All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
21 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
*** The Orphanage *** Peter Pan, กระจก, นาฬิกา และ เกมตามหาสมบัติ "ภาค : 1 วิเคราะห์สัญลักษณ์"

*** The Orphanage ***


ภาค 1 : วิเคราะห์สัญลักษณ์






The Orphanage หรือชื่อในภาษา Spain ว่า El Orfanato (และชื่อไทยว่า เอ่อ… “สถานรับเลี้ยงผี” ) คือหนัง Spain ปี 2007 ที่กวาดรางวัลสำคัญๆมาแล้วทั่วโลก


หนังเล่าเรื่องราวของ Laura (Belen Rueda) คุณแม่ที่พยายามตามหา Simon (Roger Princep) ลูกบุญธรรมที่หายตัวไปจากบ้านของเธออย่างลึกลับ ซึ่งบ้านหลังนี้เคยเป็น “บ้านเด็กกำพร้า” ที่เธอเคยอาศัยอยู่เมื่อตอนเป็นเด็กนั่นเอง


ยิ่ง Laura พยายามค้นหาเงื่อนงำในการหายไปของ Simon เท่าไหร่ เรื่องราวในอดีตของสมาชิกบ้านเด็กกำพร้าก็ค่อยๆถูกเปิดเผยขึ้นมาทีละน้อย



The Orphanage เป็นหนังที่เต็มไปด้วย สัญลักษณ์ และความเชื่อมโยงต่างๆ ที่ชวนขบคิด และผมค่อนข้างมั่นใจว่า ผู้เขียนบทและผู้กำกับ จงใจใส่เข้ามามากกว่าเป็นเพียงแค่ความบังเอิญ อย่างภาพของ กระจก และ นาฬิกา ที่ถูกใส่เข้ามาแทบตลอดเรื่อง


ซึ่งสัญลักษณ์เหล่านี้ก็สร้างความสนุกสนานให้กับผมในการจับนู่นมาชนนี่ (ซึ่งอาจจะมีเพ้อ และ เกินเลยไปบ้าง พิสูจน์กันเอาเอง) และต่อไปนี้ผมจะขออธิบายมันอย่างละเอียด





คำเตือน จากนี้ไปเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ เหมาะสำหรับคนที่ดูแล้ว ใครยังไม่ดูข้ามไปเลย






เล่าเรื่องคร่าวๆทวนกันก่อน Laura และ Carlos สามีผู้เป็นหมอ รับเลี้ยง Simon เด็กชายที่มีเชื้อ HIV เป็นลูกบุญธรรม แต่ทั้งคู่ไม่ได้บอกให้ Simon รับรู้

สำหรับตัว Laura เองนั้น แต่ก่อนก็เคยเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับเลี้ยงเช่นกัน




Laura เชื่อว่า Simon มีเพื่อนในจินตนาการ แต่แท้จริงแล้วเธอเข้าใจผิด เพราะเพื่อนในจินตนาการที่ว่านั่นคือ “วิญญาณของเหล่าเด็กกำพร้า” ที่เคยเป็นเพื่อนของ Laura ในอดีต ที่บ้านเด็กกำพร้าหลังนี้มาก่อน


ซึ่งเด็กๆเหล่านี้ถูกฆ่าตายโดย Benigna เจ้าหน้าที่ดูแลเด็กกำพร้า หลังจากที่ Laura ถูกรับไปเลี้ยงได้ไม่นาน สาเหตุก็เพราะเด็กๆพวกนั้นมีส่วนทำให้ Thomas ลูกชายของ Benigna ต้องตาย







เปิดเผยสัญลักษณ์



หนังสร้างเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งเพื่อประโยชน์ในการเล่าเรื่อง นั่นคือ




“คนที่ใกล้ตายจะสัมผัสกับวิญญาณได้”




ซึ่งในหนัง เราจะพบคนใกล้ตายทั้งหมด 4 คน ได้แก่ Simon ที่มีเชื้อ HIV, Benigna ซึ่งแก่มากแล้ว, Aurora ร่างทรง และสุดท้ายคือ Laura ที่ยอมเข้าใกล้ความตายเพื่อตามหา Simon


ซึ่งถ้าสังเกตดีๆเราจะพบว่า หนังจะนำเสนอภาพตัวละครทั้ง 4 ใน “กระจก”



ซึ่ง “กระจก” นี่เองที่หนังใช้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึง “อีกมิติหนึ่งที่ซ้อนทับกันอยู่” ซึ่งในที่นี้หมายถึง "มิติของเหล่าวิญญาณ"


โดยหนังใช้กระจกเงาสะท้อนภาพตัวละครที่ใกล้ตายเหล่านี้อยู่เสมอ เหมือนจะบอกว่าบางส่วนของพวกเขาได้ก้าวเข้าไปสู่โลกแห่งความตายแล้ว














จากภาพประกอบจะเห็นว่า หนังเล่นกับภาพสะท้อนในกระจกของตัวละครทั้ง 4 อย่างโจ่งแจ้ง ตั้งแต่ต้นเรื่อง จนกระทั่งจบเรื่อง


โดยเฉพาะในครึ่งหลัง หนังฉายให้เห็นภาพของ Laura ในกระจกอย่างจงใจ และนานมากขึ้น


และการใช้ "กระจก" เป็น "สัญลักษณ์" ยิ่งชัดเจนมากที่สุดในฉากสุดท้าย ที่รายชื่อของเด็กๆทุกคนรวมทั้ง Laura อยู่บนป้ายหลุมศพที่เป็นกระจก








ส่วนในกรณีของ Aurora ที่เป็นคนทรง แม้เราไม่เห็นภาพเงาสะท้อนของเธอในกระจก แต่หนังกลับให้เธอเข้าไปในกระจก แบบเต็มๆ




ซึ่ง “กระจก” ในที่นี้ก็คือ “จอมอนิเตอร์” ที่จับภาพของเธอตอนทำพิธีเข้าทรง




ซึ่งโลกที่ปรากฏในมอนิเตอร์ ก็คือช่วงเวลาในอดีตตอนที่เด็กกำพร้าเหล่านี้กำลังจะตายนั่นเอง



และหลังจากฉากนี้ หนังอธิบายเรื่อง “การซ้อนทับของมิติเวลา” กันอย่างตรงไปตรงมา










หนังยังอ้างอิงถึงเรื่องมหัศจรรย์ในนิทานเรื่อง Peter Pan (ออกตัวก่อนว่าผมจำเรื่องราวจริงๆเกี่ยวกับ Peter Pan ไม่ได้มากนัก จำได้แต่ประเด็นที่หนังบอกเล่า) ที่ว่า




“Peter Pan คือเด็กที่ไม่แก่ ไม่ตาย ในขณะที่ Wendy แก่ขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตาม Peter Pan ก็ยังคงพา ลูกของ Wendy ไปเที่ยวแทนอยู่ดี”



ซึ่งมันเป็นความสัมพันธ์ที่ซ้อนทับกัน ลองเปลี่ยนชื่อดู



“เหล่าเด็กกำพร้า คือเด็กที่ไม่แก่ และไม่ตาย (ในมิติของพวกเขา) ในขณะที่ Laura แก่ขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตาม เหล่าเด็กกำพร้า ก็ยังคงพา ลูกของเธอ (Simon) ไปเที่ยวแทนอยู่ดี”





จากความสัมพันธ์ดังกล่าว เขียนเป็น “สมการ” ได้ดังนี้




Peter Pan = เหล่าเด็กกำพร้า

Laura = Wendy

Simon = ลูกของ Wendy





โลกของ Wendy (Laura) คือโลกที่มีการแก่การตาย ในขณะที่โลกของ Peter Pan (เหล่าเด็กกำพร้า) เป็นโลกที่ “ไม่มีเวลา” ทำให้ไม่มีการแก่ (แน่นอน ก็ตายกันไปหมดแล้วนี่ ) และการตาย (ในมิติของวิญญาณ)



หรือพูดง่ายๆได้ว่า “โลกที่ไม่มีการแก่และการตาย” คือ “โลกวิญญาณ”



และจากประเด็นที่ว่า ในมิติของเหล่าคนที่ตาย “ไม่มีเวลา” หนังก็ใช้สัญลักษณ์ของ “กระจก” ร่วมกับ “นาฬิกา” ในการสื่อความหมาย




โดย “นาฬิกา” เป็นสัญลักษณ์แทน “เวลา”












จากภาพคงจำกันได้ ในช่วงแรกของหนัง ตอนที่ Simon ถาม Laura เรื่อง “ประภาคาร” ที่นอกหน้าต่างว่า

- ทำไมตอนนี้มันไม่มีแสงไฟเหมือนเมื่อก่อน

Laura บอกว่า จริงๆแล้ว ตอนนี้มันก็ยังใช้ได้อยู่ ถึงแม้มันจะมองไม่เห็นแสงไฟก็ตาม





ก่อนที่เธอจะหยิบ “นาฬิกา” มาพลิกกลับด้านเป็น “กระจก”
สะท้อนแสงจันทร์ไปที่หน้าต่าง ตรงตำแหน่งของประภาคาร




เพื่อแสดงให้ Simon เห็นว่า แท้จริงแล้วมันยังมีแสงไฟอยู่จริง อย่างที่เธอบอก





ซึ่งฉากนี้ตีความได้ว่า



ถ้าตัดเรื่องของ “เวลา” ออกไปแล้ว (พลิกด้านที่บอกเวลาของนาฬิกาออก)
มิติของเวลาในอดีตกับปัจจุบันก็ซ้อนทับกันอยู่
(ผ่านการสะท้อนของด้านหลังของ "นาฬิกา" ที่มีสภาพเป็น “กระจก” นั่นเอง)





และฉากนี้ยังบอกกับเราอีกด้วยว่า แม้จะคนละช่วงเวลา แต่ในสถานที่เดียวกัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตก็ยังคงอยู่แม้เราจะไม่สามารถรับรู้ได้ก็ตาม


นั่นคือ “ทุกการกระทำย่อมทิ้งร่องรอย” ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่หนังแทรกสัญลักษณ์เข้ามาหลายครั้ง อย่าง “รอยเท้าบนผืนทราย” “เปลือกหอยตามทาง” “รอยเท้าเปื้อนทรายในบ้าน”












นอกจากนี้หนังยังใช้ประโยชน์จากประโยคที่ว่า



“แต่ Peter Pan ก็ยังคงพา ลูกของ Wendy ไปเที่ยวแทนอยู่ดี”




ซึ่งอาจหมายถึง “การรับช่วงต่อกันเป็นทอดๆ” ซึ่งได้ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็น “เกมตามหาสมบัติ”





ซึ่งมีวิธีการเล่นง่ายๆ ก็คือ ผู้สร้างเกม จะเอาสมบัติที่มีค่ามากที่สุดของเราไปซ่อน จากนั้นจะทิ้งคำใบ้ต่างๆให้เราตามหา ซึ่งเราต้องตามหาสิ่งของตามคำใบ้ จากนั้นสิ่งของที่หาเจอก็จะเป็นคำใบ้สำหรับตามหาสิ่งของชิ้นถัดไป ต่อกันเป็นทอดๆ จนกระทั่งเจอสมบัติ




ซึ่งหนังก็ใช้ประโยชน์จากเกมที่ว่า มาสร้างเรื่องราวในส่วนของ “คำอธิบาย” ว่าที่ Simon หายไปเป็นเพราะอะไร

และ เรื่องราวทั้งหมดมีที่มาที่ไปอย่างไร





ซึ่งจะอธิบายต่อในส่วนของ “ภาค 2 : สรุปเรื่องราว และ วิจารณ์” เร็วๆนี้ครับ


Create Date : 21 มิถุนายน 2552
Last Update : 21 มิถุนายน 2552 4:19:22 น. 12 comments
Counter : 2911 Pageviews.

 
หมายเหตุ

เนื่องจากเป็นหนังสเปน ชื่อก็เลยต้องเป็นสำเนียงสเปน เพื่ออรรถรสในการออกเสียงเวลาอ่าน
(คือ ผมดู VCD พากย์ไทยน่ะครับ)


Simon = ซีโมน

Laura = เลารา

Benigna = เบนินญ่า


ส่วน Thomas กับ Carlos นี่อ่านเหมือนเดิมครับ


โดย: navagan วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:7:34:49 น.  

 
วิเคราะห์ได้เยี่ยมมากเลยครับ ผมเองยังเก็บสัญลักษณ์ได้ไม่เท่าคุณเลย รออ่านตอนต่ออยู่นะครับ



โดย: joblovenuk วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:13:09:02 น.  

 
ขอผ่านก่อนนะครับเพราะยังไม่ได้ดู (แผ่นมีละ เดี๋ยวรีบไปดูเลยครับ)

แต่เลื่อนดูคร่าวๆแล้ว น่าสนใจและคงระเอียดมากแน่ๆเลยครับ

เดี๋ยวดูแล้วจะเข้ามาคุยด้วย ^^


โดย: Seam - C IP: 61.90.108.21 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:7:52:02 น.  

 
เก๋ดีครับ ตีความได้ปรุโปร่งดี ^^ ชอบอ่่านอะไรแนวๆนี้ เพราะตัวเองก็ไม่ค่อยจะทำได้บ่อยนัก


โดย: nanoguy IP: 125.24.173.81 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:18:29:59 น.  

 
ตีความได้ลุ่มลึกแบบนี้ นับถือๆ ผู้สร้างรู้เข้าคงดีใจ ที่มีคนเข้าใจหนังเขาขนาดนี้


โดย: Nanatakara วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:12:55:47 น.  

 
ได้แผ่นมา ยังชั่งใจอยู่เลย จะดูดีไหม


โดย: คนขับช้า (คนขับช้า ) วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:17:52:46 น.  

 
เยี่ยมมากค่ะ อ่านแล้วเข้าใจขึ้นเยอะเลย
เก่งจริงๆค่ะ รู้ได้ไงเนี่ย


รออ่านภาคสองอยู่นะคะ


โดย: i love johnny depp IP: 125.25.60.7 วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:2:04:28 น.  

 
^
^
^

คือว่า นั่งดูรอบแรก เห็นหนังเล่นกับ "กระจก" บ่อยจัง

คิดว่าคงบังเอิญ แต่พอ "ฉากหลุมศพตอนสุดท้าย" นี่มันเป็นสัญญาณว่า

"มันคงไม่ใช่ความบังเอิญ" แล้วมั้งเนี่ย



เลยนั่งดูแบบตั้งใจใหม่ สรุป ดูไป 3 รอบ


โดย: navagan วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:2:16:35 น.  

 
เป็นการอ่านหนังที่น่าสนใจจังครับ ตอนผมดูยังไม่เคยดูถึงขนาดนี้เลย (และมั่นใจว่าผู้สร้างบางทีอาจจะคิดไม่ถึงในเรื่องบางเรื่องก็ได้ แหะๆ)


โดย: BloodyMonday วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:15:27:31 น.  

 
^
^
^

555+ ก็อย่างว่าน่ะครับบางส่วนผมก็ไม่มั่นใจนัก

แต่ที่ผมว่าผู้สร้างตั้งใจชัวร์ๆก็เรื่อง กระจก นาฬิกา และ เกม ครับ


ส่วนเรื่องอื่นผมอาจเพ้อเจ้อไปเอง


โดย: navagan วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:18:45:17 น.  

 


โดย: navagan วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:06:29 น.  

 
R2vyAh Thank You For Your Info. I like to look around the internet, often I will just go to Stumble Upon and follow thru


โดย: pron best IP: 188.165.240.145 วันที่: 3 สิงหาคม 2559 เวลา:23:56:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.