All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
*** Transformers: Age of Extinction *** Transform ทุกระดับชั้น

*** Transformers: Age of Extinction ***






ภาคที่ 4 ของ Transformers ที่ยังคงกำกับโดย Michael Bay ครั้งนี้หนังเลือกที่จะทิ้งตัวละครเก่า แล้วหันไปใช้ตัวละครใหม่ๆแทน


ศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ Cade Yeager (Mark Wahlberg) นักประดิษฐ์พ่อลูกติด และลูกสาววัย 17 Tessa (Nicola Peltz) ที่ต้องเข้ามาพัวพันกับสงครามครั้งใหม่



หลังจากเกิดเหตุการณ์ Alien บุกในภาคที่แล้ว เหล่า Transformer ก็ถูกไล่ล่าจากเจ้าหน้าที่ CIA ผู้ฉ้อฉลที่หาทางสกัดวัตถุดิบจากซาก Transformer เพื่อใช้ในการพัฒนาอาวุธให้กับ KSI บริษัทเอกชน ที่ได้สัมปทานจากรัฐบาลอเมริกา


ซึ่งอาวุธชนิดใหม่ใหม่ที่ว่านี้ก็คือ หุ่น Transformer ที่ถูกสร้างโดยมนุษย์



ขณะเดียวกัน Lockdown Transformer นักล่าค่าหัวจากนอกโลกก็กำลังตามล่า Optimus Prime โดยร่วมมือกับ KSI ที่ก็ต้องการวัตถุดิบชิ้นสำคัญนี้เช่นกัน






เช่นเดียวกับเหล่า Transformer ที่แม้จะแปลงกายเปลี่ยนรูปแบบเป็นอย่างอื่น แต่จิตวิญญาณข้างในของมันก็ยังคงเหมือนเดิม

Transformers: Age of Extinction ที่แม้จะเปลี่ยนตัวละคร แต่เนื้อหาใจความของหนังก็ไม่ต่างไปกับ 3 ภาคก่อนหน้าเลย



ก็ถ้า Allspark จะเป็นหัวใจของเหล่า Transformer Michael Bay ก็ยังเป็นหัวใจของ franchise นี้เหมือนเคย

ดังนั้นอย่าได้แปลกใจถ้าหนังจะมาในแนวๆทางเดิม แม้จะเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนพล็อตเรื่องแล้วก็ตาม



ในช่วงต้นเรื่อง หนังจิกกัดตัวเองได้อย่างแสบคัน เมื่อ Cade เข้าไปหาซื้อของเก่าในโรงหนังที่เจ๊งไปแล้ว แล้วได้ยินคำพูดของเจ้าของโรงหนังที่ว่า “ยุคนี้มีแต่หนังภาคต่อห่วยๆ”

แต่ก็น่าสนใจว่าบางทีเพราะการไม่ยอมฉายหนังภาคต่อห่วยๆแบบนี้นี่แหล่ะที่ทำให้โรงหนังเจ๊งยับเยินแบบนี้






บทหนังแอบมีประเด็นใหม่ๆให้เก็บเอามาตีความได้บ้าง ทั้งเรื่องราว “ความสัมพันธ์ของผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง” ในหลายระดับที่ทับซ้อน อาทิเช่น



พ่อ – ลูก (Cade - Tessa)


ผู้สร้าง – ผู้ถูกสร้าง (“ผู้สร้าง” Transformer – เหล่า Transformer)


ผู้สร้าง – ผู้ถูกสร้าง (KSI – Transformer ที่ถูกสร้าง)


หัวหน้า – ลูกน้อง (Optimus Prime – Bumblebee)


ประเทศผู้ปกครอง – ประเทศภายใต้การปกครอง (จีน – ฮ่องกง)



แต่ประเด็นเหล่านี้ถูกระเบิดลูกโตกลบซะมิด แถมบางประเด็นถูกพูดถึงในหนังเพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น






ไม่เป็นไร ถึงหนังแทบจะไม่ได้เน้นประเด็นเหล่านี้ หรืออาจถึงขั้นไม่ให้ความสำคัญเลยด้วยซ้ำ

แต่เมื่อมันถูกจุดประกายขึ้นมาแล้ว ก็ขอเน้นให้แทนหนังก็แล้วกัน



จากความสัมพันธ์เราจะพบว่า ผู้ปกครองพยายามควบคุมผู้ปกครองให้อยู่ใต้อำนาจและทำตามความต้องการ



Cade พยายามบงการชีวิต Tessa ทั้งเรื่องการคบเพื่อน การมีแฟน


ผู้สร้าง Transformer (Lockdown เป็นตัวแทน) พยายามตามจับเหล่า Transformer ที่ไม่ทำตามคำสั่ง


KSI พยายามควบคุมหุ่น Transformer ที่พวกเขาสร้างขึ้นมา


Optimus Prime พยายามควบคุม Bumblebee ให้ทำตามคำสั่ง

(จริงๆประเด็นนี้หนังไม่ได้แสดงให้เห็นเลย มีแค่ฉากเดียวที่ Optimus Prime ปรับทุกข์กับ Cade เรื่อง Bumblebee ไม่เชื่อฟัง)


จีน ที่เป็นผู้ปกครอง ฮ่องกง

(อันนี้หนังก็ไม่ได้พูดถึงอย่างชัดเจน แต่การที่หนังใส่ฉากที่ว่า “จีนประกาศว่าจะคุ้มครองดูแลฮ่องกง” ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน)






ซึ่งบทสรุปในตอนสุดท้ายก็คือการที่บรรดาผู้ถูกปกครองได้รับการยอมรับ และมีอิสระที่จะดำเนินชีวิตของตนเอง


Optimus Prime เอาชนะ Lockdown และกลับไปเคลียร์ปัญหากับผู้สร้าง


KSI ไม่สามารถควบคุม Transformer ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้


Tessa สามารถทำให้ Cade ยอมรับในตัวเธอและแฟนหนุ่ม



(ส่วน Bumblebee กับ ฮ่องกง หนังไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรนัก)



ซึ่งการเปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งไปอีกรูปแบบหนึ่งของตัวละครทั้งหลาย ก็คือการ “เปลี่ยนรูปแบบ” หรือ transform นั่นเอง

ดังนั้นใน Transformers: Age of Extinction ไม่ใช่แค่เหล่า Transformer เท่านั้นที่เปลี่ยนรูปร่างได้ ตัวละครเชิงสัญลักษณ์ทั้งหลายในหนังต่างก็ทำตัวเป็น Transformer เพื่อเปลี่ยนสถานะตัวเองเหมือนกัน





อีกความเหมือนแต่อยู่ตรงข้ามก็คือ



Cade คือนักประดิษฐ์ที่คอยเก็บของเก่ามาทำสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่

KSI เก็บซากTransformer มาดัดแปลงใช้ประโยชน์



ทั้งคู่ต่างก็คือคนที่ transform ของไร้ค่าให้กลับมามีค่าเหมือนกัน






หากพิจารณาที่ตัว franchise นี้จะพบว่า เมื่อเทียบกับ 3 ภาคก่อนหน้า ตัวหนังเองก็มีการ transform เช่นกัน



เพราะจากที่เคยอวยรัฐบาลและกองทัพอเมริกาในภาคก่อนๆ แต่ในครั้งนี้หนังให้ CIA ของอเมริกาและ KSI (ในฐานะตัวแทนบริษัทเอกชนผู้รับสัมปทานจากอเมริกา) เป็นผู้ร้ายหลัก แล้วหันมาเอาใจมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ขั้วตรงข้ามอย่างจีนแทน


และการที่หนังเลือกที่จะเปลี่ยนตัวละครใหม่ทั้งหมด ทั้งตัวละครมนุษย์ หรือกระทั่งตัวร้ายเจ้าประจำอย่าง Megatron ไปเป็น Galvatron ก็เป็นการยืนยันการ transform ของหนังได้ดี



อย่างไรก็ตามถึงจะเปลี่ยนหน้านักแสดงไป แต่หัวใจสำคัญอย่างทีมงานเบื้องหลังที่หลักๆแล้วยังเป็นชุดเดิม

ทั้งผู้กำกับ Michael Bay, ผู้เขียนบท Ehren Kruger และผู้อำนวยการสร้างคนสำคัญอย่าง Steven Spielberg และ Lorenzo di Bonaventura






หากมองข้ามความสมจริงและความเป็นเหตุเป็นผลที่หนังไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว ปัญหาหลักของหนังอยู่ที่ความเยอะเกินไป


(บอกไว้ก่อนว่าประทับใจฝีมือของ Michael Bay จาก Bad Boys, The Rock และ Armageddon ในฐานะคนทำหนัง Action ที่มีฝีมือ ทั้งมุมกล้อง อารมณ์ร่วม และจังหวะที่ทำได้ดีมาก)



สำหรับ Transformers: Age of Extinction ส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับช่วงครึ่งแรก ที่หนังเล่าเรื่องได้สนุกและฉับไว มีมุขตลกแทรกเป็นระยะกำลังดี ที่สำคัญหนังค่อยๆสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครกับตัวละคร และ ตัวละครกับผู้ชม อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่หลังจากช่วย Tessa ออกจากยานต่างดาว (ที่ควรจะเป็น Climax ของเรื่องได้แล้ว) หนังกลับโยนประเด็นใหม่เข้าไป


เข้าใจว่าต้องการจะเคลียร์ประเด็นที่ปูเอาไว้ในตอนต้นเรื่อง แต่หนังไม่ได้เลือกที่จะปิดประเด็นอย่างกระชับ แต่กลับอัดเนื้อหาเข้ามาในแบบที่แยกเป็นอีกภาคได้เลย






ถ้าหนังเลือกที่จะจบแค่ แท้จริงแล้ว Galvatron คือ Megatron ที่วางแผนทั้งหมด ขณะเดียวกัน Lockdown รู้ว่า Optimus Prime หนีไปได้ จึงวางแผนย้อนกลับโลก แล้วเพิ่ม action แบบ Michael Bay ไว้ในช่วงสุดท้ายสักหน่อย

จากนั้นก็ To Be Continued…. เก็บไปเล่าใหม่ในภาคต่อ



หรือถ้าคิดจะเล่าทั้งหมดก็ได้ แต่ต้องลดทอนเนื้อหาบางอย่างในช่วงไปช่วย Tessa ในยานต่างดาว และช่วงหนีการไล่ล่าในจีน หนังน่าจะกระชับ และไม่เป็นการสร้างความน่าเบื่อจนเกินไป



อย่างไรก็ตาม แม้จะลากยาวและเยอะเกินเหตุ แต่ฉาก action ที่ใหญ่โตจัดเต็ม รวมถึงความผูกพันกับตัวละครที่หนังปูไว้ได้ดีในครึ่งแรกก็ยังมีดีพอที่จะดึงดูดผู้ชมให้ไม่ละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้






แม้หนังจะไม่ได้สมบูรณ์พร้อม แถมบางส่วนยังทำได้เข้าขั้นแย่ แต่ก็อย่างที่ตัวละคร Cade บอกกับ Optimus Prime ว่า



แม้แต่ขยะที่ไม่มีใครใช้ มันก็ยังมีคุณค่า

อยู่ที่เราจะดึงคุณค่ามันมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่





Transformers: Age of Extinction เองก็เหมือนกัน



แม้จะเป็นหนังที่ทำออกมาได้ไม่ดีนักในระดับที่หลายคนบอกว่าเป็นหนังขยะ

แต่มันก็ยังมีแง่มุมที่น่าสนใจ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะค้นหามันเจอ





6 / 10




Create Date : 03 กรกฎาคม 2557
Last Update : 3 กรกฎาคม 2557 22:59:56 น. 4 comments
Counter : 3290 Pageviews.

 
กระทู้ที่ตั้งใน pantip

http://pantip.com/topic/32278227


โดย: navagan วันที่: 4 กรกฎาคม 2557 เวลา:15:20:10 น.  

 
เขียนได้โดนใจเลยครับ อิอิ ผมก็แอบขำมุกกัดตัวเองเรื่องหนังภาคต่อห่วยๆเหมือนกัน ฮ่าๆ


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 4 กรกฎาคม 2557 เวลา:18:08:00 น.  

 
แวะมาทักทายครับผม


ป.ล.จากบล็อกเชียร์ให้ไปดู Begin Again นะครับ อิอิ


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 16 กรกฎาคม 2557 เวลา:14:24:58 น.  

 
I must express some appreciation to this writer for rescuing me from this trouble. Because of surfing through the world wide web and seeing opinions which are not helpful, I was thinking my life was gone. Being alive without the answers to the issues you've resolved all through the post is a crucial case, and those which could have negatively damaged my entire career if I had not come across your blog. Your personal skills and kindness in playing with all the stuff was very helpful. I don't know what I would have done if I hadn't come across such a thing like this. I can also at this moment look forward to my future. Thanks so much for your high quality and sensible guide. I will not hesitate to refer the sites to anybody who needs support about this subject.
Mulberry messenger Bag http://www.culturecore.co.uk/


โดย: Mulberry messenger Bag IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 สิงหาคม 2557 เวลา:14:56:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.