All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
29 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
*** The Hunger Games: Mockingjay-Part 1 *** ลูกธนูและคันศร

*** The Hunger Games: Mockingjay-Part 1 ***






หลังจากสร้างความน่าติดตามไว้อย่างยอดเยี่ยมจาก The Hunger Games: Catching Fire ในที่สุดภาคต่อก็เข้าฉายในชื่อ The Hunger Games: Mockingjay-Part 1 ซึ่งในภาคนี้เป็นการแบ่งหนังสือเล่มสุดท้ายออกเป็น 2 ส่วน (แต่จะแบ่งมากหรือน้อยก็ไม่ทราบได้ เพราะไม่เคยอ่านหนังสือ)



หนังเล่าเรื่องต่อเนื่องจากภาคที่แล้ว เมื่อ Katniss (Jennifer Lawrence) ที่ถูกช่วยเหลือโดยเขต 13 ต้องกลายมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการปลุกระดมผู้คนให้ร่วมต่อต้าน Capitol


ต่อจากนี้จะเป็นการวิเคราะห์-วิจารณ์ ใครยังไม่ได้ดู ไม่แนะนำให้อ่านครับ เพราะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ







หลังจากถูกช่วยเหลือโดยเขต 13 (ซึ่งมีลักษณะคล้ายรัฐทหาร) Katniss ได้รับข้อเสนอจากประธานาธิบดีของเขต 13 Alma Coin (Julianne Moore) ให้เป็น “Mockingjay” สัญลักษณ์และแกนนำในการก่อกบฏต่อ Capitol

ด้วยความที่ตอนนี้เธอคือแรงบันดาลใจในการต่อสู้กับ Capitol หลังจากที่จุดเชื้อไฟแห่งความหวังไว้ใน The Hunger Games ครั้งล่าสุด



แต่ความคิดที่แท้จริงของ Katniss แล้ว เธอไม่ได้ต้องการก่อกบฏ หรือปฏิวัติล้มล้าง Capitol เธอเพียงแค่อยากช่วยคนที่เธอรักเพียงเท่านั้น


อย่างที่ประธานาธิบดี Snow (Donald Sutherland) กล่าวกับ Katniss ในตอนหนึ่งของเรื่องไว้ว่า “เธอไม่เคยคิดไกลเกินกว่าตัวเองเลย”



ซึ่งในครั้งนี้คนสำคัญที่เธอต้องการช่วยก็คือ Peeta (Josh Hutcherson) ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นกระบอกเสียงให้กับ Capitol ไปแล้ว


นั่นทำให้ Katniss ยอมเป็น Mockingjay เพื่อแลกกับข้อเสนอที่ Coin จะช่วย Peeta และคนอื่นๆที่ถูกจับอยู่ที่ Capitol






เพื่อสร้างโฆษณาชวนเชื่อ Katniss ต้องลงสนามจริงเพื่อเก็บภาพ เพราะการถ่ายกับ blue screen ใน studio ไม่ได้อารมณ์ร่วมเท่าที่ต้องการ


และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ สงครามและความน่ากลัวช่วยสร้างอารมณ์ให้ Katniss กลายเป็น Mockingjay ได้อย่างสมบูรณ์แบบตามที่พวกเขาต้องการ



ซึ่งนี่ไม่ต่างกับสถานการณ์ใน The Hunger Games ทั้ง 2 ครั้งที่ทำให้ Katniss ฉายภาพของ Mockingjay ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั้ง 12 เขตลุกขึ้นต่อต้าน Capitol

ดังนั้นการลงสนามจริงเพื่อเผชิญความโหดร้าย คือกระบวนการสำคัญไม่ต่างจากเกมที่ Capitol สร้างขึ้นมา แต่ต่างกันที่กลไก



Capitol ใช้ภาพความโหดร้าย เพื่อควบคุมคนด้วยความกลัว

เขต 13 ใช้ภาพความโหดร้าย เพื่อควบคุมคนด้วยความหวัง



และหนังก็แสดงให้เห็นว่าเมื่อความหวังแรงกล้าพอที่จะชนะความกลัว เกมก็จะพลิกทันที







อาจด้วยความบังเอิญ หรือความตั้งใจของผู้เขียนนิยายก็ไม่ทราบได้

แต่การที่หนังเลือกให้ "ธนู" เป็นอาวุธประจำกายของ Katniss (และ Mockingjay) มันช่างสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเนื้อหาของหนังมากเหลือเกิน





หลักการยิงธนู คือ การสะสมแรงต้านของคันธนูที่ถูกง้างเอาไว้ จากนั้นเมื่อเราปล่อยมือพลังงานที่ถูกสะสมจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ในการเคลื่อนที่ของลูกธนู

กรณีที่ไม่มีลูกธนู เมื่อเราง้างสายแล้วปล่อยมือ แรงที่ถูกสะสมจะไม่สามารถถ่ายเทไปที่อื่นได้ แต่แรงจะสะท้อนคืนกลับไปที่คันธนู จนคันธนูเกิดความเสียหายได้



ในหนังก็เช่นเดียวกัน บรรดาประชาชนทั้ง 13 เขตคือคันธนูที่ถูกแรงง้างจากการดึงสายธนูโดยไม่มีลูกธนู ทันทีที่ Capitol ปล่อยมือ แรงที่ถูกสะสมจะกระจายตัวไปทำลายคันธนูนั้น



แต่ Katniss เปรียบเสมือนลูกธนูที่ทั้ง 13 เขตไม่เคยมี


เมื่อมี Katniss มาเป็นลูกธนู ยิ่งแรงง้างสายจาก Capitol มีมากขึ้นเท่าไหร่ แรงทำลายที่ถูกปล่อยออกไปก็แรงมากขึ้นเท่านั้น

นี่เองที่ลดทอนความเจ็บปวดให้กับคันธนูหรือประชาชนในทั้ง 13 เขต





ดังนั้นสิ่งที่เห็นในหนังคือ การที่เขต 13 พา Katniss ไปเผชิญกับความโหดร้ายอีกครั้ง และฉายภาพความมุ่งมั่นของเธอออกสู่สายตาประชาชน

เปรียบเสมือนการพยายามเพิ่มแรงง้างให้มากที่สุด และเป็นการกำหนด “เป้าหมาย” ให้กับลูกธนูอย่างแม่นยำที่สุด ก่อนจะปล่อยมันออกไป







หลุดไปไกลแล้ว กลับมาที่หนังกันต่อ



ในหนัง Katniss เปรียบตัวเองว่าเป็นแมว (Kat กับ Cat ก็พ้องเสียงอยู่) ที่ถูกยั่วด้วยแสงไฟให้ไล่ตะปบ คล้ายกับที่เธอต้องเดินตามหมากที่ ประธานาธิบดี Snow คอยสร้างสถานการณ์ยั่วยุ


แต่ที่เธอยังไม่รู้ตัวก็คือ ไม่ใช่แค่ Snow ที่คอยยั่วให้เธอเดินไปโน่นมานี่ Coin เองก็กำลังทำแบบเดียวกันนี้กับเธอ



นอกจากนี้สิ่งที่ Katniss และแมวตัวนี้เหมือนกันก็คือ ทั้งคู่ถูกช่วยโดยไม่ต้องการเหมือนกัน และทำให้คนที่ทั้งคู่รักเสี่ยงอันตรายเหมือนกัน


แมวทำให้น้องสาวของ Katniss ตกอยู่ในอันตรายเมื่อเธอไปตามหาแมว จนเกือบเข้าที่หลบภัยไม่ทัน

Katniss เองก็ทำให้ Gale (Liam Hemsworth) ตกอยูในอันตรายเมื่อต้องเสี่ยงไปช่วย Peeta







The Hunger Games: Mockingjay-Part 1 เปลี่ยนโทนจาก 2 ภาคก่อนหน้า โดยในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปิดเผยให้เห็นเบื้องหลังในการสร้างโฆษณาชวนเชื่อเพื่อปลุกระดมประชาชน รวมถึงเทคนิคกลไกในการใช้สื่อเป็นอาวุธในการทำสงคราม



หนังไม่ได้นำเสนอแต่ละฝ่ายเพียงด้านเดียว ผู้ชมจะได้เห็นความจริงที่มีทั้งด้านดีด้านร้ายผ่านสายตาของ Katniss

โดยเฉพาะเขต 13 ที่จะว่าไปก็ใช้ Katniss เพื่อประโยชน์ของฝ่ายตน และบางครั้งก็เต็มไปด้วยการสร้างภาพ เพื่อต้องการแนวร่วมในการโค่นล้ม Capitol



ส่วน Katniss เองก็ไม่ได้ยอมเป็นสัญลักษณ์ด้วยอุดมการณ์ เธอต้องการแค่ช่วยคนที่เธอรักเป็นสำคัญ



ฉากการบุกเข้าไปช่วย Peeta ของ Gale และอาสาสมัครรวม 6 คน ทำให้นึกไปถึง Seal Team Six (ที่ไม่ได้แปลว่ามี 6 คน) ที่บุกเข้าไปสังหาร Bin Laden







Jennifer Lawrence แบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมในบท Katniss จะว่าไปความน่าติดตามของหนังคือการเฝ้าดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวละครนี้

ดังนั้นใครที่ต่อไม่ติดกับเธอแล้ว อาจทำให้รู้สึกว่าหนังน่าเบื่อและดูเลื่อนลอย



ขณะที่ประเด็นการใช้สื่อในการโต้กลับไปมาระหว่าง Capitol และเขต 13 แม้จะมีน้ำหนักในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เข้มข้นมากพอ
(ไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจที่จะไม่เน้นในส่วนนี้อยู่แล้วหรือเพราะหนังสือก็มีเนื้อหาเพียงเท่านี้ แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นความบันเทิงมากขึ้น ถ้าเล่นกับเรื่องนี้ควบคู่กับกลไกการสร้างโฆษณาชวนเชื่อในหนัง)



ผู้กำกับ Francis Lawrence ยังคงคุมโทนและรักษาความต่อเนื่องของโลกสมมติในหนังได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งประดิษฐ์ต่างๆและรายละเอียดเล็กน้อยยังคงดูน่าสนใจ







บทบาทชีวิตของ Katniss ในหนังก็คล้ายกับชีวิตของหนังชุด The Hunger Games



Katniss เลือกมาเล่นเกมเพื่อปกป้องน้องสาว ก่อนจะกลายเป็นขวัญใจมหาชน และถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองในที่สุด


หนังชุด The Hunger Games ในภาคแรกอาจจะแค่ต้องการเป็น franchise ที่อยู่รอดได้

ก่อนที่ Catching Fire จะเป็นที่ประทับใจผู้ชม และจุดไฟให้แนวคิดในการต่อต้านทางการเมือง

จากนั้น Mockingjay จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง (ในไทยและบางประเทศ) ไปโดยปริยาย



เหมือนที่ Katniss เองไม่ได้ตั้งใจแต่แรก หนังชุดนี้เองก็คงไม่ได้มีเจตนาแบบนี้เช่นกัน

แต่เรื่องของการเป็นสัญลักษณ์ ไม่ใช่หน้าที่ของตัวสัญลักษณ์เพียงอย่างเดียว

มันขึ้นอยู่กับว่าผู้ตีความที่จะหาวิธีใช้งานสัญลักษณ์นั้นอย่างไร เหมือนที่หนังแสดงให้เห็น





คงต้องดูกันต่อไปว่า ลูกธนูที่ถูกง้างเต็มที่ เมื่อพุ่งออกจากคันธนูแล้วจะเป็นอย่างไร





7 / 10





Create Date : 29 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2557 23:05:13 น. 3 comments
Counter : 3625 Pageviews.

 
อิฉันดูไปมโนว่าตัวเองเป็นแคทนิสคะ

สวย เก่ง ได้นัวเนียกับหนุ่มที่รักทั้งสอง

ยิ่งตอนเพลงต้นไม้แขวนคอ อิฉันขนลุกมากคะ



โดย: Chic Bossy วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:22:29:17 น.  

 
คุณ Chic Bossy ขนลุกเพราะเพลงหรืออะไรครับ


โดย: navagan วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:24:01 น.  

 
กระทู้ที่ตั้งใน Pantip

http://pantip.com/topic/32920171


โดย: navagan วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:24:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.