All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
*** Public Enemies *** ศัตรู สาธารณะ

*** Public Enemies ***






Public Enemies เล่าเรื่องราวชีวิตของ John Dillinger (Johnny Depp) โจรปล้นธนาคารที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนในยุค 1930

หนัง Focus ไปที่เรื่องราวการไล่ล่าจับกุมตัว Dillinger หลังจากที่เขาแหกคุกออกมา โดย เจ้าหน้าที่ FBI Melvin Purvis (Christian Bale)



หนังเป็นผลงานการกำกับของ Michael Mann ผู้กำกับที่ถนัดหนังแนวอาชญากรรมเป็นพิเศษ นั่นทำให้ตัวหนังได้รับความคาดหวังว่า น่าจะเป็นผลงานที่ใกล้เคียงกับ Heat (ผลงานสร้างชื่อในปี 1995 ของ Mann ที่มีทีเด็ดอยู่ที่ฉากเผชิญหน้ากันแค่ไม่กี่นาทีของ Al Pacino กับ Robert De Niro ที่ทรงพลัง จนกลายเป็นฉาก classic ฉากหนึ่งในโลกภาพยนตร์ อีกทั้งตัวหนังเองก็ยังเข้มข้นและถึงคุณภาพ) มากที่สุด


ด้วยความคล้ายคลึงกันหลายๆอย่าง ทั้งการที่หนังนำแสดงโดย 2 นักแสดงชายชั้นนำแห่งยุคอย่าง Johnny Depp และ Christian Bale (แม้บารมีของทั้งคู่ยังไม่ถึงขั้น Pacino กับ De Niro ในยุคนั้น แต่ก็ใกล้เคียง) อีกทั้งพล็อตเรื่องที่เป็นการห้ำหั่นกันของตัวละครหลักที่อยู่คนละฟากของกฎหมายเหมือนกันอีกด้วย



ด้วยความคาดหวังแบบสูงลิ่วที่มีก่อนหนังเข้าฉาย ทีนี้เรามาดูผลลัพธ์จริงๆกันดีกว่า






Public Enemies มีความเป็นหนัง “อิงประวัติศาสตร์ (History)” มากกว่าความเป็นหนัง “ชีวประวัติ (Biography)”

นั่นก็เพราะ Mann เลือกที่จะเจาะไปที่เหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นจริงในยุคนั้นมากกว่า จะเน้นไปที่เรื่องราวชีวิตของ Dillinger



โดยหนังเลือกที่จะเน้นไปที่รายละเอียดของเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นหลัก และไม่ได้พาผู้ชมถอยออกมามองเหตุการณ์ในภาพรวมของเรื่องราวที่มีต่อสังคมในยุคนั้นเลย



ที่สำคัญ Mann แทบจะไม่ได้นำเสนอให้ผู้ชมได้รับรู้เลยว่า



“ทำไม Dillinger ถึงเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมากขนาดนั้น”




(หรือคิดว่า ทุกคนรู้เรื่องนี้กันอยู่แล้ว ?)



จะมีก็แค่ประโยคที่ Dillinger พูดในตอนปล้นครั้งหนึ่งกับลูกค้าธนาคารว่า “เรามาปล้นธนาคาร ไม่ใช่คุณ” ที่หนังเอามาใช้อธิบายอย่างผิวเผิน






นอกจากนี้ เรื่องราวที่หนังพยายามเล่าคู่ขนานไปด้วย ก็คือ การก้าวขึ้นมามีอำนาจและบทบาทที่มากขึ้นของ FBI ที่ในสมัยนั้นเป็นเพียงแค่หน่วยงานเล็กๆ ก็ถูกนำเสนออย่างผิวเผินเช่นกัน


ซึ่งก็ไม่ต่างจากตัวละครบางตัวที่หนังใส่เข้ามา ให้ครบถ้วนตามเหตุการณ์จริง แต่แทบไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อเรื่องราวเลย



เป็นไปได้ที่ว่า Mann จะเคารพต่อเหตุการณ์จริง จนไม่กล้าแตะเรื่องราวมากนัก


แต่เมื่อพิจารณาดีๆแล้ว คิดว่า หนังน่าจะตัดบางเหตุการณ์ที่ไม่จำเป็นออกไปได้ โดยที่ไม่ต้องบิดเบือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆเลย อย่างเช่นบท Pretty Boy Floyd จอมโจรชื่อดังอีกคน ที่มาถูกยิงตายตั้งแต่ต้นเรื่อง และแทบไม่เกี่ยวกับเรื่องราวแม้แต่น้อย



นั่นทำให้คิดว่ามันน่าจะเกิดจากที่ Mann อยากที่จะใส่บทของบุคคลที่มีชื่อเสียงลงไปในหนังให้เยอะๆมากกว่า





อ้อ หรือว่าเพราะชื่อของหนังคือ Public Enemies นี่เอง ถึงต้องมีหลายๆคน


เข้าใจแล้ว (ฮา )






ในเรื่องของบทบาทตัวละคร ใครที่คิดว่าจะได้ดูการเชือดเฉือนบทกันมันหยดของ Depp และ Bale อาจจะต้องผิดหวัง


เพราะบทหนังไม่มีอะไรให้พวกเขาแสดงความสามารถมากนัก และการกำกับที่เน้นไปที่ "เหตุการณ์จริง" มากกว่า "การสำรวจลึกเข้าไปในจิตใจของตัวละคร" ทำให้ตัวละครหลักทั้งสองแบนราบ


และการเผชิญหน้าเพียงครั้งเดียวของทั้งคู่ในหนัง ก็ดูไร้พลัง อาจเป็นเพราะการเผชิญหน้ากันของทั้งคู่ มาเร็วเกินไปก็เป็นได้



Mann อาจแก้ตัวว่า ไม่อยากบิดเบือนข้อเท็จจริง ก็ใครจะไปรู้หล่ะ ว่าลึกๆแล้ว Dillinger หรือ Purvis คิด หรือ รู้สึกอย่างไรกันแน่


แต่ข้อแก้ตัวนี้คงฟังไม่ขึ้น เพราะว่านี่ไม่ใช่สารคดี และเห็นได้ชัดว่า Mann ก็ไม่อยากให้มันเป็นสารคดีด้วย





ข้อผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งของเรื่องนี้อยู่ที่ “จังหวะ” ของหนัง หนังเดินเรื่องด้วยความเร็วที่ค่อนข้างคงที่ ไม่มี “ช่วงผ่อน” หรือ “ช่วงเร่ง” อารมณ์ของผู้ชมเลย นั่นทำให้หนังดูเรียบๆ เอื่อยๆ



ที่สำคัญก็คือ ไม่มีช่วงไหนเลยที่หนังจะให้เวลากับผู้ชมในการซึมซับอารมณ์ และทำความเข้าใจตัวละครอย่างลึกซึ้ง นั่นทำให้ "การสร้างอารมณ์ร่วม" ระหว่างผู้ชมกับตัวละครนั้นมีน้อยมาก






พูดถึงการแสดงบ้าง Johnny Depp ในบท John Dillinger ถือว่าสอบผ่าน ด้วยมาดที่ให้ และอาศัยเสน่ห์ที่ล้นเหลือของตัวเอง ทำให้ Depp เอาตัวรอดไปได้สบายๆ

แถมยังสลัดภาพลักษณ์แบบหลุดโลกในหนังหลายเรื่องที่เขาแสดงก่อนหน้านี้ได้สำเร็จ




ขณะที่ Christian Bale ในบท Melvin Purvis ให้การแสดงที่ดีตามมาตรฐานของเขา แต่ด้วยบทที่ไม่มีอะไรให้เล่นมากนัก อีกทั้งนี่เป็นตัวละครที่ค่อนข้างนิ่ง แถมเป็นมาดเดิมๆที่เห็นมาบ่อยครั้งแล้ว สำหรับ Bale

ดังนั้นบทบาทการแสดงในครั้งนี้ของเขาจึงไม่มีอะไรน่าจดจำเป็นพิเศษ




ส่วน Marion Cotillard ในบท Billie Frechette แฟนสาวของ Dillinger ก็ไม่มีอะไรน่าจดจำเช่นกัน นอกจากมาช่วยสร้างความอ่อนโยนให้กับหนัง ที่บนจอมีแต่ภาพผู้ชายถือปืน


แต่ตัวละครที่ได้ใจมากที่สุด (ความชอบส่วนตัวล้วนๆ ) คือ บท Charles Winstead ตำรวจมากประสบการณ์จาก Texas ที่มาช่วยงาน Purvis ซึ่งลุงแกทั้งเจ๋ง และ เก๋าเกมมากที่สุดแล้วในเรื่อง (ซึ่งตัวละครแบบ “มืออาชีพ” แบบนี้แหล่ะ ที่ผมชอบ และเห็นได้บ่อยในหนังของ Mann แต่ในเรื่องนี้มีมาแค่คนเดียวเอง)

สำหรับ Stephen Lang ผู้รับบทนี้ กำลังจะมีผลงานใน AVATAR ปลายปีนี้






เหมือนจะมีแต่ข้อด้อยมาดูข้อดีกันบ้าง

ส่วนที่ดีและโดดเด่นมากในหนังก็คือ การถ่ายภาพที่ใช้ กล้อง Video ถ่ายทำ และใช้แสงธรรมชาติแทบทั้งเรื่อง (คิดว่านะครับ) ทำให้ผู้ชมจินตนาการถึงยุคสมัยนั้นได้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด


แสงไฟต่างๆในยุคสมัยนั้น อย่างในงานเลี้ยง ที่ค่อนข้างมืด ก็มืดกันจริงๆ หรือ ฉากกลางคืน ก็ดูสมจริง


นั่นทำให้หนังได้อารมณ์ดิบๆ เหมือนพาผู้ชมไปยืนอยู่ตรงนั้น ซึ่งสไตล์แบบนี้ Mann ใช้มาเป็นเรื่องที่สามแล้ว นับตั้งแต่เรื่อง Collateral จนแทบจะกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Mann ไปแล้ว



อีกอย่างที่ทำได้ดีและสมจริงคือ sound effect ในฉากดวลปืนทั้งหลายในเรื่อง

ขณะที่งานเทคนิคด้านอื่นๆก็อยู่ในระดับดีเยี่ยม สมกับฟอร์มของหนัง






สรุปว่า เมื่อเทียบกับความคาดหวังแล้วหนังทำได้ค่อนข้างผิดหวัง



แต่ถ้าตัดเรื่องความคาดหวังออกไป และพิจารณาอย่างเป็นกลางแล้ว
Public Enemies ก็เป็นหนังที่สร้างได้อย่างถึงฟอร์ม แม้ตัวบทจะยังไม่ดีพอ ทั้งในเรื่องของจังหวะ ความกระชับ และ ความลงตัว


ที่สำคัญ "มิติความลึกของตัวละคร" นั้นแทบจะถูกละเลยไปเลย



อย่างไรก็ตามหนังก็มีงานสร้างที่ยอดเยี่ยม

รวมถึงสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mann และเสน่ห์ของ Depp ก็ช่วยให้หนังดูดีและดึงดูดความสนใจของผู้ชมไปได้จนจบเรื่อง




7 / 10 ครับ









Create Date : 29 กรกฎาคม 2552
Last Update : 29 กรกฎาคม 2552 13:32:30 น. 6 comments
Counter : 2305 Pageviews.

 
ป๋าเด็ปป์ฝีมือเยี่ยม ไม่ว่าแสดงเรื่องไหน กินขาดทุกเรื่อง


โดย: I_sabai วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:38:07 น.  

 
อยากดูมากๆครับ

น่าจะเร็วๆนี้ ^^


โดย: Seam - C IP: 58.9.187.83 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:12:01 น.  

 
รู้สึกผิดหวังเล็กๆค่ะ
เราบทมันอ่อนเกินไป ไม่มีมิติ จับต้องไม่ได้ซักคน
ทำให้ไม่สามารถอินกับหนังได้เท่าไหร่ ทั้งๆที่ก่อนเข้าโรง หวังใจว่า คงจะสนุกน้องๆ No country for old men ล่ะวะ
ที่ไหนได้ ห่างกันเยอะเลย แทบหลับ..
ในขณะที่ No country หลับไม่ลง

ดูจนจบเพราะป๋านะเนี่ย ขอบอก ชิส์


โดย: i love johnny depp IP: 125.25.231.236 วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:41:14 น.  

 
บอกตามตรง หนังเรื่องนี้ไม่อยู่ในความสนใจของผมด้วยประการทั้งปวงเลยครับ

ความน่าสนใจที่สุดนอกจากงานกำกับของ มานน์แล้ว คงจะเป็นการพบกันของเบล และเด็ปป์เท่านั้นจริงๆ



โดย: phaley13 วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:0:59:06 น.  

 
ณ ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ดูเลยครับ เศร้าจริงๆ TT

ผมดู Donnie Darko แบบซับอังกฤษครับ ไม่รู้จะหาซับไทยได้ที่ไหนก็เลยต้องโหลดและดูแบบซับอังกฤษแทนครับ ^^


โดย: Seam - C IP: 58.9.192.81 วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:8:08:00 น.  

 
เฉยๆกับหนังเหมือนกันครับ แต่มีอะไรดึงดูดความสนใจผมไปแทนถึงสามคน เขียนเอาไว้ที่นี่อ่า

http://www.starpics.co.th/index.php?act=spsc&sub=view&id=000576


โดย: nanoguy IP: 125.24.138.225 วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:13:26:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.