All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
*** Django Unchained *** The Real Chain (Part 1)

*** Django Unchained ***






Django Unchained คือผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ/เขียนบท Quentin Tarantino



หนังเล่าเรื่องของ Django (Jamie Foxx) ทาสผิวดำ ผู้ได้รับการช่วยเหลือจาก Dr. King Schultz (Christoph Waltz) นักล่าฆ่าหัว ในการตามช่วยเหลือ Broomhilda (Kerry Washington) ภรรยาของ Django ซึ่งตอนนี้เป็นทาสอยู่ภายใต้การครอบครองของ Calvin Candie (Leonardo DiCaprio) ผู้มั่งคั่งใน Mississippi



Django Unchained เป็นเหมือนการขยายความเรื่องประเด็นการเหยียดผิวที่ถูกเอ่ยถึงมาแล้วใน Inglourious Basterds ที่นายทหารเยอรมันชั้นสูงนายหนึ่งกล่าวถึงความน่ารังเกียจในการใช้ประโยชน์จากคนผิวดำของชาวอเมริกัน และชวนตั้งคำถามว่า อะไรเลวร้ายกว่ากันระหว่าง "การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว" กับ "การหาประโยชน์โดยการเอารัดเอาเปรียบคนดำ"







ใน Django Unchained ตัวละครหลักอย่าง Schultz เลยมีงานหลักเป็นนักล่าค่าหัวที่ฆ่าคนเป็นว่าเล่น แต่กลับไม่เห็นด้วยกับการค้าทาสผิวดำ ที่สำคัญก็คือเขาเป็นชาวเยอรมัน !!!



Schultz ตัดสินคนอื่นจากสิ่งที่เขากระทำไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็น (Schultz โน้มน้าวให้ Django ฆ่าโจรปล้นรถเมล์ เพื่อเอารางวัลนำจับ เพราะการกระทำของโจรทำให้ต้องรับผลกรรมนี้ โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคนขาวหรือคนดำ หรือตอนนี้เขาจะกลายเป็นพ่อของลูกก็ตาม) ซึ่งนี่ต่างกับพวกเหยียดผิวที่ตัดสินที่ชาติกำเนิด มากกว่าการกระทำ



ดังนั้นพล็อตเรื่องง่ายๆ ว่าด้วยการตามหาตัวภรรยา และล้างแค้นบรรดาคนชั่ว กลายเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเมื่ออยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Tarantino







สิ่งที่ Tarantino ทำกับผู้ชมคล้ายกับสิ่งที่ Schultz ทำกับตัวละครทั้งหลายในเรื่อง


การปลดโซ่ตรวนให้ Django ของ Schultz นั้น ก็เพื่อให้ Django ชี้ตัวคนที่มีค่าหัวซึ่งเขาตามล่าตัวอยู่

เช่นกัน Tarantino ใช้ตัวละครผิวดำ มาสวมบทที่เป็นของคนขาว เพื่อนำเสนอประเด็นที่เขาต้องการนำเสนอในหนัง



คล้ายกับที่ Bill บอกกับ The Bride ใน Kill Bill ว่า



Superman คือมุมมองที่มีต่อความอ่อนแอของมนุษย์จากคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก


และใน Django Unchained มันคือมุมมองของคนผิวสีที่มีต่อคนผิวขาวที่ดูถูกเหยียดหยามพวกเขา



ประเด็นนี้ชัดเจน เพราะปฏิบัติการช่วยเหลือ Broomhilda อันเป็นพล็อตหลักของเรื่องนั้น คือ การกำหนดให้ Django ผู้เป็น “ทาส” สวมบทบาทเป็น “พ่อค้าทาส” ให้สมบทบาทที่สุด





ขณะที่ตัวละครที่ร้ายที่สุดของหนัง คือ Stephen (Samuel L. Jackson) ชายผิวดำที่สมคบอยู่กับคนผิวขาว Stephen มีความคิดไม่ต่างจากคนขาว เขาเหยียดคนดำด้วยกันเอง

นี่เป็นอีกตัวละครที่สนับสนุนประเด็นที่ว่า Tarantino นำเสนอบทวิพากษ์วิจารณ์พวกเหยียดผิว โดยคนที่โดนเหยียดนั่นเอง







การกระทำของ Tarantino นั้นแรงและสุ่มเสี่ยงต่อการเข้าใจผิด ไม่ต่างกับที่ Schultz ทำกับบรรดาค่าหัวของเขา



ในช่วงแรกของหนังที่ Schultz ยิงนายอำเภอตาย ศีลธรรมในใจของผู้ชมจะบอกว่าสิ่งที่ Schultz ทำนั้นไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง และดูรุนแรงเกินจำเป็น หลังจากปล่อยให้ศีลธรรมในใจผู้ชมทำงานไปสักพัก ทุกอย่างก็ถูกเฉลยว่า แท้จริงแล้วนายอำเภอผู้นี้มีประกาศจับ และเป็นคนชั่วร้าย ผู้ชมก็กลับมาสบายใจอีกครั้ง (แม้ว่าการกระทำของ Schultz นั้นแรงจริง และที่ทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวล้วนๆ)



เช่นเดียวกัน Tarantino ก็แรงไม่แพ้ Schultz

การจับเอาคนดำมารับบทนำที่ถูกผูกขาดโดยคนขาว ดูเผินๆอาจจะเหมือนว่าเป็นการเชิดชูคนดำ แต่พิจารณาดีๆแล้ว มันคือการเหยียดผิวอย่างรุนแรง

การที่คนดำได้รับการเชิดชูเมื่อเป็นแบบคนขาวได้นั้น มันเหมือนกับว่า



“การได้เป็นคนขาวคือสุดยอดความฝันของคนดำ”



นั่นหมายความว่า



“การเป็นคนดำช่างไร้ค่า และการเป็นคนขาวคือสิ่งที่น่าภูมิใจเป็นที่สุด”



(แม้จะไม่มั่นใจในสาเหตุของผิวขาวของ Michael Jackson แต่ Django Unchained ทำให้นึกถึงประเด็นนี้ขึ้นมาทันที)







แต่ Django Unchained ไม่ใช่หนังที่คิดตื้นๆแบบนั้น



แม้ช่วงแรก Django จะสนุกและสะใจกับการจัดการกับบรรดาคนขาวผู้ชั่วร้าย ตามสไตล์หนังล้างแค้น


แต่เมื่อต้องมารับบทเป็นพ่อค้าทาสที่ต้องเลียนแบบพฤติกรรมอันเลวร้ายให้สมบทบาทที่สุด Django ก็เริ่มกระอักกระอ่วน และต้องทนทุกข์ไปกับบทบาทของเขา



หนำซ้ำแผนการ “แสร้งทำเป็นมีความคิดแบบคนขาว” ครั้งนี้ยังล้มเหลวไม่เป็นท่า จน Django เกือบเอาชีวิตไม่รอด



นี่เองที่หนังแสดงให้เห็นว่า “การได้เป็นคนขาว ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์นัก”







Tarantino แขวะทั้งพวกเหยียดผิว และคนที่คิดว่า Django Unchained เป็นหนังเหยียดผิวทั้งที่ยังไม่ได้พิจารณาไตร่ตรองได้อย่างเจ็บแสบ ผ่านเรื่องราวของกลุ่ม Ku Klux Klan



ในหนังพวก Ku Klux Klan มีปัญหากับผ้าขาวที่ใช้คลุมหัว เพราะรูที่เจาะไว้เป็นช่องสำหรับมองมันเล็กเกินไป และมักจะเลื่อนออกจากสายตาเวลาควบม้า นั่นทำให้พวกเขามองอะไรไม่ถนัด


แต่หน้ากากผ้าสีขาวนี้ดันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพวกเขาที่ขาดไม่ได้เสียด้วย สุดท้ายก็ต้องควบม้าทั้งที่มองไม่เห็นนี่แหล่ะ





ผ้าขาวที่ใช้คลุมหัวก็เหมือนอคติเรื่องสีผิว ซึ่งถ้าไม่เอามันออกแล้วมองทุกอย่างให้ชัดๆ สุดท้ายก็คงไม่ต่างอะไรกับคนตาบอด

ดังนั้นคนที่คิดว่าหนังเรื่องนี้เหยียดผิวโดยไม่พินิจพิเคราะห์ให้ลึกซึ้ง ก็คงไม่ต่างอะไรกับพวก Ku Klux Klan เท่าไหร่นัก



และแน่นอนว่าท้ายที่สุดพวก Ku Klux Klan ก็ถูก Schultz (และ Tarantino) เล่นงานซะกระจุย







การที่ Schultz ปลดโซ่ตรวนให้ Django นั้น เป็นเพียงการปลดปล่อยทางกายภาพเท่านั้น ไม่ใช่การปลดโซ่ตรวนของสถานะทางสังคมอย่างแท้จริง



ในหนังเราจะพบว่า "ตัวละครที่ร้ายกาจที่สุด" ไม่ใช่ Calvin แห่งตระกูล Candie หากแต่เป็น Stephen พ่อบ้านผิวดำประจำตระกูล ที่รู้ระบบระเบียบของคนขาวเป็นอย่างดี และฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดอยู่ในสังคมนี้


นี่แสดงให้เห็นว่า “ตัวร้าย” ที่แท้จริงของหนังไม่ใช่คนผิวขาว แต่เป็น “ระบอบของคนขาว” ที่คนดำบางคนก็อาศัยประโยชน์จากระบอบนี้ได้เหมือนกัน



ดังนั้น การ Unchain ที่แท้จริงของ Django ไม่ใช่การที่ Schultz มาไถ่ตัวเขาออกไปตอนต้นเรื่อง เพราะว่า Django ยังไม่สามารถหลุดจากโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น นั่นคือ “ระบอบของคนขาว”







ช่วงสุดท้าย Django ทิ้งบทบาทนักล่าค่าหัว หรือพ่อค้าทาสจอมปลอม แล้วกลับเป็นตัวของตัวเองเพื่อไปลุยเดี่ยวแก้แค้น โดยไม่มีการช่วยเหลือจากคนขาว



นี่ต่างหากคือการ Unchain เพื่อออกจากระบอบคนขาวอย่างแท้จริง






Create Date : 21 มีนาคม 2556
Last Update : 22 มีนาคม 2556 13:19:44 น. 7 comments
Counter : 7663 Pageviews.

 
Part นี้จะว่าด้วยการวิเคราะห์ตัวหนังล้วนๆ

Part ต่อไปจะเป็นการวิจารณ์ รวมถึงการให้คะแนนตามปรกติครับ

คอยติดตามกันได้ครับ


โดย: navagan วันที่: 22 มีนาคม 2556 เวลา:1:26:10 น.  

 
รีวิวได้ดีมากครับ


โดย: โอวิลติน IP: 125.25.228.92 วันที่: 19 เมษายน 2556 เวลา:18:40:10 น.  

 
รอพาท 2 อยู่นะครับ


โดย: mhensudyod IP: 171.7.62.133 วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:23:17:43 น.  

 
กำลังหาหนังเรื่องนี้ดูอยู่ครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 28 เมษายน 2556 เวลา:0:44:14 น.  

 
Part 2 มาแล้ว Click อ่านได้เลยครับ


*** Django Unchained *** The Real Chain (Part 2)


โดย: navagan วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 เวลา:0:43:15 น.  

 
รับหน้ากาก KKK ซักชิ้นไหมครับ? เมียผมเย็บให้

:P


โดย: Seam - C IP: 61.90.100.86 วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:09:32 น.  

 
กระทู้ pantip

http://pantip.com/topic/30281863


โดย: navagan วันที่: 23 กรกฎาคม 2556 เวลา:1:06:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.