนหมด นั่นทำให้ตัวละครนี้เป็นเหมือน “พระเอกตัวจริง” ของเรื่องนี้ไปเลย ที่สำคัญมันยังทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า ไม่ใช่นาซีทุกคนจะเลวร้าย และไม่สนใจเหตุผลใดๆ นอกจากคำสั่งของ “ท่านผู้นำ”






แม้จะมีทุนสร้างที่ไม่สูงนัก แต่งานเทคนิคทั้งหลายอยู่ในระดับดีเยี่ยม แถมนี่เป็นหนังที่มีสเกลงานสร้างที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร เพราะต้องเนรมิตยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่สองขึ้นมาใหม่ อีกทั้งหนังยังมีฉากกลางแจ้ง ที่มีตัวประกอบนับร้อยอยู่หลายฉากทีเดียว






คิดว่าสาระสำคัญที่ Black Book ต้องการนำเสนอก็คือ



“คนที่ชั่วช้าที่สุดในสงครามนั้น ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในสงคราม

หากแต่เป็น ผู้ที่คอยหาประโยชน์จากความเดือดร้อนของผู้อื่นต่างหาก”



ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และค่อนข้างสดใหม่ เมื่อเทียบกับหนังสงครามโลกครั้งที่สองเรื่องอื่นๆ



สรุปว่า Black Book เป็นหนังคุณภาพ ที่ทั้งดูสนุก เปิดมุมมองใหม่ และมีประเด็นให้กลับไปคิดครับ





8 / 10 ครับ




Create Date : 19 ธันวาคม 2552
Last Update : 19 ธันวาคม 2552 5:14:46 น. 3 comments
Counter : 2161 Pageviews.

 
เพิ่งได้แผ่นมาสดๆร้อนๆครับ คงได้ดูเร็วๆนี้ แต่อ่านจากพล็อตแล้วผมนึกไปถึง Ingrorious Basterds จังครับ

ถ้าไม่เห็นนมก็ไม่ไม่ใช่ Verhoeven สิครับ 555+


โดย: Seam - C IP: 58.9.192.22 วันที่: 19 ธันวาคม 2552 เวลา:9:56:36 น.  

 
เพิ่งจะได้ดูจบตะกี๊นี้เลย ชอบที่เจ้าของ Blog เขียนวิจารณ์มาก ตรง กระชับ เข้าใจ และไม่ Spoil ครับ


โดย: MOnd IP: 61.90.84.138 วันที่: 8 สิงหาคม 2553 เวลา:13:51:28 น.  

 
เพิ่งเคยชมเมื่อคืนจากทีวีช่องหนึ่ง

ชอบมากๆ

แต่ไม่ทราบชื่อเรื่อง

ต้องมาค้นหาตั้งนานว่าเริ่องนี้เอง


โดย: Rainy IP: 27.55.6.51 วันที่: 29 พฤษภาคม 2559 เวลา:0:22:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.