All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
20 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
*** The Day The Earth Stood Still *** ต่างดาว "รักษ์โลก"

*** The Day The Earth Stood Still ***






อีกหนึ่งหนัง “รักษ์โลก” ประจำปีนี้ (ถัดจาก The Happening และ Hellboy II : The Golden Army) ที่พูดถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ที่สร้างความเสียหายแก่โลก จนต้องมีผู้หวังดี ออกมาจัดการกับมนุษย์



และคราวนี้ถึงคิวของ "มนุษย์ต่างดาว" บ้างแล้ว



ทันทีที่ยานลงจอดบนพื้นโลก มนุษย์ต่างดาว ที่ชื่อ Klaatu (Keanu Reeves) ก็ได้รับการต้อนรับจากมนุษย์ด้วยกระสุนปืน ก่อนที่จะถูกนำตัวไปรักษา เพื่อสอบปากคำถึงการมาเยือนโลกของเขาว่า มีจุดประสงค์อะไรกันแน่

และในที่สุด ก็ได้ทราบคำตอบจาก Klaatu ว่า การเดินทางมาเยือนโลกของเขา ก็คือ



“ปกป้องดาวดวงนี้ ด้วยการทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์”

เผ่าพันธุ์ซึ่งเป็นอันตรายต่อดาวโลกมากที่สุด




ไม่นาน Klaatu ได้รับความช่วยเหลือจาก Helen Benson (Jennifer Connelly) นักวิทยาศาสตร์ ด้านชีววิทยา อวกาศ ที่เป็นหม้าย และต้องเลี้ยงดูลูกที่ติดมาจากสามีชื่อ Jacob (Jaden Smith) ในการหลบหนีจากที่คุมขัง




จากนั้นหนังก็เล่าเรื่องราวการหลบหนีของ Klaatu ไปกับ Helen และ Jacob ขณะที่ Helen ก็พยายามโน้มน้าวให้ Klaatu ให้โอกาสมนุษย์ ในการปรับปรุงตัวเอง อีกครั้ง


สลับกับการเล่าเรื่องราวการเปิดฉากโจมตีของ Gort หุ่นยักษ์ของ Klaatu ที่เป็นอาวุธในการล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ควบคู่กันไป






The Day The Earth Stood Still ไม่ได้พูดถึงแค่ปัญหาโลกร้อนเพียงอย่างเดียว แต่พูดถึงความเลวร้ายของมนุษย์โดยรวม ซึ่งก็คือการเป็น เผ่าพันธุ์ที่ชอบทำลายทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่ มนุษย์ ด้วยกัน



แม้ประเด็น การวิพากษ์วิจารณ์มนุษย์จากมุมมองของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ จะเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว

ทั้งการมองมนุษย์ผ่านหุ่นยนตร์หรือเครื่องจักร ทั้งใน I,Robot ที่มองมนุษย์เหมือนเด็กที่เอาแต่ทำลายตัวเอง จนต้องถูกควบคุม หรือ ใน The Matrix ที่ Agent Smith มองมนุษย์ว่ามีพฤติกรรมเหมือน “ไวรัส”





แต่การ วิพากษ์วิจารณ์มนุษย์ ผ่าน มนุษย์ต่างดาว ก็ยังคงน่าสนใจอยู่ดี




ใน The Day The Erath stood still ประเด็นต่างๆ ถูกใส่มาในบทสนทนาที่คมคาย



เช่น ในฉากหนึ่งที่ Klaatu ถูกถามว่า “คุณมาทำอะไรที่โลกของเรา”

Klaatu ตอบย้อนทันทีว่า “โลกของคุณ ?”





ที่สะท้อนให้เห็นว่า


มนุษย์มักคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุด และ เป็นเจ้าของทุกอย่างบนโลกใบนี้

ทั้งๆที่ เราก็แค่ผู้ที่อาศัยอยู่ และหาประโยชน์จากโลกใบนี้เท่านั้น

และที่สำคัญ มนุษย์ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้




ประเด็น เรื่อง การแสดงความเป็นเจ้าของ ที่มีสิทธิ์ ทำเรื่องต่างๆ เพราะ คิดว่าตนเองมีอำนาจ และยิ่งใหญ่ที่สุด ยังถูกใช้ต่อไปอีก






อย่างแรก คือ การจิกกัด อเมริกา ที่มักคิดว่าตัวเองเป็น “เจ้าโลก”



ในหนังตอนที่ Klaatu บอกว่า

ต้องการที่จะเจรจากับ “เหล่าผู้นำของโลก” ที่ สหประชาชาติ

แต่ กลับได้รับคำตอบจากฝ่าย อเมริกา ว่า “เรานี่แหล่ะคือ ผู้นำโลก”





เป็นเรื่องปกติของ ผู้ที่คิดว่าตัวเอง “มีอำนาจ” มากที่สุด จะคิดว่าตัวเอง ทำได้ทุกอย่าง (จริงๆก็แค่ ทำได้มากกว่า ผู้ที่ “มีอำนาจ” น้อยกว่า เท่านั้น) และมีสิทธิ์ ในการเป็นเจ้าของทุกอย่าง




ไม่เว้นแม้แต่ มนุษย์ต่างดาว อย่าง Klaatu ที่คิดว่า มนุษย์เลวร้าย (ซึ่งก็มีส่วนจริง) และตัวเองมีอำนาจที่เหนือกว่า จึงคิดว่าตนมีสิทธ์ ที่จะทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้




เหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า


ไม่ว่า อเมริกา มนุษย์ต่างดาว หรือใครก็แล้วแต่ ถ้าคิดว่าตนเอง “มีอำนาจ” เหนือผู้อื่นแล้ว

ก็จะคิดว่า ข้านี่แหล่ะ ใหญ่ที่สุด จะทำอะไรก็ได้






ในที่สุด Helen ก็พา Klaatu ไปพบกับ “ผู้นำของโลก” (ในความคิดของเธอ) จนได้ และเขาคนนั้นก็คือ ศาตราจารย์ Barnhardt (John Cleese) นักฟิสิกส์ รางวัลโนเบล



ที่บ้าน Barnhardt หลังจาก Klaatu โชว์ความฉลาดที่เหนือกว่า ด้วยการแก้สมการที่ Barnhardt ยังแก้ไม่เสร็จอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ก็ได้นั่งคุยกัน



Klaatu เล่าว่า แต่ก่อน เราก็เหมือนมนุษย์นี่แหล่ะ จนกระทั่งดวงอาทิตย์ของพวกเราดับลง เราถึงได้วิวัฒนาการ (ทั้งกายภาพ และ ความคิด) มาเป็นแบบปัจจุบัน


Barnhardt ได้ฟัง ก็ตอบกลับว่า นั่นแหล่ะ คือสาเหตุของ วิวัฒนาการ มันคือ การเปลี่ยนแปลงเพื่อเอาตัวรอด เมื่อเรายืนอยู่ที่ปากเหว




ทำไม คุณถึงไม่ให้เราอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ เราจะได้วิวัฒนาการแบบเดียวกับคุณ

ทำไมถึงตัดสินใจที่จะทำลายพวกเราล่ะ






พูดง่ายๆ ก็คือ

ทำไม คุณถึงมายุ่งกับเรา ปล่อยให้เรามีวิวัฒนาการ ตามธรรมชาติไม่ดีกว่าหรือ




ตอนนี้ Klaatu เหมือนถูกกระแทกหน้าอย่างแรง (แต่หน้า พี่ Keanu Reeves ยังคงนิ่งเช่นเคย ) จากเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาด้อยกว่า




ถ้ามองในมุมนี้


มนุษย์ต่างดาว ก็ไม่ต่าง จาก มนุษย์โลก ที่คิดว่า ตัวเอง "มีอำนาจ" เหนือกว่า

จึงสามารถไปตัดสินใจ หรือ เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ตามความต้องการได้

ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงเช่นกัน



(ซึ่งก็กัดอเมริกา อีกนั่นแหล่ะ ที่ชอบไปยุ่งในสงครามคนอื่น แต่กรณีนี้เชื่อว่ามีผลประโยชน์แอบแฝง)




หนังยังเปรียบเปรย การตัดสินใจใช้ความรุนแรง ในการแก้ปัญหา แบบเด็กๆ ของ มนุษย์โลก ผ่านตัว Jacob (เขาเป็นมนุษย์ต่างดาว ต้องกำจัดเขา ต้องฆ่า)

แต่ก็ใช่ว่า ผู้ใหญ่กว่า อย่าง Klaatu จะมีมุมมองที่ถูกต้องเสมอไป (เพราะคุณอาจฆ่าผู้อื่น เราจึงต้องฆ่าคุณก่อน)






The Day The Earth Stood Still คือหนังรีเมค ที่สร้างใหม่ จากหนังปี 1951 ของ Robert Wise ที่ใช้ชื่อเรื่องเดียวกัน


แม้ว่าเวอร์ชั่น ใหม่นี้ ดูเหมือน จะเปลี่ยนมาเกาะกระแสโลกร้อน โดยไม่อิงการเมืองเหมือนเวอร์ชั่นเก่า แต่จริงๆแล้วการวิพากษ์วิจารณ์การเมือง ว่าด้วย การใช้อำนาจ ของผู้มีอำนาจเหนือกว่า มีให้เห็นกันตลอดเรื่อง




หนังมีประเด็นมานำเสนอ ที่เข้มข้น และ น่าสนใจทีเดียว ทว่า ตัวหนังกลับดูไม่สมเหตุสมผล เหมือน คนเขียนบทใส่ใจกับการนำเสนอประเด็นมากกว่า และสร้างเรื่องราวเพื่อรับใช้ประเด็นเท่านั้น โดยละเลยสิ่งอื่นไป ทำให้หนังดูกร่อยๆ และไม่ค่อยน่าเชื่อถือ


ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ แม่เลี้ยง กับ ลูกเลี้ยง ระหว่าง Helen และ Jacob ก็ยังไม่ลึกซึ้ง พอที่จะช่วยให้หนังมีน้ำหนักจนเชื่อได้ว่า ความสัมพันธ์นี้ จะมีส่วนทำให้ มนุษย์ต่างดาวอย่าง Klaatu เข้าใจมนุษย์ได้ดีขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น




การแสดงของนักแสดงทั้งหลายไม่มีอะไรให้ชมเชยนัก ใบหน้านิ่งๆแบบ พี่ Keanu Reeves เหมาะแล้วกับบทมนุษย์ต่างดาว ส่วน Jaden Smith เล่นได้น่าหมั่นไส้ (ตามบท) ดีทีเดียว ส่วน Jennifer Connelly ไม่ค่อยมีอะไรให้โชว์นัก (นอกจากโชว์สวย)


แต่กับบท Regina Jackson ผู้นำหญิง (จำตำแหน่งไม่ได้) ของ Kathy Bates นั้น ทั้งดูไม่สมจริง และ ดูแย่ กับการเป็นตัวร้ายประจำเรื่อง






สรุปว่า ตัวหนังดูได้พอเพลินๆครับ มีแอบง่วงเป็นช่วงๆ

เอาเป็นว่าใครต้องการดูหนัง “รักษ์โลก” ที่ประเด็นดี มีบทสนทนาคมๆ และมีงาน Visual Effect ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ก็ดูได้ครับ แต่บทหนัง และ ความน่าติดตามของเรื่อง ถือว่ายังไม่ดีนัก




6 / 10 ครับ




Create Date : 20 ธันวาคม 2551
Last Update : 20 ธันวาคม 2551 12:40:34 น. 3 comments
Counter : 1314 Pageviews.

 
ผมให้สองดาวครับ 55555
เขียนลงหนังสือไปแร้ว


โดย: nanoguy IP: 125.24.115.105 วันที่: 23 ธันวาคม 2551 เวลา:3:38:47 น.  

 
เสื้อผ้าหน้าผมของ Kathy Bates ย้อนยุคมากๆ เหมือนดูหนังเวอร์ชั่นปี 1951 เลย 55

ไม่หนุก และแอบเบื่อ


โดย: renton_renton วันที่: 24 ธันวาคม 2551 เวลา:11:04:00 น.  

 
น่าจะชื่อเรื่อง มนุษย์ต่างดาวโดนต้ม มากกว่า


โดย: หลับตา IP: 58.64.66.62 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:46:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.