All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
น้ำผลไม้รวมตรา *** Wanted *** ส่วนผสมหลัก The matrix + Fight Club ( เข้มข้น 10 % )

*** Wanted ***




อาจจะช้าไปแล้วที่จะเขียนถึง (แฮ่ะๆ ก็เกือบทุกเรื่องนั่นแหละ เพราะกว่าจะว่างไปดู กับกว่าจะว่างเขียน ก็ยังดีที่ไม่เขียนตอนหนังออกไปแล้ว )



เข้าเรื่องดีกว่า



ถ้าให้หนังเรื่องหนึ่งเป็นน้ำผลไม้ Wanted ก็คงเป็น น้ำผลไม้รวม


ที่ส่วนประกอบหลักก็คือ The Matrix กับ Fight Club (โดยมีอัตราส่วนของ The Matrix มากกว่าเล็กน้อย)


ซึ่งได้น้ำผลไม้รวมที่ได้รสชาติอร่อยดีทีเดียว


แม้ว่ามันจะไม่ "เข้มข้น" และสารอาหารที่ได้รับก็ไม่มาก (แต่ก็ยังมี) เพราะมันถูก "เจือจาง" เข้มข้นแค่ 10%





ก่อนอื่นขอพูดคนผสมน้ำยี่ห้อนี้ ผู้กำกับ Timur Bekmambetov ก่อนแล้วกัน ผลงานที่ผมเคยชิม (ดู) ก็มีแค่ยี่ห้อนั่นคือ Night watch ผลงานสร้างชื่อของพี่แกนั่นเอง ซึ่งผมไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่นัก แม้ว่ามันจะชวนให้เราดูไปจนจบได้ก็ตาม สิ่งที่ไม่ชอบเลยก็คือ หนังพยายามจะ “โชว์” มากเกินไป ทั้งสไตล์ภาพ การตัดต่อ สเปเชียลเอฟเฟกต์ ที่มากเกินไป กลายเป็นส่วนเกินของหนังไปซะ อีกทั้งเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลย





กับผลงานล่าสุด Wanted ซึ่งดัดแปลงมาจากการ์ตูนของ Mark Millar และ J.G. Jones ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์ในยุคก่อนเปลี่ยนศตวรรษอย่าง Fight Club กับ The Matrix อย่างเห็นได้ชัด (ชัดเจนมากในช่วงครึ่งแรกของหนัง ก่อนที่จะกลายมาเป็นหนังแอ๊คชั่น เอามันส์เพียวๆในช่วงหลัง)




ไม่ว่าจะเป็นประเด็นต่างๆ


ชีวิตน่าเบื่อของมนุษย์เงินเดือนในโลกทุนนิยม


ผู้ที่ถูกเลือก กับ โลกจริงอีกใบหนึ่งที่อยู่หลังฉาก


ชะตาชีวิตเราเลือกได้เอง หรือมันถูกกำหนดไว้แล้ว


แล้วที่เราเลือกว่าเราจะเลือกเอง หรือที่จริงแล้วมันถูกกำหนดมาแล้วว่าให้เราเลือกเอง

และยังรวมถึง เหล่าตัวละครทั้งหลาย กับ สไตล์ภาพอันหวือหวา


และการเสียดสีประชดประชันทั้งหลาย นั่นก็ใช่เลย




แม้ว่าหนังจะนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจ แบบที่หนังต้นแบบทั้งสองเรื่องเคยทำไว้ แต่ Wanted กลับไม่ได้ลงลึกถึงปรัชญาที่ตัวเองหยิบยกมาเล่า แม้จะมาทีหลังหนังรุ่นพี่ทั้ง 2 และมีส่วนที่สามารถต่อยอดความคิดที่น่าสนใจออกมาได้อีกมากมาย ก็ตาม

Wanted กลับวางตัวเองเป็นหนังแอ๊คชั่นเอามันส์


แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดพลาดประการใดของหนัง ในเมื่อเลือกที่จะประกาศตัวเอง ออกมาอย่างโจ่งแจ้งว่า ขาย สไตล์ ความเว่อร์ เอฟเฟกต์ และ Angelina Jolie ซึ่งหนังก็ทำออกมาได้อย่างที่ต้องการขายจริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้เลิศเลอนัก หรือสนุกมากมาย แต่ก็ถือว่าได้ดูหนังเว่อร์ๆ เอามันส์ ที่พอจะมีประเด็นให้ได้กลับไปคิดเล่นๆ



หนังเล่าเรื่องของ Wesley Gibson ( ในมาดเซ็งชีวิตไม่ต่างจาก Narrator ใน Fight Club )


ก่อนจะได้เจอกับ Fox (Trinity ?)


ที่มาช่วยเขาจากการตามล่า ของ Cross (Agent Smith ?)


ซึ่งในตอนแรก Gibson คิดว่ามีการเข้าใจผิด ตัวเองไม่ใช่คนที่ตกเป็นเป้าหมาย หรือเป็นคนที่สำคัญอะไรนัก ( Neo ที่ไม่เชื่อว่าตนเองเป็น The One ? )


ก่อนที่ Fox จะนำเขามาพบกับ Sloan ( Morpheus ? ) ผู้ดูแลองค์การ Fraternity


และเหล่าลูกทีม (ลูกเรือของ Morpheus ? )


ก่อนที่จะทำการฝึกฝน Gibson ให้เป็นสุดยอดนักฆ่าอย่างพ่อของเขา (ฝึกฝน Neo ให้เป็น The One ?)



แม้จะฟังดูเหมือน The Matrix ไปหน่อย แต่เนื้อเรื่องจากนี้ไปจะไม่เหมือนแล้ว แต่ก็อย่าเพิ่งคาดหวังความแปลกใหม่ มันยังมีการหักมุมแบบเดิมๆ และเป็นสูตรสำเร็จทั่วๆไป แต่อย่างน้อยก็ให้แง่คิดที่น่าสนใจ




เมื่อพิจารณาชีวิตของ Gibson ก่อนที่จะเข้ากลุ่ม Fraternity เขาเป็นแค่ Nobody เป็นแค่คนที่ไม่มีคุณค่าอะไรที่ไม่มีใครเห็นหัวในสังคม โดนเจ้านายโขกสับในที่ทำงาน แฟนลักลอบมีชู้กับเพื่อนสนิท ซึ่งทั้งที่ตัวเขาเองก็รู้ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ นี่คือชีวิตที่ห่วยแตกสิ้นหวัง ไร้ความสุข ของ Gibson

แต่เมื่อเขาได้พบกับกลุ่ม Fraternity กลุ่มที่ให้ความสำคัญ และเห็นคุณค่าของตัวเขา



Gibson กลายเป็นที่ต้องการ (Wanted) กลายเป็น Somebody ในสังคมนี้




ดูเหมือนชีวิตของ Gibson จะดีขึ้น

เขาเริ่มสนุกกับชีวิต มีคนเห็นคุณค่าในตัวเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เขาต้องเริ่มลงมือฆ่าคนตามคำสั่ง เขากลับพบว่าแท้จริงแล้วตัวเขามีความสุขจริงหรือ

จะต่างอะไรกับเมื่อก่อน


ถึงแม้จะมีชีวิตใหม่ที่ดูดีกว่า แต่สิ่งที่ไม่ต่างไปเลยนั่นก็คือ



เขาไม่สามารถเลือกดำเนินชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการได้


ต้องทำตามคำสั่งเหมือนเดิม ถูกบงการไม่ต่างจากเดิม ไม่มีสิทธิในการตัดสินใจ จะต่างกันตรงไหนระหว่างทำตามคำสั่งของหัวหน้า (หรือสังคมเดิม) กับคำสั่งของ Sloan (หรือสังคมใหม่) ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่ก็หาทางต่อต้านไม่ได้ ได้แต่หลอกตัวเองว่าสิ่งที่ต้องทำคือสิ่งที่ถูก



(หนังอาจไม่ได้ตั้งใจจะบอกเล่าประเด็นนี้ก็ได้ แต่นี่คือสิ่งที่ผมได้ระหว่างการดู)




James McAvoy ในบท Wesley Gibson กับมาดแอ๊คชั่นฮีโร่เต็มตัวถือว่าสอบผ่าน เขาได้ใจผู้ชมไปเต็มๆ และรับผิดชอบหนังทั้งเรื่องในฐานะตัวเดินเรื่องได้อย่างสบาย กับท่าทางกวนๆ และกับตัวละครที่มีพัฒนาการ จากหนุ่มแหยๆ มาเป็นคนที่มั่นใจในตนเองและสนุกกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ก่อนจะดูสุขุมขึ้นในตอนท้ายๆ




Angelina Jolie เซ็กซี่ น่ารักเหมือนเดิม ในบท Fox ที่สำคัญมาดเธอเท่ห์เหลือล้น แม้ชื่อเธอจะเป็นชื่อขายของหนัง แต่จริงๆแล้วบทนี้ก็คือบทสมทบที่ไม่มีอะไรให้เล่นมากนัก แต่ใครที่คิดจะไปดูเธอก็ถือว่าคุ้มแล้ว กับมาดเท่ห์ๆ และแผ่นหลังของเธอ




เช่นเดียวกับ Morgan Freeman กับบท Sloan ตัวละครสำคัญที่ไม่มีอะไรให้เล่นมากนัก คงถือว่าเล่นหนังเพิ่มเครดิตให้ตัวเองสักเรื่องละกัน





คนที่ต้องชมมากที่สุดสำหรับงานนี้ไม่ใช่ใครอื่น ผู้กำกับ Timur Bekmambetov นั่นเอง ที่คราวนี้คุมหนังได้ลงตัว ดูไหลลื่น แม้จะยัง “โชว์” เหมือนเดิม แต่คราวนี้ “เนียน” และทำเพื่อรองรับเนื้อเรื่อง ไม่ใช่นึกอยากจะโชว์ ก็ โชว์ เหมือนใน Night watch ซึ่งทำให้ไม่เลี่ยน และไม่สะดุด แถมยังดูดีอีกต่างหาก ฉากที่เป็นไฮไลต์อย่างกระสุนวิถีโค้ง กระสุนชนกัน และฉากไล่ล่าในรถไฟ เป็นฉากที่ทำได้ดี



พูดถึงงานภาพเอฟเฟกต์ หนังทำได้ดีมากโดยใช้ทุนสร้างแค่ 75 ล้านเท่านั้นเอง ลองหักลบคาตัว Jolie กับ Freeman ออกไปดูซิ แล้วคิดว่าจะเหลือทุนซักเท่าไหร่ ( คิดว่ารวมกันไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน ) แต่ดูเหมือนหนังลงทุนซัก 150 ล้านเลยทีเดียว





พูดถึงจุดอ่อนของตัวหนัง นั่นก็คือ บทภาพยนตร์

ไม่ใช่เพราะมันเว่อร์ แต่เป็นเพราะความไม่สมเหตุสมผลทั้งหลายในหนัง จะให้เขียนทั้งหมดก็เยอะอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาต่างๆที่ง่ายเกินไป

ลองดูฉากจบก็ได้ กับ Gibson ที่ถือว่าเก่งและมีพรสวรรค์ ขนาดลุยเดียวฆ่าทั้งหมดได้ แถมกว่าจะฝึกให้กระสุนโค้งได้นี่แทบตาย ไม่ใช่ใครจะทำกันได้ง่ายๆ

แต่มาเจอ Fox ยิงปืนในฉากสุดท้าย โค้งเป็นวงกลมได้ซะงั้น เลยสงสัยว่ามาตรฐานความเก่งอยู่ไหนเนี่ย

แต่ก็เพราะความสนุกของหนัง และการเดินเรื่องที่รวดเร็ว คนดูก็พร้อมที่จะลืมความไม่สมเหตุสมผลนั้นไป กว่าจะนึกได้ว่าเออแฮะ ก็ตอนลุกจากเก้าอี้





และกับคำถามของ Gibson ในตอนจบแม้มันจะฟังดูเท่ห์แค่ไหนก็ตาม แต่กับตัวหนังที่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับมันนัก มันเลยฟังดูไม่หนักแน่นเท่าที่ควร


ถ้า Wanted เป็นน้ำผลไม้ มันก็เป็นน้ำผลไม้ที่อร่อยชื่นใจ ไม่เลี่ยน แต่สำหรับคอน้ำผลไม้ อาจยังรู้สึกว่ามันยังเข้มข้นไม่พอ


เชลล์ชวนชิมให้ 7 / 10 ครับ




คำเตือน : เด็ก และ สตรีมีครรภ์ ไม่ควรดื่ม(ดู) เพราะมันแรง(มีฉากโหดๆ)เกินไป


Create Date : 11 กรกฎาคม 2551
Last Update : 10 กันยายน 2551 1:36:42 น. 2 comments
Counter : 2093 Pageviews.

 
ผมว่ามันไม่ใช่น้ำผลไม้รวมน่ะ มันน่าจะเป็นเครื่องดื่มให้พลังงาน พวก red bull หรือ ทักษิณ สู้! (55+) อะไรแบบนี้มากกว่า...

ชอบฉากที่โจลี่เดินเข้าไปชิมรสชาติลิ้นของนายพระเอกครับ เห็นหน้าของแฟนเก่าพระเอก เธอเล่นได้เข้าถึงตัวละครจริงๆครับ 55+...


โดย: BloodyMonday วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:59:05 น.  

 
ดูตอนถอดรหัสจากผ้าแล้วนึกถึงเรื่อง Beautiful mind เลยแฮะ

ชอบอย่างเดียวคือยิงปืนเป็นวิถีโค้งได้ โดนจัยมากๆๆๆๆ


โดย: เพื่อนเซฟ IP: 58.8.200.15 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:22:59:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.