All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
14 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
*** Sparrow *** ความในใจต่อฮ่องกง

*** Sparrow ***






เป็นความประหลาดใจระคนดีใจ ที่จู่ๆหนังที่อยากดูมานาน แต่ไม่มีวี่แววว่าจะได้เข้าฉายในบ้านเราอย่าง Sparrow จะมีโอกาสเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ (แม้ว่ามันจะช้าไปถึง 2 ปีก็เถอะ )


Sparrow (Man Jeuk) คือผลงานที่เข้าสายประกวดใน Berlin International Film Festival 2008 ของ ตู้ฉีฟง (Johnnie To) ผู้กำกับชาวฮ่องกงที่คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี ซึ่งผลงานในยุคหลังของตู้ฉีฟง (นับตั้งแต่ปี 2003) ถือว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง และโดดเด่นเป็นอย่างมากในเวทีโลก



Sparrow เล่าเรื่องราวของเหล่ามิจฉาชีพ 4 คน ซึ่งประกอบด้วย อาเข่ย (Simon Yam, เยิ่นต๊ะหัว) ลูกพี่ใหญ่ของกลุ่ม, เจี่ยโป (Gordon Lam, หลั่มกาตง), อาสัก (Wing-cheong Law) และ หม่าไจ๋ (Kenneth Cheung) ทั้ง 4 หากินด้วยการล้วงกระเป๋าผู้คนตามท้องถนน


แต่แล้ววันหนึ่งหญิงสาวลึกลับนาม จันเหล่ย (Kelly Lin, หลินซีเหลย) ก็เข้ามาล้วงหัวใจของเหล่านักล้วงทั้ง 4 ไปอย่างง่ายดาย ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายในหนัง



ตู้ฉีฟงบอกว่า “เหตุผลหนึ่งในการทำ Sparrow คือ ผมอยากจะบันทึกภาพของฮ่องกงเอาไว้ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ ของเมืองนี้”

ฉะนั้นจะพูดว่า Sparrow คือหนัง “รำลึกความหลัง” ของตู้ฉีฟงคงไม่ผิดนัก เพราะอารมณ์ของหนังช่างหอมหวนและเจือไปด้วยรอยยิ้มแทบทุกวินาที



นอกจากนี้ตู้ฉีฟงยังให้สัมภาษณ์ว่า “นี่คือความเป็นฮ่องกงในมุมมองของผม” อีกด้วย







แม้ Sparrow จะเล่าเรื่องราวที่ไม่ซับซ้อน และเน้นอารมณ์สบายๆ ขายความบันเทิง (เฉพาะกลุ่ม) เป็นสำคัญ แต่หนังยังใส่สัญลักษณ์ และการเปรียบเทียบอย่างมีชั้นเชิงลงไปด้วย



ชื่อหนัง Sparrow หรือแปลว่า “นกกระจอก” นั้น คือศัพท์แสลงที่ใช้เรียก “นักล้วงกระเป๋า” ในฮ่องกง ซึ่งนี่คืออาชีพที่ อาเข่ยและพรรคพวก ใช้หาเลี้ยงปากท้อง


นอกจากนี้ Sparrow ยังหมายถึง ตัวละคร จันเหล่ย ได้อีกด้วย เพราะนอกจากเธอจะล้วงหัวใจ 4 หนุ่มแล้ว เธอยังมีชะตากรรมไม่ต่างจาก “นกกระจอกที่ถูกขังอยู่ในกรง” ซึ่งผู้ที่ขังเธอไว้ก็คือ คุณฟู่ (Hoi-Pang Lo) เศรษฐีชราที่มีอดีตลึกลับ ผู้ทำตัวเป็น “เจ้าของ” จันเหล่ย



ซึ่งสัญลักษณ์นี้ถูกเน้นย้ำอย่างชัดเจน ในตอนที่ อาเข่ยและพรรคพวก แอบงัดเข้าไปในห้องที่จันเหล่ยบอกว่าเป็นที่อยู่ของเธอ ก่อนจะพบว่าในห้องนั้น มีแต่ “นกกระจอกที่ถูกขังอยู่ในกรง” เป็นจำนวนมาก



การที่คุณฟู่สั่งให้ลูกน้องติดตามจันเหล่ยทุกฝีก้าว แถมยังเก็บ Passport ของเธอไว้ในตู้เซฟ นั่นทำให้เธอไม่สามารถหนีเขาไปไหนได้


ในที่สุดเธอจึงต้องออกอุบายขอความช่วยเหลือจาก อาเข่ยและพรรคพวก







นอกจากนี้ สัญลักษณ์ ที่สามารถนำไปตีความได้อีกก็คือ



ในฉากหนึ่งที่ห้องทำงานของคุณฟู่ เราจะพบว่า Passport ของจันเหล่ยถูกเก็บไว้ในตู้เซฟ (หนังเจาะจงว่าเป็นยี่ห้อ Winchester ที่เหมือนกับชื่อเมืองใน “อังกฤษ” แต่เป็นยี่ห้อของอเมริกา) ซึ่งฉากนี้บอกอะไรได้หลายๆอย่าง

ถ้าให้



จันเหล่ย = ฮ่องกง


คุณฟู่ = อังกฤษ



จะได้


จันเหล่ย (ฮ่องกง) ถูก คุณฟู่ (อังกฤษ) ควบคุมตัว (ปกครอง) ด้วยการเก็บรักษา Passport (ที่แสดงสถานะชาวจีนของเธอไว้) จนเธอไม่สามารถหนีจากเขาไปที่อื่นได้



แม้ว่าหนังจะมอบบทตัวร้ายให้ คุณฟู่ (อังกฤษ) แต่นี่เป็นบทตัวร้ายที่ไม่ได้คิดร้ายอะไรต่อจันเหล่ย (ฮ่องกง) แถมยังดูแลเธอเป็นอย่างดีอีกด้วย (ฮ่องกงเจริญและมั่งคั่งจากการเป็นเมืองท่าให้อังกฤษ) เขาเพียงแค่ต้องการครอบครองเธอเท่านั้น


แต่ยังไงซะเธอก็ยังต้องการอิสระอยู่ดี







และถ้าพิจารณาจากเหตุผลที่ว่า เข่ย (Kei) นั้น คือชื่อที่สอดคล้องกับชื่อกวางตุ้งของ ตู้ฉีฟง (To Kei Fung อ่านว่า “ตู้เข่ยฟง”) ตัวละครนี้อาจเป็นเหมือนตัวแทนของเขาก็เป็นได้


ดังนั้นคงไม่เกินเลยนักหากจะพูดว่า



“ความรู้สึกนึกคิดของ อาเข่ย ที่มีต่อ จันเหล่ย

ก็คือ

ความรู้สึกที่ ตู้ฉีฟง มีต่อ ฮ่องกง นั่นเอง”




ซึ่งก็คือ แม้จะอยากให้ จันเหล่ย (ฮ่องกง) หลุดพ้นจากการควบคุมของ คุณฟู่ (อังกฤษ) แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เธอกลับบ้านเดิม (จีน) เช่นกัน


แต่ท้ายที่สุดท้ายเขาก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเธอ และมอบอิสรภาพให้เธอ



ส่วนอาเข่ยและพรรคพวกก็ยังคงอาศัยอยู่ในฮ่องกง และมุ่งหน้าทำมาหากินเหมือนเดิม (เช่นกัน ตู้ฉีฟงยังคงใช้ชีวิตและทำหนังอยู่ในฮ่องกงเหมือนเดิม)







Sparrow รุ่มรวยไปด้วยอารมณ์ขัน ซึ่งเป็นอารมณ์ขันชวนยิ้มแบบ “ทีเล่นทีจริง” มากกว่าการเป็นตลกโปกฮาอย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งหนังก็ทำให้ผู้ชมยิ้มตามไปด้วยตลอดทั้งเรื่อง


ช่วงกลางเรื่องอาจดูเหมือนว่าหนังจะมีอารมณ์ทีเล่นมากกว่าทีจริงไปบ้าง อย่างฉาก "ตู้ปลา" หรือ “ขโมยกุญแจในโรงพยาบาล” จนเกือบกลายเป็นหนังตลกทั่วๆไป แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำให้หนังเสียเอกภาพแต่อย่างใด



หนังไม่ได้คำนึงถึงความสมจริง หรือใส่ใจว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ในชีวิตจริง นั่นทำให้หนังเจือไปด้วยอารมณ์แบบเหนือจริง แต่ก็ไม่ได้แฟนตาซีจนหลุดโลกเกินไปนัก



ขณะที่บทหนังก็เล่าเรื่องราวง่ายๆและไม่ได้ให้รายละเอียดลงลึกในแง่ของตัวละครมากนัก (คิดว่าหนังคงไม่ได้ตั้งใจจะเน้นอยู่แล้ว) จนรู้สึกได้ถึงความบางเบาของตัวละคร แต่ด้วยบทที่เอื้ออำนวยและความมีเสน่ห์ของเหล่าตัวละคร ก็ทำให้ผู้ชมคอยติดตามเอาใจช่วยพวกเขาไปตลอดรอดฝั่ง







สำหรับ "ฉาก Climax" ตอนสุดท้ายนั้น เห็นได้ชัดว่านี่คือสไตล์เดิมๆที่ถูกใช้ในหนังอาชญากรรมทั้งหลายของตู้ฉีฟงในยุคหลัง

แต่ใน Sparrow มันได้ถูกดัดแปลงอย่างยอดเยี่ยม น่าประทับใจ และคงจะเป็นอีกหนึ่งฉาก Classic ของวงการหนังฮ่องกง


และนี่ยังเป็นฉากที่ช่วยตอกย้ำตัวตนของสื่อ “ภาพยนตร์” ที่สื่อชนิดอื่นๆ ไม่สามารถลอกเลียนได้ นั่นคือ “การเล่าเรื่องด้วยภาพ” อย่างแท้จริง โดยมี “ดนตรีประกอบ” คอยกำกับอารมณ์อีกทีหนึ่ง



และทั้งๆที่เป็น Slow motion ซะส่วนใหญ่ แต่กลับสร้างอารมณ์ลุ้นได้ไม่ต่างจากหนัง Action จากฝั่ง Hollywood ที่นิยมการตัดต่อที่รวดเร็วเป็นเครื่องมือในการเร่งเร้าอารมณ์ผู้ชม







นักแสดงในเรื่องต่างก็เป็นขาประจำในหนังของตู้ฉีฟงทั้งสิ้น

เยิ่นต๊ะหัว มอบการแสดงที่เปี่ยมเสน่ห์ ในบท อาเข่ย ขณะที่นักแสดงที่เหลือก็ยอดเยี่ยมตามบทที่ได้รับ



ส่วนงานสร้างนั้นถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของ Milkyway Image
โดยส่วนที่เด่นมากก็คืองานด้านภาพ ที่ถ่ายทอดฮ่องกงในอีกมุมมองหนึ่งได้อย่างน่าสนใจ และรู้สึกได้ถึงความ "หลงใหล" ในเมืองนี้ ของผู้สร้าง



แต่ที่โดดเด่นมากๆ จนกลายเป็นอีกตัวละครหนึ่งของเรื่อง และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการโน้มนำอารมณ์ของผู้ชมก็คือ ดนตรีประกอบแนว Jazz ที่เหมือนเป็นการผสมผสานสำเนียงแบบจีนและสำเนียงแบบตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว


ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับ Fred Avril และ Xavier Jamaux ผู้รับผิดชอบดนตรีทั้งหมดในหนัง







Sparrow คืออีกหนึ่งผลงานที่ยอดเยี่ยม และน่าจะเป็นหนังที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดของ ตู้ฉีฟง

หนังเป็นความบันเทิงแบบขายสไตล์ในอารมณ์สบายๆ แต่ก็ยังมีการสอดแทรกสัญลักษณ์อย่างคมคายและมีชั้นเชิง


แม้บทหนังและตัวละครจะขาดมิติความลึกไปพอสมควร แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำคัญอะไร เพราะจุดประสงค์ของหนัง ก็คือ “การแสดงอารมณ์และความในใจของตู้ฉีฟงที่มีต่อฮ่องกง” เป็นสำคัญ


และมันยังถูกส่งตรงถึงผู้ชมอีกทอดหนึ่งด้วย





9 / 10 ครับ








หมายเหตุ : อังกฤษได้บีบบังคับให้จีนทำสัญญา โดยให้อังกฤษเช่าฮ่องกงทั้งหมด เป็นเวลา 99 ปี โดยกำหนดวันหมดสัญญาไว้วันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1997 (อ้างอิง: http://th.wikipedia.org/wiki/เขตบริหารพิเศษฮ่องกง)


ปล. ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ทำให้ได้ชมหนังเรื่องนี้ภายในโรง


Create Date : 14 มิถุนายน 2553
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 5:26:34 น. 5 comments
Counter : 1039 Pageviews.

 
ไม่กล้าอ่านครับเพราะยังไม่ได้ดู ยิ่งเห็นคะแนนแล้วน้ำลายหก


โดย: Seam - C IP: 58.9.198.83 วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:8:58:36 น.  

 
^
^
^

ดีแล้วครับที่ไม่อ่านก่อนดู อ่านแล้วคงดูไม่สนุก

(แล้วเกือบทุกรีวิวของผม ถ้าอ่านก่อนคงดูไม่สนุกแน่เลย )



ส่วนคะแนนที่สูงมากๆ เพราะมันถูกจริตผมมากๆน่ะครับ เรื่องนี้ เลยให้ 9 เต็ม 10


โดย: navagan วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:17:54:51 น.  

 
^
^
ตอนนี้น้ำลายไหลเยิ้มมมมมมม


โดย: Seam - C IP: 61.90.87.12 วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:14:19:19 น.  

 
ได้ยินชื่อมานานว่าตู้ฉีฟ่งเืรื่องนี้
ทำให้ฮองกงดูเป็นเืมืองที่น่าอยู่

ไม่เหมือนกับที่เคยดูหนังสยองขวัญ
เรื่อง three ที่สุดขั้วไปคนละแนวทาง


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 22 มิถุนายน 2553 เวลา:0:24:12 น.  

 
แจ้งข่าว:



ช่วงนี้กำลังง่วนกับการหางานทำนะครับ รวมถึงกิจกรรมซ้อมรับปริญญา (และต้องเคลียร์สัญญาที่คั่งค้างทั้งหลาย)



คงต้องดอง Blog ไปสักพัก


โดย: navagan วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:2:36:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.